Featured
กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และ Outsourcing Service เปิดศูนย์บริการพิเศษ เพื่อให้คำปรึกษา แนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ นายจ้าง ผู้ดำเนินการแทน และ บริษัทนำเข้าคนต่างด้าวฯ (บนจ.) ที่ต้องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบ e-Work Permit บริเวณ ชั้น 1 กระทรวงแรงงาน ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ สะท้อนความต้องการการสนับสนุนเชิงรุกของผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยระบบ โดยมีผู้เข้าใช้บริการ ทั้งสิ้น 617 เคส แบ่งเป็นผู้ใช้บริการในวันเสาร์ จำนวน 315 เคส และวันอาทิตย์ 292 เคส รวมรายชื่อแรงงานต่างด้าวที่ นายจ้าง ผู้ดำเนินการแทน และ บนจ. นำไปใช้บริการกว่า 9,000 รายชื่อ การให้บริการพิเศษนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Outsourcing Service และ กระทรวงแรงงานในการให้บริการ ให้คำปรึกษา และอำนวยความสะดวก แก่ผู้ใช้บริการระบบ e-WorkPermit ในการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างเต็มที่ การให้บริการพิเศษเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้ใช้บริการเดินทางเข้ามาติดต่ออย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ตอกย้ำเจตนารมณ์ของกรมการจัดหางาน และโครงการ e-WorkPermit ในการพัฒน
Zensho Holdings อาณาจักรธุรกิจอาหารรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่มีร้านอาหารในเครือมากกว่า 15,000 สาขาทั่วโลก และติดอันดับ 7 แบรนด์ร้านอาหารที่ทำรายได้มากที่สุดในปี 2024 ทำรายได้ 1 ล้านล้านเยน หรือกว่า 2 แสนล้านบาทและยังมีร้านค้าปลีก ร้านอาหารในเครือถึง 40 แบรนด์ด้วยกัน อย่างแบรนด์ที่รู้จักกันดีอย่าง Sukiya (สุคิยะ) ที่มีสาขาในไทยถึง 40 สาขา และเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 บริษัท เซนโช (ไทยแลนด์) จำกัด ในเครือ ZENSHO HOLDINGS จากประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศเปิดตัว HAMA-SUSHI (ฮามะ ซูชิ) เครือร้านซูชิที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเดิมสาขาแรกในไทยที่เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเป็นสาขาแรกในอาเซียน ประเทศไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญสำหรับตลาดธุริจร้านอาหารญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าตลาดรวมที่สูงกว่า 40,000 ล้านบาทต่อปี และมีอัตราการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ภายในงาน Mr.Tomoyoshi Nishijima กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนโช (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ให้เหตุผลที่เลือกประเทศไทยเป็นที่แรกในอาเซียน โดยเขากล่าวว่า ประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่มองไว้ ในอาเซียน ประเทศไทยคือหนึ่งประเทศที่อยากจะมาเปิดตัวมากที่สุด เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศท
เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดปราจีนบุรี จัดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา “ทวารวดีเกมส์” การแข่งขันนักเรียน–นักศึกษา แห่งชาติ ครั้งที่ 45 รอบคัดเลือกนักกีฬาตัวแทนระดับเขตการแข่งขัน เขต 6 ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี บรรยากาศคึกคักด้วยนักกีฬา เขตภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี, นครนายก, สระแก้ว, ระยอง, ชลบุรี, จันทบุรี, ตราด, สมุทรปราการ และ ฉะเชิงเทรา ที่ทยอยเดินทางเข้าร่วมตั้งแต่เช้า ไฮไลต์สำคัญในปีนี้คือการเข้าร่วมของ ทีมหมอนทอง จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ทีมกีฬาชื่อดังของภาคตะวันออก ที่ได้รับเกียรติเป็นผู้เปิดการแข่งขัน พร้อมเดินพาเหรดร่วมกับนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ เพื่อแสดงพลังและความสามัคคีของเยาวชนไทย พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก นางจารุณี กาวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เป็นประธาน พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน และผู้บริหารสถานศึกษาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่ มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ก็เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยเชิงวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมสนับสนุนสุขภาพนักกีฬาในงานแข่งขันในครั้งนี้ด้วย
เมื่อเร็วๆ นี้ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเทรนด์วัฒนธรรมใหม่ของคนไทย ที่ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พากันปรับตัวกันอย่างกว้างขวาง ไว้อย่างน่าสนใจ “TGM Research ระบุว่า กว่า 70% ของครัวเรือนไทยมีสัตว์เลี้ยง สอดคล้องกับผลสำรวจของ CRC Voice Share ที่พบว่า กว่า 65% ของคนที่เลี้ยงสัตว์ มองว่าสัตว์เลี้ยง คือสมาชิกในครอบครัว ทำให้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นภาพการท่องเที่ยวที่มีสัตว์เลี้ยงออกเดินทางไปพร้อมกับเจ้าของเพิ่มมากขึ้น เทรนด์นี้สะท้อนวัฒนธรรมใหม่ของคนไทยที่มองว่าสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่ “สิ่งที่เลี้ยงเอาไว้” แต่คือ “สมาชิกในครอบครัว” โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เริ่มใช้ชีวิตกับสัตว์เลี้ยงในฐานะครอบครัว หลายคนเลือกไม่แต่งงาน หรือยังไม่อยากมีลูก แต่กลับทุ่มเทเวลาและเงินให้กับสัตว์เลี้ยงแทน ส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการปรับตัว เปลี่ยนธุรกิจให้เป็น Pet-Friendly ตั้งแต่ ร้านอาหาร หรือคาเฟ่ที่มีโซนสำหรับสัตว์เลี้ยง รีสอร์ตที่เปิดให้สัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ ไปจนถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดก
เพจ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ Sustainable Arts and Crafts Institute of Thailand (Public Organization) (SACIT) โพสต์เนื้อหาและภาพ ซึ่งเป็นผลงานของสมาชิก SACIT แบรนด์ “ตานี สยาม” ไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า คุณธนกร สดใส หนึ่งในสมาชิก SACIT ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ตานี สยาม” ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเป๋าจากกาบกล้วยนั้น เติบโตท่ามกลางวิถีช่างสิบหมู่ในจังหวัดราชบุรี บ้านหลังเล็กที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมและงานฝีมือดั้งเดิมที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะการทำบายศรี ที่ทำให้ห้องนั่งเล่นของบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นตองจนเกิดเป็นความชื่นชอบ และสนใจในวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างต้นกล้วย นั่นจึงกลายเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ ‘ตานี สยาม’ กระเป๋าจากกาบกล้วยที่ไม่เพียงสร้างอาชีพใหม่ให้ชุมชน แต่ยังคงเคารพภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมต่อยอดด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ ซึ่งในกรรมวิธีการทำ คุณธนกร เลือกใช้ประโยชน์จากกล้วยตานี “ทั้งต้น” ลดการเผาและการฝังกลบ อีกทั้งยังพัฒนาวัสดุกาบกล้วยให้แข็งแรง กันน้ำ ไม่ขึ้นรา มีลวดลายเฉพาะตัวตามฤดูกาล ออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าหลากหลายรูปแบบที่มีความร่วมสมัยปนความคลาสสิค ผลงานที
บทความโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ “ไอเดียต่างแดน” ร้านค้าในจีนสร้างมิติใหม่ของการขายเสื้อผ้าออนไลน์ ผุดไอเดียสุดว้าวดับฝันลูกค้าหัวหมอที่ชอบตีเนียนสั่งซื้อสินค้าไปใส่ฟรี “เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์” ระบุว่า ร้านค้าในจีนหลายแห่งพากันติดป้ายขนาดใหญ่เท่าๆ กับกระดาษ A4 บนเสื้อผ้าใหม่ที่วางขายเรียงรายบนราว แต่ละชิ้นมีข้อความคล้ายกันว่า “ไม่รับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าหากนำป้ายออก” กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายในการรับมือกับลูกค้าหัวหมอที่มักสั่งซื้อเสื้อผ้าไปใส่ฟรี แล้วส่งคืนเพื่อขอเงินคืน เพราะป้ายไซซ์ใหญ่ยักษ์เหล่านี้ซ่อนไม่มิด แถมทำให้การสวมใส่เสื้อผ้าไม่สบาย ขณะที่บางร้านใช้วิธีติดกุญแจล็อกแบบใส่รหัสไว้ที่ซิปของเสื้อโค้ต โดยทางร้านจะแจ้งรหัสในการปลดล็อกต่อเมื่อลูกค้ายืนยันการสั่งซื้อแล้วเท่านั้น ความเคลื่อนไหวเหล่านี้กลายเป็นประเด็นร้อนบนโซเชียลมีเดียของจีนในช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ซึ่งเป็นมหกรรมลดราคาครั้งใหญ่ และมักตามมาด้วยการคืนสินค้าจำนวนมาก “แชนแนล นิวส์ เอเชีย” ค้นหาบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยมของจีนอย่าง “เถาเป่า” (Taobao) พบสินค้าหลายรายการที่ติดป้ายขนาด A4 ดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน เชิญชวนทุกคนมาเติมความสุขรับลมหนาว ท่ามกลางความงดงามของ ทุ่งดอกทานตะวันบานสะพรั่งกว่า 5 ไร่ ในงาน “ทานตะวันบานสะพรั่งทั่วระแหง ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด จังหวัดปทุมธานี ซึ่งอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เพียง 45 นาที! งานนี้ เข้าชมฟรีทุกวัน! ภายในงาน ทุกคนจะได้เพลิดเพลินไปกับทุ่งทานตะวันสีเหลืองสดใส โซนจัดแสดงพืชผักและไม้ดอกหลากหลายชนิด ฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร และโซนสินค้าชุมชนคุณภาพดีให้เลือกช้อปอย่างเพลิดเพลิน งานนี้เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินรับลมหนาวที่เหมาะสำหรับทั้งครอบครัว คนรัก และกลุ่มเพื่อนสายคอนเทนต์ที่ชอบเก็บภาพ เพราะทุกมุมของงานอบอวลไปด้วยความสดชื่นและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พิเศษ! ผู้เข้าชมยังสามารถรับ ต้นกล้าผักและไม้ดอกหลากหลายพันธุ์ฟรี เพื่อนำกลับไปปลูกที่บ้าน เสริมพื้นที่สีเขียว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน สายคอนเทนต์ต้องไม่พลาด! นอกจากจะได้รูปสวยๆ ท่ามกลางทุ่งทานตะวันแล้ว
“เราอยากยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ประโยคเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังของ คุณเบนซ์-ภัทรพงษ์ พลเสน ผู้ก่อตั้ง บริษัท ไบโอเมดอินโนเวชั่น จำกัด สตาร์ตอัปสายสุขภาพ เกิดจากความฝันของคนรุ่นใหม่ ที่อยากเห็นงานวิจัยไทย ก้าวออกจากห้องทดลองไปสู่ชีวิตจริงของผู้บริโภค คุณเบนซ์ เล่าว่า เขาใช้เวลากว่า 10 ปีทำงานในสาย “บิสซิเนสอินโนเวชัน” หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี จากภาครัฐสู่เอกชน จึงมีโอกาสได้เห็นงานวิจัยดีๆ มากมาย แต่กลับถูกเก็บไว้ในรายงานมากกว่าจะได้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาตัดสินใจก่อตั้งบริษัทขึ้นมา เพื่อ “สกรีนเทคโนโลยี” ที่ต่อยอดได้จริง และนำมาสเกลอัปให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค สำหรับเป้าหมายของ “ไบโอเมดอินโนเวชั่น” ชัดเจนคือ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าทางการเกษตรไทย ด้วยการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ได้สินค้าที่ดีและปลอดภัย โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรกของบริษัทที่แจ้งเกิดในตลาด คือ “วีไลท์” (Velight) เครื่องดื่มน้ำข้าวกล้องสินเหล็ก รสพีชน้ำผึ้ง บรรจุขวดสีชมพูสดใส ที่เ
หากเอ่ยถึง จังหวัดกาญจนบุรี นอกจากขึ้นชื่อเรื่องแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นจุดกำเนิดของแบรนด์ในตำนาน “ศรีฟ้าเบเกอรี่” ที่เปิดมานานกว่า 38 ปี จากความมุ่งมั่นของ วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ ที่ได้ก่อตั้งร้านเล็กๆ นี้ขึ้นมา ก่อนกลายเป็นแบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังของเมืองไทย ปัจจุบัน ศรีฟ้าเบเกอรี่ ส่งต่อธุรกิจสู่รุ่นที่ 2 พีรวัส เจนตระกูลโรจน์ ผู้เติบโตมากับธุรกิจนี้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ “พีรวัส” ได้ร่วมเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ พีรวัส เล่าถึงภาพจำสมัยเด็กว่า เติบโตมาในร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่พ่อและแม่ช่วยกันสร้างตั้งแต่เขาอายุ 2 ขวบ เห็นพ่อทำขนม แม่เป็นแคชเชียร์ ช่วยกันทำธุรกิจครอบครัวด้วยความขยันขันแข็งและสู้งานหนัก เพราะครอบครัวลำบาก ส่วนตนจะกลับมาช่วยงานหลังเลิกเรียน ทั้งล้างถาดขนม และเอาเกรียงเหล็กไปขูดพื้นขจัดคราบแป้ง คราบเนยออก ตอนนั้นพีรวัส บอกว่า ทำด้วยความไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าเป็นงานหนัก และถูกบังคับให้ทำมาตลอด จากความไม่อยากทำ พีรวัสเลือกเรียนต่อด้านฟู้ดไซน์ ซึ่งตรงสายกับธุรกิจครอบค
หากเดินผ่านบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งในท่าพระ อาจจะได้กลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังลอยออกมาตามลม เป็นร้านเบเกอรี่โฮมเมดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความ “Old School” ในคอลัมน์ #Entreprenuer “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้มีโอกาสคุยกับ คุณเบ็ญจี้-ศุภมาส ศรีศุภผล เจ้าของ SAKI CLUB (ซากี คลับ) ร้านเบเกอรี่สุดไวรัล ที่เกือบจะปิดกิจการ แต่กลับมาได้ด้วยพลังรีวิว ขายหมดภายใน 2 ชั่วโมง จุดเริ่มต้น…รสชาติความทรงจำ เธอเริ่มบทสนทนาด้วยเรื่องราววัยเด็ก ที่สมัยเรียนคุณแม่จะเป็นคนคอยไปรับ-ส่ง ซึ่งเธอเล่าว่า ก่อนกลับบ้านทุกครั้งจะต้องแวะไปซื้อเอแคลร์ที่อยู่แถวโรงเรียน เมื่อนึกถึงรสชาติตอนนั้นก็ทำให้เกิดความคิดถึงขนมรสชาติแบบนี้ จึงเริ่มคุยกับที่บ้านว่าอยากทำขนมสไตล์ Old School โดยเริ่มจากขายผ่านออนไลน์ ช่องทางดีลิเวอรี จนปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว เดิมเธอทำงานประจำเป็น Marketing Manager อยู่ที่ Centara แต่เนื่องจากเริ่มหมดแพชชันกับงานที่ทำ จึงมองหาอาชีพที่ 2 ก่อนจะเล่าต่อว่า “เรามีเพื่อนสนิทขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ ซึ่งขายดีมาก แล้วตอนนั้นรู้สึกไม่มีแพชชันในการทำงานโรงแรม เลยคิดว่าทำอะไรดี ซึ่งเราชอบกินเอแคลร์เป็น
