Featured
คุณสุรูป แสนขันธ์ คือเกษตรกรผู้ริเริ่มขยายพันธุ์ไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” ณ บ้านเลขที่ 243 หมู่ที่ 5 บ้านซำบ่าง ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ชื่อไผ่รวกหวาน “ภูกระดึง 58” นี้ มีที่มาจาก เป็นไผ่รวกที่พบบนพื้นที่ยอดดอยภูกระดึง และ 58 คือ ปีที่คุณสุรูปเริ่มขยายพันธุ์จนสำเร็จ จนได้มีการจำหน่ายต้นพันธุ์ ทำให้ไผ่รวกหวานสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนั่นเอง แต่เดิมนั้น คุณสุรูป รับราชการครู สอนในรายวิชาการงานอาชีพ ซึ่งถือว่ามีความรู้ทางด้านเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งในพื้นที่บ้านก็ได้มีการปลูกมะนาวไว้ และเป็นผู้รู้ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการปลูกมะนาวด้วย จนเมื่ออายุได้ 50 ปี ได้หันมาปลูกไผ่รวกหวานเป็นอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอาชีพ คุณสุรูป เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการปลูกไผ่รวกหวานว่า “ได้ไปกินไผ่รวกจากคุณยายท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติพี่น้องที่รู้จักกัน คุณยายท่านนี้ปลูกไผ่รวกชนิดนี้ไว้ในบ้าน 1 กอ โดยไปเอามาจากบนป่าภูกระดึง ตนเกิดความประทับใจในรสชาติที่หวาน กรอบ ของไผ่ชนิดนี้ ที่มีรสหวานกว่าหน่อไผ่สายพันธุ์อื่นๆ ที่เคยได้กินมา จึงได้ขอซื้อไผ่กอนั้นทั้งกอมาปลูกไว้ที่บ้าน ด้วยการเพาะชำลำไผ่ แต่ปลูกได้ประ
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ทำธุรกิจไปสักพัก “รวยไม่รู้เรื่อง” ไม่รู้จริงๆ ว่ารวยมาได้อย่างไร ค่ำวันตรุษจีนปีนี้ นั่งคุยกันสารพัดเรื่อง กระทั่งเรื่องของเอสเอ็มอีของไทยที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก แต่ในจำนวนมากเหล่านั้น กลับรวยแบบไม่รู้เรื่อง ถามอะไร ตอบได้ไม่ชัดสักอย่าง มีอยู่อย่างเดียวมั้ง ที่พอจะตอบได้ชัดเจนสุด นั่นคือ “ยอดขาย” ถือว่ายังดีที่ตอบได้บ้าง ยอดขายมักตอบได้ เพราะเป็นสิ่งที่เอาใจจดจ่อรอดูอยู่ทุกวี่วันว่าจะขายได้เท่าไหร่ แต่ยังมีข้อมูลอีกจำนวนไม่น้อย ที่ผู้ประกอบการรายย่อย ควรตอบได้แบบไม่ต้องคิดนานเกิน หรือถ้าตอบปากเปล่าไม่ได้ ใช้เวลาชั่วครู่ชั่วยาม ไปงัดข้อมูลที่เก็บเอาไว้มาตอบได้ ก็ยังถือว่าโอเคอยู่ ทว่า ปัญหาที่ผมเจอกับผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนไม่น้อย คือ ไม่มีกระทั่งข้อมูลเหล่านั้น ไม่เคยเก็บเอาไว้ และที่สำคัญกว่าก็คือ “ไม่เคยคิดเก็บ” ด้วยซ้ำ โชคดีที่ผลประกอบการออกมาน่าพึงพอใจ อยู่รอดด้วยดี ทำแล้วรวย แต่…“รวยแบบไม่รู้เรื่อง” ว่าที่รวยมานั้น มีปัจจัยอะไรเกื้อหนุนบ้าง ตอนยังรวยอยู่ก็ไม่มีปัญหาให้ปวดหัวหรอกครับ ปัญหามักอยู่ที่ผลิตไม่ทัน แต่ตอนที่เกิดปัญหาจริงๆ ยอดขายผิดเพี้
เคยพาไปเดินตลาดสเปนมาแล้วเมื่อปีก่อนนะถ้าฉันจำไม่ผิด และเคยบอกไปแล้วว่าคนสเปนติดน้ำมันมะกอกมาก เขาใช้ในการทำอาหารเกือบทุกอย่าง ทั้งในการปรุง ทั้งใส่ในสลัด ในเนื้อในหมูในไก่ สารพัดอย่าง ในจานอาหารเขานี่จะมีน้ำมันมะกอกนองมาเชียว เขาเอาช้อนตักซดกันเฉิบๆ และที่มากไปกว่านั้นคือ เขาดื่มน้ำมันมะกอกด้วย ซดกันสดๆ นั่นแหละ เป็นจอกๆ ไปวันละหลายจอก เขาว่ามันจะป้องกันโรคหัวใจได้ อันนี้ไม่รู้เรื่องกับเขาด้วยหรอกนะ แต่ฉันพยายามกินได้วันสองวัน ฉันไม่ไหว ฉันจะอ้วก แค่ให้กินในสลัดอะไรต่อมิอะไรนี่ก็พอแล้วแหละ จะเป็นโรคหัวใจ ฉันยอม คนสเปนเชื่อว่า น้ำมันมะกอกตัวเองดีที่สุด เพราะผลิตใช้กันมานานในทุกครัวเรือนสืบเนื่องมาหลายร้อยปี นอกจากนั้นภูมิอากาศของสเปนเหมาะแก่การปลูกมะกอกมาก คือ แดดแรงแต่ไม่ร้อน เขาเชื่อว่าของเขาดีแหละ แม้ว่าที่อิตาลีก็จะมีมะกอก แต่เขาเชิดใส่กันมาก อิตาลีก็ว่าของตัวเองดี สเปนก็ว่าของตัวเองดี ดังนั้น เวลาคุยกับคน 2 ชาตินี้ พึงระวังเรื่องการแสดงความเห็นเรื่องน้ำมันมะกอกให้ดี เหมือนเวลาคุยกับคนฝรั่งเศสต้องบอกว่าไวน์เขาดี ไปบอกว่าไวน์อิตาลีดี นี่เขาโกรธหนักหนา ถ้าบอกว่าไวน์อเมริกันดีนี่แทบไม
จัดเป็นสินค้า “ขายดี” ที่มีวางขายในร้านสะดวกซื้อระดับชาติ มานานนับปีแล้ว สำหรับผงแป้งสมุนไพร คุณสมบัติระงับกลิ่นใต้วงแขน ชื่อแบรนด์ชวนอมยิ้ม อย่าง “เต่าเหยียบโลก” แต่ “เส้นทาง”บนธุรกิจสายนี้ ใช่จะมี “ลู่วิ่ง” เรียบเนียน ให้เดินเหินได้อย่างสบายอุรา ทว่ามีทั้งหลุมบ่อและขวากหนาม คอยเป็นเครื่องทดสอบความอุตสาหะของ “เต่าน้อย”ตัวนี้ อยู่เป็นระยะ หากอุปสรรคดังเกริ่นมานั้น ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายาม ในการเดิน “ทีละก้าว-ทีละก้าว” จนนำพาตัวเองเข้าสู่ “เส้นชัย” แซง “กระต่าย”บางตัว ที่มัวหลับใหลได้ อย่างสง่างาม คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์ ประธานบริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด วัย 61 ปี เจ้าของผลิตภัณฑ์ “เต่าเหยียบโลก” เปิดบ้านพักหลังงามย่านสุขสวัสดิ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกัน เริ่มต้นด้วยการย้อนความเป็นมาตั้งแต่วัยเด็ก พื้นเพเป็นคนอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ครอบครัวทำอาชีพปลูกพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆ พวกพริก-มะเขือ-เผือก-มัน ส่วนการศึกษาในโรงเรียน จบชั้นสูงสุดแค่ประถมฯสี่ ก่อนได้ไปเรียนต่อด้านภาษาจีนกับผู้ใหญ่ในละแวกบ้าน อีกประมาณ 4 ปี อายุ 16 ปีเศษ ได้งานทำในตำแ
เปิดฉากฤดูเที่ยวสวนผลไม้ตะวันออกสุดคึกคัก 46 สวนผลไม้ระยอง จันทบุรี ตราด ร่วมโครงการ นักท่องเที่ยวแห่จองคิวแน่นเดือนพฤษภาฯ ททท.แนะนักท่องเที่ยวจองล่วงหน้า งดวอล์กอิน สวนเล็กงดกินไม่อั้น หันปรับเงื่อนไขคิดเป็นอิ่มละ 150-350 บาท ขณะที่สวนใหญ่ขยับราคาหัวละ 450 บาท เปิด 46 สวนผลไม้รายได้พุ่ง 20% นางสาวกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานระยอง (ระยอง จันทบุรี) เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวจังหวัดระยอง-จันทบุรี ยังคงจัดงานเปิดสวนผลไม้ท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้มีสวนผลไม้ที่เข้าร่วม คือ จังหวัดระยอง 19 สวน จังหวัดจันทบุรี 16 สวน บางสวนเริ่มเปิดแล้ว แต่ส่วนมากจะเปิดให้เข้าในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งแต่ละสวนมีเงื่อนไขแตกต่างกัน บางสวนทำเป็นบุฟเฟต์ บางสวนให้เข้าชมปกติ แต่สามารถซื้อผลผลิตภายในสวนได้ ค่าใช้จ่ายมีตั้งแต่หัวละ 300-450 บาท อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์ที่ผ่านมา มีปัญหาว่าบางสวนมีนักท่องเที่ยวทะลักถึงวันละ 3-4 พันคนดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องเช็กข้อมูลจากสวน และจองล่วงหน้า เพื่อการเตรียมพร้อมในการรองรับ ข้อมูล ททท.ระยองระบุว่า โดยช่วงปี 2559 (เมษายน- กร
เป็นเวลากว่าสิบปีแล้วที่สถานการณ์ชายแดนใต้ของไทย ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ สภาพบ้านเมือง ความเป็นอยู่ การประกอบธุรกิจน้อยใหญ่ ทุกวันนี้จึงแตกต่างจากในอดีตแทบจะสิ้นเชิง การเข้าถึงสินค้า-บริการ ในพื้นที่จึงเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับคนต่างถิ่น ส่งผลให้พ่อค้า-แม่ขาย ในพื้นที่ต้องพาตัวเองออกมาพบปะกับลูกค้าแทน แม้จะกำลังง่วนอยู่กับการจัดหน้าร้าน ช่วงมาร่วมออกงานที่ห้างดังย่านปทุมฯ แต่ คุณโรส-โรสมาลีน กิตตินัย ผู้ผลิตและจำหน่าย กือโป๊ะ ตราดอกแก้ว ผู้มีบุคลิกร่าเริงแจ่มใสเป็นกันเอง ยังกรุณาสละเวลามาพูดคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เริ่มต้นให้ฟัง เรียนจบสายพาณิชย์ เคยทำงานอยู่บริษัทประกัน ก่อนออกมาทำธุรกิจขายผ้าม่านควบคู่กับแฟนที่ทำร้านตัดกระจก-มุ้งลวด จากนั้นไม่นานจึงเปิดกิจการขายผ้าตัดเสื้อสำหรับสตรีมุสลิม ขายดีอยู่หลายปี เพราะผู้หญิงมุสลิมภาคใต้ นิยมแต่งกายกันด้วยชุดคลุมยาวสีสันสดใส กระทั่งเมื่อราวปี 2542 ความเป็นไปในชุมชนพลิกผัน สืบเนื่องมาจากการก่อความไม่สงบ ที่ยังไม่มีวี่แววเลยว่าจะจบลงวันไหน “ทุกอย่างได้รับผลกระทบไปหมด แม้กระทั่งการแต่งกาย แต่ละคนไม่เปิดเผยว่าตัวเองทำงานอะไร และหันมาใส่เสื้อยืด-
ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตลอด 24 ชั่วโมง พอถึงเวลาทำมาหากิน จึงต้องช่วยกันคนละไม้ละมือ กระทั่งกลายเป็น “จุดขาย”สำคัญ ทำให้เวลามีลูกค้าเดินผ่านหน้าร้าน แทบทุกรายเป็นต้องหยุดดูเป็นนานสองนาน เพราะเห็นความน่ารัก-น่าเอ็นดู ของ “ผู้ช่วยพ่อค้า” สี่ขา หน้าแหลม ขนสวย หางยาว เพศผู้สองตัว ชื่อว่า “กระเพรา” กับ “ชาเย็น” นั่นเอง คุณปู – พัลลภ กาญจนะ อายสี่สิบเศษ เจ้าของกิจการขายอาหารขนม-อุปกรณ์ สำหรับสุนัข ชื่อร้าน “กระพรา ด็อก คลับ” อยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ สละเวลามาให้ข้อมูล ถึงความเป็นมาของ “ผู้ช่วย”ทั้งสองตัวให้ฟัง ด้วยน้ำเสียงร่าเริง เริ่มต้นจาก “กระเพรา” เป็นสุนัข ที่ครอบครัวเขาเลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ที่เชียงใหม่ ช่วงนั้นคุณปู ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักดนตรี ตำแหน่ง “มือกลอง”ประจำวง ตระเวนเล่นตามผับ-ร้านอาหารในตัวจังหวัด กระทั่งอายุมากขึ้น จึงเลิกอาชีพนักดนตรี และย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากอยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ก่อนมองหาธุรกิจส่วนตัวในสิ่งที่ถนัด เริ่มจากรับขนม-ของเล่น-อุปกรณ์ น้องหมา มาตระเวนขายตามตลาดนัดในตัวอำเภอเมือง โดยมี “กระเพรา” ติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด “ตอนขายของ กระเพรา จะนั่งอยู่
“เก๋งคันงาม” ใครๆคงอยากมีไว้ครอบครอง ยิ่งถ้าได้ “รถคลาสสิค” มาประดับไว้ในโรงจอดซักคันสองคัน น่าจะเป็น “ฝันใหญ่”ของหลายคน แต่ถ้ายังเก็บสตางค์กันได้ไม่พอซักที ลองพิจารณาโซฟาหน้าตาเหมือน “บั้นท้ายรถ”ในตำนานสไตล์อเมริกัน รายนี้กันไปพลางก่อน คงไม่ผิดกติกา Tammy Ancient (แทมมี่ แอนเชี่ยน) คือ ยี่ห้อเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ ฝีมือคนไทยมีสินค้าสร้างชื่อ คือ โซฟารูปทรงบั้นท้ายรถยนต์ ยี่ห้อ “คาดิลแลค” รุ่นปี 1962 ซึ่งเป็นรถหรูสุดคลาสสิค ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักสะสมทั่วโลก “จุดเริ่มต้นที่ทำออกมา เพราะผมอยากได้โซฟาที่ไม่เหมือนใครมาไว้แต่งบ้านตัวเอง” คุณพิชยา เจริญสุกใส เจ้าของเฟอร์นิเจอร์ Tammy Ancient วัยสามสิบปีเศษ ย้อนความเป็นมาก่อนบอกต่อว่า ธุรกิจนี้เกิดขึ้นจากความชอบส่วนตัวล้วนๆ ส่วนธุรกิจหลักที่ดูแลอยู่นั้นเป็นสวนกล้วยไม้หวายตัดดอกขายส่งต่างประเทศ พื้นที่ 50 ไร่ อยู่อำเภอกระทุ่มแบน จ.สมุทรสงคราม และ บริษัท เจริญสุขใส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เจ้าของโครงการหมู่บ้านเอริก้า วิลล์ อาคารพาณิชย์และทาวน์โฮม สไตล์โมเดิร์น ย่านมหาชัย จ.สมุทรสาคร “เป็นคนชอบรถ ชอบแต่งบ้าน เคยเห็นในรายการทีวีของฝร
ปลากือเลาะห์ หรือ ปลาพลวงชมพู เป็นหนึ่งในตระกูลปลาพลวงที่จะสร้างรายได้ให้กับชาวเบตง ภายใต้นโยบาย 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจภาคใต้ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน แม้จะใช้เวลาในการเลี้ยงถึง 2 ปี จนได้ขนาดและราคากิโลกรัมละกว่า 3,000 บาท ต้นน้ำจากป่าฮาลาบาลา ที่เป็นต้นกำเนิด ปลากือเลาะห์ จะนำมาซึ่งรายได้อีกทาง ด้วยการสนับสนุนแพร่ขยายพันธุ์ โดยกรมประมง ส่งผลให้เกิดความร่วมมือภาครัฐกับชาวบ้าน ผ่านปลาพื้นเมืองของแหล่งแม่น้ำนี้อย่างถาวร ปลากือเลาะห์ เป็นปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า อีแกกือเลาะห์ หรือปลากือเลาะห์ อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหิน ความโดดเด่นในสีของเกล็ดที่มีลักษณะเป็นสีชมพู ครีบหลังและครีบหางสีแดง เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ด นิยมบริโภคในประเทศแถบอินโดจีน โดยเฉพาะมาเลเซีย ที่ยังไม่สามารถวิจัยเพาะขยายพันธุ์ได้ และมีกฎหมายห้ามจับจากธรรมชาติมากิน สาเหตุที่มีราคาสูง เพราะเป็นปลาที่มีรสชาติดี หาได้ยาก อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ ถึงจะมีหน่วยงานราชการนำไปเพาะขยายพันธุ์ แต่การเลี้ยงก็ยังไม่กว้างขวาง เพราะเป็นปลาที่ตกใจง่าย คุณการุณ อ
วันที่ 29 เมษายน 2560 น.ต.ประสิทธิ กาญจนวนิชย์ (รน.) ประธานกรรมการการสหกรณ์การเกษตรห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสหกรณ์ฯและองค์การบริหารส่วนตำบล อบต.) ห้วยสัตว์ใหญ่ ร่วมกันถือครองทะเบียนสิทธิบัตร “ทุเรียนป่าละอู” ผลผลิตที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีความสำคัญในฐานะทรัพย์สินจากภูมิปัญญาของเกษตรกรในท้องถิ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สินค้าจากแหล่งอื่นไม่สามารถลอกเลียนได้ โดยมีทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนี ที่มีลักษณะเนื้อหนา สีเหลืองอ่อน เนื้อแห้งละเอียด กลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบเล็ก ปลูกเฉพาะบริเวณพื้นที่ป่าละอู ใน ต.ห้วยสัตว์ใหญ่เท่านั้น และ ขอยืนยันว่าทุเรียนป่าละอู รุ่นทวายได้ตัดจำหน่ายหมดรุ่นแล้วในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำหรับทุเรียนในฤดูปกติจะเริ่มออกจำหน่ายได้ในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ เป็นต้นไป “ ขณะนี้สหกรณ์ได้ดูแลการรับซื้อผลผลิตทุเรียนจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิก 52 ราย เพื่อกำหนดราคาซื้อขายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน สร้างอำนาจต่อรองกับพ่อค้าคนกลาง หากตรวจพบว่าสมาชิกใครละเมิดลิขสิทธิ์ จะต้องเสียค่าปรับวงเงิน 200,000 บาท หลังจากกำหนดให้ชาวสวนตัดผ
