Featured PR News

ลูกค้าเต็มร้าน แต่ “คิดก่อนจ่าย” มากขึ้น ร้านอาหารยุคนี้ไม่ได้แข่งแค่ความอร่อย เบื้องหลังปั้นแบรนด์มูลค่ารวมเกือบ 400 ล้าน

ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง”

นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร

คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี 

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยให้ระบบหน้าร้านและหลังบ้านเชื่อมต่อกันได้อย่างราบรื่น

เริ่มต้นไม่ยาก แต่ทำยังไงให้ “รอด”

คุณจีรภัทรกล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารอาจเริ่มต้นได้ไม่ยาก เพราะคือสิ่งที่ทุกคนบริโภค แต่ความท้าทายแท้จริงคือการ “อยู่รอด” หลังเปิดร้าน 

ในปัจจุบันร้านอาหารเปิดง่าย แต่ปิดก็ง่ายเช่นกัน คือความจริงที่สะท้อนว่าผู้ประกอบการต้องรับมือกับตัวแปรรอบด้าน ทั้งรสชาติ บริการ ต้นทุน ทำเล ทีมงาน และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน 

ร้านอาหารยุคนี้จึงไม่ได้แข่งขันกันแค่ว่าใครอร่อยกว่า แต่แข่งขันกันว่าใครบริหารหลังบ้านได้ดีกว่า ตั้งแต่ซัพพลายเชนไปจนถึงระบบรับชำระเงินที่ต้องรวดเร็ว เสถียร และไม่สะดุดในช่วงเวลาที่ลูกค้าแน่นที่สุด

เมื่อแบรนด์หลักแข็งแรง การแตกแบรนด์ใหม่จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนร้าน แต่คือการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ตัวอย่างคือ “ปูนแดง แกงร้อน” ที่ถูกวางเป้าหมายตั้งแต่ต้นให้ไปถึงระดับมิชลิน และสามารถทำได้ภายใน 1 ปี 

สะท้อนให้เห็นว่า ร้านอาหารที่เติบโตระยะยาวต้องมี “มาตรฐานที่ทำซ้ำได้” ทั้งในเรื่องรสชาติ วัตถุดิบ บริการ และประสบการณ์ ซึ่งรวมถึงมาตรฐานของระบบรับชำระเงินที่ลูกค้าคุ้นเคยและไว้วางใจ

พาสต้า อาม่า
พาสต้า อาม่า

อินไซต์ลูกค้า “ตัดสินใจซื้อยากขึ้น”

ขณะเดียวกัน อินไซต์สำคัญในวันนี้คือลูกค้าไม่ได้หายไป แต่ “ตัดสินใจยากขึ้น” จากเดิมที่ความอยากกินก็เพียงพอ วันนี้ผู้บริโภคเปรียบเทียบมากขึ้น มองหาความคุ้มค่ามากขึ้น และคาดหวังความสมเหตุสมผลในทุกมิติ 

คำว่า “คุ้มค่า” จึงไม่ใช่แค่ “ราคาถูก” แต่คือ “จ่ายแล้วรู้สึกว่าคุ้มที่สุด” ซึ่งในหลายครั้งสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต เช่น คะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืน กลายเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ช่วยให้การตัดสินใจง่ายขึ้น ร้านอาหารจึงต้องเปลี่ยนจากการลดราคามาเป็นการออกแบบประสบการณ์แบบองค์รวม ตั้งแต่การจัดเซ็ตเมนู การนำเสนอ ไปจนถึงภาพรวมของมื้ออาหาร ให้ลูกค้ารู้สึกว่ามากกว่าการกิน

ในภาวะที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น การปรับราคาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจก่อนขึ้นราคา ผู้ประกอบการจำเป็นต้องกลับไปดูระบบหลังบ้านอย่างละเอียด ทั้งการจัดซื้อ การบริหารสต๊อกและต้นทุนอาหาร ซึ่งโดยทั่วไปควรอยู่ไม่เกินประมาณ 30% และเมื่อถึงเวลาปรับราคา ไม่ใช่แค่เปลี่ยนตัวเลขในเมนู แต่ต้องยกระดับประสบการณ์ควบคู่กัน รวมถึงสร้างความรู้สึกว่าการชำระเงิน ไม่ว่าจะผ่านบัตรเครดิตหรือดิจิทัล ยังคงสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า

คน คือหัวใจสำคัญของธุรกิจ

นอกจากสินค้าและต้นทุน “คน” คือหัวใจของระบบหลังบ้าน ปัจจุบันธุรกิจมีพนักงานเกือบ 400 คน ส่วนใหญ่เป็นทีมครัว ทีมหน้าร้าน เชฟและทีมบริการ โดยมีความหลากหลายทั้งเชื้อชาติ เพศและช่วงวัย กลุ่มหลักอยู่ในช่วงอายุประมาณ 23–33 ปี โดยมีอัตราการลาออกเพียง 1–1.5% ซึ่งถือว่าต่ำมากในอุตสาหกรรม 

แนวคิดสำคัญของคุณจีรภัทร คือการเข้าใจว่าพนักงานมาทำงานเพื่ออะไร หน้าที่ขององค์กรคือช่วยวางเส้นทางให้ชัดเจน เพราะสำหรับ SME การรักษาคนเก่งสำคัญไม่แพ้การหาลูกค้าใหม่ หากทีมโตไม่ทันธุรกิจ การขยายสาขาอาจกลายเป็นภาระ รวมทั้งยังควรทำให้ทุกกระบวนการทำงาน และขั้นตอนรับชำระเงินง่ายไม่เป็นภาระของทีมหน้าร้าน ระบบที่ดีจึงช่วยลดแรงกดดัน และทำให้พนักงานโฟกัสกับการบริการลูกค้าได้เต็มที่

พาสต้า อาม่า
พาสต้า อาม่า

พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน ใช้เงินสดน้อยลง

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคุณจีรภัทรกล่าวว่า คือพฤติกรรมการจ่ายเงิน โดยเงินสดเหลือเพียงประมาณ 10% ขณะที่อีก 90% เป็นการชำระผ่านบัตรเครดิตและช่องทางดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกของลูกค้า แต่เป็น “โครงสร้างใหม่” ของธุรกิจ ช่วยลดความเสี่ยงจากเงินสด ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารยอดขาย โดยเฉพาะในธุรกิจที่มีหลายสาขา ซึ่งจำเป็นต้องมีระบบที่ตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เชื่อถือได้อย่างที่เคทีซีพัฒนาไว้รองรับผู้ประกอบการ

สิ่งที่ผู้ประกอบการให้ความสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เครื่องรับเงิน” แต่คือ “ทีมซัพพอร์ทที่พร้อมช่วยแก้ปัญหาได้จริง” ทั้งการติดตั้งระบบเมื่อเปิดสาขาใหม่ การประสานงานเมื่อเกิดปัญหา การดูแลแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงระบบมอนิเตอร์ที่ช่วยให้ตรวจสอบธุรกรรมได้อย่างแม่นยำ 

อีกทั้งระบบยังผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งในด้านข้อมูลและความปลอดภัยของธุรกรรม สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดหลังบ้าน แต่ในโลกธุรกิจจริง ระบบที่เสถียรคือสิ่งที่ช่วยให้หน้าร้านเดินต่อได้อย่างราบรื่นที่สุด

 “เราไม่ได้มองคนที่ทำงานด้วยเป็นแค่ซัพพลายเออร์ แต่มองว่าเป็นพาร์ทเนอร์ที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน” คุณจีรภัทรกล่าวเสริม

ร้านอาหารที่โตระยะยาว ไม่ได้มีแค่รสชาติที่ดี แต่ต้องมีระบบที่พร้อมอยู่รอด เส้นทางของธุรกิจร้านอาหารรายนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญของ SME ไทยว่า การเติบโตไม่ได้เกิดจากยอดขายเพียงอย่างเดียว ร้านอาหารที่ยืนระยะได้ ต้องอ่านลูกค้าให้ขาด จัดการต้นทุนให้ละเอียด ดูแลคนให้เติบโตไปพร้อมองค์กร และมีระบบหลังบ้านที่พร้อมรองรับการขยายธุรกิจจริง

ผู้ประกอบการที่สนใจเป็นพันธมิตรร้านค้ากับเคทีซี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ บริการรับชำระเงินสำหรับร้านค้า KTC MERCHANT | KTC หรือโทร. 02-123-5700 กด 3

Related Posts

นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์
LINE MAN หั่น GP เหลือ 10% หนุนไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
เปลี่ยนบ้านเป็นบาร์ลับ! ธุรกิจเสริมของหนุ่มสิงคโปร์ เสิร์ฟค็อกเทลแก้วละหลักร้อย ลูกค้าหลายคนจองคิวไม่ทัน