ในโลกที่อาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพที่สองของใครหลายๆ คน Nicole Glabman (นิโคล แกลบแมน) พนักงานประจำตำแหน่งฝ่ายโฆษณาที่ Uber นิวยอร์ก ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าจากปัญหาส่วนตัวสามารถเปลี่ยนเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาลได้ เธอตัดสินใจปั้นแบรนด์ “She’s The Sauce” ซอสปรุงรสที่อัดแน่นด้วยโปรตีนและพรีไบโอติก จนกลายเป็นม้ามืดในวงการอาหารที่สร้างยอดขายถล่มทลายตั้งแต่เปิดตัว

เริ่มต้นจาก “ความโกรธ” แต่กลายเป็น “โอกาส”
นิโคล ไม่ได้เริ่มธุรกิจเพราะอยากรวยตามกระแส แต่เริ่มเพราะ “ความหิวที่ถูกจำกัด” เธอเผชิญกับภาวะโรคส่วนตัวที่เธอเป็น ซึ่งส่งผลทำให้ต้องคุมน้ำหนักและฮอร์โมนอย่างเคร่งครัด คำแนะนำเดียวที่เธอได้รับคือ ถ้าอยากผอม ให้ตัดซอสทิ้ง เพราะซอสส่วนใหญ่มีแต่แคลอรีที่ว่างเปล่า
“ฉันรักซอส และฉันไม่อยากตัดสิ่งที่รักออกไป ฉันแค่ต้องการทำให้มันดีขึ้น” นิโคล กล่าว
เธอจึงเริ่มทดลองในครัวเล็กๆ ของตัวเองช่วงปลายปี 2023 เพื่อพิสูจน์ว่าซอสไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ร้ายเสมอไป โดยการเติมโปรตีนและไฟเบอร์ลงไป เพื่อเปลี่ยนเครื่องปรุงให้กลายเป็นอาหารที่มีฟังก์ชันต่อร่างกาย
บททดสอบสุดหิน เมื่อยอดขายพุ่ง แต่ “หลังบ้าน” พัง
นิโคล ลงทุนด้วยเงินเก็บส่วนตัว $20,000 หรือประมาณ 700,000 บาท ช่วงแรกเธอทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่คิดสูตรไปจนถึงหาโรงงานผลิต จุดพีกที่สุดคือเมื่อเธอเปิด Pre-order รส Honey Mustard และ Ranch เพียงแค่ 48 ชั่วโมงแรก เธอกวาดรายได้ไปกว่า 350,000 บาท
แต่ความสำเร็จที่รวดเร็วเกินไปกลายเป็นดาบสองคม โรงงานผลิตไม่สามารถขยายสเกลตามความต้องการได้ทัน ออร์เดอร์ค้างเติ่ง ลูกค้ารอเก้อ สิ่งที่เธอทำไม่ใช่การหนีปัญหา แต่เป็นการ “สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา”
เธอใช้เวลา 3 เดือนในการรื้อระบบซัพพลายเชนใหม่ หาพาร์ตเนอร์ใหม่ และกลับมาผงาดอีกครั้งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนปัจจุบันสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือนด้วยสินค้าเพียงชนิดเดียว และที่สำคัญ เธอไม่ใช้เงินค่าโฆษณาเลยแม้แต่บาทเดียว

ถอดรหัสความสำเร็จ 4 บทเรียนสร้างธุรกิจจาก “Nicole Glabman”
สำหรับผู้ประกอบการหรือคนที่กำลังมองหาลู่ทางทำธุรกิจเสริม เรื่องราวของนิโคล เปรียบเสมือนแรงกระเพื่อมและแนวทางที่คุณสามารถหยิบไปใช้ได้จริง
1. คุณค่าต้องมาก่อนกระแส
อย่าทำธุรกิจเพียงเพราะเห็นว่าคนอื่นทำแล้วรุ่ง นิโคลเริ่มทำซอสโปรตีนก่อนที่เทรนด์นี้จะบูมเสียด้วยซ้ำ เพราะเธอต้องการแก้ปัญหาให้ตัวเองจริงๆ “สินค้าที่มีคุณค่าในตัวเองจะอยู่รอดได้นานกว่าสินค้าที่มาตามแฟชั่น” หากคุณแก้ปัญหาให้ผู้คนได้ เงินจะตามมาเอง
2. เริ่มให้เล็ก แต่ทำให้จริง
เธอไม่ได้กู้เงินมหาศาลหรือจ้างทีมงานชุดใหญ่ในช่วงแรก แต่เริ่มจากครัวในอพาร์ตเมนต์และการค้นคว้าด้วยตัวเอง การทำธุรกิจแบบ “Scrappy” หรือการใช้ทรัพยากรที่มีอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยให้คุณเรียนรู้ข้อผิดพลาดได้เร็วโดยที่เจ็บตัวไม่หนัก
3. อร่อยในครัว ไม่เท่ากับ สำเร็จในโรงงาน
บทเรียนราคาแพงของเธอคือ สูตรที่ทำกินเองที่บ้านกับสูตรที่ผลิตในโรงงานนั้นต่างกันสิ้นเชิง หากคิดจะทำสินค้าอุปโภคบริโภค (CPG) ให้ดึงผู้เชี่ยวชาญหรือโรงงานเข้ามามีส่วนร่วมให้เร็วที่สุด เพื่อทดสอบว่าสินค้าของคุณสามารถผลิตในปริมาณมากได้จริงหรือไม่ก่อนที่จะรับออร์เดอร์
4. ความก้าวหน้าสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ
นิโคล ย้ำเสมอว่าสิ่งที่แยก “คนสำเร็จ” ออกจาก “คนช่างฝัน” คือการลงมือทำ หลายคนมักติดกับดักการวางแผนจนไม่ได้เริ่ม เลิกพยายามทำให้ทุกอย่างเพอร์เฟ็กต์ แต่ให้สร้างแรงขับเคลื่อนออกไปคุยกับลูกค้า รับคำวิจารณ์ แล้วนำมาปรับปรุง ระหว่างทางคือโรงเรียนที่ดีที่สุด
“ไม่ต้องรอให้รู้ทุกเรื่อง เพราะในโลกธุรกิจ คุณจะเก่งขึ้นได้จากการลงมือทำเท่านั้น” นิโคล กล่าวทิ้งท้าย
ที่มา entrepreneur
