Featured
ปัจจุบันหลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ตลอดจนนอนพักผ่อนให้เพียงพอ อีกหลายคนก็เลือกรับประทานอาหารมังสวิรัติ อาหารคลีน ขณะที่อีกหลายคนเชื่อว่ารูปร่างตนเองดีอยู่แล้ว คิดว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน จึงกินโดยไม่กลัวอะไร เหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ นักโภชนาการระดับโลกจะมาให้คำแนะนำ พญ.โรซิโอ เมดินา คนเอเชียมีปัญหาน้ำหนักเกิน พญ.โรซิโอ เมดินา รองประธานกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กล่าวว่า ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ในโลกไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสัดส่วนร่างกาย น้ำหนัก และโรคอ้วน เพราะคิดว่าไม่ส่งผลกระทบอะไร อย่างคนอเมริกันและเม็กซิกันที่ประสบปัญหาโรคอ้วน พบว่า 8 ใน 10 มีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารไม่ดี ขณะที่ในโซนเอเชียแปซิฟิกซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารที่ดี มีทั้งผัก ผลไม้ ปลา กลับพบว่าก็มีปัญหาโรคอ้วนเช่นกัน ทั้งนี้ เมื่อลงลึกไปถึงสาเหตุของโรคอ้วน พบว่าไม่เพียงการบริโภคอาหารเกินความจำเป็นของร่างกายเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ความเครียด การไม่เคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวัน “ตอนนี้คนเอเชียเริ่มมีปัญหาน้ำ
หนึ่งในเทรนด์อาหารเช้า ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ยังติดโผ เป็นที่นิยมของทุกเพศทุกวัย อย่างปาท่องโก๋ร้านเพชรบุรี 42 สูตรฮ่องกง ร้านนี้มีที่มาน่าสนใจ เพราะศึกษาสูตรจากหนังสือใส่ฝีมือลงไปจนได้สูตรปาท่องโก๋แสนอร่อยขายได้ แถมมียอดขายเฉลี่ย 2-3 หมื่นบาทต่องานเลยทีเดียว ลุงชวน วัย 61 ปี เจ้าของร้านเล่าว่า ยึดอาชีพมาขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้มาตั้งแต่ปี 2527 แถวปากซอย 42 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพราะมีเพื่อนที่มาจากจังหวัดเดียวกันทำขายอยู่แถวตลาดคลองเตย ในตอนแรกลุงชวนไม่ได้คิดจะขายปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ แต่เห็นเพื่อนขายแล้วรายได้ดีแบบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนจากอีสานมาทำงานในกรุงเทพฯ ลุงเลยเริ่มสนใจ เริ่มถามคนรู้จักที่ค้าขายส่วนใหญ่บอกว่าดี ได้เงินทุกวันจะมากน้อยก็ยังได้ อาศัยเรียนสูตรกับเพื่อน มาเป็นลูกมือ มาเรียนสูตร เพื่อนก็ช่วยสอนให้ อยู่ร่วม 2 เดือนจนทำเป็น จากปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ ณ ตอนนั้น ขยับขยายมาอีกก้าว สู่ปาท่องโก๋ร้านเพชรบุรี 42 สูตรฮ่องกง ที่ทำขายในปัจจุบัน เพราะลุงชวนรู้สึกว่าสินค้าที่ขายอยู่ยังสามารถปรับสูตรให้ดีกว่านี้ได้ ตอนนั้นเองที่ลุงชวนเริ่มศึกษาสูตรปาท่องโก๋จากหนังสือ “ลุงใช้สูตรจากหนังสือ
ข่าวจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยรายละเอียดโครงการจัดประกวด 20 สุดยอดเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Food Tourism ภายใต้โครงการ “Eat Local : Locallicious” เน้นประชาสัมพันธ์เส้นทางอาหารถิ่น เส้นทางเรียนรู้วัตถุดิบ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมด้านอาหารร่วมกับเชฟชุมชน เส้นทางอาหารอร่อย อาหารห้ามพลาด โดยมีวัตถุประสงค์ กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวใน 55 เมืองรองทั่วประเทศ ยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองโดยใช้อาหารเป็นเครื่องมือในการทำ Destination Marketing ผลักดันสินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของแต่ละจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ให้เป็นจุดขายทางการตลาด กระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อกระจายโอกาสเชิงรายได้ลงสู่เมืองรอง ตามเป้าไม่ต่ำกว่า 3.5 แสนล้านบาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนหลายภาคี โดยผลที่คาดว่าได้รับนั้น เชื่อว่าจะก่อให้เกิดการแชร์ประสบการณ์กินที่น่าสนใจในหมู่นักท่องเที่ยว เกิด “ทริปกินเที่ยว” รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน สามารถสร้างยอดขายได้เป็นรูปธรรม ทั้งยังเพิ่มรายได้ให้คนในท้องถิ่น รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดผู้
คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” กรณีแนวโน้มการเกิดปรากฏการณ์ สินค้าสารพัดชนิด รุมแย่งตัวทีมหมูป่า อคาเดมี่ ไปร่วมงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ ว่า ในอนาคตอันใกล้ สินค้าจะโถมเข้าหา “ทีมหมูป่า” ทั้ง 13 คนมั้ย บอกเลยว่ามีแน่นอน เพราะสินค้าทุกประเภท จะต้องพยายาม “เกาะกระแส” บรรดาคนดัง เพราะเหมือนได้ “มีเดีย” ฟรีไปด้วย และถ้าถามว่าสินค้าพยายามจะเข้าหาบุคคลดังเหล่านี้ ผิดมั้ย ในทางการตลาดก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร คุณพลชัย กล่าวต่อว่า เมื่อมีสินค้าเข้าหา ก็ต้องมีการเสนอผลตอบแทน แต่จะมากน้อยแค่ไหนอย่างไรนั้นพูดยาก ขึ้นกับความพอใจของทั้งสองฝ่าย และสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ เด็กได้ผลประโยชน์ ส่วนสินค้าเอง ได้พรีเซ็นเตอร์ที่ทรงพลัง แต่ต้องยอมรับว่า สังคมส่วนหนึ่งมองเด็กกลุ่มนี้ว่าคือ ฮีโร่ ถ้าสินค้านำเสนอรูปแบบโฆษณาออกมาไม่ดี อาจถูกมองว่าฉวยโอกาสหาประโยชน์จากคนดัง แทนที่สินค้าจะมีภาพลักษณ์หรือยอดขายดี อาจเกิดกระแสตีกลับได้ ฉะนั้นถ้าให้ดีสินค้าไม่ควรนำเสนอแบบฮาร์ดเซล “ในฐานะนักวิชาการ มองว่าเรื่องราวของเด็กกล
ประโยคที่ว่า “สินค้ายุคนี้ ต้องสู้กันด้วยไอเดียใหม่ๆ” คงไม่เกินเลยจากความจริงในทุกวันนี้…เท่าใดนัก เพราะช่วงเวลาของการแข่งขันกันอย่าง “เข้มข้น”นั้น เกิดขึ้นแล้วแทบทุกธุรกิจ หากผู้ผลิรายใดยังหยุดนิ่ง หรือ ก้มหน้าก้มตาขายของแบบเดิม-เดิม อยู่ต่อไป รายรับคงไม่น่าจะพอกับต้นทุน เนื่องจากถูกคู่แข่งหัวคิด “ล้ำกว่า”แย่งชิงฐานลูกค้าไปเสียหมด ………… “อิมินา – ที่กรวดน้ำสำเร็จรูป” สวยงาม น้ำหนักเบา ใช้ง่าย ไหลสะดวก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ คือ ข้อความประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เพื่อการทำบุญแนวใหม่ เจ้าแรกและเจ้าเดียวของไทย นำไปสู่การสนทนากับ คุณอุ๋ย – ณัฎฐวี จัดแจง เจ้าของสินค้าไอเดียสร้างสรรค์ เริ่มต้นให้ฟัง พื้นเพเป็นชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ย้ายตามคุณพ่อ-คุณแม่ มาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดเชียงรายได้เกือบสามสิบปีแล้ว จบการศึกษาปริญญาตรีด้านการท่องเที่ยว ปริญญาโทบริหารธุรกิจ ปัจจุบันมีงานหลัก คือ เป็นผู้บริหารรีสอร์ท “ณัฎฐิพล” ธุรกิจของครอบครัวตั้ง อยู่ที่อำเภอแม่จัน ส่วนความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ “อิมินา” นั้น เริ่มต้นจากความคิดของคุณพ่อของเธอ ที่อยากช่วยลดปัญหาขยะและสร้างความสวยงามให้กับวัด “คุณพ่
ร้านของฝากของที่ระลึก “พรทิพย์” นับว่าได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทย-ต่างชาติ ยามนี้หากใครไปเที่ยวจังหวัดภูเก็ตแล้วไม่แวะหาซื้อสินค้าติดไม้ติดมือไป อาจถูกคนที่บ้านถามไถ่ถึงขั้นต่อว่าต่อขานกันได้เลยทีเดียว ปัจจุบันบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด มีผลิตภัณฑ์ตราพรทิพย์ วางจำหน่ายใน MODERN TRADE ชั้นนำของไทย และยังส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้เป็นอย่างดี ที่ผ่านมา บริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต)จำกัด เคยได้รับรางวัลด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติมาแล้ว โดยในปี 2554 ได้รับ รางวัลชนะเลิศ Asiastar Packaging Awards 2011 ณ ประเทศบังคลาเทศ จากบรรจุภัณฑ์ 2 รายการ คือ บรรจุภัณฑ์ขนมโบราณเมืองภูเก็ตในกล่องชิโน-โปรตุกีส และบรรจุภัณฑ์ชุด Andaman Gift Set “เริ่มธุรกิจครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.2534 มีหลายคนบอกจะไปได้หรือ ความจริงกว่าที่จะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ ไม่ง่ายหรอก ต้องมีการปรับปรุง ปรับตัวกันอยู่ตลอดเวลา และกล้าตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เข้าถึงใจผู้บริโภค”คุณวิรวัฒน์ เปี่ยมวิวัตติกุล ประธานบริษัท พรทิพย์ (ภูเก็ต) จำกัด เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ กิจ
“มะปี๊ด” หรือ ส้มจี๊ด (Kumquat) เป็นส้มผลเล็กที่คนครัวแถบภาคใต้ ภาคตะวันออกของไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอุษาคเนย์อย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ใช้ปรุงรสเปรี้ยวหลักในสำรับอาหาร ขณะที่ครัวภาคกลางแถบบ้านเรามักใช้มะนาวเป็นหลัก จนแทบลืมส้มสดพันธุ์อื่นๆ ไปแล้วก็ว่าได้ กลิ่นและรสของมะปี๊ดไม่แหลมจัดเหมือนมะนาว มีความหอมชื่นใจแบบส้มๆ ปนเข้ามามาก ใครไม่เคยชิม ให้ลองนึกถึงส้มเขียวหวานที่เปรี้ยวที่สุดเท่าที่นึกออกนะครับ ประมาณนั้น และผมแอบเดาโดยยังไม่ได้ลองค้นดูจริงๆ จังๆ ว่า แต่เดิม “เรา” ก็อาจใช้ส้มจี๊ดกันมากไม่แพ้ใครแถวนี้หรอก ไม่อย่างนั้นจะมีคำขยายความรสเปรี้ยวว่า เปรี้ยว “จี๊ด” หรือเปรี้ยว “ปรี๊ด” หลงเหลืออยู่ในภาษาไทยกลางเหรอครับ จริงไหม คนภาคตะวันออกคั้นมะปี๊ดเป็นน้ำผลไม้สีส้มอ่อนๆ ใส่น้ำแข็งดื่มดับกระหายด้วยนะครับ แถมเอาไปดองเก็บไว้กินนานๆ ได้ เท่าที่ผมเคยพบในตลาดหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี ที่ตอนนี้กลายเป็นตลาดโบราณซึ่งคนไปเดินเที่ยวกันมากในวันหยุดนั้น เขาดองแบบหวาน หน้าตาเหมือนมะนาวดองในน้ำเชื่อมข้นๆ และแม้จะดองหนักน้ำตาลอ้อย ซึ่งเป็นของที่ผลิตมากในพื้นที่นั้น แต่ความที่มะปี๊ดมันเป
จากกรณีที่เหล่านักฟุตบอลทีมหมูป่าอคาเดมี จำนวน 12 คนพร้อมด้วยโค้ชเอก ติดอยู่ในถ้ำหลวง ที่จังหวัดเชียงรายถึง 10 วัน หลังทั้งหมดได้เข้าไปสำรวจถ้ำหลังซ้อมฟุตบอลเสร็จแต่ไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันนั้น ทำให้น้ำไหลเข้าถ้ำจำนวนมากและทั้งหมดไม่สามารถออกมาได้ จนนำไปสู่การกู้ภัย ช่วยชีวิตของทั้ง 13 คน โดยความช่วยเหลือหลั่งไหลมาอย่างต่อเนื่องจากทั่วทุกภาค และทั่วทุกมุมโลก จนในที่สุดเหล่าหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตได้ออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัย ในเหตุการณ์นี้เองมีนักออกแบบและแฟนอาร์ตต่างวาดรูปให้กำลังใจหมูป่า และเหล่าฮีโร่กันเป็นจำนวนมาก และหนึ่งในนั้น คือเจ้าของเฟซบุ๊ก ชื่อ Pound Chanparn หรือคุณปอน-อำพร จันทร์ปาน ก็ได้ทำคุกกี้หน้าตาน่ารัก ด้วยการนำคาแร็กเตอร์ของทีมหมูป่า 13 ชีวิต และบรรดาฮีโร่ทั้งหมดมาเป็นไอเดีย ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีสอบถามไปยังคุณปอน ได้ความว่า วันนั้นปอนมีออร์เดอร์คุกกี้ที่ลูกค้าสั่งแต่ก็มีลายที่คิดไว้อยู่แล้ว แต่ด้วยหลายๆ วันที่ปอนตามข่าวมา เลยอยากจะลองปั้นเป็นรูปน้องๆ และทีมช่วยดู เลยไปหารูปหมูป่าจากในอินเตอร์เน็ต แล้วปอนก็แกะออกมาเป็นแบบที่เห็นเลยค่ะ ส่วนรูปทีมช
หากเอ่ยถึงเครื่องประดับ คงไม่ได้มีแค่ เพชรนิลจินดาเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องเงิน โดยเฉพาะเครื่องเงินไทยอันเป็นศิลปะล้ำค่าจากฝีมือช่างเงินไทยที่มีคุณภาพจนสร้างมูลค่าการตลาดมากถึง 1,700 ล้านดอลลาร์ และส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก ร้านสล่าเงิน เป็นผู้ผลิต และจำหน่ายเครื่องประดับเงินจังหวัดน่าน ที่สร้างและผลักดันร้านเครื่องเงินของตนเองจนกลายเป็นร้านเครื่องเงินที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน แม้ในช่วงหนึ่งจะต้องเจอวิกฤตราคาเนื้อเงินพุ่งสูง 2 เท่าตัว คุณไตร เขื่อนธะนะ อายุ 51 ปี เจ้าของร้านสล่าเงินที่เอ่ยถึงข้างต้น เล่าว่า ซึมซับการทำเครื่องเงินมาตั้งแต่เด็ก จนสามารถทำงานได้ในวัยเพียง 16 ปี “จริงๆ เริ่มทำงานตอนอายุ 16 เนี่ยถือว่าเริ่มช้านะ เพราะเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่เขาเริ่มทำงานกันตั้งแต่ 12-13 ปีแล้ว เพราะไม่ค่อยได้เรียนหนังสือเลยเริ่มทำงานกันเร็ว งานแรกที่ทำเป็นก็คือทำเครื่องเงินนี่แหละเพราะซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ” คุณไตร บอกอีกว่า จากนั้นย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ทำในโรงงานเล็กๆ ซึ่งเป็นกิจการของพี่สาวตนเอง มีคนงานประมาณ 5 คน จากนั้นขยายตามเวลาคนงานเพิ่มขึ้นกว่า 100 คน ทำอยู่ประมาณ 14 ปี ก็แยก
“หลักการทำฟาร์มของผม จะไม่ลงทุนด้วยการกู้เงินมาทำ ผมจะใช้หลักความพอดีพอเพียง ถ้าเรามีเงินทุนที่สามารถลงทุนได้น้อย ก็เอาเงินส่วนน้อยนั้นมาลงทุน พอได้กำไรมากขึ้นก็ค่อยเอามาลงทุนทำเพิ่ม อย่างช่วงแรกที่ผมเลี้ยงจระเข้ ผมก็เน้นเลี้ยงขุนก่อน ยังไม่ได้ครบวงจรแบบมีการขยายพันธุ์เองเหมือนเช่นปัจจุบัน พอเราได้ผลกำไรก็สามารถนำเงินมาขยับขยายและผลิตลูกพันธุ์เอง สร้างแบบครบวงจร ก็ทำให้การทำอาชีพดำเนินได้ต่อเนื่องและมีเงินทุนหมุนเวียน” คุณอดิศัย กล่าว คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ อยู่บ้านเลขที่ 92 หมู่ที่ 10 ตำบลหลุมรัง อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเกษตรกรที่เริ่มต้นเลี้ยงจระเข้มาตั้งแต่ ปี 2542 จากการหมั่นสังเกตและมีใจรักในสิ่งที่ทำ อาจเรียกได้ว่าฟาร์มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งฟาร์มที่คร่ำหวอดในเรื่องการเลี้ยงที่ครบวงจร สามารถผลิตส่งขายจระเข้ให้กับลูกค้าได้ทุกปี จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณอดิศัย ว่องไวไพโรจน์ เล็งเห็นว่า พื้นที่นี้ สามารถเลี้ยงจระเข้ได้ คุณอดิศัย เล่าให้ฟังว่า จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อจบการศึกษาจึงได้กลับมาอยู่บ้านเพื
