Featured
ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา MK Restaurants ไม่เพียงแค่สร้างเมนูสุกี้คุณภาพ แต่ยังสร้างความผูกพันที่ยาวนานระหว่างแบรนด์และลูกค้า ผ่านการเชื่อมโยงที่สอดคล้องกับทุกช่วงชีวิตของคนไทย โดยทุกการเปลี่ยนแปลงที่ MK ทำล้วนเกิดจากความตั้งใจที่จะตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ทำให้แบรนด์ไม่เพียงแค่ให้บริการอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของคนไทยทุกครอบครัว สะท้อนถึงความตั้งใจของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ที่ยังคงอยู่เช่นเดิม คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลลัพธ์ที่สะท้อนความสำเร็จของแคมเปญครบรอบ 40 ปี ยิ่งยืนยันถึงการเป็นผู้นำในตลาดสุกี้ที่ MK รักษาไว้ได้อย่างมั่นคง ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมต่ออย่างลึกซึ้งระหว่างแบรนด์และลูกค้าที่ไม่สามารถถูกลอกเลียนแบบได้ และทุกการสื่อสารในแคมเปญได้รับการคิดอย่างรอบคอบจากมุมมองของลูกค้า จากอินไซต์สู่การสร้างอิมแพคที่วัดผลได้จริง” พลังของการสื่อสารจากอินไซต์จริงของลูกค้า คุณธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กร
ท่ามกลางภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ระบุว่า เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ติดอันดับเดือนที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าอุณหภูมิโดยรวมจะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับแนวโน้มของภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันหลังให้กับการท่องเที่ยวท่ามกลางแสงแดดริมชายหาด และเลือกมองหาจุดหมายปลายทางที่มีอากาศเย็นสบาย พร้อมกิจกรรมกลางแจ้งในสภาพอากาศที่ผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเทรนด์นี้ถูกเรียกว่า “Coolcation” ข้อมูลจาก Trip.com Group เผยให้เห็นว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ยอดการค้นหาจุดหมายปลายทางแบบ Coolcation เพิ่มขึ้นถึง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการหลีกหนีอากาศร้อนและความแออัดของนักท่องเที่ยวและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหน้าร้อน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปีที่ผ่านมา ปริมาณการค้นหาเติบโตสูงถึง 237% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม
ท่ามกลางการเติบโตและความหลากหลายของตลาดชาบูในปัจจุบัน บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดพอร์ตแบรนด์ด้วยการเปิดตัว “Cyu Shabu” Concept ใหม่ โดย คุณฐิตานันท์ ทวีผล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแบรนด์ Specialty ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางแบรนด์ พร้อมตอกย้ำจุดยืนของ Cyu Shabu ในฐานะ “Specialty Shabu” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด จาก Red Ocean สู่การสร้าง “New Space” ในตลาดชาบู เซ็นกรุ๊ป มองว่าตลาดชาบูในปัจจุบันอยู่ในภาวะ Red Ocean ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้นผ่านโปรโมชันและความคุ้มค่าเชิงราคา ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Urban Lifestyle กลับให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากขึ้น “เราไม่ได้มองว่าชาบูต้องแข่งขันกันที่ราคาเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์อย่างแท้จริง” คุณฐิตานันท์ กล่าว Cyu Shabu จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้าง “New Space” ในตลาด ด้วยการนำเสนอรูปแบบ Specialty Shabu ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในด้านคุณภาพ การออกแบบประสบการณ์ และการวางตำแหน่งแบรนด์ 3 ความแตกต่างหลัก ที่ทำให้ Cyu S
ท่ามกลางค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ผันผวน ผู้บริโภคไทยกำลังปรับพฤติกรรมการเดินทาง จากการ “เป็นเจ้าของ” สู่การเลือกใช้บริการที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเริ่มถูกมองเป็นทั้งทางเลือกด้านการเดินทางและ “เครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่าย” ในชีวิตประจำวัน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดรถเช่าในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ขยายตัว 20% สูงกว่าการเติบโตของรถเช่าโดยรวมที่ 10% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เริ่มมอง “การเช่า” เป็นทางเลือกในการบริหารค่าใช้จ่าย มากกว่าการลงทุนระยะยาว แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า สภาพคล่องทางการเงิน และความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตมากขึ้น โดยการเช่ารถ EV ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้ “ทดลองใช้งานจริง” ก่อนตัดสินใจซื้อในอนาคต นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต เคทีซี กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองรถ EV เป็นเพียงเทรนด์ แ
ในโลกการค้ายุคดิจิทัลที่หมุนเร็วจนผู้ประกอบการต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับ คุณสินชัย พุกจินดา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Flow Phrae Furniture เจ้าของโฮมสเตย์ “หมอนไม้ไออุ่น” แห่งอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และประธานกลุ่มท่องเที่ยวของหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถี ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการนำ “อัตลักษณ์ท้องถิ่น” มาผสานกับ “เทคโนโลยี” สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล แม้ธุรกิจจะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองกว่า 100 กิโลเมตรก็ตาม จุดกำเนิดเฟอร์นิเจอร์จาก “สักทอง” ย้อนกลับไปในปี 2544 ณ อำเภอวังชิ้น พื้นที่ที่ได้ชื่อว่าเป็น “แหล่งไม้สักทองที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย” คุณสินชัยไม่ได้เริ่มต้นธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เขาเริ่มต้นจาก “ความรัก” และ “การมองเห็นมูลค่า” ในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม เขาเห็นรากไม้และเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำไม้ในอดีตถูกทิ้งไว้ตามเรือกสวนไร่นา จึงเริ่มนำมาสร้างสรรค์เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่มีดีไซน์เฉพาะตัวภายใต้แบรนด์ Flow Phrae Furniture ซึ่งเป็นสินค้า OTOP วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตเฟอร์นิเจอร์จากรากไม้และตอไม้ ในขณะนั้นจังหวัดแพร่มีนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ต้องการผลักดันให้เมืองแพร่เป็
หน้าร้อนแบบนี้ ไม่มีอะไรจะขายดีไปกว่าเครื่องดื่มเย็นๆ หรือของหวานที่ช่วยดับกระหายแล้ว ซึ่งตลาดชาในไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท นับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มี 6 แฟรนไชส์น่าลงทุนมาแนะนำกัน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจชานมไข่มุก โยเกิร์ตปั่น หรือบิงซูเกล็ดหิมะ เป็นต้น เหมาะกับการขายที่ทำเลพลุกพล่าน อย่าง หน้าโรงเรียน ใกล้สำนักงานออฟฟิศ ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น กงสี ทีบาร์ แฟรนไชส์ชานมไข่มุกสัญชาติไทย ราคาเริ่มต้น 20 บาท มีเมนูให้เลือกกว่า 60 เมนู โดยใช้ใบชาจากไต้หวันจะมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับความเป็นชาปักษ์ใต้แท้ๆ ของแบรนด์ จนได้รับการตอบรับจากลูกค้ามากมาย รวมถึงไข่มุกที่มีความเหนียว นุ่ม หนึบ ไม่เหมือนใคร และยังมีบุกน้ำตาล บุกน้ำผึ้ง บุกบราวร์ชูการ์ ซอสบราวร์ชูก้า ครีมชีส และเจลลี่ผลไม้ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้เกิดจากความหลงใหลในการดื่มชา จนอยากพัฒนาสูตรและเปิดแบรนด์ของตัวเอง จึงกลายเป็นกงสี ภายใต้การทำธุรกิจแบบครอบคร
เรื่อง และภาพโดย นันทนา ปรมานุศิษฏ์ ประเทศในแถบอาเซียนนับว่าเป็นสวรรค์ของนักกินเพราะเรามีอาหารการกินที่หลากหลาย หาซื้อกินได้ทั้งวันทั้งคืนแถมยังมีราคาถูก โดยเฉพาะอาหารที่ขายกันริมทางที่สมัยก่อนเป็นหาบเร่ เดินหาบขายกันไปหยุดแวะขายตรงที่มีคนพลุกพล่านหรือเมื่อลูกค้าเรียก ภาพต่างๆ เหล่านี้ปัจจุบันอาจจะหาดูได้ยากขึ้น สมัยนี้จะแปรเปลี่ยนไปเป็นรถเข็น มีที่จอดขายประจำเสียมากกว่า ตรงไหนที่มีหลายเจ้าก็จะคึกคักเป็นพิเศษ “สตรีตฟู้ด” จึงเป็นเสน่ห์แบบชาวตะวันออกที่ชาวต่างชาติตื่นเต้น อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย ฉันเองก็ตื่นตาตื่นใจเสมอเวลากินร้านข้างทาง ในประเทศกัมพูชาเราจะเห็นของกินริมทางขายกันโดยทั่วไป มีอาหารชนิดหนึ่งที่ฉันไม่เคยเห็นในประเทศไทย อาหารที่ว่านี้คือ ลอดชา (លតឆា) ซึ่งมีความหมายว่าลอดช่องผัด ตัวลอดช่องนั้นมีรูปร่างเหมือนลอดช่องที่เรากินกันเพียงแต่เป็นเส้นสีขาว เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูแล้วก็ถึงบางอ้อว่านี่คือ เจียมบี๋อี้ (คนไทยเพี้ยนเสียงจนกลายเป็นเกี้ยมอี๋) ของชาวจีนนี่เอง เจียมบี๋อี้ตามความหมายแล้วก็คือ ขนม (ภาษาไทยแม้ไม่ใช่ขนมก็เรียกว่ารวมว่าขนม ฉันอยากให้มีการบัญญัติศัพท์ไทยสำ
จากกระแสการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอาร์ตทอย (Art Toy) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “Crybaby” ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์ IP (Intellectual Property: IP) ที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่น และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักสะสมทั่วโลก ข้อมูลจาก สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ตลาดอาร์ตทอยมีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จากตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสหลัก (Mass Market) โดยมีกลุ่มผู้บริโภคหลักคือ Gen Z และกลุ่ม White-Collar อายุระหว่าง 15–40 ปี ขณะที่ข้อมูลจาก HTF Market Intelligence ประเมินว่า มูลค่าตลาดอาร์ตทอยโลกในปี 2566 อยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.26 ต่อปี แตะระดับ 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดยภูมิภาคหลัก ได้แก่ เอเชีย อเมริกาเหนือ และยุโรป ศิลปินไทย ผู้อยู่เบื้องหลัง Crybaby คาแรคเตอร์ IP มูลค่าหมื่นล้านบาท เบื้องหลังความสำเร็จของ “Crybaby” คือศิลปินชาวไทย นิสา ศรีคำดี หรือ “มอลลี่” ผู้ต่อยอดความหลงใหลในงานศิลปะสู่การสร้างคาแรคเตอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่
“เมื่อก่อนบอกตรงๆ เลยว่าอยู่กับแม่น้อยมาก แต่การทำร้านนี้กลายเป็นช่วงเวลาที่โคตรมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ได้ทำอะไรด้วยกัน ได้เห็นแม่มีความสุข อันนี้ก็คือความสุขของผมจริงๆ” ประโยคนี้เป็นคำพูดของ คุณกุ๊ก-อำนวยสินธุ์ พุกรักษา ผู้ก่อตั้งร้าน Happy Mum Happy Me คาเฟ่ที่เกิดจากการอยากทำตามความฝันของแม่ นั่นคือการเปิดร้านอาหาร วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณกุ๊ก และ แม่กุ้ง-วรนุช แซ่ปั่ง เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของสถานที่ฮีลใจแห่งนี้ ที่เป็นเหมือนการมาเที่ยว มากินข้าวบ้านเพื่อน สร้างความอบอุ่นให้กับใครหลายคน รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนวัยเกษียณ ให้กลับมามีไฟอีกครั้งหนึ่ง จุดเริ่มต้นจากบ้านร้าง 20 ปี ก่อนที่จะเกิดเป็นคาเฟ่ Happy Mum Happy Me แต่เดิมคุณกุ๊กมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่กลับต้องหยุดชะงักเพราะวิกฤตโควิด-19 “ตอนนั้นโควิดค่อนข้างหนักมาก เราเลยมองว่ามีบ้านอยู่หนิ เลยอยากรีโนเวตแล้วมาทำคาเฟ่กับแม่ เพราะความฝันของแม่คือเขาอยากเปิดร้านอาหารตามสั่ง” เขากล่าว ทางด้าน แม่กุ้ง เล่าถึงความรู้สึกช่วงนั้นให้ฟังว่า “โห ตอนนั้นตื่นเต
ถ้าวันนี้คนตัดสินใจระดับสูง ต้องลงมาจับแก้ว ชงชา และเผชิญหน้ากับลูกค้าที่ต่อคิวยาวเหยียดด้วยตัวเองจะเป็นอย่างไร? และแน่นอนว่าเมื่อ คุณไผ่-กชณิชา ฐิติชนาโชติ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Nose Tea ตัดสินใจนำทีมบริหารและ Head ทุกฝ่ายลงจากออฟฟิศไปสวมผ้ากันเปื้อน ยืนขายชาหน้าร้านแบบเต็มตัว 1 วันเต็ม ซึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปที่เป็นกระแสไวรัลทันที โดยระบุข้อความว่า “พี่ลองให้ทีมบริหารกับ Head ทุกฝ่ายมาทำงานหน้าร้านโนสทีแบบจริงจังเลย เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ปัญหาและจะได้แก้ไขพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน อะไรใหม่ ๆ ของโนสทีมาก” ในช่วงต้นคลิป แสดงออกให้เห็นเลยว่า หน้าร้านมีแต่ความวุ่นวายและปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ซึ่งในฐานะผู้บริหารหลายๆ ท่าน ก็อาจจะไม่เคยรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่หากผู้อ่านลองย้อนดูคลิปดีๆ เราอาจจะเห็นถึงกลยุทธ์หรือแนวทางการทำธุรกิจอะไรบางอย่างจากการที่พาผู้บริหารมาลงพื้นที่ โดยเนื้อหาในคลิปช่วงหนึ่ง เหล่าผู้บริหารได้กล่าวว่า เมื่อระยะห่างลดลงวิสัยทัศน์จะชัดเจนขึ้น เหตุผลที่ทำไมถึงเอาผู้บริหารและเมเนเจอร์ลงมาทำงานหน้าร้าน คุณไผ่กล่าวในคลิปว่า วันนี้ที่ให้มาไม่ได้ต้องการ
