Featured
คุณศรีเพ็ญ พงศ์ทรัพย์เจริญ เลี้ยงปูนาอยู่ย่านพระราม 2 กรุงเทพฯ คุณศรีเพ็ญ เล่าว่า มีอาชีพหลักคือเป็นผู้ส่งออกอัญมณี แต่เมื่อไม่นานมานี้ เห็นการเลี้ยงปูนา จากยูทูบ จึงเกิดความสนใจ ถึงขนาดที่บอกว่า ดูยูทูบวันพฤหัสบดี พอวันเสาร์ ก็เดินทางไปต่างจังหวัดไปดูฟาร์มปูนา เลยไปซื้อพ่อแม่พันธุ์มา ทั้งๆ ที่ยังไม่มีบ่อเลี้ยง ได้พ่อแม่พันธุ์มาแล้ว วันอาทิตย์ก็ทำบ่อให้มัน 1 บ่อ 100 คู่ และกลางสัปดาห์ ก็ทำให้อีกบ่อ อีก 100 คู่ อะไรทำให้คุณศรีเพ็ญ สนอกสนใจขนาดนั้น เธอเล่าว่า จริงๆ เธอเป็นเด็กต่างจังหวัดมาก่อน มีความเป็นเกษตรกรอยู่ในสายเลือด แต่บังเอิญได้มาทำธุรกิจจิวเวลรี่ มาถึงวันนี้ ลูกๆ โตพอ ช่วยดูแลกิจการได้แล้ว ก็เลยอยากทำ “คือเราไม่ได้อยากแค่เลี้ยงปูนา แต่เราอยากต่อยอด ที่คนระดับกลางๆ สามารถทานปูนาได้อย่างมั่นใจ ปลอดเชื้อ ปลอดสารเคมี ปลอดพยาธิ” คุณศรีเพ็ญ ว่าอย่างนั้น อย่างที่กล่าวไปข้างต้น คุณศรีเพ็ญ เริ่มจากศูนย์จริงๆ ใช้วิธีการศึกษาจากยูทูบ รวมทั้ง ศึกษาด้วยตัวเอง ถึงขนาด ตื่นตีสาม ตีสี่ มาศึกษาชีวิตมันและอินจัด ขนาดสามสี่ทุ่มก็มาดูอีก มากินมานอนเฝ้ากันเลยทีเดียว การเลี้ยง เคยทดลอง เริ่มจา
คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผัก ภายใต้ตราสินค้าศรแดง ได้เล่าว่า ความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวของเกษตรกรในประเทศไทยต่อปี จำนวน 900 ตัน คิดเป็นมูลค่าตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวโพด รวม 600 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นข้าวโพดหวาน 55% และข้าวโพดข้าวเหนียว 45% ซึ่งนอกจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพแล้ว ในเรื่องของสายพันธุ์ก็จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกร ที่จะคอยตอบโจทย์ในเรื่องของการผลิต การทนทานต่อโรค รวมไปถึงช่วยในการลดต้นทุนด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องของคุณภาพผลผลิต ความทนโรค และคุณภาพการกิน โดยศรแดงได้แสดงสายพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมมากกว่า 30 สายพันธุ์ ซึ่งสายพันธุ์ที่น่าจับตามองและเป็นไฮไลต์มีอยู่ 3 สายพันธุ์ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด 1.ข้าวโพดข้าวเหนียว 3 สี พันธุ์แฟนซี 35 เป็นข้าวโพดข้าวเหนียวลูกผสมที่มีเอกลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง คือ เมล็ดมี 3 สี ขาว ม่วง และเหลือง เมล็ดเรียงเต็มฝัก ฝักมีขนาดใหญ่ เปลือกสีเขียวหุ้มถึงปลายฝัก น้ำหนักดี ติดฝักสม่ำเสมอ ต้นแข็งแรง ให้ผลผลิต
หากเอ่ยถึงปลาทู…ชื่อแรกที่คนนึกถึงคงเป็นปลาทูแม่กลองที่มีฉายาว่า หน้างอคอหัก ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ออกมาทำตลาดมากขึ้น อย่างปลาทูเองก็มีฉายาใหม่ว่า ‘หน้าเริ่ดเชิดหยิ่ง’ ตีตลาดภายใต้แบรนด์ Delish Inspirer คุณโอ๊ต-กิตติวุฒิ แสงสุขเอี่ยม อายุ 40 ปี เป็นทายาทรุ่น 2 ของนางสิริอร แสงสุขเอี่ยม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาบริษัท ศิริคุณ ซีฟูดส์ จำกัด ที่ทำธุรกิจค้าปลีกอาหารทะเลมายาวนานกว่า 43 ปี เล่าให้ฟังว่า ปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่ง เป็นสินค้าตัวใหม่ที่เปิดตัวภายใต้แบรนด์ Delish Inspirer (เดลิช อินสไปเรอร์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลูกของ บริษัท ศิริคุณ ซีฟูดส์ จำกัด โดยแบรนด์ดังกล่าวเปิดตัวได้ 3 เดือน เน้นเจาะตลาดไฮเอนด์ โดยที่มาของชื่อปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่งนั้น ได้มาจากความชอบ เพราะเป็นชื่อที่ฟังแล้วน่าสนใจ ปลาทูแม่กลองคือหน้างอคอหัก ของเดลิชขอทำสวนทาง คือปลาทูหน้าเริ่ดเชิดหยิ่งแทน ด้วยมาตรฐาน และคุณภาพในการผลิต รวมทั้งประสบการณ์ค้าปลีกกว่า 43 ปี และคนนึ่งปลาทูที่มีประสบการณ์อีก 40 ปี จึงทำให้ปลาทูของแบรนด์ได้รับเครื่องหมายฮาลาล และเครื่องหมาย อย. ได้ไม่ยาก “มาตร
ภูมิปัญญาชาวบ้านใช้เศษไม้ไผ่เหลือใช้ ประดิษฐ์เป็นถ้วยใส่กาแฟร้อนเย็น รวมทั้งทำเป็นแก้วน้ำดื่ม ลดการใช้แก้วพลาสติก พร้อมช่วยลดขยะตกค้างย่อยสลายยาก จนกลายเป็นปัญหาในการกำจัดอยู่ในขณะนี้ ตำบลบุ่งหวาย อําเภอวารินชําราบ จังหวัดอุบลราชธานี ถือเป็นแหล่งผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ โดยชาวบ้านในตำบลนี้คุ้นเคยกับการนำไม้ไผ่มาผลิตเฟอร์นิเจอร์ ทั้งโต๊ะกินข้าว เก้าอี้ไม้ไผ่ แคร่ไม้ไผ่ใช้นอน จนเป็นที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของผู้ต้องการได้เฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ในจังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดใกล้เคียงมาสั่งซื้อไปใช้มานานหลายสิบปี ทำให้แต่ละปี มีเศษไม้ไผ่ที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์จำหน่ายถูกทิ้ง และนำไปทำเป็นถ่านจากไม้ไผ่ แต่เนื่องจากเนื้อไม้ของไม้ไผ่มีความเปราะบาง เนื้อไม่แน่นเท่ากับไม้ชนิดที่นำไปทำเป็นถ่าน ถ่านไม้ไผ่จึงไม่เป็นที่นิยมของตลาดเท่าไรนัก กระทั่ง คุณไพร ดาวประสงค์ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านวังยางนอก ตำบลบุ่งหวาย คิดนำเอาเศษไม้ไผ่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ถูกผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทิ้งมาสร้างมูลค่า โดยประดิษฐ์เป็นถ้วยกาแฟร้อน-เย็น รวมทั้งแก้วน้ำใช้ดื่ม แทนการใช้แก้วพลาสติก หรือแก้วกระเบื้องที่มีราคาแ
ของอร่อยที่หากินได้ค่อนข้างยากในยุคนี้ก็คือ“ตือฮวน-เกี้ยมไฉ่กับข้าวเหนียวยัดไส้”หรือ“จุกบี้”ในภาษาจีน เจ้าอร่อยที่เคยเปิดขายมานานอย่างตือฮวนสามพี่น้อง (คนทั่วไปเรียกสองพี่น้อง แต่ความจริงเขามีพี่น้องสามคน) ปากตรอกอิสรานุภาพ ใกล้วัดคณิกาผล ก็ได้ข่าวว่าปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี้เอง คงจะเป็นเพราะว่าไม่มีทายาทสืบต่อ ประกอบกับการทำเครื่องในให้อร่อยและสะอาดนั้นต้องอาศัยความพิถีพิถันใช้เวลาและกำลังวังชาเป็นอันมาก อย่ากระนั้นเลย ปิ่นโตเถาเล็กขอกลับไปทบทวนร้านตือฮวน-เกี้ยมไฉ่ อีกร้านหนึ่งเสียเลย เจ้านี้โชคดีที่มีลูกชายทายาทรุ่น 3 มาช่วยทำร้านควบคู่ไปกับรุ่นแม่แล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า “อรุณวรรณ” อยู่“ปากซอยเอกมัย 15” ถนนสุขุมวิท 63 ผมเคยแนะนำร้านอรุณวรรณไปแล้วทั้งในหนังสืออร่อยริมทางกับปิ่นโตเถาเล็ก ในคอลัมน์ตามรอยพ่อไปชิม และทางวิทยุคลื่นคูลฟาเรนไฮต์ ในรายการอิ๊งค์ eat all around ปรากฏว่า เมื่อปี 2018(พ.ศ. 2561) อรุณวรรณได้รับรางวัลจากมิชลิน ในประเภท “บิบกูร์มองด์(Bib Gourmand)” หรือร้านอาหารอร่อยคุ้มค่าในราคาย่อมเยา ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่ทราบเรื่องเพราะที่ร้านไม่ได้ติดตรามิชลินไว้ ถึงอย่า
ผศ.ดร. ไกรเลิศ ทวีกุล อาจารย์ภาควิชาส่งเสริมการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น จัดอบรมเกษตรกรและผู้สนใจ เรื่องธุรกิจข่าเหลือง ตลาด แปรรูป และระบบน้ำโซลาร์เซลล์ ที่คณะเกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น มี นายชัยยุทธ์ ไชยรัตน์ ผู้จัดการและฝ่ายหาผลิต Tops นางรัมภามาศ ฑีฆธนานนท์ ผจก.ตลาดศรีเมืองทอง จังหวัดขอนแก่น ร่วมเป็นวิทยากร มีเกษตรกร 200 คนเข้าร่วมการอบรม ผศ.ดร. ไกรเลิศ กล่าวว่า ข่าเป็นพืชสมุนไพรอีกชนิดที่คนไทย นำมาใช้ประโยชน์ ทั้งเป็นเครื่องเทศปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร เป็นส่วนประกอบเครื่องยาสมุนไพรที่มีสรรพคุณขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับเสมหะ เป็นวัตถุดิบหลักในเครื่องแกงหลากชนิดที่ปัจจุบันมีผู้ประกอบการผลิตส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ทำให้ความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น คณะเกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น จึงหนุนเกษตรกรปลูก ด้วยมองว่ามูลค่าการตลาดสูง ลงทุนน้อย ใช้พื้นที่นาปลูกได้ช่วงว่างเว้นจากการทำนา ดังนั้นได้ขับเคลื่อนการปลูกข่าเหลืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ โดยมีศูนย์กลางการตลาดที่จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 3 ปีกว่าๆ ตั้งแต่มูลค่าการตลาด 53.4 ล้านบาท ต่อปี จนเป็น 30
จากความชอบ สู่แบรนด์…นิยามของเจ้าของแบรนด์ ที่สร้างสรรค์น้ำสลัดด้วยรสชาติไทยๆ ตีตลาดคนรักสุขภาพ คุณมิว-มนทิรา รอบคอบ อายุ 35 ปี เจ้าของไอเดียซอสและน้ำสลัดแบรนด์ Lamoon by Sarada (ละมุน บาย ซาราดะ) คุณมิวเคยเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ที่ชอบทานสลัด และเมื่อ 2 ปีก่อน เธอเคยเปิดร้านสลัดอยู่แถวมหาวิทยาลัยดัง ย่านบางนา มีกลุ่มลูกค้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่เพราะต้องย้ายกลับบ้านเกิด ทำให้ร้านปิดตัวลง “มิวปิดร้านไปประมาณ 1 ปี เราก็กลับไปอยู่บ้านที่ลำปาง อะไรหลายอย่างเริ่มลงตัวจึงกลับมาสร้างแบรนด์ต่อ” กลับมาสานต่อในที่นี้คุณมิวไม่ได้กลับมาเปิดร้านสลัดเหมือนเดิม แต่เธอปั้นแบรนด์ขึ้นมาใหม่แต่ยังคงอยู่ในส่วนของสลัด ผลิตภัณฑ์ที่ว่าคือ ดิปปิ้งซอสและน้ำสลัด ขายผ่านออนไลน์และออกบู๊ธ ภายใต้แบรนด์ Lamoon by Sarada ที่เปิดตัวมาได้ 3 เดือนแล้ว “ความตั้งใจของแบรนด์คืออยากนำเสนอความแตกต่างของน้ำสลัด ที่ไม่จำเป็นต้องทานคู่กับผักสลัดเท่านั้น แต่สามารถนำไปเป็นซอสทานคู่กับอาหารชนิดอื่นได้ด้วย เช่น ราดบนสเต๊ก ทานกับสแน็ก” ซึ่งความแตกต่างของแบรนด์ที่คุณมิวสรรค์สร้างขึ้นมานั้น คือรสชาติของตัวซอสและน้ำสลัด โดยช่วงแรกมี
จานเด็ดสัปดาห์นี้ ธนภัทร ชีระจินต์ ผู้สื่อข่าว ข่าวสด จ.สุราษฎร์ธานี พามาร้านขนมจีนเรือโบราณ “บ้านแม่” เลขที่ 108/58 ซ.ศรีวิชัย 21 แยก 21 หมู่ที่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี นอกจากจะมีขนมจีนสูตรคุณยาย ดั้งเดิมเมืองนครศรีธรรม ราช ที่ร้านยังมี “กุ้งทอดเครื่อง” สูตรโบราณกว่า 60 ปี สืบทอดวิชากันมายาวนาน ตั้งแต่รุ่นยายมารุ่นแม่ จนมาถึงปัจจุบันเป็นรุ่นหลาน ยังใช้สูตรเดิมมาทอดขาย ให้ลูกค้ากินกับขนมจีน ตามแบบฉบับชาวปากพนัง นายกรัณย์ สังข์ประดิษฐ์ อายุ 29 ปี และ นางกมลวรรณ สังข์ประดิษฐ์ อายุ 27 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของร้าน เล่าว่า ปกติที่ร้านเปิดขายขนมจีนเป็นหลัก เนื่องจากแม่เป็นชาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แต่ได้ย้ายตามพ่อ ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาจึงเปิดร้านขายขนมจีนที่ใช้สูตรน้ำแกงของยาย และได้นำสูตรกุ้งทอดเครื่อง มาทอดขายด้วย ส่วนวัตถุดิบจะใช้เครื่องแกงอย่างดี มาผสมกับแป้งข้าวเจ้า มะพร้าวขูด ใบมะกรูดซอย และนำกุ้งทะเลสด ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนนำไปทอด จะได้รสชาติและกลิ่นหอมคล้ายๆ กับทอดมันเผ็ดนิดๆ สำหรับการใช้แป้งข้าวเจ้าเป็นส่วนผสม เพราะจะทำใ
หลังสวนมะม่วงประสบปัญหาหนัก กำนันบันเทิง ถิ่นฐาน จึงหันมาทดลองปลูกแก้วมังกร ด้วยความคิดว่า ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศ ใช้น้ำน้อย และไม่ค่อยมีโรค โดยเริ่มจากปลูก 200 ต้น ลงต้นแก้วมังกร 1 ต้น ต่อ 1 เสาปูน ปลูกระยะห่าง 2×3 เมตร ต่อมาพบว่าผลผลิตเติบโตได้ดี จึงขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรเป็น 14 ไร่ จำนวน 3,000 ต้น โดยส่วนใหญ่เป็นแก้วมังกรเนื้อสีแดง พันธุ์แดงสยาม “การตัดแต่งกิ่งแก้วมังกรเป็นหัวใจหลัก ที่ต้องอาศัยความชำนาญในการดูว่ากิ่งใดควรตัดทิ้งเพื่อให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพ โดยจะเน้นการฟันจากด้านล่างย้อนขึ้นบน เพื่อให้เกิดการแตกกิ่งใหม่ออกมาเรื่อยๆ หลังการตัดแต่งกิ่งและตัดหญ้ารอบๆ โคนต้นให้โล่งเตียน ก็จะใส่ปุ๋ยหมัก แล้วฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพในช่วงเตรียมออกดอก” ด้วยระบบการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ทำให้แก้วมังกรที่นี่มีรสชาติหวาน นิ่มละมุนลิ้น เปลือกบาง ตลาดให้การตอบรับเป็นอย่างดี ชาวบ้านจึงหันมาสนใจปลูกแก้วมังกรแบบอินทรีย์มากขึ้น จนเกิดการรวมกลุ่มเป็น ‘วิสาหกิจชุมชนแก้วมังกรตำบลบ้านถิ่น’ รวบรวมผลผลิตส่งขายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน การขยายพื้นที่ปลูกแก้วมังกรของชุมชน ทำให้มีผลผลิตจำนวนมากซึ่งอาจส่งให้ผลให
ฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เปิดมาได้ 2 ปีครึ่ง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ราว 100 ตารางวา ย่านลาดพร้าว โดยพื้นที่แห่งนี้ถูกเนรมิตให้เป็นฟาร์มปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ขนาดย่อมๆ ของอดีตตากล้องนิตยสารที่อยากหาอาชีพรองรับเพื่อเตรียมพร้อมหลังออกจากงานประจำ เจ้าของต้นเรื่องชื่อว่า คุณแมวน้ำ-บุษกร เบญจกุล อายุ 54 ปี บอกว่า เริ่มทำฟาร์มต้นผักแมวน้ำ เพราะคิดหาอาชีพรองรับหลังออกจากงานประจำ เป็นจังหวะพอดีที่น้องสาวของเธออยากทำฟาร์มเพื่อเป็นอาชีพสร้างรายได้เสริมด้วยเหมือนกัน จึงช่วยกันคิด วางแผน และลงมือทำทันที โดยมีน้องเป็นหุ้นส่วน แต่คุณแมวน้ำคอยดูแลเป็นส่วนใหญ่ เจ้าของฟาร์ม เล่าอย่างใจดีต่อว่า เลือกปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เพราะหลงใหลการทำสวน และการปลูกผัก มาตั้งแต่สมัยทำงานเป็นช่างภาพนิตยสาร เพราะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับแหล่งข่าวซึ่งเป็นเกษตรกร และเจ้าของทำสวนอยู่บ่อยครั้ง ได้เห็น ได้ฟังถึงที่มาของแต่ละสวนจึงสั่งสมความชอบมาตลอด “เป็นช่างภาพตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ จนถึงอายุใกล้เกษียณ เรารู้ตัวเองว่าการเป็นช่างภาพเป็นอาชีพที่ไม่คงที่ สักวันต้องมีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีเด็กรุ่นใหม่เข้ามา ฉะนั้น พี่ต้องเตรียมหาอาชีพรองรับ ช่วงเตรียมต
