กลับมาอีกครั้ง กับโปรโมชันสุดไวรัลของสงคราม ‘หั่นราคาพิซซ่า’ โปรแรงหนึ่งปีมีครั้ง 7 พ.ค. 68 วันเดียวเท่านั้น

The Pizza Company ส่งแคมเปญ “วันเดย์วันดีล พิซซ่า 97 บาท” ลงสนามอีกครั้งในปี 2568 หลังจากที่ปีที่แล้ว ที่ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม คนต่อคิวยาวเหยียดจนร้านแทบแตกทุกสาขากว่า 400 แห่งทั่วประเทศ

ซึ่ง Pizza Hut ก็ได้ทำการหั่นราคาเช่นเดียวกัน มาพร้อมโปรแรง 98 บาท แบบเฉือนกันบาทเดียว โดยมีการโพสต์คอนเทนต์ว่า
“ของเราราคา 98 แถมไม่จำกัดถาด กินจนพุงแตกก็ไม่มีใครว่า ของเค้าราคา 9… แต่จำกัดใจมาก!” ทำเอาโซเชียลไฟลุก คนไลก์เกือบ 1 หมื่นคนเลยทีเดียว
โดยเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “Me Too Marketing” หรือแปลตรงตัวนั่นก็คือ เห็นเขาทำ เราก็ขอทำด้วย เป็นการทำการตลาดของแบรนด์ที่มีสินค้าคล้ายกัน จัดแคมเปญทำคอนเทนต์สู้กับคู่แข่ง เพื่อทำให้เกิดไวรัล และเป็นการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดอาหาร
โปรแรงต่างกัน 1 บาท สะเทือนวงการ
“ราคาหลักสิบ” แต่สะเทือนทั้งวงการฟาสต์ฟู้ด เพราะนี่ไม่ใช่แค่โปรโมชันธรรมดา แต่มันคือ “สงครามการตลาด” ที่ใช้ราคาในการดึงฐานลูกค้าหน้าใหม่ และดึงฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้ออีกครั้ง
โดยปี 2567 เดอะ พิซซ่า คอมปะนี จัดแคมเปญนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พร้อมโปร ราคาพิเศษ ถาดละ 97 บาท ที่ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด สามารถเลือกได้ทุกหน้า จำกัดการซื้อ 5 ถาด/1 ใบเสร็จ/คน คนแห่ซื้อจนร้านบางสาขาอาจจะต้องปิดรับคิวชั่วคราว
ไม่ใช่แค่ขายดี แต่สร้างภาพจำ
หลายคนอาจจะสงสัยว่า ขายราคานี้จะคุ้มหรือเปล่า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าพนักงาน และค่าเช่าแต่ละสาขาก็มีไม่น้อย แต่ในมุมของนักการตลาด การจัดโปรเช่นนี้ เปรียบเสมือนการ “สร้างโมเมนต์” ให้แบรนด์อยู่ในใจผู้บริโภค
– ลูกค้ารู้สึกว่าได้ของดีในราคาถูก
– แบรนด์ได้กระแสไวรัล แชร์กันทั่วทั้ง Facebook และ TikTok
– นอกจากยอดขายพิซซ่าที่เพิ่มขึ้นแล้ว อาจจะได้ยอดขายจากออร์เดอร์เสริม อย่าง ปีกไก่บาร์บีคิว ขนมปังกระเทียม เป็นต้น
หรือจะเป็นโปรแรง 1 แถม 1 ที่ทางพิซซ่า คอมปะนี ได้จัดขึ้นทุกปี ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม งานนี้ไม่ใช่แค่ลูกค้าที่ได้ประโยชน์ แต่ร้านก็ได้ยอดขายที่พุ่งกระฉูดเช่นกัน เพราะ พิซซ่า คอมปะนี เล่นใหญ่จัดหนักมา 2 ปีติด แบรนด์แข็งแรง สาขาครอบคลุม ส่วนพิซซ่าฮัท ก็มีการตอบโต้เร็ว ขอซื้อใจลูกค้าด้วย
