ในวันที่โลกการเงินเต็มไปด้วยความผันผวน และ “ทองคำ” กลายเป็นสินทรัพย์ยอดฮิตที่คนไทยแห่ลงทุนจนกราฟพุ่ง แต่เบื้องหลังตัวเลขกำไรมหาศาลนั้น กลับซ่อนส่งผลกระทบที่ตามมา ทั้งค่าเงินบาทและเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยอย่างคาดไม่ถึง
คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในงาน “Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย” ถึงประเด็นเรื่องทองคำ ค่าเงิน ตลอดจนทุนเทา ซึ่งมีผลกระทบเชื่อมโยงกัน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้รวบรวมประเด็นสำคัญ ดังนี้
กับดัก “ทองคำ” ที่กดดันค่าเงินบาท
คุณวิทัยเผยให้เห็นข้อมูลที่น่าตกใจว่า “วัฒนธรรมการสะสมทองคำ” ของคนไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่หุ้นตกต่ำ ได้ผลักดันให้คนแห่ไปลงทุนในทองคำผ่านแอปพลิเคชันจนวอลลุ่มการซื้อขายต่อวันสูงกว่าตลาดหุ้นหลายเท่าตัว แต่สิ่งที่ตามมาคือ “พฤติกรรมรวมหมู่” ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าเงินบาท
เมื่อทองคำราคาพุ่งสูงขึ้น ทุกคนจะนำทองในแอปมาขายพร้อมกัน ร้านทองต้องนำทองไปขายในตลาดโลกเพื่อรับเงินดอลลาร์ จากนั้นก็นำดอลลาร์มาแลกกลับเป็นบาทเพื่อส่งมอบให้ลูกค้า
ในเดือนสิงหาคม 2568 พบว่าแรงก์เทขายดอลลาร์ที่ทำให้บาทแข็งค่านั้น มาจากธุรกรรมทองคำสูงถึง 62% ของการขายดอลลาร์ทั้งประเทศ
นี่คือเหตุผลที่แบงก์ชาติต้องเร่งเข้ามาควบคุมการซื้อขายทองคำออนไลน์ในส่วนที่เป็นเงินบาท (Gold THB) เพื่อลดแรงกดดันไม่ให้บาทแข็งค่าจนเกินไป ซึ่งกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศอย่างรุนแรง
ช่องโหว่ “ทองคำ” และ “ทุนเทา”
อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองคือเรื่อง “ทุนเทา” คุณวิทัยตั้งข้อสังเกตถึงการส่งออกทองคำไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีปริมาณผิดปกติ ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับการฟอกเงินของนักการเมืองและข้าราชการทุจริต
แบงก์ชาติจึงเตรียมใช้ พ.ร.บ. แลกเปลี่ยนเงินตรา เข้ามากำกับดูแลร้านทองและแอปพลิเคชันทองคำอย่างเข้มงวด
มาตรการ “คุมเงินสด” ดัดหลังคอร์รัปชัน
หนึ่งในมาตรการที่ดุดันที่สุดคือการ “บีบให้กลับมาใช้เงินโอน” คุณวิทัยระบุว่าทุนเทาและคอร์รัปชันคือตัวกัดกร่อนประเทศ และ “เงินสด” คือช่องทางหลักที่ใช้ในการทุจริต โดยแบงก์ชาติกำลังเตรียมออกกฎเกณฑ์ใหม่ภายใน 2 เดือนนี้
การเบิกเงินสดจำนวนมากต้องแจ้งที่มา เช่น ใครจะเบิกเงินสดตั้งแต่ 3-5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ (Due Diligence) ว่านำเงินไปทำอะไร และธนาคารต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบนี้
จำกัดการแลกเงิน ร้านแลกเงิน (Money Changer) จะถูกห้ามไม่ให้แลกเงินเกิน 8 แสนบาท หรือหากอยู่ตามชายแดนห้ามเกิน 2 แสนบาท เพื่อป้องกันการฟอกเงินข้ามชาติ
จับตา E-Wallet ต่อไปการโอนเงินผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จะมีการทำ Profiling ตามสถานะ เช่น พ่อค้าหมูปิ้งจะมาโอนเงินทีละล้านไม่ได้ หากพบพฤติกรรมผิดปกติจะถูกตรวจสอบเส้นทางเงินและส่งเรื่องต่อให้ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ทันที
ช่วยกันลงมือทำ อย่าช่วยกันพูด
คุณวิทัยทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ปัญหาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลา แต่การที่แบงก์ชาติขยับเข้ามาจัดการเรื่อง ธุรกรรมทองคำออนไลน์และเส้นทางเงินสด อย่างเต็มศักยภาพ คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการบรรเทาปัญหาทุนเทาและรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท
“เราพยายามทำ เพราะมันจะช่วยประเทศ ช่วยเศรษฐกิจ ช่วยกันลงมือทำ อย่าช่วยกันพูด แล้วปัญหาจะค่อยๆ ผ่อนคลาย สิ่งต่างๆ จะค่อยทยอยเกิดขึ้นเป็นเรื่องดีกับประเทศไทย”
