ท่ามกลางสังคมที่ทุกอย่างต้องทันสมัยและมีราคาสูง แต่ใกล้ๆ กับสะพานนวลฉวี จังหวัดนนทบุรี ยังคงมีร้านไอศกรีมเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ยืนหยัดด้วยรสชาติแบบดั้งเดิมและราคามิตรภาพเพียง 10 บาท ต่อถ้วย
ร้านที่เรากล่าวถึงและอยากจะมาแบ่งปันให้กับผู้อ่านได้รู้จัก คือ “จุยไอศกรีม” ตำนานที่ไม่ได้เป็นเพียงร้านขายของหวานคลายร้อน แต่เป็นเรื่องราวการสืบทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น และการพลิกเกมธุรกิจจากร้านบ้านๆ สู่หมุดหมายของนักชิมด้วยพลังของโซเชียล
รุ่นที่ 1 จุดเริ่มต้นจากสวน สู่ตำนานไอศกรีม
ย้อนกลับไปกว่า 30 ปีที่แล้ว เจ๊ใหม่-สุมาลี นิลธนธำรงศรี อายุ 50 กลางๆ ทายาทรุ่นที่ 2 เล่าว่า เดิมทีครอบครัวเป็นชาวสวนผลไม้ มีทั้งส้มโอ ฝรั่ง และมะพร้าวน้ำหอม แต่เมื่อแต่งงานก็ได้ย้ายมาอยู่บ้านสามี และตัดสินใจทิ้งสวนเพื่อลงมาสานต่อกิจการของพ่อแม่สามี หรือที่เจ๊ใหม่เรียกว่า เตี่ยและแม่
“เตี่ยกับแม่เขาขายไอศกรีมมาก่อน ก่อนที่สามีเจ๊จะเกิดอีก” เจ๊ใหม่ เล่าพร้อมยิ้ม ย้อนความหลัง
ในยุคเริ่มต้นของคุณพ่อคุณแม่นั้น เริ่มต้นจากศูนย์ ทำไอศกรีมกันเองเพียงวันละถังสองถัง แล้วเข็นขายไปตามหมู่บ้านในละแวกนั้น โดยขายในราคาเริ่มต้นเพียง 50 สตางค์ต่อถ้วย นับเป็นการวางรากฐานความอร่อยและเป็นราคาที่มองว่าเสมือนการแบ่งปันที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
รุ่นที่ 2 ความกล้าที่จะเปลี่ยนและเอกลักษณ์ “กะทิสดโบราณ”
เมื่อเจ๊ใหม่เข้ามาสานต่อกิจการ ด้วยความที่เป็นคนใจสู้ มองว่าอะไรก็ทำได้ถ้าตั้งใจจริง “มาถึงได้ 2-3 วัน เราทำเป็นเลย” เจ๊ใหม่ตัดสินใจลงมือทำอย่างเต็มตัว แม้จะต้องเจอความหนักหนาสาหัสของการทำไอศกรีมโบราณ ทั้งการแบกน้ำแข็งก้อนใหญ่ แบกเกลือหนักๆ จนมือไม้พังเพราะถูกเกลือกัด
แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการค้นหาเอกลักษณ์ของร้าน เจ๊ใหม่สังเกตเห็นว่าไอศกรีมทั่วไปตามท้องตลาดมักจะแข็งจนตักไม่ออก ขูดไม่เข้า ลูกค้ามักจะบ่นเรื่องความยากลำบากในการกิน จากปัญหาของลูกค้า เจ๊ใหม่จึงเกิดไอเดีย พลิกเกมโดยหันมาชูโรงไอศกรีมกะทิสดโบราณให้เป็นพระเอกของร้าน
“ไอศกรีมของเรามันจะเป็นไอศกรีมโบราณ จะเหลวๆ หน่อย จะเน้นตัวนี้ขึ้นมาทำ ไม่เน้นตัวที่แข็งมาก” เธอเล่า
ไอศกรีมกะทิสดโบราณของจุยไอศกรีม ต้องอาศัยฝีมืออย่างแท้จริงในการปั่น โดยเจ๊ใหม่สามารถทำไอศกรีมให้แข็งได้ภายในครึ่งชั่วโมงต่อถัง ซึ่งเร็วกว่าคนอื่นๆ ที่อาจใช้เวลานับชั่วโมง ความหวานมัน หอมกะทิสด และเครื่องที่แน่นจุกๆ ทั้งลอดช่อง ข้าวโพด ทับทิมกรอบ และขนุน ในราคาที่จับต้องได้คือสิ่งที่ทำให้ “จุยไอศกรีม” แตกต่างและครองใจลูกค้ามานานหลายสิบปี
พลิกวิกฤตสู่โอกาส โซเชียลคือตัวช่วย
ในอดีต ร้านจุยไอศกรีมเป็นที่รู้จักในวงจำกัด อาศัยเพียงการบอกต่อแบบปากต่อปาก แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 ยอดขายก็ซบเซาลง เจ๊ใหม่ตัดสินใจใช้โอกาสนี้ในการปรับตัว
“สมัยก่อนไม่มีติ๊กต็อกมันก็จะน้อยกว่านี้ พูดตรงๆ บางทีก็นั่งง่วงนั่งหลับ ก็ตั้งแต่พิษโควิด พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” เจ๊ใหม่ กล่าว
แม้เจ๊ใหม่จะยอมรับว่าทำเองไม่เป็น แต่ด้วยความช่วยเหลือจากลูกค้าที่น่ารักที่ช่วยกันถ่ายคลิป แชร์เรื่องราวความอร่อย ราคาถูก และหัวใจของการแบ่งปันของร้าน ทำให้ “จุยไอศกรีม” กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ จนลูกค้าหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ
ยอดขายที่เคยเงียบเหงาก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ วันธรรมดาสามารถขายไอศกรีมได้ 100-200 กิโลกรัมต่อวัน และในวันหยุดสุดสัปดาห์พุ่งสูงถึง 500 กิโลกรัม หรือกว่า 40-50 ถังต่อวัน จนถึงขั้นที่ว่า พ่อแม่ลูกกับพี่น้อง แทบจะคลานเพราะลูกค้าหลั่งไหลทั้งวันเลย
“สู้ ขยัน และรวย” คือ “คติ” เตือนใจ
แม้ปัจจุบันจะมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เจ๊ใหม่ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญของร้าน นั่นคือ การแบ่งปัน ราคาไอศกรีม 10 บาท เป็นราคาที่ไม่ได้หวังกำไร แต่คือการสร้างแรงดึงดูดและให้ลูกค้าได้จับต้องได้
“เวลาเราเจอสินค้าอะไรที่มันอร่อยและราคาถูก ที่พอจับต้องได้ ก็เป็นทางเลือกให้ลูกค้า เห็นไอ้นั่นก็น่ากิน เห็นไอ้นี่ก็น่ากิน ไม่กินไอศกรีมก็กินอย่างอื่นได้” เธอกล่าว
เจ๊ใหม่ ยอมรับว่า แม้จะเหนื่อยและต้องเจอกับมิจฉาชีพที่มาในรูปแบบต่างๆ จากช่องทางออนไลน์ แต่พลังใจที่ยิ่งใหญ่มาจากลูกค้าประจำที่ตามติดมาตั้งแต่รุ่นเตี่ย แล้วส่งต่อมาถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน
ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ที่กำลังจะส่งต่อกิจการให้ลูกขึ้นมารับช่วงรุ่นที่ 3 เจ๊ใหม่ สรุปเคล็ดลับความสำเร็จไว้อย่างเรียบง่าย คือ “สู้ ขยัน แล้วรวย”
“เรามีโอกาสแล้วเราไม่ขยัน เงินมาถึงหน้าบ้านไม่ทำไม่ได้ ต้องขยัน สู้ แล้วจะรวย” เจ๊ใหม่ เล่าพลางยิ้มด้วยความภูมิใจ
จุยไอศกรีม จึงไม่ได้เป็นเพียงร้านไอศกรีมราคาถูก แต่เป็นตำนานที่ถูกหล่อหลอมด้วยความอร่อยแบบโบราณ ความอดทน และพลังแห่งการแบ่งปัน ที่พิสูจน์แล้วว่า ถึงแม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่เมื่อผนวกกับพลังของโซเชียลอย่างถูกจังหวะ ก็สามารถพลิกชีวิต และกลายเป็นหมุดหมายที่สร้างความสุขให้แก่ลูกค้าได้โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งความเป็นตัวตนของตนเองไปแม้แต่น้อย
