Featured
ธุรกิจแปลกแต่รวย! สาววัย 37 ลาออกจากงานประจำ มาทำอาชีพ “เก็บอึสุนัข” สร้างรายได้หลักล้านต่อปี เอริก้า ครูปิน วัย 37 ปี เธอเคยเป็นผู้ช่วยเภสัชกรมาก่อน แต่เธอมีความคิดอยากเป็นเจ้าของกิจการ จึงตัดสินใจเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ๆ ในปี 2018 เธอเริ่มรับจ้างเก็บอึสุนัขเป็นงานเสริม และตั้งชื่อธุรกิจว่า Kroopin’s Poopin Scoopin แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของเธอ มาจากการที่เธอเห็น ‘จาวา’ สุนัขพันธุ์พิตบูลของเธอ กำลังถ่ายอุจจาระในสวนหลังบ้าน จากนั้นเธอจึงคิดว่า “ถ้ามีคนมาช่วยเก็บอึสุนัขให้ก็คงดี” และปิ๊งไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ ต่อมาเธอได้ลาออกจากงานผู้ช่วยเภสัชกร เพื่อหันมาทำธุรกิจแบบเต็มเวลา ต่อมาในปี 2024 Kroopin’s Poopin Scoopin มีรายได้ 337,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 8.5 ล้านบาท) ซึ่งได้มากกว่างานประจำที่เธอเคยทำ ดูโพสต์นี้บน Instagram โพสต์ที่แชร์โดย Erica Krupin (@kroopins_poopin_scoopin) เริ่มต้นอาชีพเสริม หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลาย เธอไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่ออะไรดี แม้ว่าเธอจะลงทะเบียนเรียนหลักสูตรทั่วไปที่วิทยาลัยท้องถิ่น แต่เธอก็ไม่ได้สนุกกับมันเลย โดยเ
จากแม่ค้าขายหนังสือธรรมะ สู่ข้าวต้มกุ๊ย 3 บาท แห่งเดียวในกรุงเทพฯ ถ้วยเล็กๆ แต่สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ปัจจุบันราคาข้าวของแพงขึ้นทุกๆ วัน ค่าครองชีพก็สูงสวนทางกับรายได้ จะหาอาหารในราคาหลักสิบแถมวัตถุดิบดีนั้นหายาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ยังมีร้านหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ ขายในราคาเป็นกันเอง เข้าถึงง่ายในทุกวัยทุกอาชีพ อิ่มอร่อย สบายกระเป๋ากับสารพัดเมนู ราคาเริ่มต้นเพียง 10 บาท ข้าวต้มกุ๊ย 3 บาท ร้านเปิดมานับ 18 ปี คุณเล็ก-นภาพร นิราศภัย เจ้าของร้านข้าวต้มคุณเล็ก 3 บาทริมคลองหลอด ได้เผยชีวิตเรื่องราวก่อนจะมาเป็นร้านนี้ จากเด็กต่างจังหวัดอุบลราชธานี จบ ม. 6 เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาทำอาชีพขายหนังสือธรรมะ ขนมปังปิ้ง กล้วยปิ้ง สู่ธุรกิจร้านข้าวต้มคุณเล็ก จุดเริ่มต้นมาเป็นร้านข้าวต้ม 3 บาท มาจากบ้านเป็นเด็กจากอุบลฯ จบ ม.6 เข้ากรุงเทพฯ มาขายหนังสือธรรมบูชา แล้วตอนเย็นก็ขายพวกขนมปังปิ้ง ขายกล้วยปิ้ง ลูกค้าก็มานั่งกิน ขายเล็กๆ ลูกค้าเขามานั่งกินเขาก็แนะนำว่าน่าจะขายเป็นกับข้าวดีกว่า เพราะยังไงคนก็กินข้าว บางคนไม่อยากกินขนมปัง เลยเลือกขายข้าวต้มในราคาที่ไม่เหมือนคนอื่น ขายถูกๆ ข้าวต้ม 3 บาท กับข้าว
“เริ่มต้นจากตลาดต่างจังหวัด ก่อนจะตีโอบเข้าสู่เมืองใหญ่” ‘เสถียร เสถียรธรรมะ’ เจ้าพ่อคาราบาวกรุ๊ป ผู้พลิกเกมธุรกิจกับ “กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง” ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การก้าวขึ้นมาของ บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด เป็นกรณีศึกษาของร้านสะดวกซื้อที่น่าสนใจ ซึ่งมีเจ้าของคือ คุณเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) จากธุรกิจเครื่องดื่มบำรุงกำลัง “คาราบาว” สู่ธุรกิจค้าปลีก “ซีเจ เอ็กซ์เพรส” จนถึงการเป็นผู้ผลิตเหล้าและเบียร์ ปัจจุบันมีทรัพย์สินรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่คุณเสถียรนำมาใช้จนธุรกิจประสบความสำเร็จ นั่นคือ “กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง” ซึ่งหมายถึงการเริ่มต้นจากตลาดต่างจังหวัดก่อนจะตีโอบเข้าสู่เมืองใหญ่ “กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง” ใช้ได้กับทุกธุรกิจ ทั้งคาราบาวกรุ๊ปและ CJ Express ใช้กลยุทธ์นี้ในการสร้างฐานลูกค้าและขยายธุรกิจ 1. เริ่มต้นจากพื้นที่ชนบทและตลาดในภูมิภาคก่อนขยายเข้าสู่เมืองใหญ่ 2. เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ในขณะที่เครื่องดื่มคาราบาวแดงจับกลุ่มคนทำงานหนักในต่างจังหวัด CJ Express ก็เน้นตอบสนองความต้องการของครอบครัวในชุมชนเล็
ราชินีซอฟต์พาวเวอร์! ‘ลิซ่า’ เสิร์ฟความเป็นไทยไม่หยุด ชู ‘ยาดมตรามังกรทอง’ และ ‘อาหาร-สินค้า-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว’ ชีเสิร์ฟอีกแล้วทุกคน! เมื่อ ‘ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล’ หรือ ลิซ่า BlackPink มาเปิดกระเป๋าให้ Vogue ดูในช่วง ‘Inside Lisa’s Louis Vuitton Bag | In The Bag’ ที่มีทั้ง พาสปอร์ต กระเป๋าสตางค์ หูฟังเอียร์โฟน แว่นกันแดด จนมาถึงไอเทมที่ลิซ่า เอ่ยปากว่า “I can’t live without this” หรือ ขาดสิ่งนี้ไม่ได้เลย นั่นคือ ‘ยาดมสมุนไพรตรามังกรทอง’ กระปุกน้ำเงิน แบรนด์ไทยจาก บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ที่อยู่คู่คนไทยมานานถึง 77 ปี เป็นอีกครั้งที่ลิซ่านำเสนอ ‘สินค้าไทย’ ไปสู่สายตาชาวโลก จนหลายคนแซวว่า ‘เป็นสิ่งเดียวที่ซื้อตามลิซ่าได้’ หรือ ‘ยาดมเตรียมขาดตลาด’ เพราะไม่ว่า ลิซ่า จะหยิบจับอะไร หรือขยับตัวทำอะไร ก็พาสิ่งนั้น ‘แมส’ เป็นกระแสไปด้วยเสมอ หากยังจำได้ ก่อนหน้านี้ ลิซ่า เสิร์ฟความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหาร อย่างเมนู ‘ลูกชิ้นยืนกิน’ หลังจากให้สัมภาษณ์ในรายการของ Woody ว่า อยากกินลูกชิ้น ราดน้ำจิ้มพริกเผา ซึ่งเคยกินตอนเด็กสมัยอยู่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้คนแห่ต
อยากเปิดร้าน “แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์” มาทางนี้! เริ่มต้นง่ายๆ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้ บอกทุกขั้นตอนตั้งแต่เลือกทำเล-ฝึกอบรม ใครหลายคนคงคุ้นเคยกับเพลง “ฟาร์มเฮ้าส์…สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา” เป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นแบรนด์ขนมปังอันดับ 1 ในใจคนไทย ด้วยความอร่อย สดใหม่ และราคาเข้าถึงง่าย นอกจากขนมปังแล้ว ฟาร์มเฮ้าส์ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ด้วยแฟรนไชส์แซนด์วิชที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แซนด์วิช เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ด้วยความสะดวก รวดเร็ว และอร่อย ทำให้แซนด์วิชกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับมื้ออาหารหลากหลายมื้อ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อกลางวัน หรือแม้แต่ของว่างระหว่างวัน ดังนั้น การลงทุนแฟรนไชส์แซนด์วิชฟาร์มเฮ้าส์ จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ ด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่ง การสนับสนุนจากทางบริษัท และสูตรเด็ดเฉพาะของฟาร์มเฮ้าส์ ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจแซนด์วิชเป็นเรื่องง่ายและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง แฟรนไชส์คนไทย ร้อยสาขา จัดโปร ลงทุน 0 บาท เงินประกัน เลิกขายได้คืน โ
เผยสถิติสุดอึ้ง! นักช้อปไทย มีการจับจ่ายออนไลน์ต่อสัปดาห์ สูงสุดอันดับ 1 ของโลก คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยในปีที่ผ่านมายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนักช้อปไทย เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์ต่อสัปดาห์สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก อยู่ที่ 69.2% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 55.8% สะท้อนถึงความคุ้นชินกับการช้อปปิ้งออนไลน์ซึ่งกลายเป็นวิถีปกติของผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้มีความคาดหวังต่อประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่สูงยิ่งขึ้นไปด้วย โดยผลสำรวจล่าสุดของลาซาด้า และกันตาร์ ระบุว่า ปัจจัยหลักที่นักช้อปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มองหาจากแพลตฟอร์มคือ สิทธิประโยชน์ การสะสมแต้ม และการค้นหาสินค้าที่สะดวกและง่ายดาย สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของลาซาด้าในการเดินหน้าสร้างประสบการณ์การช้อปที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคใน ทุกๆ มิติอย่างต่อเนื่อง LazMall ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของลาซาด้าในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้นักช้อป นับตั้งแต่การเปิดตัวในปี 2561 LazMall มีอัตราการเต
รวมธุรกิจติดเทรนด์ รองรับสังคมสูงวัย โอกาสเติบโตสูง (อัปเดต 2025) เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา โลกของเรามีประชากรประมาณ 5,735 ล้านคน โดยประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 540 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 9 ของประชากรโลก จนในปี 2558 ประชากรโลกมีจำนวน 7,349 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 901 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 12 จึงกล่าวได้ว่า “ประชากรโลกได้กลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว” สำหรับประชากรไทย ข้อมูลจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 65,969,270 คน และมีจำนวนผู้สูงอายุประมาณ 13,444,127 คน คิดเป็น 20.69% โดยภาคกลางเป็นอันดับ 1 ของจำนวนผู้สูงอายุที่มากสุด คือ 4,776,960 คน หากเปรียบเทียบจำนวนผู้สูงอายุในไทย เมื่อเดือนธันวาคมปี 2566 มีจำนวนผู้สูงอายุอยู่ที่ 13,064,929 คน จากข้อมูลข้างต้น เป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่า ผู้สูงอายุในประเทศไทย มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการคาดคะเนว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า ประชากรไทยจะลดลง จาก 66 ล้านคน จะเหลือเพียง 60 ล้านคน เพราะอัตราการเกิดมีน้อย แต่ประชากรผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นเป็น 19 ล้านคน ดังนั้
ถอดรหัสปรากฏการณ์ AIMER เมื่อกลุ่มเป้าหมายชัดเจน แคมเปญโดนใจ และพาร์ตเนอร์ที่ใช่ สู่ยอดขายพุ่ง 10 เท่า! ส่งท้ายเดือนแห่งความรักด้วยเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นไทยกระแสแรงที่มีคู่รักนักธุรกิจอย่าง ‘บั๊บ-วีรวรรธน์ ชินพิลาศ’ และ ‘โดนัท-พิชญา ส่งสกุลชัย’ ร่วมกันขับเคลื่อนแบรนด์ AIMER (อะแมร์) ด้วยสไตล์เรียบง่ายที่เป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงความเท่และเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ “เพราะการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดี คือการที่เราสามารถเติบโตไปในทางที่ดีขึ้นร่วมกันได้” นี่คือปรัชญาการทำงานของทั้งคู่ ซึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความรักและการเป็นคู่คิดทางธุรกิจที่ดี สามารถพาแบรนด์ AIMER ให้เติบโตและประสบความสำเร็จติดอันดับขายดีบน LazLOOK จุดหมายปลายทางของนักช้อปสายแฟบนลาซาด้า อีกหนึ่งพาร์ตเนอร์ที่ช่วยขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวหน้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านโลกอีคอมเมิร์ซ หนึ่งในเกร็ดที่สะท้อนถึงแนวคิดของแบรนด์คือชื่อ ‘AIMER’ ซึ่งมาจากการเล่นคำที่แปลว่า “รัก” ในภาษาฝรั่งเศส สะท้อนถึงความรักในแฟชั่นและการสร้างสรรค์ หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ระหว่างคู่รักผู้ก่อตั้งแบรนด์ได้อย่างลึกซึ้ง AIMER เป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์เสื้อ
เทรนด์ ‘ชาไทย Specialty’ มาแรง LINE MAN เผย ปี 2024 คนไทยสั่งชาไทยไปแล้ว 4 แสนแก้ว แนวโน้มการเติบโตของชาไทย Specialty มีจุดเริ่มต้นในปี 2022 ที่อุตสาหกรรมชาขยายตัวในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านคุณภาพของใบชา ความหลากหลายของแหล่งปลูก และกำลังการผลิต ทำให้ประเทศไทยก้าวขึ้นมาเป็นตลาดค้าชาใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ชาไทย เป็นที่ต้องการสูงจากทั้งในไทยและทั่วโลก พันธุ์ชาที่นิยมปลูกในไทยได้แก่ ชาจีน (Chinese Tea) และชาอัสสัม (Assam Tea) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของชาไทยสีส้มที่พวกเราคุ้นเคย แล้วถูกพัฒนามาเป็นเมนู “ชาไทย Specialty” ที่สามารถเลือกรสชาติและกลิ่นหอมได้ เหมือนกับเมนูกาแฟ Specialty คุณแพร-มิญชยา บูรณะเศรษฐกุล เจ้าของร้าน KHIRI Thai Tea หนึ่งในร้านชาไทย Specialty ที่มียอดออร์เดอร์สูงสุดบน LINE MAN เล่าว่า ชาไทยอยู่คู่คนไทยมานาน แต่ด้วยเทรนด์ผู้บริโภคชาวไทยในช่วงหลังที่หันมาบริโภคเครื่องดื่ม Specialty จากตลาดกาแฟ Specialty ทำให้เกิดตลาดชาไทย Specialty ขึ้นตามมา รูปแบบของชาไทย Specialty เชื่อมโยงทุกกระบวนการพัฒนาชาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ใบชาจากเกษตรกรไทย พัฒนาโดยคนไทย และถ่ายทอดเป็น
แฟรนไชส์ ร้านกะเพราดัง มาแน่ แต่ขอคิดให้ชัวร์ ทำแล้ว ต้องรอดไปด้วยกัน ฉายแสงในวงการอาหาร ด้วยการได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และรางวัล Creative จากการแข่งขัน WORLD KAPHRAO THAILAND GRAND PRIX 2023 ซึ่งจัดโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และนับแต่นั้น ชื่อเสียงของร้านอาหาร “จิตสดชื่น” ก็ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบัน สามารถขยายกิจการได้แล้วถึง 3 สาขา อยู่ที่ กาญจนบุรี พระนครศรีอยุธยา และย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ จากจุดเริ่มของความคิดอยากมี “พื้นที่ของตัวเอง” เมื่อราว 10 ปีก่อน คุณแบงค์-ปภากร นิยมทรัพย์ อดีตหนุ่มนักกีฬารักบี้ ดีกรีวิทยาศาสตร์การกีฬา จากรั้ว ม.ศิลปากร เริ่มต้นหา Connection ที่เมืองกาญจน์ บ้านเกิด ด้วยการเข็นรถบาร์บีคิวไม้ละ 30 บาท เร่ขายไปในย่านผับบาร์เลียบแม่น้ำแคว “จะมีภาพจำวัยเด็กคือ ตอนเด็กมีรถซาลาเปาอยู่คันหนึ่ง เวลาวิ่งผ่านมามีโฆษกพูดว่า ซาลาเปาไหม ทุกคนพอได้ยินเสียงนี้ จะรู้แล้วมารอซื้อหน้าบ้าน ตอนที่ผมขายบาร์บีคิว ผมก็จะมีกระดิ่งอันหนึ่ง แล้วเขย่าเหมือนกัน เขาก็จะรู้ว่าเด็กบาร์บีคิวมาแล้ว ไอ้บาร์บีคิวมาแล้ว เขาก็จำผมในชื่อบาร์บีคิว เขาจะไม่เ
