Exclusive
อากาศร้อนๆ แบบนี้ หนึ่งในเมนูที่ขายดีคงหนีไม่พ้นเหล่าหวานเย็น น้ำแข็งไส น้ำชงต่างๆ แต่อีกหนึ่งเมนูที่ขายดี นั่นคือ “ชาผลไม้” ที่จะรวมผลไม้หลากหลายชนิด ผสมกับชามะลิหรือชาอู่หลง ใช้วิธีแช่เย็นแทนการใส่น้ำแข็ง เมื่อทานผลไม้เข้าไปแล้วจะทำให้สดชื่นและคลายร้อนได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าของร้าน “TEA MO ชาสดชื่น” ร้านชาผลไม้ที่เกิดจากความตั้งใจของ คุณแบงกิ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง จากช่อง BANKII และ คุณโม-วรรณวิภา เหมะ เจ้าของเพจ เที่ยวไหนพัทยา ที่เธอนั้นได้ทำการซื้อเครื่องซีลกระป๋อง และนำมาลองทำเมนูน้ำลำไยกระป๋องดู เมื่อลองทำให้เพื่อนชิมก็รู้สึกว่าต่อยอดได้ จึงนำไปออกบูธขายตามงานอีเวนต์ต่างๆ จนปัจจุบันได้กลายเป็นร้านชาผลไม้ที่ลูกค้าต่อคิวแน่น ขายดีพีกสุด หมดภายใน 1 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นจากความชอบ คุณโม เล่าว่า เริ่มแรกได้มีการซื้อเครื่องซีลกระป๋องมาลองทำเล่นๆ บวกกับช่วงนั้นมีกระแสน้ำลำไยมาพอดี แรกๆ จึงลองทำเพียงน้ำลำไย และให้เพื่อนชิม จนกระทั่งได้ไปออกงานอีเวนต์ ผลปรากฏว่าขายหมดภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากประสบความสำเร็จกับน้ำลำไย คุณโมก็ไม่ได้หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ “พอทำไปสัก
ว่ากันว่า ครอบครัว “วณิชชากร” คือตระกูลใหญ่แห่งตลาดประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มีที่มาจาก “ตระกูลเจี่ย” อพยพจากเมืองซัวเถา ประเทศจีน ตั้งแต่สมัยรุ่นก๋ง ก่อนจะมาตั้งรกรากอย่างมั่นคงที่อำเภอประจันตคาม จุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งในตระกูลเกิดจากร้านขายของชำเล็กๆ เมื่อกว่า 80 ปีก่อน ก่อนจะค่อยๆ ขยายกิจการและเติบโตอย่างต่อเนื่อง คุณเล็ก วณิชชากร เป็นทายาทรุ่นที่สอง แต่งงานกับ คุณรัชนี วณิชชากร มีบุตรชายด้วยกัน 5 คน ทุกคนต่างเติบโตมากับธุรกิจครอบครัว ที่กลายเป็น “กงสี” เต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่ร้านขายของชำ โรงสีข้าว ปั๊มน้ำมัน ร้านถ่ายภาพ ร้านมอเตอร์ไซค์ ไปจนถึงมาร์ทขนาดกลาง โดย คุณวัฒนา วณิชชากร ลูกคนสุดท้อง ในฐานะทายาทรุ่นที่สาม คือผู้รับช่วงต่อ “โรงสีไทยวัฒนารุ่งเรืองธัญกิจ” และคือผู้แบกความฝันของ “เตี่ย” ที่ไม่อยากเห็นธุรกิจนี้ล้มหายไปกับกาลเวลา คุณวัฒนา ย้อนความหลังให้ฟัง เขาและพี่ๆ ทุกคน เติบโตมาท่ามกลางธุรกิจโรงสี ซึ่งมีจุดเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2527 พวกเขาช่วยงานกันมาตั้งแต่เด็ก ได้เห็นทั้งพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของโรงสีอย่างต่อเนื่อง จากยุคที่ต้องใช้แรงงานคนเป็นหลัก ไปจนถึงการนำเครื่
ในหมู่บ้านเงียบสงบของตำบลบ้านใหม่ อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บนผืนดินบ้านเกิดของพระเอกตลอดกาล สรพงษ์ ชาตรี ล่าสุดได้ถือกำเนิดร้านอาหารเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพริกแกง น้ำปลาดี และรอยยิ้มของคนในครอบครัว ร้านที่ชื่อว่า “ครัวชั้นเอก” เบื้องหลังครัวแห่งนี้ ไม่ใช่แค่สูตรอาหารโบราณ หรือฝีมือแม่ครัวที่เก่งกาจ แต่คือ ความรัก ความผูกพัน และความทรงจำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ก่อนที่ “ครัวชั้นเอก” จะเปิดประตูต้อนรับลูกค้าเมื่อไม่นานมานี้ คุณขวัญ–พิมพ์อัปสร เทียมเศวต ลูกสาวคนเดียวของ สรพงษ์ ชาตรี กับนักแสดงอาวุโส ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา ได้เปิดเพจ Mom & Me Story มาตั้งแต่ปี 2019 ช่วงที่เกิดสถานการณ์ โควิด โดยใช้เป็นช่องทาง เล่าเรื่องครอบครัว ความสัมพันธ์ของแม่กับลูก และ “ป้าชั้น” พี่สาวแท้ๆ ของคุณพ่อของเธอ ซึ่งเลี้ยงเธอมาตั้งแต่แบเบาะ “ขวัญ โตมากับ ไข่พะโล้ แกงส้ม ปลาสลิด กากหมู และอาหารพื้นบ้านรสมือป้าชั้น พร้อมความคุ้นชิน จากชีวิตในวัยเด็ก ที่ทุกปิดเทอมจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่ อ.มหาราช กินกับข้าวบ้านๆ กินน้ำฝนจากตุ่มใบใหญ่ กระโดดน้ำ หัดว่ายน้ำด้วยต้นกล้วย” ทายาทคนดัง เผยเรื่องรา
ในปีนี้ผู้ประกอบการหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือปีที่โหดที่สุด” บางคนเรียกว่า “ปีเผาจริง” บางคนบอก “เผาซ้ำ” จากเทปพิเศษ Exclusive Round Table ที่เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และมติชนทีวี ได้ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อเปิดโต๊ะพูดคุยกับ 3 ตัวจริงจากแวดวงอาหาร เพื่อค้นหาทางออกในวันที่ธุรกิจนี้ต้องการความหวังมากที่สุด หนึ่งในกูรูที่มาร่วมพูดคุยคือ คุณต่อ-ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี หรือ เจ้าของเพจ Torpenguin ได้สะท้อนมุมมองไว้อย่างน่าสนใจว่า “ประเทศไทยมีผู้ประกอบการธุรกิจ 3 ล้านราย เป็นร้านอาหาร 6 เเสนราย ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 5 เเล้ววันนี้พอโครงสร้างต้นทุนพัง มันก็ไม่เหลือ ซึ่งเห็นแล้วจากเจ้าใหญ่ๆ คนเลิกเดินห้างสรรพสินค้าแล้ว สถิติบอกเลยว่าระยะเวลาความถี่ในการเดินห้างของคนกรุงเทพฯ ลดลง การกินในห้างต่อ 1 ครั้งก็ลดลงเรื่อยๆ เเต่ร้านอาหารก็ยังเป็นผู้เช่าเดียวที่ยังมีกำลังหาพื้นที่เช่าในห้างอยู่ ห้างก็เลยต้องเพิ่มสัดส่วนร้านอาหารจาก 20-30% เป็น 50% เดินเข้าห้างทีมี 700-800 ร้านที่เพิ่มขึ้นมา ฉะนั้น วันนี้ห้างต้องพยายามดันให้คนมาเดิน ซึ่งคนก็ยังไม่เดิน เเต่บริษัทร้านอาหารที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต้องการรายไ
เรื่องโดย : มิสมิลเลียนแนร์ เจ้าของคอลัมน์ ไอเดียต่างแดน ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อเป็นผู้นำเทคโนโลยีด้านโถสุขภัณฑ์มายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นระบบฉีดน้ำทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่เลือกให้เหมาะกับการถ่ายหนัก-เบา การปรับอุณหภูมิน้ำให้อุ่นขึ้นในฤดูหนาว และเปิดเสียงกลบขณะทำภารกิจหนัก แม้จะประสบความสำเร็จกับการออกแบบให้โถสุขภัณฑ์ทำอะไรได้หลายอย่าง แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ไม่ได้หยุดพัฒนา ล่าสุดแบรนด์ “โตโต้” (Toto) เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ที่เปลี่ยนจากความสะดวกสบาย มาเป็นการใส่ใจกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี “ไมนิจิ” สื่อญี่ปุ่น ระบุว่า “โตโต้” เตรียมเปิดตัวโถสุขภัณฑ์ “นีโอเรสต์” (Neorest) รุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีระบบตรวจสอบ “อุจจาระ” และบันทึกข้อมูลในแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามข้อมูลสุขภาพจากการขับถ่ายได้ โถสุขภัณฑ์สุดล้ำนี้จะติดตั้งเซนเซอร์ไว้ใกล้กับหัวฉีดน้ำ หลักการทำงานก็คล้ายกับการสแกนบาร์โค้ด โดยจะฉายแสงไปยัง “อึ” ที่ตกลงในโถเพื่อวัดค่าต่างๆ เมื่อผู้ใช้นั่งบนฝาชักโครก ฝาเครื่องสแกนจะเปิดออกและระบบเริ่มทำงาน หลังจากวัดค่าเสร็จแล้วข้อมูลจะถูกส่งไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมั
‘พริกแกงต้องตำสด’ รสมือที่มาจากความตั้งใจ ในยุคที่อาหารไทยส่วนใหญ่ หันไปใช้พริกแกงสำเร็จรูป เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร แห่งร้าน แกงสด กลับหยิบ “ครก” ขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของร้านอาหารไทยแห่งใหม่ที่ชื่อว่า “แกงสด” พร้อมชูจุดเด่นด้วยการโขลกพริกแกงสดๆ ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับความพิถีพิถันแบบครัวไทย กว่าจะเป็น “เชฟต้น” เรื่องราวของเชฟต้น เริ่มต้นจากการไป Work & Travel ที่สหรัฐอเมริกา ทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่รัฐเนวาดา ในตอนนั้นเขายังไม่คิดเป็นเชฟ แต่เมื่อได้ลองทำงานในครัว กลับรู้สึกชอบความเป็นระบบ ความกดดัน และความท้าทายในงานครัว ที่ไม่ใช่แค่การทำงานแลกเงิน แต่เป็นเส้นทางที่เขาหลงใหล เมื่อกลับมาไทย เชฟต้นเริ่มแน่ใจว่าอยากเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากสายเศรษฐศาสตร์ สู่สายอาหาร เขาจึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ทำอยู่ไม่ถึงเดือน แล้วเดินทางไปเรียนที่ Culinary Institute of America (CIA) นิวยอร์ก ซึ่งเป็นสถาบันสอนทำอาหารชั้นนำของโลก และเลือกที่จะทุ่มเทจนกลายเป็นเชฟไทยรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนวงการอาหารไทย และเป็นหนึ่งในกรรมการรายการ Top Chef Thailand ซึ่งเป็นร
ขึ้นชื่อว่า “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง” จะมีความรู้สึกของเลือดนักสู้เข้ามาผสมอยู่ในคำคำนั้น เฉกเช่นเดียวกับ คุณบัว-นูลนี บุญมากาศ อายุ 26 ปี เจ้าของร้านขายนขนมปังอยู่หน้าบ้าน ที่เป็นไวรัลในโซเชียล คนต่อแถวยาวเหยียดจนทำแทบไม่ทัน แต่เส้นทางของความน่าภาคภูมิใจของเธอ จะต้องแลกมาด้วยความท้าทาย ความกดดันอย่างไรบ้าง เธอได้เล่าให้เราฟังว่า เส้นทางของ “1 Recipe Bake” เริ่มต้นเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ด้วยร้านเล็กๆ ที่ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเมื่อเจ้าของร้านตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง แต่ด้วยใจรักในการทำขนม เธอก็พลิกวิกฤตเป็นโอกาส หันมาทำขนมส่งขายตามคาเฟ่ต่างๆ จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญมาถึงเมื่อเธอเริ่มทำ TikTok วิดีโอสั้นๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวและเสน่ห์ของขนมโฮมเมดของเธอได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ลูกค้าจำนวนมากเริ่มรู้จัก “1 Recipe Bake” และถึงขนาดเดินทางมาที่บ้านเพื่อลิ้มลองขนมสดใหม่จากเตา นี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอกลับมาเปิดร้านเล็กๆ อีกครั้งที่หน้าบ้านของตัวเอง เมื่อตัดสินใจเปิดร้านที่หน้าบ้าน ผลตอบรับเกินความคาดหมายอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงที่คอนเทนต์บน TikTok กลายเป็นไวรัล ลูกค้าห
แม้จะเรียนจบด้านดนตรี และมีแพชชันแรงกล้าว่าจะไม่ทำธุรกิจครอบครัว แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ในวันที่บริษัทตุ๊กตาย่ำแย่ ช่องทางการขายหลักอย่างห้างสรรพสินค้าเริ่มไม่ตอบโจทย์ และตุ๊กตายังถูกมองว่าเป็นแค่ “ของเล่น” สำหรับเด็กที่ใครๆ ก็ขายกัน ทำให้ คุณทอย-กรชนก ตรีวิทยานุรักษ์ ลูกสาวคนโต ลุกขึ้นมาพลิกชีวิตบริษัทให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ที่หลายคนหลงรักในวัยเด็กมาผลิตเป็นตุ๊กตา พวงกุญแจ และสินค้าหลากหลาย จนกลายเป็นไอเทมที่ทุกคนต้องมีติดตัว ซื้อมาห้อยกระเป๋าได้อย่างไม่เคอะเขิน คุณทอย เจ้าของ Codec Creation ทำธุรกิจอย่างไรและทำการตลาดแบบไหนให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักครองใจลูกค้า “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาทุกคนไปหาคำตอบ บริษัทตุ๊กตา ธุรกิจจากรุ่นแม่ คุณทอย เล่าให้ฟังว่า บ้านของเธอทำธุรกิจตุ๊กตามาตั้งแต่รุ่นแม่ โดยเริ่มจากขายการ์ดดินปั้นที่ได้กำไรเพียงชิ้นละ 2-3 บาท ไม่คุ้มกับความเหนื่อย จึงเปลี่ยนมาขายตุ๊กตาที่รับจากสำเพ็งแล้วนำมาติดโบว์ ติดปีกให้น่ารักจนขายดิบขายดี แต่วันหนึ่งก็มีคนเลียนแบบ จึงได้เปลี่ยนมาผลิตตุ๊กตาเอง โดยร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ชาวเกาห
กับสถานการณ์โลกปัจจุบัน แม้เศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงชะลอความร้อนแรง แต่คงต้องยอมรับ “ตลาดจีน” ยังเป็น “ตลาดยุทธศาสตร์” ที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีชุดข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาธุรกิจและความยั่งยืน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM BANK ดร.เบญจรงค์ เกริ่นว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัว แต่ระดับ “ความเข้มข้น” ในการฟื้นตัวนั้นไม่เท่ากันในแต่ละเมือง 4 เมืองหลัก ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว และเซินเจิ้น ถูกจัดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของจีน เป็นตลาดที่เติบโตสูง แต่ก็มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ขณะเดียวกันมีอีก 15 เมือง ที่ทางรัฐบาลจีน มีนโยบายพัฒนา ให้เป็น “New First-Tier Cities” เพื่อกระจายการเติบโตทางเศรษฐกิจภายในปี 2050 ดังนั้น หากอยากเข้าไปค้าขายในจีน ต้องเลือกเมืองที่เหมาะกับสินค้าของเรา และต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วด้วย สาหรับกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพในการเติบโตในตลาดจีน ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า ได้แก่ สินค้าออร์แกนิกและสุขภา
บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) การสานต่อความร่วมมือภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ฉบับที่ 2 ระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และบริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ซึ่งจัดขึ้น ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอนำเสนอความสำเร็จของผู้ประกอบการไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรม Shopee International Platform (SIP) เพื่อสะท้อนถึงความสามารถและศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการเติบโตและแข่งขันในตลาดออนไลน์ต่างประเทศอย่างมั่นใจ จุดเริ่มต้น Acaseyshop คุณเบนและคุณออย จาก Acaseyshop ผู้ประกอบการวัยสามสิบต้นๆ ที่เริ่มจากการขายสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นในตลาดออฟไลน์ จนทั้งคู่ได้มองเห็นโอกาส ในการขยายธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ผ่าน Shopee ตั้งแต่ปี 2015 จนถึงปัจจุบันร่วมกว่า 10 ปี แบรนด์ Acaseyshop ของพวกเขาเติบโตต่อเนื่องและมั่นคงพร้อมๆ ไปกับ Shopee จนปัจจุบันร้านมีผู้ติดตามมากกว่า 200,000 คน และโอกาสล่าสุด ที่ทั้งคู่พาแบรนด์ ขยายตลาดและสร้างฐานลูกค้าเพิ่มเติมไปยังป
