Featured SMEs รอบโลก

โดนเลิกจ้าง 2 รอบไม่ท้อ! หนุ่มวัย 34 พลิกชีวิตจากมนุษย์เงินเดือน สู่เจ้าของร้านสตรีตฟู้ด รายได้หลักล้าน

หลายคนมองว่าการถูกเลิกจ้างคือความล้มเหลวแต่สำหรับ Zeeshan Bakhrani (ซีชาน บาครานี) วัย 34 ปี อดีต Product Management ที่ทำงานมากว่า 10 ปี แต่ถูกเลิกจ้างถึง 2 ครั้ง ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา เพราะว่าในขณะเดียวกันนั้นเขาได้ทำร้านอาหารควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งเมื่อถูกเลิกจ้างครั้งที่ 2 เขาจึงตัดสินใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับร้าน Nishaan (นิชาน) ที่เป็นอาหารแนวสตรีตฟู้ดสไตล์ปากีสถาน-อเมริกัน

เขาบอกว่า ถึงแม้ตอนนี้จะต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งต้องทำงานมากกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน แต่มันกลับทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระมากกว่าเมื่อก่อนที่ต้องเข้าประชุมอย่างยาวนาน หรือการที่ต้องคอยคุยเจรจากับเจ้านาย

การผสมผสานรสชาติแบบปากีสถานและอเมริกัน

“ผมเป็นทั้งคนปากีสถานและคนอเมริกัน ผมตั้งใจจะเปิดรับตัวตนจากทั้งสองวัฒนธรรม สำหรับอาหารสไตล์ฟิวชัน ผมจะคิดว่าจะทำยังไงให้รสชาติเหล่านี้เข้ากันได้ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของอาหารทั้งสองสัญชาติไว้”

ก่อนจะเล่าต่อว่า ร้าน Nishaan นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานรสชาติอาหารที่ได้รับประทานทั้งที่บ้านและในละแวกแถวบ้าน เพราะว่าแม่ของเขามักจะชอบปรับรสชาติให้กับวัตถุดิบพื้นฐานทั่วไปของอเมริกา

ตัวอย่างเช่น แซนด์วิชจากเนื้อบดปรุงรส ‘chapli kabob (ชาปลี กะบับ)’ โดยจะใส่ซอสมะเขือเทศ มายองเนส และซอสสูตรพิเศษอื่นๆ บนขนมปังขาว หรืออย่างเวลาทำสปาเกตตี เธอจะเพิ่มรสชาติให้กับซอสสำเร็จรูปด้วยการใส่หัวหอม ซอสพริก ผงพริก และเมล็ดผักชี

ซึ่งเขาซึมซับการทำอาหารมาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ม.1 เพราะมักจะชอบดูรายการอาหารช่อง Food Network อยู่ในครัว แล้วคิดกับตัวเองว่า “ผมอยากลองทำเมนูนั้นบ้างจัง แต่เครื่องเทศในตู้ของผมมันคนละแบบกันเลย” 

เขานั่งดูเครื่องเทศอย่าง ยี่หร่า ผักชี และผงพริกป่น ที่ช่วยเพิ่มมิติของรสชาติให้แตกต่างออกไป บางครั้งเขาก็ลองทำ Quesadilla (เคซาดิยา) โดยใช้แป้งพาราธาหรือโรตีแทนแผ่นแป้งตอร์ติญา แล้วสอดไส้ด้วยเนื้อบดผัดเครื่องเทศกับชีส หรือบางทีเขาก็ปรุงรสเบอร์เกอร์ด้วยยี่หร่า ผักชี และพริกไทยป่น จากนั้นก็ราดด้วยซอสที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นมาจากชัทนีย์ ซึ่งเป็นเครื่องจิ้มแบบอินเดีย

ปัจจุบันเมนูที่ Nishaan ประกอบด้วยอาหารที่หลากหลาย อาทิ Pakistani chopped cheese (พากีสถานี ช็อป ชีส), Bihari barbacoa tacos (ทาโก้เนื้อบาร์บาโกอาสไตล์พิหาร) และ buffalo tandoori chicken sandwich (แซนด์วิชไก่แทนดูรีซอสบัฟเฟอโล)

นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มคลายร้อนอย่าง mango fizz refresher (แมงโก้ ฟิซ รีเฟรชเชอร์) และเมนูของหวาน คือ Dubai chocolate paratha funnel cake (พาราทาฟันเนลเค้กหน้าช็อกโกแลตดูไบ)

ฉันไม่เหมาะที่จะอยู่ในโลกธุรกิจอีกต่อไปแล้ว…

เขาเล่าว่า เขาถูกเลิกจ้างจากงานด้านการจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Management) ถึงสองแห่ง ในระหว่างที่กำลังปั้นแบรนด์ “Nishaan” เป็นอาชีพเสริม

หลังจากถูกเลิกจ้างครั้งแรกผ่านไปหลายเดือน จนถึงช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 เขาเล่าว่าตอนนั้นยังหางานใหม่ไม่ได้ แถมเงินช่วยเหลือจากการว่างงานก็กำลังจะหมดลง 

ในตอนนั้นเองเขาจึงตัดสินใจนำเงินเก็บออกมาใช้ และเริ่มทำร้านอาหารแบบ Pop-up ในเมืองต่างๆ เช่น ดัลลัส, ชิคาโก และนอร์ทบรันสวิก รัฐนิวเจอร์ซีย์ จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ได้ทำงานประจำอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ปี 2024 

หลังจากนั้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ เขาก็ได้ไปเปิดบูธขายของที่ Smorgasburg ซึ่งเป็นตลาดอาหารชื่อดังในนิวยอร์กซิตี้ นั่นถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยเปิดทางให้เขาได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการ “The Great Food Truck Race” ซีซันที่ 18 ทางช่อง Food Network จนสามารถคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ ได้รับเงินรางวัลรวม $50,000 (ประมาณ 1.7-1.8 ล้านบาท)

“หลังจากชัยชนะในครั้งนั้นทำให้รู้สึกว่า ทุกอย่างในโลกใบนี้กำลังบอกให้เปิดร้านอาหารของตัวเอง”

เขาจึงนำเงินเก็บของตัวเองจำนวน 70,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.4 ล้านบาท) จ่ายค่ามัดจำสถานที่, งานระบบไฟฟ้า, เครื่องใช้ไฟฟ้า, การรีโนเวท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อเปิดร้านอาหาร

โดยปัจจุบันเขาจ่ายค่าเช่าร้านอยู่ที่เดือนละ 6,150 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.1 แสนบาท) แต่ถึงแม้ว่าร้าน Nishaan จะเริ่มทำกำไรได้แล้ว แต่เขากลับไม่ได้นำเงินรายได้มาใช้ เพราะทุกวันนี้เขาประทังชีวิตด้วยเงินชดเชยจากการเลิกจ้างและเงินโบนัสเก่าๆ

เขาเสริมว่า ตนเองเป็นคนประหยัด ไม่มีหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายก้อนโตนอกจากค่าเช่าบ้าน แถมภรรยาของเขาก็มีรายได้ที่มั่นคงจากอาชีพที่ปรึกษาด้วย

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน เพราะเป็นเดือนที่ Nishaan ทำผลงานได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยทำรายได้ราว 140,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) และในเดือนเดียวกันนั้นเอง เขาก็ถูกเลิกจ้างจากงานประจำอีกครั้ง

ตอนนั้นเขาคิดในใจว่า “นี่น่าจะเป็นสัญญาณแล้วล่ะ ที่ว่าเราไม่ได้ถูกลิขิตมาให้อยู่ในโลกมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไป”

ในอนาคตอันใกล้เขาวางแผนที่จะเพิ่มเมนูใหม่ๆ ชีสสเต๊กและสลัดไก่ซีซาร์ ลงในเมนูของร้าน

“สำหรับคนที่ทานฮาลาล เราไม่ได้มีตัวเลือกมากนักในตลาด ผมจึงอยากขยายเมนูให้ครอบคลุมความต้องการของทุกคน”

โดยร้าน Nishaan มียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างมากจากลูกค้าชาวเอเชียใต้ที่เข้ามาสนับสนุนธุรกิจของเขา เขาจึงอยากส่งต่อโอกาสนี้ โดยหวังว่าลูกค้าจะเกิดแรงบันดาลใจในการไปลองชิมอาหารปากีสถานแบบต้นตำรับมากขึ้น

และบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram และ TikTok ของเขานั้น ได้แบ่งปันสูตรอาหารอย่างเปิดเผย โดยหวังว่าอาหารและวิดีโอที่เขาทำจะช่วยให้ผู้คนได้ลิ้มรส ได้ลองทำ ได้สร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง หรือแม้แต่ทำเพื่อนำไปขายต่อ

เขาคาดหวังว่า “รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์นี้จะแพร่หลายไปทั่วประเทศ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารอเมริกันตามปกติในที่สุด”

ที่มา : CNBC

Related Posts

“พาเฟ่” ร้านกาแฟในพระราชดำริ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ที่นำรายได้กลับไปช่วยเหลือชุมชน