Featured
ช่วงส่งท้ายปลายปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้แถลงผลการดำเนินงานในปี 2559 ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณรวมกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อบูรณาการงานส่งเสริมชาวเอสเอ็มอีของประเทศ ซึ่งมีจำนวนกว่า 2,800,000 ราย ให้เติบโตได้ตามศักยภาพในทุกด้าน ผ่านแผนงานสำคัญ 3 ด้านใหญ่ คือ ด้านการบ่มเพาะเอสเอ็มอีรายใหม่ ใช้งบประมาณรวม 250 ล้านบาท ด้านการส่งเสริมเอสเอ็มอี ที่ดำเนินกิจการอยู่แล้วให้เติบโตและมีนวัตกรรม ใช้งบประมาณรวม 1,162 ล้านบาท และด้านการฟิ้นฟูเอสเอ็มอี ให้ดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างมั่นคง ใช้งบประมาณรวม 3.630 ล้านบาท กล่าวเพิ่มเติม สำหรับแผนงานด้านการฟิ้นฟูเอสเอ็มอีให้ดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างมั่นคงนั้น มีโครงการสำคัญอยู่ในแผนงานนี้ 3 โครงการ ได้แก่ หนึ่ง โครงการปรับแผนธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอี (Turn Around) โดยทางสสว.ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ภายใต้งบประมาณ 200 ล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ประสบปัญหาธุรกิจจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ให้สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคง ปรากฏมี เอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ 15,000 ราย และหลังจากผ่าน
คุณอสมา เอื้อเมธีกุล นิสิต MBA สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรเน่ เทรดดิ้ง ( ไทยแลนด์) ซึ่งดูแลทางด้านการตลาดของผลิตภัณฑ์ Rene’ Skincare Sleeping Mask ถือเป็นธุรกิจ Start up เริ่มจากพี่ชายเป็นเภสัชกร จึงร่วมกันทำธุรกิจดังกล่าว ส่วนตัวมีความสนใจทางด้าน Skin Care อยู่แล้ว และเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย จึงมีความคิดอยากทำแบรนด์ของเราเอง โดยมองว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าในตลาดการแข่งขันค่อนข้างมีอยู่จำนวนมาก ดังนั้น เราจึงอยากหา Skin Care ที่ตอบโจทย์หนุ่มสาวยุคใหม่ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และสามารถใช้งานง่ายและเหมาะกับผิวของคนเอเชีย ผลิตภัณฑ์ตัวแรกจึงเกิดขึ้น คือ ผลิตภัณฑ์มากส์หน้า เพราะด้วยโอกาสทางตลาดและ แนวโน้มของการบำรุงผิวหน้าที่สะดวกและใช้ง่ายมากขึ้น ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า Rene Skincare Sleeping Mask มีคุณสมบัติที่แตกต่างจากมากส์ทั่วไปเป็นมากส์ที่ไม่ต้องล้างออก สามารถทาทิ้งไว้ได้ทั้งคืน เนื้อครีมจะซึมผิวเร็ว ใช้ได้เหมือนครีมบำรุง โดยมีส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ ถึง 6 ชนิด นับเป็นทางเลือกให
“พยาบาล” นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพในฝันของเด็กผู้หญิงหลายคนในวัยเยาว์ เพราะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี คนยกย่อง อยู่ในสถานที่สะอาดสะอ้าน ได้ช่วยเหลือคนอื่น แต่สำหรับ “ดุสิตา ธรรมสถิตพร” หรือ ไหม หญิงสาวในวัยเพียง 27 ปี เลือกที่จะปฏิเสธตำแหน่งพยาบาลดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เงินเดือนหลายหมื่นบาท มาสวมบทบาทเกษตรกรปลูกเมล่อนในพื้นที่ 8 ไร่ ที่ ต.เขาเพิ่ม อ.บ้านนา จ.นครนายก โดยเธอตั้งปณิธานไว้ว่า การเป็นเกษตรกรจะต้องไม่ “ยากจน” เสมอไป และเชื่อไหมว่าอดีตนางพยาบาลคนนี้ ภายหลังเป็นเกษตรกรเพียงปีเดียว ปัจจุบันเธอมีรายได้สัปดาห์ละ 60,000 บาท มากกว่าที่เป็นพยาบาลซะอีก คุณไหม เล่าว่า หลังจากเรียนจบพยาบาลเฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปี 54 ก็ทำงานตามที่เรียนมา ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แผนกผู้ป่วยมะเร็งนาน 4 ปี ทำงานวันละ 12 – 13 ชั่วโมงทุกวัน สุขภาพเริ่มแย่ ค่าเม็ดเลือดทุกตัวตกลงทุกปี ประกอบกับสามีเป็นหมอ แนะนำว่าให้ลาออกจากงาน เพื่อไปรักษาตัวเอง แต่เนื่องจากไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น ไปได้ลองทานเมล่อน รสชาติดีมาก หวาน กรอบ อร่อย เลยเกิดไอเดียกลับมาปลูกเมล่อนที่เมืองไทย ตอนที่ค
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ เกษตรกรทำสวนผลไม้ จังหวัดระยอง เดิมทีเขาทำการเกษตรแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก และได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อมาลงทุน แต่ประสบกับภาวะขาดทุนจากสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมและมีปัญหาโรคพืช จากการผลิตแบบเดิมๆ ที่มีต้นทุนสูง จึงไม่สามารถใช้หนี้ที่กู้ยืมมาได้ จุดเปลี่ยนของการทำการเกษตรโดยไม่พึ่งสารเคมี เริ่มจากได้ไปศึกษาดูงานกับ ธ.ก.ส. ในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ การทำเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และศึกษาฟาร์มตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สารเคมีติดต่อกันเป็นเวลานาน และจากการได้รับคัดเลือกเป็นหมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน จึงได้มีโอกาสเดินทางไปอบรมสัมมนาในพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง โดยใช้เวลาศึกษาเรียนรู้และตัดสินใจนาน 2-3 ปี จึงตัดสินใจทำการเกษตรอินทรีย์ตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่พึ่งพาสารเคมีทุกประเภท จนสามารถปลดหนี้ทั้งหมดได้ มีรายได้ตลอดทั้งปี รูปแบบกิจกรรมทางการเกษตร คุณสมศักดิ์ ได้ดำเนินกิจกรรมการเกษตรแบบผสมผสานโดยมีความโ
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 ธ.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2560 ความว่า บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปราถนาดี เพื่ออำนวยพรแก่ท่านทั้งหลายทั่วกัน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภาระกิจทุกอย่างเสมอมา ในปีที่แล้วบ้านเมืองของเรามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น คือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรได้เสด็จสวรรคตเมื่อเดือนตุลาคม กล่าวได้ว่านำความโศกเศร้าอาดูร นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาวไทยทั้งประเทศ ข้าพเจ้ารู้สึกตื้นตันและประทับใจที่ได้เห็นประชาชนทุกเพศทุกวัยทั่วหน้า มีจิตจงรักภักดีได้ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พรั่งพร้อมกันมาถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ขอขอบใจทุกท่านที่ร่วมมือร่วมใจช่วยงานพระบรมศพอย่างพร้อมเพรียง ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ข้อนี้น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าคนไทยนั้นมีจิตใจดี มีความกตัญญูกตเวที มีความเอื้ออารีต่อกัน มีความรักชาติรักแผ่นดิน เป็นคุณสมบัติประจำชาติ และมีความรู้ความสามารถไม่
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดี
สืบเนื่องจากมีผู้ร้องทุกข์เข้ามายังกองบรรณาธิการนิตยสารเส้นทางเศรษฐี ว่า เพจ BooMBA บริการรับฝากซื้อ จัดหา หิ้วของ พรีออร์เดอร์สินค้า ได้เกิดปัญหา “สั่งของไม่ได้ของ” กับลูกค้าผู้ใช้บริการ โดยลูกค้ามีการชำระค่าสั่งซื้อสินค้า แต่ปรากฎว่า ไม่ได้รับสินค้าแต่อย่างใด เว็บไซต์เส้นทางเศรษฐี ได้สอบถามข้อเท็จจริงไปยังคุณรชานนท์ โสภาพ เจ้าของเพจ BooMBA ได้รับคำชี้แจงยอมรับว่า ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องการเงินจริง โดยนำเงินจากลูกค้าที่พรีออเดอร์สินค้า 20 ราย เป็นจำนวนเงินเกือบ 60,000 บาท ไปช่วยน้องสาวเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงาน เพราะหวังว่าน้องสาวจะได้รับเงินค่าจ้าง แล้วนำมาคืนตามเวลาที่กำหนด แต่ทว่าทางบริษัทกลับเลื่อนการจ่ายเงินค่าจ้าง ทำให้ไม่สามารถนำเงินไปซื้อสินค้าตามออร์เดอร์ลูกค้า ฉะนั้นจึงเกิดปัญหาขึ้น สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา คุณรชานนท์ กล่าวว่า จะไม่หนี ไม่โกง ไม่ไปไหนอย่างแน่นอน และจะนำเงินมาชดใช้ลูกค้าทั้ง 20 ราย เป็นจำนวนเงินเกือบ 60,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2559ก่อนส่วนหนึ่ง และจะทยอยชดใช้ในเดือน มกราคม 2560 จนหมด หากไม่สามารถชดใช้ตามวันที่กำหนด ขอให้ลูกค้าเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมา
ตั้งชื่อแฟรนไชส์ใน 3 วินาที! “ลูกชิ้นจัง” เปิด 7 ปี มี 600 สาขา “นักลงทุนบางคนที่อยากซื้อแฟรนไชส์ลูก ชิ้น จัง อาจมองว่าเราเรื่องเยอะ ก็ไม่ง้อ ไปแบรนด์อื่นได้ ถึงอย่างนั้นเรายังคงนโยบายเดิม คือ คัดเลือกลูกค้าอย่างเข้มข้น เราไม่ใช่แฟรนไชซี ที่ไม่มีความรับผิดชอบ ที่ได้เงินค่าแฟรนไชส์ไปแล้ว ก็ปล่อยปละละเลย ขายได้ไม่ได้ ก็ไม่สน” นี่เป็นคำพูด ของ คุณหน่อย – ภิรมย์นาถ สว่างล้ำ เจ้าของกิจการ ลูก-ชิ้น-จัง ซึ่งให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของแฟรนไชส์ ซึ่งล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว มีอยู่ในความดูแลถึง 600 สาขา นั้นว่า ยังอยู่ครบ อยู่ดี และเติบโตขึ้นตามลำดับแบบช้าๆ แต่ว่ามั่นคง โดยปัจจุบันมีจำนวนแฟรนไชซีเพิ่มขึ้นจาก 600 รายจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ถึง 700 ราย เพราะที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญกับการทำการตลาดทั้งออนไลน์-ออฟไลน์ อาทิ โปรโมตสินค้าในเว็บไซต์ยูทูป เข้าทำสัญญากับทาง “ดีแทค” เพื่อขอส่วนลดให้ลูกค้าวอล์กอิน และล่าสุด เข้าร่วมกับทาง “ไลน์ ประเทศไทย” เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งลูก ชิ้น จัง ไปรับประทานได้ถึงที่ ผ่านแอพพลิเคชั่น “ไลน์ แมน” “การตลาดล่าสุดของ
ที่ตลาดน้ำดอนหวาย มีของกิน ผัก ผลไม้ และสินค้าอื่นๆ วางขายอยู่เป็นจำนวนมาก มะละกอจาก”สวนนายปรุง” เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อให้กับตลาดแห่งนี้ ปัจจุบันคุณปรุง ป้อมเกิด อยู่บ้านเลขที่ 45/3 หมู่ 4 ตำบลลานตากฟ้า อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม คุณปรุง ปลูกมะละกอมานานกว่า 20 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมที แม่ค้าในตลาด มีมะละกอแขกดำรสชาติดี จึงนำผลให้คุณโสภา ภรรยานายปรุงเพื่อชิมเนื้อ แล้วก็ลองนำเมล็ดไปปลูก คุณปรุงและภรรยาชอบใจ จึงปลูกมะละกอที่แม่ค้าให้มา เมื่อมีผลผลิตเขาชิมดู ปรากฏว่าอร่อยมาก ผลผลิตที่ได้เจ้าของนำออกจำหน่าย แต่ขายได้เพียงกิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น คุณสุจินต์ ป้อมเกิด คุณปรุงไม่ย่อท้อ พยายามปลูกรุ่นใหม่ เมื่อมีผลผลิตก็นำออกทดลองตลาดอีก ระยะหลังๆราคากระเตื้องขึ้น ทุกวันนี้ เท่าที่ทราบ คุณปรุงขายมะละกอจากสวนได้ราคาดีที่สุดในประเทศไทย คือกิโลกรัมละ 25-30 บาทมีบวกลบบ้างเล็กน้อย มะละกอที่ปลูกอยู่เป็นสายพันธุ์แขกดำ เจ้าของได้คัดพันธุ์ โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เริ่มจากดูที่ผลมีความยาวพอประมาณ โคนผลเล็ก ตรงกลางใหญ่ ปลายเรียว แต่ไม่แหลมจนเกินไป ปลายควรทู่พอสมควร ผิวผลสวย ขนาด 1.5-
ผศ.ฉัตรภา หัตถโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ในช่วงของเทศกาลการเฉลิมฉลอง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของการกิน ซึ่งอาหารส่วนใหญ่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนั้น มีทั้งอาหารคาว หวาน ขนม เครื่องดื่มต่างๆ มากมาย เมื่อเราเกิดความสุขเราก็จะยิ่งกินได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งความเพลิดเพลินในช่วงนี้ก็จะทำให้เรากินได้เรื่อยๆ ในปริมาณที่มากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่รับประทานเข้าไปช่วงนี้ ดูเหมือนมีขนาดและปริมาณเพียงเล็กน้อย เช่น ขนมเค้ก คุกกี้ ไอศกรีม เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล น้ำหวาน แต่ให้พลังงานที่สูง ทำให้เรากินเข้าไปเยอะแต่ยังรู้สึกเหมือนว่าไม่ค่อยได้กินอะไรเข้าไป แถมยังฉลองกันจนดึกทำให้ขาดการพักผ่อนนอนหลับเพียงพอ ขาดการออกกำลังกายหรือใช้พลังงานที่ได้รับมาเกิน ดังนั้นจะพบได้ว่าช่วงหลังจากเทศกาลจะทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพตามมาได้ เช่น น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย มึนงง หรือในบางคนอาจพบความดันโลหิตสูงขึ้น ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ปวดหัวจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลจะพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วสำหรับคนที่สุขภาพดีทั่
