Featured
ในยุคที่ค่าครองชีพสูงมนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจไม่ได้กลัว “งานหนัก” เท่าไหร่ แต่กลับกังวลว่า “เงินจะหมดก่อนสิ้นเดือน” มากกว่า เพราะทันทีที่เงินเดือนเข้า ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะค่ากิน ค่าเดินทาง หรือค่าผ่อน ก็เหมือนนัดกันไหลออกจากบัญชีแทบจะทันทีได้รับเงินเดือน สิ่งที่จะทำให้เป็น “ทางรอด” วันนี้ อาจไม่ใช่แค่การหาเงินให้มากขึ้นอย่างเดียว แต่คือการรู้จัก “ใช้เงินให้เป็น” เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกที่ทุกอย่างแพงขึ้นทุกวัน fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ ชวนมนุษย์เงินเดือนลองปรับมุมมอง ด้วย 3 หลักคิดง่ายๆ ที่ช่วยให้การเงินดีขึ้นได้จริง และยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข “อยู่ให้เป็น”- จัดการเงินให้รอดก่อน แล้วค่อยใช้ หลายคนเผลอใช้เงินก่อน แล้วคิดว่า “เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ” ซึ่งการคิดแบบนี้จะทำให้เราไม่มีเงินเก็บใช้ในยากที่จำเป็น ถ้าอยากเริ่มวางแผน ลองปรับวิธีคิดใหม่ เริ่มจากการแบ่งเงินง่าย ๆ ดังนี้ หัวใจหลักคือ “ต้องมีเงินเก็บก่อนใช้” และอีกตัวช่วยที่ทำให้เห็นภาพการเงินชัดขึ้น คือการจดรายรับ – รายจ่าย แค่รู้ว่าเงินเราออกไปกับอะไร ก็ช่วยคุมการใช้เงินได้มากขึ้น หากวาง
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เร่งปั้นไทยสู่ฮับมอเตอร์ไซค์ EV อาเซียน รับโอกาสตลาดโลกมูลค่า 126 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับประเทศจาก “ฐานประกอบ” สู่ “ฐานพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเอง” พร้อมโชว์เคสนวัตกรรมแบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสัญชาติไทย “EM Motor” ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะวิ่งไกลสูงสุด 200 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ความคงทนของแบตเตอรี่ และมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมากกว่าร้อยละ 55 พร้อมรองรับกลุ่มโลจิสติกส์และดีลิเวอรี นายธานัท ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเอ็ม มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า อีเอ็ม มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยเริ่มต้นจากการนำเข้าจักรยานไฟฟ้าขนาดเล็ก ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาและผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อผลักดันแบรนด์ EV สัญชาติไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ของคนไทย โดยในปี 2020 บริษัทได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตเพื่อเพิ่มศักยภาพในการควบคุมคุณภาพ การบริหารต้นทุน และการส่งมอบสินค้าได้อย
ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นเล็กๆ จากแผงขายน้ำมะนาวของลูกสาว จะกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ต่อเดือนกว่าครึ่งล้านบาท เรื่องราวของ Swetha (สเวทา) และ Venkat Raju (เวนกัต ราชู) คู่รักชาวอินเดียวัย 40 ปี ในบรูกลิน นิวยอร์ก คือบทพิสูจน์ของคำว่า “โอกาสมีอยู่ทุกที่” หากรู้จักสังเกตและลงมือทำ ย้อนกลับไปในปี 2021 Mahati (มาหตี) ลูกสาวตัวน้อยวัย 6 ขวบ เกิดไอเดียอยากหารายได้พิเศษด้วยการตั้งแผงขายน้ำมะนาวและโดซ่า เครปสไตล์อินเดียใต้รสชาติต้นตำรับ บริเวณตลาด Fort Greene Park Green Market คุณแม่ Swetha จึงลงมือปรุงโดซ่าสูตรพิเศษให้ลูกสาวไปขายเล่นๆ ใครจะรู้ว่ารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นั้น จะสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้ลูกค้าติดใจ จนต้องกลับมาซื้อซ้ำแล้วซ้ำเล่า จากแผงเล็กๆ ริมทาง สู่การตัดสินใจครั้งสำคัญ Swetha และ Venkat เล็งเห็นโอกาสทอง ที่ซ่อนอยู่ในรสชาติอาหารอินเดียใต้ที่มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ พวกเขาเริ่มจริงจังกับการขายโดซ่าทุกวันเสาร์ พร้อมขนเตาแก๊สมาปรุงสดๆ ร้อนๆ สร้างความฮือฮาจนลูกค้าต่อแถวยาวเหยียด เพื่อลิ้มลองโดซ่าราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 300 กว่าบาท ที่อร่อยจนหยุดไม่ได้ ความต้องการที่พุ่ง
ลูกค้ายังเต็มร้าน แต่สั่งของหวานน้อยลง โต๊ะยังแน่น แต่ใช้เวลานานขึ้นก่อนตัดสินใจ บางโต๊ะถามหาเซ็ตที่คุ้มกว่า บางโต๊ะเปิดมือถือเทียบราคา หรือเลือกใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตอย่างคุ้มค่า สิ่งที่เคยเป็น “การสั่งแบบไม่ต้องคิด” วันนี้กลายเป็น “การตัดสินใจที่ต้องคิดมากขึ้น” สำหรับคนทั่วไป เพราะคาดหวังว่าทุกบาทที่จ่าย ไม่ว่าจะผ่านเงินสดหรือบัตรเครดิค ต้อง “คุ้มจริง” นี่อาจเป็นเพียงพฤติกรรมเล็กๆ ระหว่างมื้ออาหาร แต่สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร นี่คือสัญญาณเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริงทุกวันหน้าร้าน เพราะร้านอาหารคือหนึ่งในธุรกิจแรกๆ ที่มองเห็นกำลังซื้อผ่านบิลอาหาร คือมุมมองของ “คุณจีรภัทร ศรีทองคำ” ผู้ก่อตั้ง “พาสต้า อาม่า” จากอดีตสายงาน HR สู่ธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ ทั้ง พาสต้า อาม่า, ปูนแดง แกงร้อน และ KARAMIZU ที่เติบโตจนมีมูลค่ารวมเกือบ 400 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 5–6 ปี เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากแค่เมนูฮิต แต่เกิดจากการอ่านลูกค้าให้ทัน บริหารต้นทุนอย่างแม่นยำ สร้างทีมให้แข็งแรง และวาง “ระบบหลังบ้าน” ให้พร้อมรองรับการเติบโต รวมถึงการเลือกพาร์ทเนอร์ด้านการชำระเงินอย่างเคทีซี ที่ช่วยใ
จาก “ล้มละลาย” วันนี้ คุณหมวย-ศรัณรัศศ์ ศักดาพิสิฐกุล อายุ 39 ปี และ คุณโจ้-วัชรพงษ์ กลางชนีย์ อายุ 42 ปี กลายเป็นเจ้าของแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อดัง “SARAN JEANS ” ที่ขายได้เดือนละ 1 แสนกว่าตัว สร้างรายได้ 280 ล้านในปี 68 พร้อมตั้งเป้ารายได้ 300 ล้านบาท ในปี 2569 โดยหวังทำกำไรมากขึ้นจากปีก่อน แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เรียนจบด้านแฟชั่นโดยตรง ฝ่ายหนึ่งจบเภสัชศาสตร์ อีกฝ่ายจบฟู้ดไซน์ แต่ใช้ “ความเข้าใจลูกค้า” และการศึกษาข้อมูลอย่างจริงจัง ค่อยๆ พัฒนาแบรนด์จากการแก้ Pain Point ของผู้หญิงไทย จนทำให้ “ความสำเร็จ” ค่อยๆ เกิดขึ้น “มีวันนี้ได้เพราะลูกค้า” คือประโยคที่สะท้อนเส้นทางของ SARAN JEANS จากวันที่เคยล้ม จนกลายเป็นแบรนด์ยีนส์ที่หลายคนเลือกใส่ในวันนี้ เคยล้มละลาย กลับมาตั้งต้นใหม่ด้วย SARAN JEANS คุณโจ้กับคุณหมวยขายสินค้าออนไลน์มาตั้งแต่ยุคแรก โดยรับกางเกงยีนส์จากประตูน้ำมาขายตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว แต่ด้วยเป็นสินค้าสำเร็จรูป ทำให้มี Pain Point เรื่องรูปทรงที่ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค จึงหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองในชื่อ “ป้ายหมวย (MUAYY)” ที่เน้น “คุณภาพ” ของเนื้อผ้าและรูปทรงเป็นหลัก ขายตัวละ 890 บาท ส
ท่ามกลางกระแสความตื่นตัวของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถทำงานระดับเริ่มต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลุ่มคน Gen Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997–2012) กำลังเผชิญกับภาวะหวาดกลัว ต่ออนาคตในตลาดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด Brian Moynihan (ไบรอัน มอยนิแฮน) CEO ของ Bank of America สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดนี้ว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถเปลี่ยนความวิตกกังวลให้กลายเป็นความได้เปรียบได้ หากเรียนรู้ที่จะใช้งาน AI อย่างชาญฉลาด สมรภูมิเด็กจบใหม่ Brian Moynihan เผยในรายการ Face the Nation ของสถานีโทรทัศน์ CBS ว่า ล่าสุด Bank of America มีผู้สมัครหลั่งไหลเข้ามาถึง 200,000 คน เพื่อแย่งชิงตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นเพียง 2,000 ตำแหน่ง ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดอย่างยิ่งในตลาดแรงงานมนุษย์เงินเดือน เมื่อเขาเอ่ยปากถามกับพนักงานใหม่ว่า พวกเขากลัว AI และอนาคตข้างหน้าหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ พวกเขาต่างยอมรับว่ารู้สึก “กลัว” ต่ออนาคตและการเข้ามาของ AI ซึ่งไบรอันมองว่าเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจได้ เพราะ AI กำลังแสดงให้เห็นว่ามันสามารถทำงานพื้นฐานที่เคยเป็นหน้าที่ของพนักงานระดับจูเนียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีหลักฐานยืนยันว่า “กรีน” มาตั้งแต่รุ่นอากง สำหรับการดำเนินกิจการของ “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” โรงแรม 5 ดาว สัญชาติไทย 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัจจุบันตกทอดมาถึง ผู้บริหารเจน 3 แล้ว “ไม่ได้ทำโรงแรมมาตั้งแต่ต้น ที่ดินตรงนี้เป็นของครอบครัวตั้งแต่ 50-60 ปีที่แล้ว ตอนแรกทำเป็นอพาร์ตเมนต์ 8 ชั้น ต่อมา อากง เปลี่ยนมาเป็นฮอลิเดย์ แมนชั่น เป็นโรงแรม 3-4 ดาว กระทั่ง 15-16 ปีที่แล้ว จีนเปิดประเทศ การท่องเที่ยวไทยเติบโต ท่านเห็นโอกาส ด้วยทำเล ที่อยู่ๆ เรากลายมาอยู่ใจกลางเมือง เลยตัดสินใจทุบตึก 8 ชั้นทิ้ง สร้างเป็น ศิวาเทล ทาวเวอร์ ที่เป็น Mixed-Use” คุณหนิง–อลิสรา ศิวยาธร CEO โรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ในฐานะผู้บริหารเจน 3 เริ่มต้นกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนคุยต่อด้วยอัธยาศัยกันเองว่า ในวันแรกของการเป็น “ศิวาเทล กรุงเทพฯ” คือ โรงแรมสำหรับนักธุรกิจ ที่มีคอนเซ็ปต์รักษ์โลก และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะ “อากง” ของเธอ บอก ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มักใช้ทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างเยอะ จึงอยากจะมีส่วนรับผิดชอบสังคม โดยเริ่มจากการวางระบบในโรงแรม “เรามีระบบประหยัดพลังงานตั้งแต่เริ่มทำโรงแรม ใช้หลอด L
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026” สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยในปีแห่งความท้าทายว่า ถึงแม้ SME ส่วนใหญ่จะเร่งปรับตัวในหลายด้าน ทั้งด้านดิจิทัล การวางแผนธุรกิจ และใช้ AI แต่ยังไม่สามารถ “ปลดล็อกไปสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ” ได้ ธนาคารจึงเดินหน้าสู่การเป็น “Growth Navigator” สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ นายพีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า SMEs เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย โดยครองสัดส่วนใหญ่สุด 90% และมีการจ้างงานมากถึง 70% หรือกว่า 13.6 ล้านคนของตลาดแรงงานทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP เพราะต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจไทย พบว่า GDP ไทยที่โตเพียง 2-3% และหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของ GDP อีกทั้งยังมีการแข่งขันจากต่างชาติ จากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนจนเกิด Over Supply มีสินค้าและบริการมากกว่ากำลังซื้อ รวมทั้งปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างสงครามและการกีดกันทางการค้า และต้นทุนหลายอย่างสูงขึ้นทั้งพลังงานและโลจิสติกส์ รวมทั้งราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ค่าแรงสูงขึ้น และค่าธรรมเนีย
Ssoundnamm (ซาวน์น้ำ) คาเฟ่ที่เป็นจุดรวมความชอบของคู่รัก “คุณเงิน-ณพวุฒิ จุลไสย” อาจารย์พิเศษ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และนักการเมืองที่ชื่นชอบงานศิลปะเป็นทุนเดิม กับ “คุณอาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์” แฟนสาวแอร์โฮสเตสที่รักในการเป็นบาริสต้า พวกเขานำความชอบมาเป็นแพชชันสร้างร้านนี้ในย่านนางเลิ้ง ถนนเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยนำ “วัฒนธรรมไทย” มาถ่ายทอดให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ได้มีจุดกลางในการพูดคุย ผ่านเสียงเพลงจากแผ่นเสียง สินค้า เมนูอาหาร และเครื่องดื่ม
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในงาน THAIFEX Anuga Asia 2026 เสริมแกร่งความเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจโดยมียอดขายในปี 2568 กว่า 8.6 พันล้าน เติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ด้วย Market share อันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เนย และชีส นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม ด้วยกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ (KCG Value Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำผลักดันให้เกิด “นวัตกรรมอาหารเพื่อความสุขอย่างยั่งยืน” ตอกย้ำการเป็น “Trusted Provider” พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจในอุตสาหกรรมอาหารทั้งในกลุ่มธุรกิจ B2B และ B2C พร้อมเดินหน้าขยายอาณาจักรสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในระดับภูมิภาค (Regional Player) อย่างเต็มภาคภูมิ นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG กล่าวว่า “ความสำเร็จของ KCG ในปีที่ผ่านมาสะท้อนผ่านการเติบโตทางธุรกิจ ดังนี้ ไม่เพียงแค่ความสำเร็จในปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตของ KCG เป็นไปอย่างต่อเนื่องตลอด 10
