Exclusive Featured SMEs

จากธุรกิจค้าผ้าหลักล้าน สู่พ่อค้าร้านขนมปังปิ้ง! เริ่มต้นอาชีพใหม่วัย 60 ทำขนมปังแบบโฮมเมด ขายได้มากสุดวันละ 4,000 บาท 

ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ย่านค้าขายสำคัญของกรุงเทพฯ ไม่ได้คึกคักไปด้วยร้านกาแฟหรือร้านอาหารสมัยใหม่ แต่เต็มไปด้วยร้านค้าส่งผ้าที่เรียงรายกันอย่างหนาแน่น 

และหนึ่งในนั้นคือร้านค้าส่งผ้าของ ลุงป๋อง-ภิรมย์ สุขะจินตนากาญจน์ อายุ 63 ปี ชายผู้ที่วันหนึ่งตัดสินใจเลิกธุรกิจค้าผ้าที่เคยรุ่งเรืองเฟื่องฟู เพื่อหาหนทางใหม่ในยุคที่การค้าการขาย ค่อนข้างจะเดินไปอย่างยากลำบาก นั่นคือการทำขนมปังปิ้งหอมกรุ่นในร้านเล็กๆ

จุดเริ่มต้นจากธุรกิจผ้า สู่การลงทุนครั้งใหม่ในวัย 60 ป

ลุงป๋อง เล่าถึงเส้นทางชีวิตที่พลิกผันจากร้านขายผ้ามาทำร้านขนมปังว่า เมื่อก่อนตรงนี้เป็นร้านขายส่งผ้า ร้านของเขาตั้งอยู่ใกล้กับตลาดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้าส่งผ้าเช่นเดียวกัน ธุรกิจดำเนินไปด้วยดี สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเฉพาะช่วงที่ทองคำมีราคาเพียงบาทละ 9,000 บาท กำไรจากการขายผ้าของลุงป๋องเคยแตะ 7 หลักต่อปี ถือเป็นธุรกิจที่มั่นคงและน่าทำ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยนแปลง การแข่งขันสูงขึ้น และที่สำคัญคือ “ต้นน้ำ” หรือการผลิตในโรงงานมีต้นทุนที่ถูกลงมาก ทำให้ธุรกิจค้าส่งอย่างเขาต้องเจอกับความท้าทายครั้งใหญ่ กำไรเริ่มหดหายลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้ลุงป๋องต้องมองหาทางเลือกใหม่ ในขณะที่ธุรกิจผ้าเริ่มซบเซา ความคิดที่จะเปิดร้านขายขนมปังที่เขาชื่นชอบก็เริ่มก่อตัวขึ้น

การลงทุนที่คุ้มค่า ลงมือทำในสิ่งที่รักแม้จะไม่ง่าย

ลุงป๋องตัดสินใจที่จะลงทุนครั้งใหม่ในวัย 60 ปี เขาไปเรียนทำขนมปังและตั้งใจที่จะเปิดร้านเล็กๆ ที่นี่ แต่เมื่อได้ลงมือทำจริงๆ ก็พบว่ามันแตกต่างจากที่เรียนมามาก 

“มันก็มีความยากตรงที่เราไม่เคยทำอะไรมาก่อนเลย พอทำมาแล้วมันก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อย เราก็ต้องค่อยๆ ศึกษาแก้ปัญหาไป”

ความท้าทายไม่ใช่แค่การทำขนมปังให้ได้ แต่คือการสร้างสรรค์สูตรที่เป็นของตัวเอง ที่ต้องการขนมปังที่ไม่ใส่สารเติมแต่ง ทำให้เป็นธรรมชาติที่สุด ลุงป๋อง บอกว่า ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกนานเป็นปี ปรับเปลี่ยนสูตรอยู่หลายครั้งเพื่อให้ได้ขนมปังที่อร่อย นุ่ม และปลอดภัยสำหรับลูกค้า เขาไม่ได้ท้อแท้เลย เพราะในช่วงแรกยังมีธุรกิจขายผ้าควบคู่กันไป ทำให้มีเวลาว่างมาทดลองทำขนมปังแจกจ่ายให้ญาติๆ ชิม จนได้สูตรที่ลงตัว

ในส่วนของการลงทุนอุปกรณ์ ลุงป๋อง เผยว่า ใช้เงินไปประมาณ 30,000-40,000 บาท ประกอบด้วยเครื่องนวดแป้งขนาดเล็ก ประมาณ 10,000 บาท และเตาอบอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ประมาณ 9,000 บาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับธุรกิจในอดีต

จากพ่อค้าผ้าสู่คนทำขนม ชีวิตที่ต้องปรับตัวและเรียนรู้ใหม่

การเปลี่ยนจากพ่อค้าขายผ้ามาเป็นคนทำขนมปังคนเดียวในร้าน ทำให้ชีวิตของลุงป๋องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่ขายผ้าอยู่ ส่วนใหญ่จะทำงานเกี่ยวกับเอกสาร เขียนบิล ออกบิล มีลูกน้อง แต่พอมาขายขนมปังปิ้ง ต้องทำคนเดียวทั้งหมดเลย

โดยลุงป๋อง ได้เล่าถึงขั้นตอนการทำขนมปัง ตั้งแต่เริ่มไปจนถึงพร้อมขาย และเบื้องหลังความอร่อยที่ใช้เวลาสู่ขนมปังหอมกรุ่น มีขั้นตอนดังนี้

เตรียมหัวเชื้อ การทำขนมปังเริ่มจากการเตรียมหัวเชื้อไว้ก่อน

นวดแป้ง จากนั้นนำหัวเชื้อมาผสมกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วนำไปนวดให้เข้ากัน

ปั้นแป้ง เมื่อนวดเสร็จแล้วก็แบ่งแป้งออกเป็นก้อนๆ และปั้นให้เป็นลูกกลมๆ

พักแป้ง นำแป้งที่ปั้นเสร็จแล้วไปพักไว้จนได้ที่

เข้าเตาอบ เมื่อแป้งขึ้นได้ที่แล้ว ก็จะนำเข้าเตาอบ แต่ก่อนอบต้องทาด้วยนมเพื่อให้ผิวขนมปังมีความชุ่มชื้นและเงางามน่ารับประทาน

บรรจุถุง เมื่ออบเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงนำมาแพ็กใส่ถุงพร้อมขาย

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ต่อขนมปัง 1 ถาด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความตั้งใจในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้ขนมปังที่มีคุณภาพดีที่สุดสำหรับลูกค้า 

เขาต้องปรับตัวกับบทบาทใหม่ที่ต้องทำทุกอย่างเองตั้งแต่ต้นจนจบ ไปจนถึงการชงกาแฟที่เขาไม่เคยทำมาก่อน 

“จากที่ไม่เป็นเลย ไม่คิดว่าตัวเองจะมาชงกาแฟได้ แต่พอทำไปเรื่อยๆ มันก็เกิดทักษะ ก็สนุกดีครับ”

ร้านขนมปังของลุงป๋องเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าส่วนใหญ่มาจากคนในละแวกนี้และคนที่รู้จักจากสื่อ หรือแม้แต่ลูกค้าที่แวะผ่านมาก็ต้องหยุดชิม 

แม้จะต้องลงมือทำเองทุกอย่าง แต่ผลตอบรับจากลูกค้าก็ทำให้ลุงป๋องมีกำลังใจ วันที่ขายดีที่สุดสามารถทำรายได้ได้ถึงประมาณ 4,000 บาทต่อวัน ซึ่งแม้จะเป็นจำนวนเงินที่ต่างจากธุรกิจในอดีตอย่างมาก แต่ความสุขที่ได้จากการทำในสิ่งที่รักก็เป็นกำไรที่ประเมินค่าไม่ได้ 

ลุงป๋อง เล่าถึงเรื่องราวที่สร้างกำลังใจว่า มีลูกค้าชาวอิตาลีคนหนึ่งสั่งเอสเปรสโซ่แล้วชมว่า “มาเมืองไทยกินไป 6 ร้านแล้ว ที่นี่ The best coffee” คำชมเหล่านี้ทำให้เขามีความสุขและมีแรงที่จะทำต่อไป

ความแตกต่างของโลกการค้า อดีตที่ใช้แรง ปัจจุบันที่ต้องใช้ความรู้

ลุงป๋องมองเห็นความแตกต่างของการค้าขายในยุคอดีตและปัจจุบันอย่างชัดเจน “เมื่อก่อนมันขายของง่ายกว่าสมัยนี้ ถ้าขยันก็ไม่อด” แต่ในปัจจุบัน การแข่งขันสูงขึ้นมาก การทำธุรกิจต้องอาศัยความรู้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ความขยันอย่างเดียว ลุงป๋องเองก็ยอมรับว่าคนรุ่นเขาอาจจะยังไม่ถนัดเรื่องการตลาดออนไลน์เหมือนคนรุ่นใหม่ แต่เขาก็พยายามรักษาคุณภาพของสินค้าไว้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าบอกต่อกันไปปากต่อปาก

แม้ธุรกิจขนมปังจะสร้างรายได้เพียงหลักพันต่อวัน แต่ความสุขที่ได้จากการทำในสิ่งที่รักและการได้เห็นลูกค้ามีความสุขกับขนมที่เขาตั้งใจทำ ก็ถือเป็นกำไรที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับลุงป๋อง บทเรียนจากชีวิตของเขาคือ 

“ถ้าเราชอบ มีอุปสรรคอะไรก็ตาม เราก็มีกำลังใจที่จะข้ามอุปสรรคตรงนั้นไป” 

ซึ่งเป็นปรัชญาที่ทำให้ลุงป๋องสามารถสร้างอาชีพใหม่และมีความสุขกับมันได้แม้จะอยู่ในวัย 63 ปีแล้วก็ตาม

พิกัด 234 ซอยเลื่อนฤทธิ์ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ โทร. 098 980 7860

เผยแพร่เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568

Related Posts

“ทฤษฎีโกงความรู้สึก” เทคนิคไลฟ์สด ของ “เชน-ธนา” CEO นักไลฟ์ ทำยอดขายแตะหลักร้อยล้านบาทต่อปี
ล้มเหลวมาแล้วถึงรู้! เจ้าของ “ซิงซิง หม่าล่า” เปิดสูตรปั้นแบรนด์ให้โตหลายสาขา เรียนรู้จากคู่แข่ง - ใช้โซเชียลเรียกลูกค้า
หากระเป๋าที่เข้ากับชุดไม่ได้ เลยเริ่มสร้างแบรนด์ “Freja” ด้วยเงินเก็บ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างรายได้ กว่า 700 ล้าน