Exclusive Featured SMEs

เจาะโมเดล “ธุรกิจเช่าลูก” ชั่วโมงละ 350 บาท ไม่ใช่แค่รับ-ส่ง แต่เสมือน “ลูกหลาน” ชั่วคราว ตั้งเป้าขับเคลื่อนเพื่อสังคม 2 ด้าน “ให้โอกาสเด็กและเยาวชน-ช่วยเหลือผู้สูงอายุยากไร้”  

ในยุคที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ที่เมื่อจำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีภาระงานและเวลาที่จำกัด จึงส่งผลให้เกิดช่องว่างในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ยังขาดคนดูแลเอาใจใส่ ในช่องว่างนี้จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของตลาดสุขภาพ (Health & Wellness) และตลาดบริการสำหรับผู้สูงอายุ (Silver Economy) 

และในช่องว่างของโอกาสนี้เองที่ คุณแบงค์-ทศวรรษ บุญมา ผู้บริหาร บั้ดดี้โฮมแคร์ (Buddy Homecare) ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้รับการรับรองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ได้จุดประกายไอเดียธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการและสอดคล้องกับสังคมของผู้สูงอายุ โดยได้ต่อยอดธุรกิจและผุดไอเดียออกมาเป็นบริการ “เช่าลูก”

บริการเช่าลูกนี้ มีที่มาอย่างไร ได้รับกระแสตอบรับจากสังคมผู้สูงอายุในไทยมากน้อยแค่ไหน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับคุณแบงค์ ถึงที่มาที่ไป โดยคุณแบงค์ เล่าว่า

บั้ดดี้โฮมแคร์ เริ่มต้นจากการเป็นโครงการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านภายใต้มูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ โดยเน้นให้ความช่วยเหลือ ผู้สูงอายุยากไร้ในชุมชนเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นหลัก

ทีมผู้บริหารมองเห็นช่องว่างของความต้องการการดูแลไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้ยากไร้เท่านั้น แต่กลุ่มคนที่มีเงินแต่ยังขาดคนดูแล ถือว่าเป็นอีกกลุ่มที่พร้อมจ่าย บั้ดดี้โฮมแคร์จึงปรับโครงสร้างมาเป็น บริษัทวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) เพื่อขยายการให้บริการดูแลผู้สูงอายุไปยังทุกระดับในราคาที่ย่อมเยาและเข้าถึงได้

การขับเคลื่อนเพื่อสังคม 2 ด้าน

บั้ดดี้โฮมแคร์ ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคม 2 ทาง คือ ให้โอกาสเด็กและเยาวชน โดยมอบทุนการศึกษาให้เด็กที่ขาดโอกาสได้เรียนต่อในหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 420 ชั่วโมง แรกเริ่มร่วมมือกับคณะพยาบาลศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และส่งพวกเขาเข้าทำงานเพื่อสร้างรายได้ โดยเป็นการทำงานใช้ทุนคืน (คล้าย กยศ. แต่ไม่มีเบี้ยเลี้ยง)

ช่วยเหลือผู้สูงอายุยากไร้ เป็นการนำกำไรจากการให้บริการผู้สูงอายุที่มีกำลังจ่าย ไปช่วยเหลือผู้สูงอายุยากไร้ในชุมชนเขตเมืองเชียงใหม่

ต่อยอดธุรกิจ เปิดบริการเช่าลูก ที่มากกว่าการรับ-ส่ง

คำว่า “เช่าลูก” มาจากแนวคิดที่ว่าคนสมัยใหม่ ไม่ต้องการมีลูก แต่สุดท้ายเมื่อสูงวัยก็ต้องอยู่คนเดียว ความต้องการผู้ช่วยเหลือ จึงเกิดบริการนี้ขึ้นมาเพื่อเข้าไปเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยทำหน้าที่เป็น “ลูกเช่าชั่วคราว” หรือเป็นตัวช่วยสำหรับกลุ่มลูกหลานที่จำเป็นต้องออกไปทำงานหาเงิน และต้องการคนมาช่วยดูแลพ่อแม่ในช่วงเวลาที่ขาดคนดูแล 

จากเดิมที่บั้ดดี้โฮมแคร์ให้บริการดูแลผู้สูงอายุเป็นรายเดือน แต่เมื่อพบว่าผู้สูงอายุหลายคนไม่ได้ต้องการการดูแลตลอดทั้งวัน เพียงแค่ต้องการผู้ช่วยในบางกิจกรรม เช่น พาไปหาหมอ ไปธนาคาร หรือไปตลาด ทีมงานจึงเกิดไอเดียเปิดตัวบริการเช่าลูกแบบรายชั่วโมง โดยคิดเป็นชั่วโมงละ 350 บาท

“ของเรามันไม่ใช่แค่ไปรับส่งแล้วก็จบ ของเรามันไปเดินเรื่องแล้วก็ไปดำเนินการให้เขาด้วย แม้กระทั่งในบ้านเราก็จะไปเป็นเพื่อนพูดคุยให้เขา ไปช่วยเขาสอนเรื่องเล่นติ๊กต็อก” คุณแบงค์ กล่าว

บริการครบวงจร 4 ส่วน

เขาได้เล่าถึงการบริการเช่าลูกไว้เป็นทางเลือกคร่าวๆ ให้กับกลุ่มคนที่กำลังมองหาบริการเช่นนี้ และก็เป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่มองว่าสามารถต่อยอดกับธุรกิจด้านสุขภาพให้กับเจ้าอื่นๆ ได้ โดยให้ความสำคัญว่า “บริการเช่าลูกที่ไม่ใช่แค่การรับ-ส่ง แต่คือการเป็นเพื่อนและผู้ช่วยเหลือในทุกมิติ” และแบ่งการบริการออกเป็น 4 ส่วนสำคัญ ดังนี้

ดูแลสุขภาพ ตรวจสุขภาพ, วัดความดัน, ดูแลเรื่องความปลอดภัยและอุบัติเหตุ

ดูแลอุปกรณ์ ช่วยซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุด เช่น ไม้เท้า

บริการนอกบ้าน พาไปหาหมอ (รวมถึงเดินเรื่อง, รับยา, ทำเอกสาร), พาไปตลาด, พาไปวัด

ดูแลในบ้าน เพื่อนคลายเหงา เป็นเพื่อนพูดคุย, ช่วยสอนเล่นโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok, Line, Facebook ซึ่งผู้สูงอายุอยากเล่น แต่ลูกหลานไม่มีเวลาหรือมักจะหงุดหงิดเมื่อสอน

ปัจจุบันบริการเช่าลูกยังจำกัดอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ แม้ว่าจะมีลูกค้าจากกรุงเทพฯ ติดต่อเข้ามามาก แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการบริหารจัดการบุคลากร (เนื่องจากคิดเป็นรายชั่วโมง) การขยายไปยังพื้นที่อื่นจึงเป็นเรื่องท้าทาย

คุณแบงค์ เน้นย้ำว่า เป้าหมายของบริการคือการสร้างความประทับใจให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าทีมงานเป็น “ลูกหลานเขาอีกหนึ่งคน ไม่ใช่แค่ธุรกรรมทางการเงิน” เมื่อผู้สูงอายุประทับใจ พวกเขาจะมอบความไว้วางใจ และมักจะผูกพันกับผู้ดูแลเดิมจนถึงขั้นรีเควสต์คนเดิมในการใช้บริการครั้งถัดไป

การสร้างความเชื่อมั่นและเอาชนะอุปสรรค

ในฐานะ วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise – SE) บั้ดดี้โฮมแคร์ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ไม่ใช่แค่การบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเป้าหมายทางสังคมที่ตั้งไว้

1. ข้อจำกัดทางการเงิน

วัตถุประสงค์หลักขององค์กรคือการนำกำไรไปช่วยเหลือผู้สูงอายุยากไร้ในชุมชน แต่ด้วยการตั้งราคาที่ย่อมเยาเพื่อเข้าถึงคนทุกระดับ ทำให้กำไรที่ได้ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือทั้งหมด

“อุปสรรคน่าจะเป็นกันหมดทุกคนคือขาดทุน เพราะเราเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ราคาเราก็ไม่ได้แพงมาก ถามว่ากำไรมันพอไหม มันก็ไม่พอที่จะสามารถไปช่วยเหลือได้ ผู้สูงอายุในชุมชนเยอะมาก เราก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นในเชิงของการรับบริจาค เพิ่มเข้ามา” คุณแบงค์ กล่าว

2. การสร้างความเชื่อมั่น

อุปสรรคที่สำคัญที่สุดในงานบริการที่ต้องเข้าถึงตัวผู้สูงอายุโดยตรง คือความหวาดระแวงของลูกค้าต่อความปลอดภัยของทรัพย์สินและความน่าเชื่อถือของผู้ดูแล

“การที่เราจะส่งคนไปมันก็มีคำถามกับเราแล้วว่า เราคัดกรองดีหรือยัง เขากลัวเป็นมิจฉาชีพ จะมาขโมยของ ขโมยเงินหรือเปล่า”

บั้ดดี้โฮมแคร์จึงต้องใช้สถานะของการเป็นบริษัทที่ จดทะเบียนเป็น SP (วิสาหกิจเพื่อสังคม) มาเป็นเครื่องยืนยันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

การคัดกรองบุคลากร 

สำหรับการคัดกรองบุคลากร คุณแบงค์ เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่จะมาเป็นผู้ดูแลต้องผ่านการอบรมมาก่อน และต้องผ่านกระบวนการคัดกรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าว่าปลอดภัย ไม่ใช่การรับใครเข้ามาก็ได้ เพราะการดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องใช้ความใจเย็น โดยคุณสมบัติเบื้องต้นของบุคลากรคือ ต้องมีความเข้าใจในผู้สูงอายุ ต้องทำความเข้าใจความเป็นผู้สูงอายุอย่างลึกซึ้ง ต้องมีการอบรมบุคลากรให้มีความพร้อมในการดูแลทุกกรณี เช่น การเปลี่ยนผ้าอ้อม, การทำแผล, การให้อาหารทางสายยาง และต้องจดทะเบียนอย่างถูกต้องกับกระทรวงสาธารณสุขและเป็นผู้ประกอบการตามกฎหมาย

สุดท้ายนี้ คุณแบงค์ ได้แชร์ประสบการณ์ให้ผู้อ่านได้คิดตามว่า ในการเริ่มต้นธุรกิจเพื่อสังคมช่วงแรกอาจต้องเน้นการหาแหล่งทุนแทนที่จะหวังพึ่งกำไรเพียงอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันมีแหล่งทุนที่สนับสนุนธุรกิจเพื่อสังคมจำนวนมาก สำหรับบั้ดดี้โฮมแคร์เองก็เคยเข้าร่วมและชนะเลิศรายการ Win Win WAR Thailand ซึ่งช่วยให้ได้รับคำแนะนำและพัฒนาความเข้าใจในเชิงธุรกิจมากขึ้น

“หัวใจสำคัญในการทำธุรกิจเช่าลูก ต้องเข้าใจความเป็นผู้สูงอายุให้ได้มากที่สุด”

ผู้เขียน พรนับพัน ภู่ขันเงิน 

Related Posts

MK GROUP สยายปีกอาณาจักรสุกี้ครบทุกเซกเมนต์ ตั้งเป้าโต 12%
สบายใจ ไม่รวย แต่พอกิน! คนรุ่นใหม่ทำเกษตร ปลูกผักสลัดบนดอย มีรายได้หลักหมื่น
“โก๋แก่” แตกไลน์เปิดตัว “โก๋นมถั่ว” (Nut Milk Bar) พร้อมเมนูถั่วสุดฟิน ปักหมุดสาขาใหม่ “ซีคอนบางแค” 1 มิ.ย. นี้!