Exclusive Featured SMEs

Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก หยิบเมนูประจำบ้าน สู่แบรนด์ดัง ตั้งเป้าโต 3 เท่า ยอดขายทะลุ 500 ล้าน

ไม่กี่ปีมานี้ เชื่อว่าทุกคนต้องรู้จักกับเมนูเส้นหมี่ไก่ฉีก เรียกได้ว่าโดดเด่นและมาแรงมากในทุกแพลตฟอร์ม และมีเพียงไม่กี่เจ้าที่ทำออกมาขายแล้วจับกระแสตลาดได้อย่างตรงจุด หนึ่งในนั้นคือ “Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก”

ที่เปิดตัวขายเพียงเท่าไหร่ทำให้ลูกค้าต่อคิวซื้อกันแน่น เริ่มต้นขายวันแรกแค่ 100 กล่อง จนปัจจุบันสร้างยอดขายไปแล้วกว่า 170 ล้านบาท

อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก ที่เริ่มต้นจาก 100 กล่อง สู่ร้อยล้าน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้ไปพูดคุยกับ คุณเพ็บ-นัยนชนก ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา และ คุณภัทร์-ธภรัท เวโรจน์ฤดี เจ้าของแบรนด์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ไฟแรงในการทำธุรกิจ โดยได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ว่า…

เริ่มจาก…เมนูที่บ้าน

“เราอยากพรีเซนต์เมนูที่บ้าน ที่ปรุงมาให้เรียบร้อยแล้ว เสิร์ฟแล้วทานได้เลย อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม”

เส้นหมี่ไก่ฉีก เป็นเมนูประจำบ้านที่เมื่อเวลาเพ็บไปบ้านคุณย่า แล้วจะได้ทานทุกสัปดาห์ ซึ่งต่อมาสูตรก็ถูกถ่ายทอดมาให้คุณแม่ของเธอ

พอได้มารู้จักกับภัทร์ก็ได้ทำให้ลองทาน เมื่อภัทร์ทานเข้าไปแล้วก็รู้สึกว่า “เฮ้ย มันอร่อย” และไม่เคยทานรสชาติแบบนี้ที่ไหนมาก่อน ทำให้นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก 

ภัทร์ เล่าว่า “วันแรกที่คุณแม่เพ็บทำให้ทานที่บ้าน ก็เป็นเส้นหมี่ไก่ฉีกนี่แหละค่ะ แต่เราค้นพบว่า เส้นหมี่ไก่ฉีกรสชาติแบบนี้ต้องทานกับน้ำพริกที่เป็นเทกซ์เจอร์แบบนี้ เลยลองเอามาทานคู่กันกับน้ำพริกหมูกระจกดู” 

แต่ด้วยความที่ที่บ้านเพ็บไม่ทานเผ็ดเลย ทานแต่รสชาติเพลินๆ แบบดั้งเดิมมาตลอด เมื่อได้เปิดใจลองทานรสชาติคู่กับน้ำพริกหมูกระจก ทำให้ค้นพบว่าได้รสชาติที่อร่อยกว่าเดิมหลายเท่า

เรียนรู้จากประสบการณ์

ด้วยความที่ทั้งคู่ไม่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารมาก่อน ภัทร์เคยทำงานเป็นแอร์โฮสเตสมาประมาณ 2 ปี ส่วนเพ็บเคยเป็น Producer ให้กับช่องยูทูบของพี่สาวมาก่อน ซึ่งพอเปลี่ยนมาทำไลน์อาหาร ทำให้ทั้งคู่ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมดผ่านประสบการณ์โดยตรง

เพ็บ เล่าถึงช่วงแรกที่เริ่มทำร้านนี้ขึ้นว่า 

“เราเริ่มกัน 2 คนจริงๆ ค่ะ ตั้งแต่การลวกเส้น ฉีกไก่ จนกระทั่งส่งของไปให้ลูกค้าช่วงแรกๆ เพ็บกับภัทร์ก็เป็นคนเรียกกันเอง”

ตอนแรกที่เปิดร้านจะทำเป็นพรีออร์เดอร์ ขายช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ต่อมาได้ไปออกบูธครั้งแรก ที่ตึกเอ็มไพร์ และผลตอบรับดีเกินคาด

เธอเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่า “พอเราทำเส้นหมี่เสร็จ กำลังจะเข็นขึ้นไปขายตรง Pop-up บูธ เป็นตึกออฟฟิศ กำลังเข็นยังไม่ถึงบูธเลยค่ะ เงยหน้าขึ้นไปเห็นคนต่อคิวรอ ทั้งๆ ที่ไม่เคยขายหน้าร้านที่ไหนมาก่อน อันนั้นเป็นจุดที่ทำให้รู้สึกว่าพอเห็นลูกค้าต่อคิวแล้วหายเหนื่อยเลย”

แต่ด้วยความที่เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ ทำให้เตรียมของไปไม่เยอะมาก เพราะอยากให้คุณภาพมันเป๊ะทุกกล่อง เลยเลือกที่จะทำตามกำลังที่ทำได้ ประมาณ 100-200 กล่อง ซึ่งผลตอบรับดีเกินคาด ขายหมดภายใน 15 นาที

ที่มาชื่อ Emily’s เส้นหมี่ไก่ฉีก

หลายคนอาจจะสงสัยว่าขายเส้นหมี่ไก่ฉีก แต่ทำไมต้องชื่อแบรนด์ว่า Emily’s 

ต้องเท้าความก่อนว่า จุดเริ่มต้นของแบรนด์เอมิลี่ เมนูแรกไม่ได้ขายเส้นหมี่ไก่ฉีก แต่จะขายเป็นพายฝรั่งเศส หรือที่เรียกว่า ‘พายวูเลอวองท์’ ซึ่งก็จะเข้ากับชื่อแบรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ Emily in Paris พอดี

แต่เมื่อได้มาขายเมนูที่ 2 ผลตอบรับดีเกินคาด และไปได้ไกลกว่า ทำให้ต้องเลิกทำพาย และมาทำเป็นเส้นหมี่ไก่ฉีกอย่างเดียว

คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน ใส่ใจทุกขั้นตอน

“1 กล่องของเส้นหมี่ไก่ฉีกเอมิลี่ จะมีเป็นผักรองจาน เส้นที่ปรุงรสมาให้เรียบร้อย ท็อปด้วยเนื้อไก่ฉีก และกระเทียมเจียว พร้อมกับน้ำพริกหมูกระจก”

วัตถุดิบทุกอย่างที่อยู่ในกล่อง จะผ่านกระบวนการทำมาอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็น ผักรองจานที่จะทำการล้างทีละใบ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ผักที่สะอาดจริงๆ ทุกใบ 

หรืออย่างวัตถุดิบที่เป็น ‘ไก่ฉีก’ ถ้าใช้เป็นเครื่องในการฉีกก็อาจจะช่วยลดต้นทุนได้ แต่เมื่อเขาได้ลองใช้ ไก่ที่ได้จะเป็นฝอยๆ เวลาเคี้ยวแล้วจะได้เทกซ์เจอร์ไม่เหมือนกับที่ใช้มือฉีกเป็นชิ้น ทำให้ต้องใช้มือฉีกแทน 

“เพ็บมองว่าสิ่งที่แตกต่างคือความพิถีพิถัน ที่แม้จะเปิดกล่องออกมาแล้วเหมือนจะดูง่าย แต่กว่าจะมาอยู่ในกล่อง มันผ่านกระบวนการมาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการคลุกเส้นให้เข้ากัน ความหนาของไก่ ทุกอย่างมีรายละเอียดหมดทุกขั้นตอน”

เพราะฉะนั้น การทำอาหารแต่ละอย่าง ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเมนูที่ซับซ้อน แต่การจะเลียนแบบหรือทำให้เหมือนกันจริงๆ ไม่ง่าย 

“เพ็บเชื่อว่าทุกร้านมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มีรสชาติเป็นของตัวเอง ถ้าวิธีการมันเปลี่ยนไปนิดเดียวก็ได้ไม่เหมือนกันแล้ว เราเลยไม่ได้รู้สึกว่าของเราพิเศษกว่า แต่มันก็เป็นเอกลักษณ์ของเรา”

ทำคอนเทนต์สร้างตัวตน

“การสร้างตัวตนก็สำคัญในการสร้างแบรนด์ เป็นเหมือนจุดหนึ่งที่ทำให้เราเติบโตได้เหมือนพอคนเริ่มเข้าใจจุดยืนเรา เห็นความตั้งใจของเรา เขาก็จะเห็นตัวแบรนด์เอง และที่สำคัญมากกว่านั้นคือ คุณภาพหรือมาตรฐานที่ให้ลูกค้าก็ต้องดีตามที่เราสร้างให้เขาเห็นด้วย ธุรกิจถึงจะไปได้ดี”

“ด้วยความที่การทำธุรกิจอาหารมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทำให้เราต้องมีความแตกต่าง ต้องทำให้ลูกค้าจำได้ว่าเราทำอะไร แบรนด์เราเป็นแบบไหน”

ซึ่งคอนเทนต์ที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก อย่างเช่น คลิปเต้นของพี่ๆ ไรเดอร์ที่เป็นไวรัลคนดูหลักล้าน 

โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเป็นคอนเทนต์กับพี่ๆ ไรเดอร์ ทั้งเพ็บและภัทร์เองก็ได้มี Relationship อย่างแน่นแฟ้นกับพี่ไรเดอร์กันมาก่อนแล้ว ทั้งคุยเล่นกัน หรือแม้กระทั่งทำไม่ทันจนพี่ไรเดอร์เข้ามาช่วยแพ็กก็มี ทั้งคู่เลยคุยกันว่า มาลองทำคลิปสนุกๆ กับพี่เขากันดีกว่า

ภัทร์มองว่า “ธุรกิจดีลิเวอรีเป็นเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เราอาศัยเขา เขาอาศัยเรา ถ้าเราน่ารักกับเขา เขาก็น่ารักกับเรา”

ธุรกิจอยู่ได้เพราะลูกค้า

“โจทย์ของเราคือทำยังไงก็ได้ให้สินค้าเราคุ้มค่ากับเขา เราเลยเน้นที่คุณภาพสินค้าและบริการของเราเป็นหลัก เมื่อลูกค้าได้รับไปแล้วจะรู้สึกว่ามันคุ้มกับเงินที่เขาจ่ายไป”

เวลามีคนมาคอมเมนต์แต่ละครั้ง ทั้งคู่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการรับฟังและนำมาปรับปรุงทุกครั้ง หรืออย่างเรื่องความจริงใจก็สำคัญมากๆ กับการทำอาหารเช่นกัน

“ความจริงใจเป็นจุดที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาเชื่อใจเราได้กับมื้ออาหาร กับการที่เขาจะซื้อไปฝากคนที่เขารัก หรือการที่สั่งให้คนที่ออฟฟิศทาน เพราะถ้าเรายังตอบโจทย์ตรงนี้ไม่ได้ เพ็บว่ามันยากที่เราจะโตขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างมั่นคง”

“ร้านเราค่อนข้างรับฟังลูกค้า รับคำติชมทั้งหมด อะไรที่เราพัฒนาได้ดีขึ้น เราก็จะพัฒนา เพราะธุรกิจมันอยู่ได้เพราะลูกค้า จุดสำคัญที่สุดคือลูกค้า”

ความเสมอต้นเสมอปลายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่ธุรกิจที่ขายดีแค่วันนี้วันเดียว แต่มันคือธุรกิจที่ยั่งยืน มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และเกิดการบอกต่อ หรือกลับมาซื้อซ้ำ

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน การบริการ สิ่งเหล่านี้จะอยู่ได้ คือต้องมีความสม่ำเสมอ ต้องทำให้ได้ในระยะยาว และธุรกิจจะอยู่ไปได้เรื่อยๆ 

สิ่งสำคัญที่สุดคือความจริงใจ

การที่จะทำธุรกิจอะไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “ลูกค้า” เพราะฉะนั้น ความจริงใจกับลูกค้ามันสำคัญ

“สมมติว่าถ้าเราทำการตลาดดีแค่ไหน โฆษณาดีแค่ไหน แต่ถ้าลูกค้ามาเห็นมาลองแล้วไม่ตรงกับที่เราขายไว้ เขาก็จะผิดหวัง และซื้อแค่ครั้งเดียว”

สิ่งที่เพ็บอยากจะฝากข้อคิดอีกหนึ่งเรื่องสำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้น “ภัทร์และเพ็บเองก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จตั้งแต่วันแรก เราล้มลุกคลุกคลานมาเยอะมาก ผิดพลาดมาเยอะ แต่เราก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เราจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งเราจะประสบความสำเร็จเอง”

ก้าวต่อไปเอมิลี่

ปี 2567 ที่ผ่านมา เอมิลี่มีรายได้ทั้งหมดประมาณ 170 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้าว่าอยากจะเติบโตขึ้น 3 เท่า

“เป้าหมายใน 1-2 ปีนี้ นอกจากจะไปทั่วประเทศแล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะนำรสชาติแบบนี้ อาหารไทยจานนี้ ไปสู่รสชาติที่ให้คนต่างชาติได้ลอง ว่าเมนูนี้ก็เป็นหนึ่งในอาหารไทยที่อร่อยเช่นกัน”

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 28 พฤษภาคม 2568

Related Posts

"ละลายช้า อร่อยถึงคำสุดท้าย" จุดแข็งที่พา "Blendies"เจลาโต้สัญชาติไทยโตเร็ว จนไปเข้าตาฮ่องกงขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิด
“ทำไป เรียนรู้ไป” วิธีคิดของ “บาส Go Went Go” ที่พาคอนเทนต์ และร้านข้าวมันไก่เติบโต
“อย่าหมิ่นเงินน้อย กำไรหลักสิบ รวมกันก็เป็นร้อยเป็นพัน” ป้าตือ ถอดสูตรสร้างธุรกิจให้โตยาว