Exclusive
“ไม่มีข้อแม้ในการเริ่มต้น” คำพูดแสนธรรมดาที่อาจจะดึงชีวิตของคนกำลังหมดไฟให้มีแรงฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เรื่องราวแสนอบอุ่นที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของ New Chapter แม้จะผ่านมรสุมชีวิตมามากสักเพียงใด แต่เขาก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ตกงาน แต่ไม่ ตกใจ ลุงเจี๊ยบ-บรรยเวกษก์ ประยูรเวช อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน “ลุงเจี๊ยบเบอร์เกอร์” และเป็นเจ้าของเรื่องราวในวันนี้ เขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเป็นพ่อค้าขายเบอร์เกอร์ ทำอาชีพเป็นเซลส์ขายรถมาก่อน อยู่ในวงการสินเชื่อ ไฟแนนซ์ แต่ในท้ายที่สุด ชีวิตต้องมาพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ในขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตฟองสบู่แตก คำว่า “ตกงาน” ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วเป็นแน่ ถึงแม้จะตกงานเขาก็ไม่ได้ “ตกใจ” เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรต่อไป หลังจากตกงาน จึงตระเวนเปิดท้ายขายของไปเรื่อยๆ จนมาเข้าวงการเบเกอรี่กับภรรยา เริ่มทำขนมปัง ทำโดนัทขาย ประจวบเหมาะกับมีโอกาสได้เข้าไปขายของในโรงเรียนประจำจังหวัด ขายอยู่ที่โรงเรียนได้สิบกว่าปี มาจนถึงช่วงโควิด-19 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในช
กีฬา E-sports ปัจจุบันเป็นที่นิยมมากในหมู่ของเด็กๆ และเยาวชนทั่วโลก ยิ่งในยุคนี้ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ยิ่งทำให้เราเข้าถึงโอกาสได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะแค่การมีมือถือเครื่องเดียวก็สามารถเล่นเกมได้แล้ว อย่างเกม ROV เกมมือถือที่คนไทยทุกคนน่าจะรู้จักหรือคุ้นหูกันเป็นอย่างดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก็มีการจัดการแข่งขันกีฬา E-sports มาอย่างต่อเนื่อง นับว่าเป็นเกมที่ให้เงินรางวัลสูงถึงล้านบาทเลยทีเดียว โค้ชป้อม-จักรพล ป้อมปราณี ให้ความเห็นว่า อาชีพนักกีฬา E-sports เป็นหนึ่งในอาชีพที่เด็กๆ ยุคนี้ใฝ่ฝันอยากจะเป็น แต่หนทางการยึดอาชีพนี้เพื่อเลี้ยงชีวิตมันมีข้อจำจัด ถึงแม้จะรายได้สูงแต่ต้องแลกด้วยชีวิตตัวเอง จากผู้เล่นสู่โค้ชนักกีฬา E-sports โค้ชป้อม มีงานประจำเป็นวิศวกรที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขาเล่าว่า เป็นคนชอบเล่นเกมโดยเฉพาะเกมออนไลน์ เขาเริ่มต้นเล่นเกมหนึ่งชื่อว่า Mobile Legend พอมีแรงก์ในเกมสูงและได้รวมทีมกับคนในแรงก์ที่เล่นด้วยกัน นำไปสู่สนามการแข่งขัน จนเป็นแชมป์ประเทศไทย ในช่วงเวลาที่ขนานกัน เกม ROV ก็เข้ามา โค้ช เล่าต่อว่า “เห็นเงินรางวัลแข่งขันของเกม ROV เย
ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริหารวัตถุดิบในร้านอาหาร กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไว้อย่างน่าสนใจ แบ่งเป็นหัวข้อดังนี้ การจัดซื้อ ใครมีหน้าที่ในการสั่งซื้อ ใครเช็กสต๊อก เช็กได้ถูกต้องกับความเป็นจริงไหม ใครเป็นคนทำนายการขายให้เหมาะสมกับการสต๊อกของ หรือการสั่งซื้อ มีงานสัมมนา งานจัดเลี้ยงกี่งาน แขกมาวันไหน ต้องสะสมของเมื่อไหร่ อะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่ เนื้อสัตว์ ผัก อะไรบ้าง จะสั่งซื้อที่ไหน หรือไปซื้อที่ไหนถึงได้ของดีราคาถูก หลายร้านจะเอาง่ายพ่อครัวเข้าว่า ขี้เกียจออกไปซื้อ ใช้วิธีสั่งอย่างเดียว และสั่งกับเจ้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยนเจ้า ได้ของราคาแพง คุณภาพไม่ดี คือไม่ยอมทำการบ้านเปรียบเทียบซัพพลายเออร์นั่นเอง หลายครั้งเจอว่าร้านนี้สั่งกุ้งร้านนี้ประจำอยู่เจ้าเดียว พอให้ลองไปเช็กดูเจ้าอื่นบ้าง รู้ราคาเข้า เจ้าของเอามือตบหน้าผากตัวเองเลย โอ้โห! ราคาต่างกันโลเป็นร้อย กุ้งชนิดเดียวกัน กี่ตัวโลเท่ากัน รู้งี้เปลี่ยนตั้งนานแล้ว แต่บางทีเหตุผลของการสั่งซื้อเจ้าประจำไม่เปลี่ยนเจ้าทั้งที่ราคาแพงกว่าตลาด อาจจะเป็นว่า ได้ความสะดวก ตรงเวลา คัดของ ไม่มีเสีย ราคาไม่ได้แพง
นารา กรุ๊ป (NARA GROUP) ผู้นำธุรกิจเครือร้านอาหารไทยพรีเมียม เดินหน้ารุกขยายตลาดโลก ส่งร้านอาหารไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ด แบรนด์ โค ลิมิเต็ด (CO LIMITED) ลุยเปิดแฟรนไชส์ต่างประเทศแห่งแรกที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาทั้งในไทย และต่างประเทศ ผลักดันยอดขายรวมโตทะลุ 100% ภายในปี 2569 พร้อมปั้นแบรนด์ โค ลิมิเต็ด สู่การเป็น “Leader of eat local go global” ‘โค ลิมิเต็ด’ แบรนด์ร้านอาหารในเครือ NARA GROUP ภายใต้การบริหารของสองผู้ร่วมก่อตั้ง นราวดี ศรีกาญจนา และ สิริโสภา จุลเสวก เจ้าของร้านอาหารไทยพรีเมียมอย่าง นาราไทย คูซีน โดยร้านอาหาร ‘โค ลิมิเต็ด’ เป็นการร่วมลงทุนกับ พลพัฒน์ อัศวะประภา (หมู ASAVA) ดีไซเนอร์ชั้นนำ ภายใต้บริษัทโค รุ่งเรือง เพื่อสร้างมิติใหม่แห่งสีสันให้กับร้านอาหารสตรีตฟู้ดของไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Thai Premium Street Food Destination” นราวดี ศรีกาญจนา ประธานกรรมการบริหารนารา กรุ๊ป กล่าวว่า สำหรับ ‘โค ลิมิเต็ด’ เปิดบริการมา 6 ปี ตั้งแต่ปี 2563 มีผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีในกรุงเทพฯ จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารแบรนด์ไทยพรีเมียมสตรีตฟู้ดช
ท่ามกลางคู่แข่ง สภาพเศรษฐกิจ และตัวเลือกมากมายของผู้บริโภค ร้านที่เคยเติบโต ต้องเผชิญกับยอดขายที่ตกลง “การปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ เช่นเรื่องราวของ ร้าน Ñam Ñam หรือ ยัมยัม พาสต้า ของ เชฟน้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช แม้จะอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อยอดขายตก จากหลายปัจจัยทั้งคู่แข่ง และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชฟน้ำต้องเริ่ม “ปรับตัว” ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดรายได้เพิ่ม 2 ทาง กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ Chickaletta (ชิกกาเลตต้า) ไก่ทอดกับข้าวผัดรสชาติไทย ที่ขายแบบดีลิเวอรีเพียงอย่างเดียว ถึงวันแรกจะขายได้ไม่ถึง 10 กล่อง แต่ด้วยแพชชันและความฮึดสู้ ทำให้วันนี้ กลับมีออร์เดอร์พีกสุด 300 กล่องต่อวัน ปรับตัว เพื่อไปต่อ เชฟน้ำ เปิดร้านยัมยัม พาสต้า มานาน 6 ปี กับ 6 สาขาที่เปิดให้บริการ เรียกว่าเป็นร้านแรกๆ ที่ทำพาสต้าเส้นสดขาย แต่ช่วงหลังเมนูนี้หาทานง่ายขึ้น จากร้านหน้าใหม่ที่เปิดในรูปแบบคล้ายกัน และการกระจายตัวของฐานลูกค้า ทำให้บางสาขายังขายได้ และบางสาขาขายได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เ
“การที่เราได้เมนูปาล์มมา มันเป็นจุดบังเอิญเหมือนกัน” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ เรียกตัวเองเป็น “เมืองในจินตนาการ” ที่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ ห้องประชุม ที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังถึงเมนู “เรียกแขก” ที่ไม่มีใครเหมือน อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ตามรอยเท้าพ่อ! สร้าง “เมืองในจินตนาการ” ดึงดูดนักท่องเที่ยว หวังปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนเล่าต่อ ในพื้นที่รอยต่อป่า 5 จังหวัด มักมีช้าง ออกมาหากินตามไร่สวนของชาวบ้าน และ “ช้าง” นั่นเอง ที่เป็นต้นแบบของการกิน “ยอดปาล์ม” “ถ้าช้างกินได้ คนก็ต้องกินได้ ก่อนที่จะมาทำร้านอาหารในบ่อทองบุรีนี้ ผมกินยอดปาล์มมานานแล้ว เมนูแรกที่ทำคือ ยอดปาล์มผัดไข่ แล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มา ต้ม ผัด แกงทอด ทำได้หมด” เจ้าของบ่อทองบุรี เล่ายิ้มๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะรังสรรค์เมนูจาก “ยอดปาล์ม” ออกมาได้นั้น คุณสำรวย บอก ต้องผ่านการทดลองมาทุกขั้นตอนว่าทำแบบนี้กินได้ไหม ก่อนนำไปให้ทางสถานีวิจัย ทำการวิจัยคุณประโยชน์ของยอดปาล์ม ปรากฏมีข้อมูลชี้ชัด ยอดปาล์ม มีวิตามินเอ สูงมาก
จากร้านค้าส่งในตลาดสำเพ็ง สู่แบรนด์ Moshi Moshi (โมชิ โมชิ) ร้านขายสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์น่ารักที่เปิดให้บริการถึง 190 สาขาในปัจจุบัน โมเดลธุรกิจนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างทางการตลาด โดยทายาทเจน 3 ที่เข้ามาปรับธุรกิจของครอบครัวให้เติบโต ช่องว่างเล็กๆ สู่โมเดลธุรกิจใหม่ อชิระ บุญสงเคราะห์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น ร่วมพูดคุย ในงานสัมมนาประชาชาติ Thailand 2026 ปรับ เปลี่ยน ไปต่อ บนเวทีเสวนาพิเศษ ถอดบทเรียน…จุดเปลี่ยนธุรกิจ NextGen ไว้อย่างน่าสนใจ อชิระ เล่าว่า ก่อนมาเป็นโมชิ โมชิ ภาพจำในวัยเด็กของเขา คือวิ่งเล่นอยู่ในร้านค้าส่งของพ่อแม่ที่ตลาดสำเพ็ง บรรยากาศในช่วงนั้น ทั้งวุ่นวายและครึกครื้นเพราะเป็นย่านค้าส่งขนาดใหญ่ พอโตขึ้น พ่อกับแม่ก็เริ่มให้เข้ามาช่วยงานจัดร้าน และเป็นแคชเชียร์ “ตอนนั้นยังเด็กมาก ไม่ได้สนใจอะไร ผู้ใหญ่บอกให้ไปช่วย ก็ไป” อชิระ เล่าเสริม ก่อนเล่าย้อนกลับไปในปี 2016 ตอนนั้นกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 พร้อมกับมีแผนในใจ “จะกลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน” แต่ผู้ใหญ่กลับไม่อยากให้เจเนอเรชัน 3 กลับมาสานต่อโดยตรง เพราะอย
ในขณะที่อุตสาหกรรมความงามเต็มไปด้วยผู้เล่นยักษ์ใหญ่ ทั้ง K-Beauty จากเกาหลีใต้ที่ครองกระแสมาอย่างยาวนาน, J-Beauty จากญี่ปุ่น หรือแม้แต่ C-Beauty จากจีนที่กำลังเร่งทำคะแนนเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด การแข่งขันใน ‘อุตสาหกรรมความงาม’ จึงทวีความร้อนแรงขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทิศทางของปี 2025 ที่ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลาย ซึ่งท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดนี้ T-Beauty ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังผลักดันให้แบรนด์ไทยเป็นที่ยอมรับด้วยคุณภาพของสินค้า เพราะจุดเด่นของเครื่องสำอางไทย ต้องมีความเบาบาง ติดทน ไม่เหนอะหนะ กันน้ำ กันเหงื่อ และราคาที่จับต้องได้ ในคอลัมน์ #MadeinThailand เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ คุณแก๊ป-พงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ผู้ก่อตั้ง KARMART (คาร์มาร์ท) อาณาจักรแบรนด์บิวตี้มูลค่าพันล้าน ที่เผยให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ในการผลักดันแบรนด์ไทยไปสู่เวทีโลก ผ่านการปรับตัว สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และกลยุทธ์ Collaboration ที่จะพาแบรนด์ไทยเติบโตไปพร้อมกัน สู่เป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ก่อร่าง สร้างอาณาจักร ‘T-Beauty’ “KARMART เราเกิดมาในยุ
ATIPA จับมือ KARMART เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” รุกตลาดความงาม ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก “ชีทมาสก์ 4 สูตร” ในราคาจับต้องได้ เตรียมไลฟ์เปิดตัวครั้งแรกวันที่ 12 ธ.ค. นี้ บนช่องทาง TikTok @atipashop โดยใช้สูตรการตลาดที่ผสมระหว่าง TikTok Commerce กับ Trend Beauty เข้าด้วยกัน หวังบุกตลาดเครื่องสำอางเต็มรูปแบบ ตั้งเป้า 8 หลักในปี 2026 บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจเครื่องสำอางชั้นนำของไทย ประกาศความร่วมมือกับ ATIPA Shop แบรนด์แฟชั่นที่มีอัตราการเติบโตโดดเด่นบนแพลตฟอร์ม TikTok จับมือรุกตลาดเครื่องสำอาง “แลกความเก่งของแต่ละฝ่าย” ผสานจุดแข็ง R&D รวมกับความเข้าใจ Insight ผู้หญิงบน TikTok และพลังของ Live Commerce เกิดเป็นแบรนด์ใหม่ “ATP Beauty” ผลิตภัณฑ์กลุ่มแรก คือ “ชีทมาส์ก 4 สูตร” ได้แก่ Dewy Glass, Bright Glow, Sebum Control และ Wrinkle Away การร่วมมือกันครั้งนี้ นำโดย คุณพงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานสื่อสารการตลาดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) และ คุณอติภายิ์ คงคาลัย ผู้ก่อตั้ง ATIPA Shop ที่มีจุดมุ่งหมายพัฒนาผลิตภัณฑ์คว
“เราอยากทำร้านลาบที่คนเข้ามากินแล้วทำไมรู้สึกเท่จังวะ ร้านแม่งเท่ มาฟังแผ่นเสียง กินกับลาบ” ประโยคสั้นๆ แต่สะท้อนความเป็น “Studio Larb” (สตูดิโอลาบ) ได้อย่างชัดเจน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ ตั้ม-กฤตวัฒน์ สุริย์ หนึ่งในเจ้าของร้านที่ชูความเป็น “อีสานป๊อป” ให้โดดเด่น ตั้งแต่การตกแต่งร้าน ที่นำของสะสมมาจัดวางอย่างมีสไตล์ การเปิดแผ่นเสียงที่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการกิน ผสมผสานกับอาหารอีสานสูตรนครพนมจากรสมือพ่อแม่ ที่ปรุงอย่างพิถีพิถันก่อนเสิร์ฟทุกจาน ร้านน้องใหม่ใกล้บีทีเอสเสนานิคม Studio Larb คือโปรเจ็กต์ที่ตั้ม กับหุ้นส่วน บอล-อดิศักดิ์ กรรเชียง, เม่น-ศิริยศ เรื่องตังญาณ และ หรั่ง-เทอดภูมิ สมบูรณ์ คิดไว้นานแล้ว ว่าจะสร้างร้านที่มีความแตกต่าง พิเศษ และเท่ในแบบของตัวเอง “เราวางคอนเซ็ปต์แต่แรกแล้วว่าจะขายลาบ เปิดแผ่นเสียง เราเท่ในแบบของเรา มันคือตัวตนเราจริงๆ เพราะของทุกอย่างที่เอามาแต่งร้านเป็นของหุ้นส่วนทุกคน แผ่นเสียงเอย เครื่องเล่นเอย เฟอร์นิเจอร์เอย มันผ่านตัวตนของทุกคนที่มาทำร้านนี้จริงๆ” ตั้ม เล่าเสริมว่า ก่อนจะได้ทำเลในย่านนี้ เขาอยากกลับไปเปิดร้านที่บ้านเก
