Featured
ใครที่เป็นสายช้อปปิ้ง เดินบิ๊กซีบ่อยๆ ต้องรู้ เพราะปัจจุบันเราไม่ต้องเสียแค่เงินซื้อของอย่างเดียวแล้ว แต่สามารถเป็นนายหน้ารับรายได้จากบิ๊กซีได้แบบไม่ยาก จะหยิบผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือของใช้ในบ้านมาป้ายยา ก็รับค่าคอมมิชชันไปแบบเน้นๆ โดยการป้ายยาแบบแปะลิงก์ Affiliate คือการตลาดออนไลน์ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นนายหน้าโปรโมตสินค้าหรือบริการผ่านลิงก์ และเมื่อมีคนคลิกซื้อสินค้าผ่านทางลิงก์นั้น ผู้โปรโมตจะได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชัน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีช่องทางการหารายได้เสริมมาแนะนำ นั่นคือ Big C Affiliate เป็นการสร้างรายได้เสริมออนไลน์ผ่านแอป Big C PLUS แบบไม่ต้องสต๊อกสินค้าหรือจัดส่งสินค้าเอง เพียงแชร์ลิงก์สินค้าตามช่องทางออนไลน์ที่สะดวก อาทิ Facebook, Instagram, X (Twitter) และช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย ขั้นตอนการทำง่ายๆ โดยใช้เวลาสมัครเพียง 1 นาที นอกจากนี้ทางบิ๊กซียังมีสินค้าให้เลือกมากกว่า 30,000 รายการ และสามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ ขั้นตอนการสมัครง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน 1. สแกน QR CODE หรือคลิก https://affiliate.bigc.co.th/bigc/register เพื่อสมัคร
ในเดือนเมษายนปี 2025 Anne Marie Carroll (แอน มารี แคร์โรลล์) หญิงสาววัย 29 ปีจากเดนเวอร์ ตัดสินใจควักเงินประมาณ 23,000 บาท ($680) ซื้อกล้องวิดีโอ (Camcorder) แบบย้อนยุคจาก Amazon และจ่ายเงินอีกประมาณ 10,000 บาท ($290) เพื่อสร้างเว็บไซต์บน Squarespace โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ภายในเวลาไม่ถึงปี เงินลงทุนก้อนนี้จะงอกเงยกลายเป็นยอดขายกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 60 ล้านบาท จุดเริ่มต้นจากความขัดใจในงานแต่งตัวเอง ไอเดียธุรกิจที่ชื่อว่า “Wedding Weekender” เกิดขึ้นหลังจากที่ แอน มารี แคร์โรลล์ แต่งงานในปี 2024 เธอพบว่าค่าจ้างช่างภาพวิดีโอแต่งงานนั้นแพงมหาศาล เฉลี่ยในอเมริกาอยู่ที่ 1.4 แสนบาทขึ้นไป จนเธอต้องยอมจ้างนักศึกษามาถ่ายให้แทน เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนๆ รอบตัวเริ่มตัดงบวิดีโอทิ้งเพื่อไปทุ่มกับภาพนิ่งอย่างเดียว เพราะสู้ราคาไม่ไหว ในขณะเดียวกัน เธอเห็นเทรนด์ Y2K กลับมาฮิตในหมู่เพื่อนๆ ที่เริ่มพกกล้องดิจิทัลเก่าๆ หรือกล้องใช้แล้วทิ้งไปตามงานปาร์ตี้เพื่อเก็บภาพที่ดูเรียลและมีเสน่ห์แบบย้อนยุค เธอจึงเกิดปิ๊งไอเดีย ทำไมไม่ลองให้เช่ากล้องวิดีโอแบบยุค 90 ให้บ่าวสาวไปถือถ่ายกันเอง พลังของ TikTok แล
แม้จะเป็นแบรนด์ไทย แต่รู้หรือไม่ว่า “HOUSE OF LITTLEBUNNY” คือกระเป๋าที่กลายเป็นไอเทมยอดฮิตในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเมียนมา กลยุทธ์ “โตนอกบ้าน” ของ คุณมิ้ง-ลักษิกา กรรณสูตร CEO และผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่เริ่มต้นจากความฝันและความตั้งใจในการทุ่มเทสร้างแบรนด์กระเป๋าให้คนสะสม จนเกิดกระแสบอกต่ออย่างทรงพลังในแบบที่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึง เส้นทางการเติบโตของ HOUSE OF LITTLEBUNNY เกิดขึ้นได้อย่างไร “เส้นทางเศรษฐี” จะพาไปพูดคุยกับซีอีโอของแบรนด์นี้ จากโพสต์ออร์แกนิกสู่ไอเทมฮิต คุณมิ้งคือซีอีโอผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์นี้มาตลอด 10 ปี เธอทุ่มเทสร้าง HOUSE OF LITTLEBUNNY ด้วยความตั้งใจและลุยงานด้วยตัวเองเพื่อให้แบรนด์นี้เติบโต สะท้อนความสำเร็จจากการเป็นแบรนด์แรกๆ ที่สามารถบุกตลาดการไลฟ์ผ่านทางเฟซบุ๊กและเป็นผู้สร้างคอนเทนต์วิดีโอการใช้งานกระเป๋าผ่านไลฟ์สไตล์ในแบบต่างๆ ทางโซเชียลมีเดีย ทำให้มีฐานลูกค้าชาวไทยในระดับหนึ่ง จนในที่สุดคอนเทนต์ที่เธอสร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่ย่อท้อก็ถูกแชร์ต่อในกลุ่มลูกค้าชาวอินโดนีเซียจนเกิดเป็นกระแสไวรัล สามารถ “แจ้งเกิด” แบรนด์ในระดับนานาชาติได้สำเร็จ ซึ่งกระแส
ในวันที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง หลายคนอาจจะยอมแพ้ แต่สำหรับ คุณดรุณี วัฒน์นครบัญชา หรือ “คุณอ้อย” เจ้าของสวนพสุธารา เธอเลือกที่จะลุกขึ้นสู้และใช้ธรรมชาติเป็นยาเพื่อเยียวยาตัวเอง จากผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์กับโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เธอพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างอาณาจักรธุรกิจเลมอน ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย จุดเริ่มต้นจากความเจ็บป่วย สู่การค้นพบ “พสุธารา” เมื่อ 20 ปีก่อน คุณอ้อยต้องเผชิญหน้ากับโรค SLE ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เธอเลือกที่จะไม่ใช้สเตียรอยด์ แต่หันมาศึกษาศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่เน้นการใช้ชีวิตและอาหารที่ “สด” และ “บริสุทธิ์” จากธรรมชาติ ทำให้เธอได้ค้นพบว่า แม้ในประเทศไทยจะหามะนาวหรือผักสดจากต้นได้ง่าย แต่สิ่งที่หาได้ยากกลับเป็น “เลมอน” ที่ปราศจากการเคลือบแวกซ์และสารเคมี เพราะเลมอนที่นำเข้าจะต้องผ่านการเดินทางหลายวัน นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจปลูกเลมอนด้วยตัวเอง ในปี พ.ศ. 2558 คุณอ้อยเริ่มต้นปลูกเลมอนเพียง 1-2 ต้นในสวนเล็กๆ ของเธอโดยไม่ได้หวังผลผลิต แต่เพื่อต้องการเลมอนที่สดใหม่และปลอดภัยสำหรั
หลายคนมองว่าการถูกเลิกจ้างคือความล้มเหลวแต่สำหรับ Zeeshan Bakhrani (ซีชาน บาครานี) วัย 34 ปี อดีต Product Management ที่ทำงานมากว่า 10 ปี แต่ถูกเลิกจ้างถึง 2 ครั้ง ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขา เพราะว่าในขณะเดียวกันนั้นเขาได้ทำร้านอาหารควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งเมื่อถูกเลิกจ้างครั้งที่ 2 เขาจึงตัดสินใจทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับร้าน Nishaan (นิชาน) ที่เป็นอาหารแนวสตรีตฟู้ดสไตล์ปากีสถาน-อเมริกัน เขาบอกว่า ถึงแม้ตอนนี้จะต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งต้องทำงานมากกว่า 14 ชั่วโมงต่อวัน แต่มันกลับทำให้รู้สึกถึงความเป็นอิสระมากกว่าเมื่อก่อนที่ต้องเข้าประชุมอย่างยาวนาน หรือการที่ต้องคอยคุยเจรจากับเจ้านาย การผสมผสานรสชาติแบบปากีสถานและอเมริกัน “ผมเป็นทั้งคนปากีสถานและคนอเมริกัน ผมตั้งใจจะเปิดรับตัวตนจากทั้งสองวัฒนธรรม สำหรับอาหารสไตล์ฟิวชัน ผมจะคิดว่าจะทำยังไงให้รสชาติเหล่านี้เข้ากันได้ โดยที่ยังคงเอกลักษณ์ของอาหารทั้งสองสัญชาติไว้” ก่อนจะเล่าต่อว่า ร้าน Nishaan นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานรสชาติอาหารที่ได้รับประทานทั้งที่บ้านและในละแวกแถวบ้าน เพราะว่าแม่ของเขามักจะชอบปรับรสชาติให้กับวัตถ
ในย่านที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่าง “ทรงวาด” หรือที่คนยุคก่อนเรียกว่า “ถนนอบเชย” (Cinnamon Road) กลิ่นหอมของสมุนไพรที่คุ้นเคยกำลังถูกตีความใหม่ผ่านเครื่องดื่มที่เราทุกคนรู้จักดีอย่าง “โคล่า” แต่สำหรับ “คุณเพียงพลอย–รุจิยาทร โชคสิริวรรณ อายุ 35 ปี” เจ้าของร้าน oh! vacola หรือ โอ้วา โคล่า เรื่องราวของคราฟต์โคล่าของเธอ ไม่ใช่แค่น้ำอัดลมในอุตสาหกรรมทั่วไป แต่มันคือการเดินทางย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดของโคล่าเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วที่มองว่าการดื่มโคล่าเป็นเสมือนการดื่มน้ำสมุนไพร จากแล็บในร้านอะโวคาโด สู่การเฉิดฉายในฐานะ Cola Specialty คุณพลอยคลุกคลีอยู่ในวงการคาเฟ่มานานกว่า 13 ปี โดยเริ่มจากการทำร้าน Oh! Vacoda (โอ้วา คาโด) ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่ขาย Avocado Specialty แห่งแรกๆ ในไทย ด้วยความที่เธอเป็นคนชอบทดลองทำให้เธอเปลี่ยนร้านให้กลายเป็น “แล็บ” เพื่อต้มเครื่องดื่มต่างๆ ทั้งรูทเบียร์ เหล้าบ๊วย และโคล่า จนกระทั่งสูตรโคล่าที่เธอซุ่มพัฒนาและเทสกับลูกค้ามานานถึง 4-5 ปี พอสูตรเริ่มนิ่งและได้รับฟีดแบ็กที่ดี เธอจึงตัดสินใจแยกมันออกมาเป็นร้าน Specialty Cola เต็มตัวที่ย่านทรงวาดเมื่อไม่กี่เดือนที
จากกิจกรรม “T-Brand to China 2.0” เวิร์กช็อปที่จะพาผู้ประกอบการไทยไปบุกตลาดจีน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปดูเนื้อหาที่น่าสนใจ ในหัวข้อ “Social Commerce Revolution with Tencent คู่มือใช้ WeChat สร้างหน้าร้าน-หาลูกค้า ฉบับ SMEs” โดย คุณธีรยุทธ บาการี Assistant Manager จาก WeChat Pay มาร่วมแชร์เคล็ดลับการใช้ WeChat แอปพลิเคชันยอดนิยมของคนจีน คุณธีรยุทธ เปรียบเทียบให้ฟังถึงพฤติกรรมการใช้สื่อของคนไทยและคนจีนว่า คนไทยส่วนใหญ่มักจะติดต่อกันผ่านทางไลน์ แต่คนจีนจะใช้ WeChat ในชีวิตประจำวัน เพราะมีหลายฟังก์ชันให้ใช้ ทั้งส่งข้อความ การเสิร์ชข้อมูลต่างๆ อีกทั้งยังเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ WeChat กว่า 1.4 พันกว่าล้านแอ็กเคานต์ และคนจีนมีการชำระเงินผ่าน WeChat เกือบ 99% ทำให้มีการใช้ชำระค่าบริการหลักพันล้านต่อวัน โดยได้อธิบายถึง WeChat Mini Program หนึ่งในฟังก์ชันของ WeChat ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการให้กับผู้บริโภคชาวจีนได้ด้วยการสร้างหน้าร้านใน WeChat Mini Program ซึ่งเป็นโอกาสให้ธุรกิจไทยเปิดประตูไปสู่ตลาดจีน นอกจากนี้ ทาง WeChat ยังมีการส
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยที่ประชุมมีมติเอกฉันท์แต่งตั้ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย วาระปี 2569-2571 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสมาชิกต่อวิสัยทัศน์และบทบาทของผู้นำรุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนสมาคมฯ ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกการตลาด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับนักการตลาดไทยในเวทีระดับประเทศและนานาชาติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้เข้ามารับหน้าที่ในครั้งนี้ และขอขอบพระคุณ ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ และกรรมการสมาคมทุกท่าน ทุกรุ่น ที่ได้วางรากฐานสำคัญให้กับสมาคมฯ ตลอดมา ทั้งในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายนักการตลาดที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องจะสานต่อและต่อยอดอย่างเต็มที่” “ในวาระต่อจากนี้ สมาคมฯ จะมุ่งยกระดับบทบาทไปสู่การเป็นกลไกที่สามารถขับเคลื่อนประเทศผ่านบริหารการตลาดที่สอดคล้องกับบริบทใหม่ของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนอย่างรุนแรง พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และเครือข่
จากงานอดิเรกของบล็อกเกอร์สาว สู่ธุรกิจหลัก เดือนละ 13 ล้าน! “Penny Linn Designs” ธุรกิจปักเฟรมผ้าใบ จากขายเล็กๆ บนออนไลน์ สู่หน้าร้าน แฟนคลับต่อแถวตั้งแต่ตี 5 ในยุคที่เศรษฐกิจไม่มีความแน่นอน การหารายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำแล้วนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะในแต่ละวัน แต่ละเดือน มีค่าใช้จ่ายตามมาอย่างไม่หยุดหย่อน ดังนั้น การหารายได้เสริมจะช่วยทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและมีทางเลือกมากขึ้น เช่นเดียวกันกับเรื่องราวของ คริสต้า เลอเรย์ (Krista LeRay) สาววัย 33 ปี ที่สามารถเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นรายได้หลักที่มั่นคงได้ คริสต้า เลอเรย์ เธอใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงขายผ้าใบปักเข็ม สร้างรายได้ถึง 25,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 875,000 บาท หลังจากเปิดตัว “Penny Linn Designs” เมื่อกันยายนปี 2020 ครั้งแรกดูเหมือนจะไปได้สวย แต่เมื่อมานั่งคิดบัญชีจริงๆ ถึงรู้ว่าผ้าใบเล็ก ประมาณ 4×4 นิ้ว ที่ขายผืนละ 50 ดอลลาร์ ประมาณ 1,675 บาท ต้องใช้เวลาวาดถึง 6 ชั่วโมง ใช้เวลาทำกันอยู่ 4 เดือน กว่าจะเสร็จแต่ละผืน เมื่อหักค่าวัสดุไปกำไรที่ได้ก็ตกแค่ชั่วโมงละ 2 ดอลลาร์ หรือประมาณ 67 บาท “ตอนนั้นคิดเลยว่าแบบนี้ไม่ไหวแ
วันที่ 21 เมษายน 2569 ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกประเทศที่รุมเร้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง เห็นได้จากภาพรวมความต้องการ “ซื้อ” ที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคทั่วประเทศในไตรมาสที่ผ่านมาชะลอตัว 6% มีเพียงคอนโดมิเนียมที่ยังเติบโตท่ามกลางที่อยู่อาศัยแนวราบที่ยังไม่ฟื้นตัว สวนทางความต้องการ “เช่า” ที่เติบโตอย่างน่าสนใจ เพิ่มขึ้น 4% ทั่วประเทศ และเพิ่มขึ้นถึง 9% ในกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นแนวโน้มการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ผู้บริโภคต้องปรับตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ เทรนด์การเช่าจึงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์คนหาบ้านที่เผชิญความท้าทายทางการเงินในเวลานี้ นายวิทยา อภิรักษ์วิริยะ ผู้จัดการทั่วไป Think of Living และ ตลาดมาร์เก็ตเพลสประเทศไทย (ฝั่งดีเวลลอปเปอร์) ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า “ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตามอง ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์เศรษ
