Featured SMEs รอบโลก

วิศวกรวัย 30 ใช้เวลา 2 ปีปั้นธุรกิจเสริมควบคู่กับงานประจำ โกยรายได้เกือบ 50 ล้านต่อปี

ความสำเร็จในอาชีพมักถูกนิยามด้วยความมั่นคง ตำแหน่ง และเงินเดือนที่สูง แต่สำหรับคนทำงานหลายคน ตัวชี้วัดแบบเดิมๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของความยืดหยุ่น ความเป็นอิสระ และความรับผิดชอบส่วนบุคคล ในช่วงที่ชีวิตต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน

วิศวกรสาวคนหนึ่งในนิวยอร์กได้ตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ หลังจากที่เธอตระหนักได้ว่าตำแหน่งงานในบริษัทที่ให้ค่าตอบแทนสูงนั้น แทบไม่มีเวลาให้กับครอบครัวหรือความเป็นส่วนตัวเลย

Luisa Zhou (ลุยซ่า โจว) บัณฑิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก Princeton University ได้วางแผนลาออกจากงานอย่างรอบคอบ โดยเธอใช้เวลา 2 ปีในการปั้นอาชีพเสริมให้กลายเป็นอาชีพหลักได้สำเร็จ โดยปัจจุบันเธอเป็นผู้ประกอบการหญิงที่สร้างตัวเองจนกลายเป็นเศรษฐีเงินล้าน และใช้เวลาทำงานเพียงวันละประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้น

สัมผัสโลกผู้ประกอบการ

เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการทำงานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ที่องค์กรบริการด้านการเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำอาชีพนี้นั่นก็เพราะว่าเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงเป็นอันดับแรก 

แม้ว่างานนี้จะให้ความแน่นอนทางการเงิน แต่เธอกลับไม่รู้สึกว่าการทำงานนี้จะสามารถมอบความสุขให้ได้ จากนั้นมุมมองของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงอายุ 20 ต้นๆ เมื่อเธอได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง (Co-founder) ของบริษัทสตาร์ทอัพแห่งหนึ่ง และนำความรู้ด้านวิศวกรรมมาใช้ในโครงการนั้น

แต่ท้ายที่สุดบริษัทสตาร์ทอัพดังกล่าวกลับไปไม่รอดและต้องปิดตัวลง แต่ประสบการณ์ครั้งนั้นกลับสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเธอเป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้ได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการระดมทุน การเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงได้เห็นทางเลือกในอาชีพใหม่ๆ ที่นอกเหนือไปจากการทำงานในโครงสร้างองค์กรแบบเดิมๆ

จากนั้นเธอได้ย้ายไปทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัพด้านโฆษณาดิจิทัล และงานนี้เธอได้รับเงินเดือนสูงถึงหลักแสน ถึงแม้จะมีความก้าวหน้าทางการเงิน แต่การขาดอิสระในการทำงาน ยังคงเป็นปัญหาที่เธอนั้นกังวล

“เราไม่ชอบการที่เจ้านายไม่ยอมให้เลิกงานก่อน 5 โมงเย็น ทั้งที่เราก็เคลียร์งานเสร็จหมดแล้ว” เธอกล่าวพร้อมเน้นย้ำถึงโครงสร้างองค์กรที่เข้มงวดเกินไป จนทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่

จุดเปลี่ยนชีวิต…จากวิกฤตครอบครัว

เธอต้องพบกับเหตุการณ์ที่เป็นช่วงเวลาสำคัญในชีวิต หลังจากที่พ่อของเธอต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ แม่ของเธอก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และน้องสาวคนเล็กก็ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา จนต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอต้องคอยดูแลคนในครอบครัว จนใช้สิทธิวันลาหมดอย่างรวดเร็ว

“นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้เลยว่า ต้องทำอะไรสักอย่างที่ต่างไปจากเดิม หรืออะไรบางอย่างที่ทำให้ช่วยได้อยู่เคียงข้างครอบครัวได้”

หลายคนอาจจะคิดว่าเธอตัดสินใจลาออกจากงานทันที แต่เปล่าเลย เธอเลือกที่จะวางแผนอย่างรอบคอบในการสร้างธุรกิจเสริมนี้ ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ โดยให้บริการด้านการเป็นโค้ชให้คำปรึกษาด้านโฆษณา และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

“ช่วงเวลานั้นถือว่าหนักหน่วงมาก ต้องทำงานทั้งกลางคืนและพักกลางวัน แต่เราคิดว่าต้องผ่านความยากลำบากก่อน ถึงจะพบกับความสุขในภายหลัง”

แต่แล้วความพยายามในครั้งนี้ก็ผลิบาน เมื่อเธอตัดสินใจลาออกจากงานประจำ จากการที่ธุรกิจเสริมนี้ทำรายได้ทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 31 ล้านบาท) และปีที่ผ่านมาสร้างรายได้กว่า 1.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 46 ล้านบาท) โดยเธอบอกว่างานนี้ใช้ชั่วโมงการทำงานน้อยกว่างานประจำเสียอีก 

มุมมองการทำงาน ความมั่งคั่ง และอิสรภาพ

ในฐานะผู้ก่อตั้งและ CEO ของ LuisaZhou.com เธอบอกว่า การลาออกจากชีวิตพนักงานประจำไม่ได้หมายถึงการหนีงาน แต่เป็นการเผชิญหน้ากับระบบที่ล้มเหลว ในเวลาที่ต้องการความยืดหยุ่นมากที่สุด

ก่อนจะเล่าเสริมว่า ในตอนนั้นดูเหมือนไม่มีใครเชื่อมั่นเลย ซึ่งความกังขาเหล่านั้นกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่จุดประกายความมุ่งมั่นให้เธอ

ที่มา : Economictimes

Related Posts

LINE MAN เผยคนแห่ใช้ “ไทยช่วยไทย พลัส” สั่งดีลิเวอรีทะลุ 1.2 ล้านคน
วอล์กอินไปเสนอขายผลไม้ในเซเว่นฯ ส่งเงาะ มังคุด และลองกอง ขึ้นเชลฟ์ เดือนละ 120 ตัน 
ไม่ยอมขายข้าวแค่ 3 อำเภอ สูตรโต “ข้าวตราไก่แจ้” รายได้ 2,500 ล้าน ส่งออกกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
“สตูดิโอลาบ” ร้านลาบเทสต์ดี ที่ชูความเป็นอีสานป๊อป ผ่านความอร่อยรสมือพ่อแม่ และแผ่นเสียงที่มิกซ์แบบมักม่วน ต้องลุกมาเซิ้ง!