Exclusive Featured SMEs

‘ดูโฮม’ ร้านวัสดุก่อสร้างจากอุบลฯ สามพี่น้องสานต่อสู่อาณาจักรหมื่นล้าน ชูกลยุทธ์ ครบ-ถูก-ดี เรื่องบ้าน เบื้องหลัง ‘ความสำเร็จ’ 43 ปี

จากร้านวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุบลราชธานี วันนี้เติบโตสู่อาณาจักรหมื่นล้านบาท 

เส้นทางตลอด 43 ปี เริ่มต้น ‘ก้าวแรก’ โดย คุณอดิศักดิ์ และคุณนาตยา ตั้งมิตรประชา สองสามีภรรยาผู้เริ่มต้นสร้างธุรกิจครอบครัว ก่อนส่งต่อให้ทายาทรุ่นที่สองบริหาร จนเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

โดยยึดแนวคิด ‘ขยัน’ ‘ซื่อสัตย์’ ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมเปลี่ยนชื่อจาก ‘ห้างหุ้นส่วน ศ.อุบลวัสดุ’ เป็น ‘Dohome’ (ดูโฮม) ถึงปัจจุบัน 

สามพี่น้องสานต่อธุรกิจ

ธุรกิจดำเนินมาถึง ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ เมื่อทายาททั้งสามคนของครอบครัวเข้ามามีบทบาทในการบริหาร โดยแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน ตามความสามารถและความถนัดของแต่ละคน 

พี่ใหญ่ของบ้าน คุณอริยา ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานจัดซื้อ ซัพพลายเชน และทรัพยากรบุคคล บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เข้ามาช่วยสานต่อตั้งแต่อายุ 23 ปี ในตำแหน่งจัดซื้อ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า จากเดิมขายวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบางส่วน สู่ของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น 

และมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนชื่อจาก ห้างหุ้นส่วน ศ.อุบลวัสดุ เป็น Dohome โดยคุณพ่อเป็นผู้ตั้งชื่อนี้ เพื่อรองรับการขยายสาขาสองไปยังจังหวัดนครราชสีมา ในชื่อที่กระชับ จำง่าย และมีความหมายเหมือนกับการชวนมาดูบ้านเรา ส่วนคำว่า ‘โฮม’ ในภาษาอีสานหมายถึงการรวมกัน และคำว่า ‘Do’ สื่อถึงการลงมือทำ 

ส่วนคนกลาง คุณสลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานบัญชี การเงิน การขาย และพาณิชย์ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เข้ามาดูแลเรื่องการเงิน วางระบบพัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) และปรับปรุงขั้นตอนการทำงานหน้าร้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

และ คุณมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ การตลาด และธุรกิจโฮมเซอร์วิส บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เข้ามาพัฒนาองค์กรด้วยเทคโนโลยี ข้อมูลลูกค้า (CDP) และการขายออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน และแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลส 

"Advertiser"

ส่งต่อแนวคิดจากรุ่นสู่รุ่น

การเข้ามาบริหารงานของลูกทั้งสามคน เปลี่ยนภาพ Family Business ไปสู่มืออาชีพมากขึ้น จากความถ้อยทีถ้อยอาศัย สู่การมีระบบระเบียบในการบริหารจัดการ ตามการขยายตัวของธุรกิจ 

ขณะเดียวกัน ยังยึดมั่นในแนวคิดที่ส่งต่อมาจากรุ่นแรก นั่นคือ ‘มีความยุติธรรมต่อลูกค้า’ ขาดไม่ได้คือ ‘ความซื่อสัตย์’ และ ‘ความขยัน’

และการบริหารที่ไม่ได้มองแค่ ‘ภาพใหญ่’ แต่ต้อง ‘มองภาพเล็ก’ ลงรายละเอียดไปถึงการทำงานของพนักงาน การสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า การสั่งซื้อสินค้า การชำระเงิน จุดเล็กๆ ที่เป็นส่วนสำคัญของการเติบโต

“การเติบโตของเรา ลูกค้าและซัพพลายเออร์ต้องได้เหมือนกัน เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน” คุณอริยา กล่าวเสริม 

ผลประกอบการของ ดูโฮม

หากเปิดผลประกอบการของ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) พบว่า ครึ่งปี 2569 มีรายได้รวม 16,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิ 519.42 ล้านบาท คิดเป็นราว 68% ของประมาณการกำไรทั้งปี

โดยไตรมาสหนึ่งปี 2569 มีรายได้ 8,162.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% กำไรสุทธิ 250.73 ล้านบาท 

ส่วนไตรมาสสองปี 2569 มีรายได้รวม 7,848.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% กำไรสุทธิ 305.38 ล้านบาท

สรุปกลยุทธ์ของ ‘ดูโฮม’

หากสรุปเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ดูโฮมเติบโตได้อย่างทุกวันนี้

กลยุทธ์แรก ‘เข้าใจลูกค้าทุกกลุ่ม’ ดูโฮมมีลูกค้าหลากหลายกลุ่มทั้ง B2B ลูกค้ากลุ่มโครงการ และลูกค้า B2C ทั้งซื้อไปใช้เองอย่างลูกค้าทั่วไป ซื้อไปประกอบอาชีพแบบช่างรายย่อย 

แบรนด์จึงขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุม ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่ง Experience Zone สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า รวมถึงพัฒนาสินค้า House Brand โดยดีไซน์ให้มีราคาจับต้องได้ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ใช้กับลูกค้าได้ เรียกได้ว่า มาดูโฮมก็สามารถสร้างบ้านได้ทั้งหลังแค่มีที่ดิน

Dohome Togo
Dohome Togo

กลยุทธ์ที่สอง ‘ขยายสาขา’ ในคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม

เริ่มต้นที่ Dohome สาขาใหญ่ ไซซ์ XL พื้นที่ 4 หมื่นตารางเมตรต่อสาขา โมเดลที่เป็น Destination ของลูกค้าทุกกลุ่ม เน้นความหลากหลายของสินค้าราวๆ 7 หมื่นถึง 1 แสนรายการ รองรับทั้งผู้รับเหมา ร้านค้าส่ง ช่างมืออาชีพ และผู้บริโภคทั่วไป ปัจจุบันมี 30 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ

“เราต้องมีสต็อกพร้อมส่ง ราคาสมเหตุสมผล จะพูดกันภายในว่าเหล็กหมื่นตัน ปูนหมื่นตัน ต้องพร้อมส่งเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องให้ช่างหรือผู้รับเหมาเช็กราคา เพราะลักษณะการทำงานของเขา ซื้อของบ่อย แทบจะมาทุกวัน จ่ายเงินทุกวัน ต้องได้ของกลับไปทุกวัน” คุณสลิลทิพ กล่าวเสริม

โมเดลที่สองคือ Dohome ToGo ร้านวัสดุก่อสร้างขนาดเล็ก พื้นที่ 1,000 ตารางเมตรต่อสาขา เข้าถึงลูกค้าในชุมชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล มีสินค้า 5,000-6,000 รายการ เน้นความรวดเร็วในการใช้งาน โดยเฉพาะงานซ่อมแซม ปัจจุบันมี 33 สาขา ตั้งเป้าภายในปี 2569 เปิดครบ 40 สาขา และขยายเพิ่มอีก 20 สาขาในปี 2570 

โดยเตรียมงบลงทุนประมาณ 700-800 ล้านบาทไว้ในปี 2570 แบ่งเป็นงบขยายสาขา Dohome ToGo ราว 200 ล้านบาท และปรับปรุงและบำรุงรักษาสาขา XL ราว 500–600 ล้านบาท

โมเดลที่สาม ช่องทาง E-commerce จำหน่ายทางออนไลน์ ทั้ง เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และ Marketplace เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้าโดยไม่ต้องไปที่สาขา เน้นของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า

และ บริการเรื่องบ้านภายใต้แบรนด์ นายช่าง ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ ต่อเติม ซ่อมแซม ตกแต่ง ไปจนถึงการสร้างบ้านทั้งหลัง โดยตั้งเป้ามีช่าง 1,000 ทีมในปีนี้

Dohome
Dohome

รับมือในวันที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

ถามต่อถึงเรื่อง การเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค คุณมารวยสะท้อนการรับมือในแบบดูโฮมว่า แบรนด์เชื่อมช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการซื้อสินค้า โดยพบว่า ลูกค้าที่ซื้อหลายช่องทางมี Spending สูงกว่าลูกค้าที่ซื้อแค่หนึ่งช่องทาง ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า 

นั่นหมายความว่า หากแบรนด์ออกแบบระบบ ออกแบบสินค้าและราคาได้ตรงกับลูกค้า จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าสูงขึ้น ซึ่งเป็นแผนในการพัฒนาสู่ปีหน้า โดยเตรียมลงทุนระบบข้อมูลลูกค้าราว 100 ล้านบาท เพื่อดูพฤติกรรมการซื้อและประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มถึงจบการขาย

แนวทางเติบโตอย่างยั่งยืน

ในส่วนของแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน คุณอริยาสะท้อนให้ฟังว่า อย่างแรกคือ ‘Profit’ สร้างกำไรระยาวให้กับทั้งคู่ค้า บริษัท และพนักงาน อย่างที่สองคือ ‘People’ สร้างบุคลากรที่ดี มีความพร้อมในการปรับตัว และสุดท้ายคือ ‘Planet’ สร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมและโลก เลือกสินค้าที่ดูแลเรื่อง Climate Change โดยทั้งสามองค์ประกอบนี้จะทำให้เกิดความยั่งยืน

Dohome
Dohome

สรุปความสำเร็จ

หากสรุปความสำเร็จของดูโฮม คุณมารวยสะท้อนให้ฟังว่า “การผสานความแข็งแกร่งจากรุ่นบุกเบิกกับแรงขับเคลื่อนใหม่ ทั้งนวัตกรรม ดิจิทัล และการบริหารจัดการแบบมืออาชีพของรุ่นที่สองจะเป็นกุญแจพาดูโฮมสู่เป้าหมายสำคัญ

คือเป็นแบรนด์ที่เติบโตได้พร้อมการเปลี่ยนแปลง และเป็นตัวเลือกที่ลูกค้าไว้วางใจในระยะยาว โดยยังคงยึดมั่นในจุดแข็งของเราคือ ครบ ถูก ดี ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน”

Related Posts

'ดูโฮม' ร้านวัสดุก่อสร้างจากอุบลฯ สามพี่น้องสานต่อสู่อาณาจักรหมื่นล้าน
อย่าเอาแต่พูดว่า “ฉันทำไม่ได้” เราจะรู้คำตอบก็ต่อเมื่อได้ “ลงมือทำ” และโดยมาก เราก็ทำได้เสมอ