การถูกเลย์ออฟจากงาน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางใหม่ ทำให้เราได้ค้นพบสกิลที่ไม่เคยรู้ว่ามี และเติบโตไกลกว่าที่คิด
เรื่องราวของ คุณแบม-วศินี อินทรีย์ทอง วัย 25 ปี จากผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะ ที่วันหนึ่งต้องออกจากงานประจำ ก่อนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปิดร้าน Babunok Tea Bar (บาบุนก ที บาร์) ร้านลับย่านบางกรวย ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้วัดชลอ
ด้วยการหยิบ “ชาใต้” จากบ้านเกิดของแม่มาเป็นจุดขาย ผสมไอเดียบาร์อิฐบล็อก ที่ลูกค้าชมว่าเท่ ผ่านคอนเทนต์ที่ทำอย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นไวรัล สามารถสร้างยอดขายพีกสุด 150 แก้วในหนึ่งวัน
ในคอลัมน์ Young Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้านบาบุนก ที บาร์ ถึงแนวคิดการเปิดร้านนี้

เปิดคาเฟ่หน้าบ้าน หลังถูกเลย์ออฟ
คุณแบมเคยทำงานเป็น Project Manager หรือผู้ดูแลนิทรรศการศิลปะให้กับแกลลอรี่แห่งหนึ่งที่เปิดมาได้เพียง 1 ปี ก่อนชีวิตจะสะดุดลงอย่างกะทันหัน เมื่อเธอถูกเลย์ออฟในวัยเพียง 24 ปี แม้จะได้รับเงินชดเชยตามกฎหมาย ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ชีวิตในช่วงนั้น แต่ด้วยความไม่อยากทิ้งเวลาให้ยืดยาวและสูญเปล่า เธอจึงเริ่มต้นสมัครงานใหม่ เพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว
“เราอยากทำงานเลย เพราะเป็นหลักในการหาเงินของครอบครัว เลยทำให้แอบกดดันนิดหนึ่ง แต่ก็เป็นจังหวะนรก เหมือนบริษัทได้คนไปแล้ว และไม่มีใครเปิดรับอะไรเลย ด้วยเป็นสายงานศิลปะ ก็มีความยาก เลยได้แค่เป็นจ๊อบๆ เราเลยทำทุกอย่าง ดูแล KOL ก็ทำ แต่ก็อยากได้งานประจำ มีเงินเดือน
ด้วยอายุเราหางานไม่ยากหรอก แต่เราอยากทำงานที่อยากทำ และเอ็นจอยกับมันจริงๆ เลยต้องรอ Recruit จนถึงจุดที่ว่า ไม่อยากทำอย่างนี้ต่อแล้ว ชีวิตเราต้องไปต่อ นั่งมองเงินก้อนที่ได้มา จะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้เงินก้อนนี้หายไปภายในไม่กี่เดือน มันมีสิ่งที่เราต้องจ่ายแต่ละเดือนจนเกิดไอเดียปิ๊งแวบเปิดร้านกาแฟ”
เหตุผลที่ทำให้คุณแบมอยากเปิดร้านกาแฟ เพราะเธอเคยทำงานพาร์ตไทม์เป็นบาริสต้าจนเกิดเป็นความชอบส่วนตัว ประจวบเหมาะกับครอบครัวฝั่งแม่เปิดร้านชาใต้อยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นร้านที่มีรสชาติอร่อย แต่ยังชงขายแบบบ้านๆ ในราคาสบายกระเป๋า จึงเป็นโจทย์สำคัญที่เธออยากนำมาต่อยอดให้มีมูลค่าเพิ่ม
“เราปิ๊งไอเดียได้ไม่ถึงสัปดาห์ ก็ซื้อตั๋วรถไฟลงไปกับแม่ 3 วัน ดูทุกอย่าง ต้องใช้อะไร สูตรอะไร แล้วลองชง เราถนัดมือจากการเป็นบาริสต้ามาก่อนแล้ว เลยเรียนรู้ได้เร็ว แล้วขึ้นมากรุงเทพฯ หาอุปกรณ์ทุกอย่าง เพื่อเปิดร้านภายในหนึ่งสัปดาห์ ตอนนั้นรีบมาก ของบางอย่างยังส่งมาไม่ครบเลย แต่รู้ตัวว่าเป็นคนไฟมอดไว เลยเริ่มเร็ว แล้วใช้วิธีของคนรุ่นใหม่ ขายดีลิเวอรี และลงโซเชียล เพราะรู้สึกว่าร้านลับ เดี๋ยวนี้คนเข้าถึงง่ายมาก”

ปั้นคอนเทนต์ ให้เป็นยอดขาย
การเปิดร้านเล็กๆ หน้าบ้านในช่วงแรก คุณแบมยอมรับว่ายังไม่ได้คาดหวังหรือจริงจังมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เธอยิ่งรู้สึกสนุกและมีความสุขกับร้านของตัวเองมากขึ้น
อีกทั้งยังสร้างรายได้เข้ากระเป๋า โดยไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องทำเงินจำนวนมาก ขอแค่ให้ใกล้เคียงกับเงินเดือนประจำในอดีตก็พอแล้ว แต่ปรากฏว่าวิดีโอคอนเทนต์ที่ทำลงโซเชียลทั้งจากตัวเองและมีคนมาช่วยรีวิว ช่วยเปิดการมองเห็นให้ร้านเล็กๆ ได้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนบ้านใกล้เรือนเคียงและบริเวณโดยรอบ จึงทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นมาเกินกว่าที่คาดไว้
“ช่วงเดือนแรกขายได้วันละ 20-30 แก้ว ไม่เคยเกิน 2,000 บาท จนพี่ยุ้ยลงวิดีโอให้ ทำให้ยอดขายพุ่งสูงขึ้นคูณ 5 เท่า ตอนนั้นเรายังไม่พร้อมด้วย ยังไม่มีซิงค์ล้างจาน ยังใช้ถังน้ำอยู่เลย แต่ทุกคนมาถล่มร้านแล้ว” คุณแบมเล่าถึงบรรยากาศวันขายดี
ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาร้านให้พร้อมบริการมากขึ้น ทั้งอุปกรณ์และเครื่องดื่มหลากหลายเมนู ที่ไม่ได้ขายแค่กาแฟ แต่ยังมีชาใต้ ช็อกโกแลต มัทฉะ และเมนูอื่นๆ ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเจเนอเรชั่น
โดยขายเริ่มต้นแก้วละ 50 บาท เป็นราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่เธอคิดมาแล้วว่าไม่อยากขายราคาสูงเกินไป เพราะอยากให้เป็น Everyday Drink ดื่มได้ทุกวัน และด้วยความที่เป็นชาไทย หากขายราคาสูงเกินไปก็กลัวจะขายยาก แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้ราคาต่ำไป เพราะจะทำให้ร้านอยู่ไม่ได้
“ร้านที่ใต้ขายแก้วละ 30 บาท เราขายด้วยต้นทุนแพงกว่านิดหนึ่ง ด้วยแพ็กเกจและของที่ใช้บางอย่างก็ปรับให้เหมาะสมกับร้าน ยอดขายวันธรรมดาอยู่ที่ 70-80 แก้วต่อวัน วันเสาร์-อาทิตย์ อยู่ที่ประมาณ 100 แก้ว บวกลบ พีกสุดที่เคยได้คือ 150-160 แก้วต่อวัน”

วัตถุดิบส่งตรงจากใต้
แม้ร้านบาบุนก ที บาร์ ของคุณแบมจะขายเมนูหลากหลาย แต่เครื่องดื่มที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านคือชาใต้ที่ส่งตรงมาจากใต้อย่างแท้จริง ส่วนหนึ่งเพราะเธอเป็นคนใต้จึงอยากคอนเน็กกับความเป็นใต้ให้ได้มากที่สุด อีกส่วนคือบริเวณร้านยังไม่มีร้านไหนที่เป็นชาใต้จริงๆ
“เราเป็นคนใต้แค่ครึ่งเดียว เพราะพ่อเป็นคนกรุงเทพฯ และอยู่กรุงเทพฯ มาตั้งแต่เด็ก จะกลับใต้แค่ช่วงเทศกาล รู้สึกว่าอยากคอนเน็กกับบ้านเรา และด้วยแถวๆ บ้านที่กรุงเทพฯ ไม่มีร้านที่เป็นชาใต้จริงๆ ก็เลยเอาวัตถุดิบจากใต้มาเป็นจุดขาย อาจจะดูเป็นสโลว์บาร์ ร้านคนรุ่นใหม่ แต่ว่าร้านเราเป็นชาใต้จริงๆ นะ”
ซึ่งความเป็นชาใต้ ไม่เพียงให้รสชาติอร่อย เข้มข้น แต่คุณแบมยกให้เป็น Multi Purpose หรือมีสารพัดประโยชน์ ในเชิงของฟังก์ชันสามารถนำไปดื่มแทนกาแฟหรือมัทฉะได้ รวมทั้งนำไปทำขนมหรืออย่างอื่นได้อีกมากมาย
นอกจากนี้ คุณแบมยังนำช็อกโกแลตคราฟต์จากทุ่งสง กาแฟโรบัสต้าแบบสำเร็จรูปจากใต้มาชงเป็นเครื่องดื่มในร้านให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง จึงเรียกได้ว่าทุกแก้วที่ถูกเสิร์ฟเต็มไปด้วยรสชาติและตัวตนของคนใต้แท้ๆ
บาร์อิฐบล็อก ที่คนชมว่า “เท่”
อีกหนึ่งความโดดเด่นของร้านบาบุนก ที บาร์ นอกจากเรื่องวัตถุดิบ คือการออกแบบหน้าร้านในงบและพื้นที่ที่จำกัด จนออกมาเป็น “บาร์อิฐบล็อก” ไอเดียเรียบง่ายแต่สะดุดตา ที่คุณแบมได้แรงบันดาลใจมาจากเพื่อนของเธอ และเมื่อถ่ายคอนเทนต์บาร์อิฐบล็อกลงในโซเชียล ทำให้พบว่ามีคนสนใจไอเดียนี้จำนวนมาก
“วิดีโอนั้นเราตั้งกล้องถ่ายมุมผิด ทำให้เห็นบาร์เยอะไป ก็พูดถึงบาร์เลยแล้วกัน แล้วกลายเป็นว่าคนสนใจเยอะมาก ตอนแรกอยากจะทำเป็นคีออสดีๆ นั่นแหละ แต่งบมันจะบานปลาย เพราะตั้งงบไว้ในระดับหนึ่ง ต้องใช้เงินก้อนแค่ครึ่งเดียว
ไอเดียนี้เราได้มาจากเพื่อนที่เป็นศิลปิน เขาชอบปลูกต้นไม้ เลยบอกให้เอาอิฐบล็อกมาวางเรียงๆ กัน เพราะที่บ้านก็ทำแบบนั้นกับต้นไม้ เวลาเบื่อก็เปลี่ยนได้ ยกเข้ายกออกไปวางตรงไหนก็ได้ อิฐก้อนหนึ่งไม่เท่าไหร่เอง เคยเห็นมีหลายร้านทำ แต่ก็ต่างออกไป บางร้านใช้อิฐมอญ บางร้านใช้อิฐตัวหนอน แต่เราเลือกอิฐบล็อก เพราะชอบสีเทา”
ซึ่งการใช้อิฐบล็อกช่วยให้เธอประหยัดงบได้มาก โดยใช้ไปประมาณ 1,200 บาท เพราะอิฐหนึ่งตัวราคาไม่กี่บาท โดยต้องเริ่มวัดขนาดอิฐบล็อก ก่อนนำมาคำนวณกับพื้นที่ว่าต้องใช้อิฐกี่ก้อน จากนั้นให้นำมาวางเรียงกัน เธอเน้นย้ำว่าต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยและทาสีเคลือบกันฝุ่น ซึ่งสามารถช่วยได้ประมาณหนึ่ง ส่วนเรื่องแมลงที่อาจเข้าไปตามรู ในตอนนี้ยังมีแค่มด ซึ่งสามารถป้องกันได้
คุณแบมย้ำว่า หลายคนติดใจกับบาร์อิฐบล็อกมาก เพราะมีความเท่ จนกลายเป็นอัตลักษณ์ของร้านไปโดยปริยาย และกลายเป็นว่าลูกค้าเรียกชื่อร้านว่า “ร้านบาร์อิฐบล็อก” เพราะชื่อบาร์บุนก ที่นำชื่อพ่อกับแม่มาตั้งรวมกัน นั้นเรียกยากเกินไป
เป็นนายตัวเอง ค้นพบสกิลใหม่
จากชีวิตมนุษย์เงินเดือน และเคยทำงานพาร์ตไทม์เป็นบาริสต้า ปัจจุบันเมื่อมาเป็นเจ้านายตัวเอง คุณแบมยอมรับว่ามีความแตกต่าง เพราะการทำธุรกิจต้องคิดและอยู่ด้วยตลอด 24 ชั่วโมง ทว่าก็ทำให้เธอค้นพบความสามารถใหม่ ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้เหมือนกัน
“ไม่มีเข้ากะ 6 โมงเช้า แล้วออกบ่าย 3 จากเมื่อก่อนเราแค่เช็กว่าของใกล้หมด แล้วผู้จัดการจะเป็นคนดูแล ตอนนี้เราก็ต้องดูสต๊อกเอง คุมเอง สั่งเอง อย่างนมข้นหวาน นมข้นจืด อาจจะสต๊อกทีละถาดสองถาด แก้วทีละ 1,000 ใบ ไม่ได้มีเงินก้อนให้หมุนเยอะ เลยไม่ได้สต๊อกใหญ่ ความในใจของร้านเล็ก พอสต๊อกน้อยทำให้ต้นทุนบางอย่างแพงกว่าปกตินิดหนึ่ง
และพบว่ามันไม่ได้สวยหรูแค่ยืนหน้าบาร์ ต้องตื่นมาต้มชา ล้างอุปกรณ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการเปิดร้านขายเครื่องดื่ม
ส่วนเรื่องต้นทุน กลายเป็นว่าต้องเรียนรู้การทำบัญชีย่อยๆ ทั้งๆ ที่ไม่ถนัดตัวเลข เป็นสกิลใหม่ที่เติมเข้ามา มาจากสถานการณ์บังคับ อยู่ดีๆ ทำได้เอง” คุณแบมบอกอย่างนั้น
ความสุขจากบาบุนก ที บาร์
สุดท้ายนี้ ถามคุณแบมถึงความสุขจากการเปิดร้านบาบุนก ที บาร์ สิ่งหนึ่งคือการได้เปลี่ยนผู้คนที่มีปฏิสัมพันธ์ด้วย ซึ่งเป็นความสุขเล็กๆ ในทุกๆ วัน
“ความเป็นบาริสต้า ต้องคอนเน็กกับลูกค้าตลอด เราก็เจอลูกค้าที่เขามาเพื่อจะได้มาสนทนากับเรา วันละแค่ไม่กี่นาทีสั้นๆ เรารู้สึกว่าตรงนั้นมันเฮลตี้มาก ไม่ได้ลึกขนาดรู้ไส้รู้พุง แต่เป็นการที่เราให้ World of Affirmation กันทุกวันแบบงงๆ
มีลูกค้ามากับคุณพ่อ เขาก็จะสวัสดีค่ะ น้องแบม วันนี้พี่เหนื่อยมาก มาบ่นให้ฟังประมาณ 1 นาที เราก็ให้กำลังใจเขา พี่ออกจะเก่ง เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าทำได้ เป็นการสนทนาที่ผิวเผิน แต่ Made a day ได้เลย
เป็นสิ่งที่เราชอบมาก มนุษย์เป็นสัตว์สังคมยังไงก็ต้องมีปฏิสัมพันธ์ การที่เรามีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า เป็นช่วงสั้นๆ ที่กำลังพอดี เราเจอคนเยอะเหมือนเดิม แต่เฮลตี้กว่า”
และจากการทำธุรกิจเล็กๆ หน้าบ้าน ใจหนึ่งของคุณแบมอยากทำให้ร้านนี้อยู่ได้ แต่ก็ยังอยากกลับไปทำงานประจำ เพราะปูทางมานาน คนรู้จักและไว้ใจใช้งานแล้ว ประกอบกับอายุยังน้อย ยังมีโอกาสได้ลองทำงานอื่นๆ กับที่อื่นๆ อีกมากมาย จึงต้องใช้เวลาถามตัวเองให้แน่ใจอีกนิดหนึ่งว่าจะเลือกเส้นทางไหน
พิกัด
ร้านตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนารารมย์, สินธรา ซ.3 ตำบล วัดชลอ อำเภอบางกรวย นนทบุรี
หน้าร้านเปิด 08.00-18.00 น.
สั่งดีลิเวอรีได้ทางไลน์แมน เพียงค้นหาชื่อ “บาบุนก ที บาร์”
