ในวันที่คุณเริ่มต้นทำธุรกิจ อาจมีทั้งคนคอยสนับสนุน คำดูถูก หรือแม้แต่เสียงหัวเราะ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้คำพูดเหล่านั้นหยุดความตั้งใจ และกล้าที่จะลงมือทำตามสิ่งที่เชื่อ
เหมือนเรื่องราวของ ‘Kelly Schultz’ ชายวัย 74 ปี ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกหัวเราะใส่เมื่อเริ่มทำฟาร์มฟักทอง ‘The Great Pumpkin Farm’
แต่วันนี้ ธุรกิจของเขากลับประสบความสำเร็จ สร้างรายได้สูงถึงปีละ 2 ล้านดอลลาร์ หรือราว 67 ล้านบาท
จุดเริ่มต้นทำฟาร์มฟักทองมาจาก Kelly Schultz เมื่อราวๆ 30 ปีก่อน เขาได้ไปเที่ยวฟาร์มฟักทองแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีลานจอดรถเต็มไปด้วยโคลน และมีห้องน้ำให้บริการไม่มากนัก แต่กลับมีผู้คนจำนวนมหาศาลเดินเที่ยวชมและเลือกซื้อฟักทอง
เขามองไปรอบๆ และคิดว่า ทำแบบนี้ได้เหมือนกัน และน่าจะทำได้ดีกว่านี้
แต่ทุกคนต่างหัวเราะเยาะ เพราะเขาไม่เคยมีประสบการณ์ทำเกษตรมาก่อนเลย
กระทั่งฟาร์มโคนมที่ตั้งอยู่ติดกับร้านขายของเก่าของเขาประกาศขาย จึงตัดสินใจซื้อที่ดินขนาด 85 เอเคอร์ ในราคาประมาณ 650,000 ดอลลาร์ หรือราว 21 ล้านบาท ในเมือง Clarence รัฐนิวยอร์ก เมื่อปี 1993
เขาได้รับความช่วยเหลือจากเกษตรกรในท้องถิ่นสอนวิธีการปลูกฟักทอง ก่อนเปิด The Great Pumpkin Farm อย่างเป็นทางการในปี 1996
สถานที่ท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 1 แสนคนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี
โดยในปี 2025 สร้างรายได้สูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 67 ล้านบาท ทั้งที่เปิดให้บริการราว 7 สัปดาห์ต่อปีเท่านั้น
ซึ่งในปีนี้ ฟาร์มเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม มีฟักทองมากกว่า 25,000 ลูกในแต่ละปี โดยผู้คนไม่ได้มาเพียงเพื่อซื้อฟักทองเท่านั้น แต่ยังมาสัมผัสกิจกรรมต่างๆ ด้วย
เช่น นั่งรถไฟธีมฟักทอง เดินสำรวจเขาวงกตไร่ข้าวโพดขนาดยักษ์ และร่วมแข่งขันกินพาย โดยบัตรเข้าชมในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์มีราคา 20 ดอลลาร์ หรือ 600 กว่าบาท
ส่วนวันธรรมดาไม่มีค่าเข้าชม และบรรยากาศจะเงียบสงบกว่า ผู้เข้าชมสามารถซื้อฟักทอง เยี่ยมชมร้านขายของตกแต่งฮาโลวีน บาร์ และเบเกอรี่ รวมถึงสนุกกับสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง สวนสัตว์ขนาดเล็ก และเขาวงกตฟางได้
และปัจจุบันยังมีการจัดการแข่งขันชั่งน้ำหนักฟักทองเป็นประจำทุกเดือนตุลาคม โดยในปีนี้ ฟักทองที่มีน้ำหนักมากที่สุดในการแข่งขันหนักถึง 1,908.5 ปอนด์ หรือเกือบ 2 เท่าของฟักทองที่ชนะการแข่งขันในปี 1996
อ้างอิงข้อมูล
