Featured
SME D Bank เปิดตัวสินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” เปิดโอกาสผู้สนใจมีเงินลงทุนซื้อแฟรนไชส์ชั้นนำที่มีมาตรฐาน ชูดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดถึง 3 ล้านบาท หากกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่ต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ช่วยกระตุ้น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดตัว สินเชื่อ “เถ้าแก่แฟรนไชส์” สร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรายเล็ก หรือผู้ประกอบการรายเดิม ให้สามารถเป็นเจ้าของกิจการ หรือต่อยอดขยายการลงทุนสร้างธุรกิจใหม่ ด้วยการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อลงทุนเป็นแฟรนไชซี (Franchisee) กับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franchisor) ที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน และหากกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจมาก่อน ในโครงการสินเชื่อนี้ ธนาคารจับมือกับเจ้าของแบรนด์แฟรนไชส์ (Franch
“ลาบเสียบ” ร้านอาหารอีสานแห่งความทรงจำของ “ฝ้าย-อาทิตย์ มูลสาร” ศิลปิน นักวิชาการ และพ่อค้าผู้หยิบเอาวัฒนธรรมอาหารอีสานมาเล่าใหม่ให้น่าสนใจกว่าเดิม ผ่านการ “เสียบไม้” สไตล์อิซากายะญี่ปุ่น โดยยังให้เกียรติความเป็นอีสานผ่านการใช้วัตถุดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด การใช้เนื้อสดใหม่ ข้าวคั่ว หรือพริกป่นที่คั่วเอง มาชูรสชาติได้อย่างลงตัว ในอีกมุมหนึ่งลาบเสียบไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่คือพื้นที่แห่งการปลดปล่อยความทุกข์และสร้างความสุข ผ่านอาหาร วัฒนธรรม และเสียงดนตรี ที่หลอมรวมอยู่ในที่เดียวกัน “คำว่า “อีสาน” ในเชิงผัสสะหรือการรับรู้ มันคือความง่ายๆ ผ่อนคลาย ถอดเนคไท ถอดเสื้อโค้ตออก แล้วนั่งกินฟังดนตรีหมอลำที่เราเปิดไปแล้วเฮฮากัน KPI ของลาบเสียบไม่ได้ว่าลูกค้ากินหมดกินเหลือ แต่ลูกค้ายิ้มและหัวเราะดังเท่าไหร่อันนั้นคือความสำเร็จของลาบเสียบ” คำบอกเล่าจากฝ้าย จุดเริ่มต้นของ “ลาบเสียบ” ฝ้ายผู้บ่าวยโสธรผู้เป็นทั้งศิลปิน นักวิชาการ และในอีกบทบาทคือ “พ่อค้า” เขาสร้างธุรกิจของตัวเองด้วยการเปิดร้านหนังสือและคราฟ์เบียร์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “ลาบเสียบ” จากแนวคิดเรียบง่ายของเ
จาก“สงครามตะวันออกกลาง” ที่ผลกระทบไปทั่วโลก ทำให้ “วิกฤตพลังงาน” กลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกคนต้องหาทางรับมือ เพราะไทยเสี่ยงเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชีย จากสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสุทธิสูงที่สุดเมื่อเทียบกับ GDP แม้ภาครัฐจะออกมาตรการประหยัดพลังงาน Work From Home แต่ประชนและผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องดำเนินชีวิตและธุรกิจต่อไป การมองหา “พลังงานทางเลือก” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการติดตั้ง Solar Rooftop (โซลาร์รูฟท็อป) หรือ โซลาร์เซลล์บนหลังคา ยิ่งเมื่อภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ พร้อมสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท ทำให้หลายครอบครัวเริ่มมองการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีพลังงานทางเลือก แต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ช่วยลดค่าไฟได้จริง โดยหนึ่งในบริษัทที่กำลังถูกจับตามองท่ามกลางการแข่งขันของตลาดโซลาร์เซลล์ คือ “GEE Solar” ของผู้บริหารรุ่นใหม่ คุณพัณณ์ภัสร์ อายุวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท โกลบอล เอนเนอร์จี เอ็มไพร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงการขับเคลื่อนองค์กรท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่ต้องการยกระดับธุรก
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อรองรับสถานการณ์ความตึงเครียดจากการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า กรมการค้าภายในได้ติดตามเฝ้าระวังและกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีโครงสร้างต้นทุนเชื่อมโยงกับราคาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน นายวิทยากร กล่าวต่อว่า “ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยสินค้าและบริการ (กกร.) ปี 2568 ปัจจุบันมีสินค้าควบคุมจำนวน 59 รายการ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยมาตรการที่ใช้กำกับดูแลราคาสินค้าจำเป็นที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตมายังกรม และกรมจะพิจารณาโครงสร้างต้นทุนอย่างรอบด้านก่อนอนุญาตปรับราคาจำหน่ายได้ ทั้งนี้ในสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขออนุญาตปรับขึ้นราคาสินค้าเลยแต่อย่างใด และกรมยังได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายสินค้าให้ตรึงราคา โดยจำหน่ายในราคาเดิม เพื่อลดภาระให้แก่พี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์คับขัน นายวิทยากร ยังกล่าวต่อว่า “ขณะเดียวกันกรมได้มีการประเมิน
วันที่ 16 มีนาคม 2569 เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจฟู้ดค้าปลีก ผนึกความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart ค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เตรียมนำร้าน “No Brand” ชื่อดังของ Emart บุกตลาดไทยเป็นครั้งแรกเพื่อเสริมความหลากหลายของพอร์ตธุรกิจ และนำเสนอโมเดลค้าปลีก Value Retail ระดับสากลสู่ผู้บริโภคไทย ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Smart Value เน้นคุณภาพและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายเป็นหลัก ควบคู่กับกระแส K-Trend ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีกำหนดเปิดตัวสาขาแรก ณ เซ็นทรัล บางนา อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 มีนาคม 2569 นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Emart ในการเปิดตัว ‘No Brand’ อย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งและความหลากหลายให้กับพอร์ตธุรกิจของเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล โดยผสานจุดแข็งของทั้งสองผู้นำค้าปลีกเข้าด้วยกัน ทั้งความเชี่ยวชาญของบริษัทในด้านเครือข่ายค้าปลีกและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่หันมาให้ค
ใครว่าวัยเรียนต้องอยู่แค่ในตำรา หลายครั้งเราอาจจะคิดว่าการทำธุรกิจจะต้องเริ่มทำให้ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าธุรกิจที่เกิดจากความใส่ใจหรือเกิดจากแพชชัน ก็สามารถสร้างความจริงใจให้กับลูกค้าได้ และเกิดอิมแพคได้เช่นกัน โดยธุรกิจนี้เกิดจากแพชชันของนักศึกษาวัย 19 ปีที่อยากจะเปิดร้านพาสต้าเส้นสด และมีโอกาสได้บินไปเรียนทำพาสต้าไกลถึงอิตาลีกับเชฟโลคอล วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ชวนทุกคนมาพูดคุยกับ คุณดาร์กอน-ณชชนน ชูไพบูลย์ และ คุณอลิน่า-ณิชารัศม์ รุจิธีระพัฒน์ เจ้าของร้าน Augusta Fresh Pasta วัย 20 ปี ที่เต็มไปด้วยพลังของความเป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง ทั้งคู่ใช้เวลาคิดเพียง 2 สัปดาห์ในการเริ่มต้นธุรกิจนี้ ปัจจุบันเปิดมาแล้ว 6 เดือน ขายได้พีกสุด 290 เสิร์ฟต่อวัน พร้อมกับทำคอนเทนต์ลงโซเชียลถ่ายทอดทุกขั้นตอนการเปิดร้าน เพื่อให้คนดูได้เห็นกระบวนการทำพาสต้าเส้นสด และทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้น จนเกิดกระแสไวรัลมีคนตามไปชิมอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหนึ่งในร้านพาสต้าที่แมสมากในตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ แพชชันสุดแรงกล้า สูตรจากอิตาลีแท้ๆ ตอนนั้นดาร์กอนได้ไปฝึกงานที่ฝรั่งเศส ส่วนอลิน่าฝึกงานอยู่ที่ไทย แต่ส่วนตัวแล้วเขาทั้
NARA Group ร่วมกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ส่งเสริม “ข้าวประณีต” จากวิถีรักษ์โลก สู่จานอาหารระดับพรีเมียม คัดสรร ข้าวพันธุ์ กข 43 คุณภาพสูงจากศูนย์ข้าวชุมชนคลอง 13 กลุ่มเครือข่ายชาวนาร่วมใจ จังหวัดปทุมธานี รังสรรค์เป็นเมนู “ข้าวแช่นารา” ภายใต้แคมเปญ สำรับฤดูร้อน “The Symphony of Thai Summer Delicacy” เริ่มบริการตั้งแต่ 16 มีนาคมนี้ ที่ Nara Thai Cuisine ทุกสาขาในประเทศไทย พร้อมดึง ใหม่–ดาวิกา โฮร์เน่ ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์อาหารไทย ภายใต้แนวคิด “สำรับไทย…ไว้ใจนารา” นราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหารบริษัท นารา กรุ๊ป กล่าวว่า ปัจจุบัน Nara Group มีร้านอาหารในเครือมากกว่า 70 สาขา ใน 8 ประเทศทั่วโลก และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานอาหารไทยสู่เวทีสากลอย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในเมนูเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของร้านคือ “ข้าวแช่นารา” สำรับฤดูร้อนตำรับไทยโบราณรังสรรค์อย่างประณีต จนกลายเป็นเมนูนางเอกประจำฤดูคิมหันต์ ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในทุกปี ปีนี้ทาง นารา ยกระดับความพิเศษของข้าวแช่อีกขั้น เพื่อมอบป
พิษสงครามตะวันออกกลางพ่นพิษไปทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือวิกฤตขาดแคลนเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในหลายอุตสาหกรรม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ และยานยนต์ เป็นต้น นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) กล่าวว่า “ตอนนี้สัญญาณการขาดแคลนเม็ดพลาสติกเริ่มชัดเจน จะเห็นได้จากบริษัทผลิตเม็ดพลาสติกในประเทศบางบริษัทได้ประกาศ Force Majeuer ไม่รับคำสั่งซื้อใหม่ เพราะพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ส่วนซัพพลายเออร์ต่างประเทศที่ผลิตเม็ดพลาสติกบางชนิดก็ชะลอรับคำสั่งซื้อใหม่ ส่วนในการที่จะหาแหล่งวัตถุดิบเม็ดพลาสติกจากประเทศอื่นใกล้เคียงน่าจะไม่สามารถทำได้ในระยะใกล้นี้ เพราะแทบทุกประเทศได้รับผลกระทบหมด โดยเฉพาะประเทศแถบตะวันออกกลางซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกใหญ่ที่สุดของโลก แต่ในส่วนของ เอกา โกลบอล บริษัทยังมีสินค้าในสต็อกถึงเดือนพฤษภาคม ยังถือว่าไม่วิกฤตมากในขณะนี้ ถือว่ามีสินค้าคงคลังพอสมควร สามารถรับมือได้ไปอีกระยะหนึ่ง และยังมั่นใจในการหา Source of Supply ได้
SME D Bank จัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก วงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เอสเอ็มอีไทยเพิ่มผลิตภาพ ลดต้นทุนพลังงาน ด้วยการลงทุนหรือเสริมสภาพคล่อง เพื่อใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างประโยชน์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ประกอบกับกฎระเบียบและมาตรการทางการค้าของต่างประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ต้นทุนธุรกิจ โดยเฉพาะค่าพลังงานปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี ต้องเร่งปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) นำเทคโนโลยี นวัตกรรม มายกระดับปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงาน ดังนั้น SME D Bank สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง
แม้ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า “เหตุไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเมื่อใด” แต่สัญญาณล่าสุดสะท้อนว่าครัวเรือนไทยจำนวนมากยังมีความเปราะบางทางการเงิน ผลสำรวจสวนดุสิตโพลล์ปี 2568 ระบุว่า 48.32% ของคนไทยมีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน และอีก 35.24% มีเงินสำรองเพียง 1-3 เดือน เท่ากับว่าอย่างน้อย 2 ใน 3 ของคนไทย ยังไม่มีเงินสำรองถึง 3 เดือน ซึ่งถือเป็นระดับสำคัญสำหรับรองรับเหตุฉุกเฉิน หากรายได้สะดุดหรือมีเหตุเร่งด่วนเกิดขึ้น ครอบครัวจำนวนมากอาจตั้งหลักได้ยากตั้งแต่สัปดาห์แรกๆ ด้านสุขภาพก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงที่ “มาโดยไม่บอกล่วงหน้า” เช่นกัน ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคชี้ว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างมะเร็ง หลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของไทย โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเฉลี่ย 227 รายต่อวัน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนทั้งภาระค่าใช้จ่าย การตัดสินใจ และแรงกดดันทางใจที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน การมี “แผน” ทั้งด้านเงินและด้านใจตั้งแต่วันนี้ จึงช่วยลดต้นทุนความไม่แน่นอนได้จริง วิธีวางแผนการเงินให้ตั้งหลักได้ เคทีซี ถอดบทเรียนจากข้อมูลผู้ใช้และอินไซต์คนทำงาน พบว่า “ความกังว
