ราคาทองคำในประเทศวันนี้ (29 มกราคม 2569) สร้างความตกตะลึงให้กับตลาดอีกครั้ง หลังเปิดตลาดพุ่งขึ้นทันทีถึง 3,700 บาท โดยราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อที่ 81,360 บาท และขายออกที่ 81,450 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณขายออกแตะระดับ 82,250 บาท
การทะยานขึ้นอย่างรุนแรงนี้สอดคล้องกับ “ราคาทองโลก” (Gold Spot) ที่ล่าสุดพุ่งไปแตะระดับ 5,595 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางกระแสการวิเคราะห์จากกูรูหลายสำนัก โดยเฉพาะทาง ฮั่วเซ่งเฮง ที่ชี้ให้เห็นถึง 2 ปัจจัยนัยสำคัญที่กำลังบีบให้กระแสเงินไหลเข้าสู่ทองคำอย่างไม่หยุดหย่อน ดังนี้
1. ความเชื่อมั่นต่อ “ดอลลาร์” ที่เริ่มสั่นคลอน
เงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่วนหนึ่งมาจากสัญญาณของเฟดนิวยอร์กที่คาดการณ์ว่า ปธน.ทรัมป์ อาจยินดีให้ “เงินเยน” แข็งค่าขึ้นเพื่อแลกกับดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นกับนโยบายการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง กลายเป็นที่พักเงินชั้นดี นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลเรื่องภาวะ Partial Shutdown ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569
2. สงครามน้ำลายสู่ความเสี่ยง “ภูมิรัฐศาสตร์” สหรัฐฯ-อิหร่าน
ความตึงเครียดระอุขึ้นเมื่อ ปธน.ทรัมป์ ขู่จะส่งกองเรือรบขนาดใหญ่เข้าจัดการอิหร่านหากไม่ยอมเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ ขณะที่ทางอิหร่านเองก็ตอบโต้อย่างดุดันว่า “พร้อมปิดช่องแคบฮอร์มุซ” และจะถือว่าใครก็ตามที่สนับสนุนสหรัฐฯ คือศัตรูทันที ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ทองคำทำหน้าที่เป็น “หลุมหลบภัย” อย่างสมบูรณ์แบบ
ขาขึ้นที่ไร้จุดสิ้นสุด หรือแค่รอวัน “ฟองสบู่แตก”
ท่ามกลางราคาที่สูงลิ่ว คำถามที่ตามมาคือ ทองคำจะมีวันราคาร่วงไหม หากย้อนมองประวัติศาสตร์ เราจะพบคำตอบที่น่าสนใจ
ปี 1970-1980 ทองคำเคยพุ่งแรงจากความกลัวเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน จนไปแตะระดับ 850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสูงมากในยุคนั้น เพียง 2 ปีหลังจากจุดสูงสุด ภาวะฟองสบู่ทองคำก็แตกสลาย ราคาร่วงลงกว่า 50% เหลือเพียง 297 ดอลลาร์ ทำให้นักลงทุนที่แห่ซื้อตามกระแสต้องแบกรับการขาดทุนอย่างยาวนาน
ราคาทองวันนี้สะท้อนอะไร?
จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาทองคำพุ่งสูงในขณะนี้ อาจไม่ใช้การสะท้อนถึงเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงความต้องการซื้อเท่านั้น แต่อาจจะสะท้อนถึงความไม่มั่นใจของตลาดโลก ทั้งในเรื่องของค่าเงิน ดอกเบี้ย ความระอุทางการเมือง และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม แม้ทองคำจะเป็นขาขึ้น อาจไม่ใช่การเก็งกำไร นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณและวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วน ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปที่จุดสูงสุดของราคา เพราะจากประวัติศาสตร์ที่เคยมีมาอาจเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า ไม่มีสินทรัพย์ใดพุ่งขึ้นเป็นเส้นตรงได้ตลอดกาล
ขอบคุณข้อมูล
https://gqthailand.com/article/nine-facts-about-investing-in-gold
