Featured PR News

ร้านโยเกิร์ตเปิดถึงเที่ยงคืน! ‘Yo-Chi’ ร้านดังออสเตรเลียชูคอนเซปต์ ‘ผับที่ไม่มีเบียร์’ ปักหมุดไทยสาขาที่ 80 ของโลก

Yo-Chi เปิดตัวครั้งแรกที่เมืองเมลเบิร์นในปี 2012 และได้เติบโตจนกลายเป็นแบรนด์โฟรเซนโยเกิร์ตและอาซาอิที่เติบโตเร็วที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดในออสเตรเลีย ที่ซึ่งลูกค้าได้รับคำเชิญชวนให้รังสรรค์ความอร่อยในถ้วยของตัวเองจากบาร์ท็อปปิ้งชื่อดังที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย 

โฟรเซ่นโยเกิร์ต โยเกิร์ตพร้อมดื่ม และอาซาอิ กลายเป็นเมนูเพื่อสุขภาพดาวรุ่งพุ่งแรงในไทยหลังจากมีผู้เล่นทั้งรายเล็ก-รายใหญ่เข้าสู่ตลาดพร้อมกับขยายสาขาอีกหลายสิบแห่ง กระทั่งล่าสุด ‘Yo-Chi’ (โย-ชิ) แบรนด์โฟรเซ่นโยเกิร์ตสัญชาติออสเตรเลียมองเห็นโอกาสจึงตัดสินใจเข้ามาประเดิมสาขาแรกในไทย โดยเลือก ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ เป็นแห่งแรก ทั้งยังบอกด้วยว่า ในอนาคตมีแผนขยายสาขาอื่นๆ ในกรุงเทพและภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย

‘โอลิเวอร์ อัลลิส’ (Oliver Allis) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ และผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Yo-Chi’

‘โอลิเวอร์ อัลลิส’ (Oliver Allis) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายแบรนด์ และผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Yo-Chi’ ระบุถึงปัจจัยในการเลือกขยายสาขามายังประเทศไทย เพราะเริ่มมองเห็นแนวโน้มที่คนรุ่นใหม่ต้องการใช้เวลาไปกับการพบปะสังสรรค์และเชื่อมโยงกันมากขึ้น 

โดยพื้นที่ปลอดภัยในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันมีทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าการไปผับ บาร์ หรือไนต์คลับ ‘อัลลิส’ ให้นิยาม ‘Yo-Chi’ ว่า นี่คือพื้นที่พบปะสังสรรค์ที่ทุกคนสนุกและใช้เวลาร่วมกันได้ เปรียบเสมือน ‘ผับที่ไม่มีเบียร์’ จึงเป็นเหตุผลที่ตัดสินใจพาร้านโฟรเซ่นโยเกิร์ตเข้ามาปักหลักในไทย ซึ่งเป็นสาขานอกประเทศแห่งที่สี่ด้วย

‘Yo-Chi’ ประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์ (เปิดเวลา 10.00 – 24.00 น.) บนเนื้อที่กว่า 207 ตารางเมตร โดยแบรนด์ให้ความสำคัญกับการตกแต่งด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร ประกอบไปด้วยวัสดุประเภทกระเบื้องลายหินอ่อนและไม้โทนอบอุ่น พร้อมกับที่นั่งจำนวนมากเพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายได้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความสนุกสนานผ่านองค์ประกอบ อาทิ ลูกบอลดิสโก้มะม่วง มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น และบูธดีเจ เป็นต้น 

ความโดดเด่นของ ‘Yo-Chi’ อยู่ที่การผลิตทุกเมนูจากนมสดโดยไม่ใช้นมผง รสชาติที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ ‘Signature Tart’ รสคลาสสิกหรือรสดั้งเดิม รวมถึงยังมีรสชาติหลักอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Salted Butterscotch, Chocolate, Classic Vanilla และ Strawberries & Cream รวมถึงรสชาติตามฤดูกาล อาทิ Mango และ Coconut 

รวมไปถึงรสชาติพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับสาขาในพื้นที่นั้นๆ ด้านท็อปปิ้งที่ได้รับความนิยม ได้แก่ สตรอว์เบอร์รีสดที่ตัดและเตรียมใหม่ภายในร้านทุกวัน, Cookie Dough ซิกเนเจอร์, น้ำพุ Nutella อุ่นๆ และ Mini Taiwanese Mochi นอกจากนี้ยังมีท็อปปิ้งเฉพาะเมืองไทย ได้แก่ Thai milk tea jelly, Thai Mango, ⁠Coconut Chips และ Pipo Fruit Jelly โดยราคาเริ่มต้น 73 บาท ต่อ 100 กรัม

“เราต้องการค่อยๆ ขยายตลาดของ Yo-Chi ไปทีละประเทศ โดยพิจารณาจังหวะและความเหมาะสมของแต่ละตลาด ประเทศไทยมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่กำลังมองหาพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์ที่ปลอดภัย เป็นมิตรกับทุกคน ไม่เน้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และมีบรรยากาศที่น่าสนใจ ซึ่ง Yo-Chi ต้องการเข้ามาเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้” โอลิเวอร์ อัลลิส กล่าว

ปัจจุบัน ‘Yo-Chi’ มีสาขาให้บริการทั่วโลกกว่า 79 แห่ง แบ่งออกเป็น ออสเตรเลียมากกว่า 75 แห่ง, สิงคโปร์ 2 แห่ง, สหราชอาณาจักร 1 แห่ง และสหรัฐอเมริกา 1 แห่ง ทำให้ ‘ไทย’ เป็นสาขานอกประเทศแห่งที่ 4 และเป็นสาขาลำดับที่ 80 ของแบรนด์

"Advertiser"

ผู้บริหาร ระบุว่า หลังจากเปิดทำการที่เซ็นทรัลเวิลด์ยังไม่มีแผนเร่งรีบการเปิดสาขาถัดไปภายในทันที อยากพาผู้บริโภคชาวไทยค่อยๆ ทำความรู้จักคอนเซปต์แบรนด์ ความแตกต่าง และประสบการณ์ที่ยังไม่เคยได้รับมาก่อน และเมื่อพัฒนาสาขาแรกจนมีข้อมูลที่ชัดเจนแล้วว่า ตลาดให้การตอบรับจึงพิจารณาสาขาถัดไปโดยจะเริ่มขยายสาขาในพื้นที่กรุงเทพฯ ก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาพื้นที่ต่างจังหวัดหรือภูมิภาคอื่นๆ ในลำดับถัดไป

“เราไม่ต้องการเร่งก้าวไปข้างหน้าเกินความเหมาะสม และต้องการพิสูจน์ให้ผู้บริโภคชาวไทยเห็นว่า Yo-Chi ไม่ใช่แบรนด์ข้ามชาติทั่วไปที่พวกเขาเคยพบมา เราจะเริ่มต้นจากสาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์และพร้อมรับฟังความคิดเห็นว่า ผู้บริโภคต้องการให้ Yo-Chi ไปเปิดในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ โยเกิร์ตที่ผลิตจากนมสดรวมถึงอาซาอิจากวัตถุดิบออร์แกนิกคุณภาพสูงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องการนำเสนอให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย” ผู้บริหารกล่าวปิดท้าย

Related Posts

เปลี่ยนบ้านเป็นโฮมคาเฟ่ ‘นักเลงบาร์’ สเปซแห่งความสุขในวันวุ่นวาย กาแฟ ขนม และแผ่นเสียง รีชาร์จพลังชีวิตให้ผู้มาเยือน