Exclusive
ถูกยกให้เป็น “ไอดอลเชฟ” ของใครหลายคน สำหรับ เชฟอาร์ – ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เมื่อมีโอกาสพูดคุยกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จึงขอให้ชี้แนะแนวทางสู่สายอาชีพให้กับคนที่อยากเจริญรอยตามเขาบ้าง เชฟหนุ่ม อารมณ์ดี บอกว่า “อาชีพเชฟ ไม่ใช่อาชีพที่ขี้เหร่ นะ ปัจจุบันกระแสดีอยู่แล้ว ผมว่าเป็นอาชีพที่รายได้สูง แต่ก่อนจะรายได้สูง ก็คงเหมือนกับทุกอาชีพ ต้องเริ่มต้นจากการสร้างตัวเองให้มีคุณค่าพอ หรือมี Value ที่เพียงพอกับรายได้ที่คุณจะได้รับก่อน เพราะสิ่งนี้มันเป็นกฎของธรรมชาติ” ก่อนบอกอีกว่า “เส้นทางของอาชีพเชฟ นี้ มีเยอะมากนะตอนนี้ ถ้าตัดเรื่องของ Part โรงแรม ที่คุณจะต้องเริ่มต้นเงินเดือนตั้งแต่ 1.2 หมื่นบาท ไปจนกว่าจะถึง Executive Chef คุณต้องใช้เวลา 15 ปี ถึงจะได้เงินเดือนแสนกว่า ตัดไปก่อนนะ ธุรกิจอาหาร ก็สามารถเข้าไปได้ แต่วงการร้านอาหาร คาเฟ่ หรือร้านกาแฟ เปิดง่าย แค่มีทุนมีเงิน ทำอาหารอร่อย ก็เปิดได้แล้ว แต่เปิดแล้วทำให้อยู่ได้ อยู่ให้ลูกค้าติด ไม่ขาดทุน อยู่ยังไงให้ยั่งยืน อันนี้เรื่องยากมาก” “นอกจากนี้ ก็เหลือการเป็นที่ปรึกษา เป็นคนพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ส
บทความโดย : อาจารย์ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร เจ้าของคอลัมน์ ตู้จดหมายพลศรี แรงบันดาลหนึ่งที่ทำให้คนอยากเปิดร้านอาหารคือ ชอบทำอาหาร ทำอาหารอร่อย ใครกินก็ชมเปาะ มีสูตรของคุณย่า คุณยาย หรือตกทอดมาจากซัวเถา มีสตอรี่ อย่ากระนั้นเลย เมื่อประสบโอกาสดี ขอเปิดร้านอาหารซะเลย เห็นคนอื่นเขาเปิดร้านอาหารแล้วประสบความสำเร็จ แต่อร่อยสู้ของเราไม่ได้ แล้วเรามีฝีมือขนาดนี้ ลูกค้าจะไม่ติดตรึมรึ เปิดแล้วช่วงแรกๆ ดูดี มีลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย ช่วงนี้เขาเรียกกันว่า “ลูกค้าหลอก” หรือ “ไม่ใช่ของจริง” เพราะเมื่อแรกเปิดเราจะมีแรงหนุนจากเพื่อนฝูง ญาติ ครอบครัว ชวนกันมาอุดหนุนหลายๆ สาย ใครมากินก็ชม อร่อยอย่างโน้น อร่อยอย่างนี้ แล้วจะชวนเพื่อนกลับมากินอีก แต่พอเปิดไปประมาณ 6 เดือน 1 ปี นี่แหละจะพบกับ “ของจริง” ลูกค้าที่เคยหมุนเวียนมาหายไปไหนหมด ที่เคยบอกว่าจะชวนเพื่อนกลับมาอุดหนุนก็หาย จะเหลือลูกค้าประจำๆ อยู่ไม่กี่ราย เป็นอย่างนี้อีกสัก 6 เดือน ทุนหมด ก็ชักถอยแล้วครับ อยากทำร้านอาหารให้เจ๊ง แค่หลงตัวเองไว้เยอะๆ ว่า “ฉันทำอาหารอร่อย ฝีมือดี ขายดีแน่นอน” ถ้าไม่ดวงดี เจ๊งสมใจครับ การทำร้านอาหารให้ประสบความสำเ
พูดถึงการบุกตลาดจีน หนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องรู้คือ “การเข้าใจผู้บริโภคจีน” ให้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทยที่อยากพาแบรนด์ไปเติบโต “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Brand Go China : บุกจีนให้ปัง ธุรกิจไทยต้องรู้ โดย คุณโทมัส-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี และคุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล ดำเนินรายการโดย คุณอธิกร ศรียาสวิน (ก้า อรินธรณ์) ที่งาน #ThaiChineseGoldenFest2025 จุดเริ่มต้น มองจีนให้มากขึ้น “คุณโบว์-ณชา จึงกานต์กุล” เจ้าของแบรนด์ Kunna เริ่มต้นจากความหลงใหลในเสน่ห์ของภาษาจีน เธอเริ่มเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับประเทศจีน ทั้งภาษา วัฒนธรรม รวมถึงผู้คน และได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมนั้น ด้วยการไปเรียนและฝึกงานที่สถานทูตไทยในปักกิ่ง จนมองเห็นว่า “คนจีนเป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษ เป็นยอดนักสู้ และเป็นแหล่งหาไอเดียธุรกิจ” จากการสังเกตสินค้าที่คนจีนเลือกซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ต หนึ่งในนั้นคือ “สินค้าไทย” แต่เป็นสินค้าที่ผลิตในขั้นปฐมภูมิ ไม่มีการเพิ่มมูลค่าอะไรเข้าไป จึงได้เกิดความคิด อยากพัฒนาสินค้าเกษตรจากไทย ที่ไม่ใช่สินค้า 3 ถุง 10
ครบ–จบ–ต่อยอดได้จริง ผู้ประกอบการแห่ร่วม คอนเทนต์แน่น ไอเดียสด สร้างยอดขาย-ขยายตลาด กิจกรรม 3 วัน ของงานสัมมนา งาน Matichon Thai–Chinese Golden Fest 2025 เทศกาลร้อยเรื่องราวไทย-จีน ฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่อัดแน่นด้วยสาระความรู้ ก่อนปิดฉากลงอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เช้าจรดเย็น โดยมีผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ และผู้สนใจจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมกิจกรรมแน่นพื้นที่ตลอดทั้งวัน สำหรับหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามคือ เวิร์กช็อปสุด Exclusive “T-Brand to China” จัดโดย เส้นทางเศรษฐี ที่เปิดประตูสู่ตลาดมหาศาลให้กับผู้ประกอบการไทย คลาสเรียนเข้มข้นจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญตัวจริง โดยวันแรก (12 ก.ค.) เปิดฉากคลาสด้วยความคึกคัก มีผู้ประกอบการแห่จองที่นั่งเต็มตั้งแต่เปิดลงทะเบียน คือ เวิร์กช็อป “รู้จัก RED NOTE เครื่องมือการตลาดทรงพลัง เจาะเทคนิคสื่อสารให้คนจีนรัก” โดย คุณบุญชัย ลิ่มอติบูลย์ หรือ “พี่เปี๊ยก จัดให้” เจ้าของช่อง TikTok ชื่อดัง ที่บอกเล่าแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ดังในหมู่คนจีนที่มาเที่ยวไทย ก่อนต่อยอดสู่ตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน ก่อนไปต่อที่ ด้าน
ในวัย 61 ปี ขณะที่หลายคนกำลังวางแผนใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเงียบสงบ คุณเชา-ชวลิต จริตธรรม อายุ 69 ปี หรือหลายคนเรียกติดปากกันว่า “ปาป้าเชา” ดีกรีอดีตผู้บริหารบริษัทเอกชนผู้คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 30 ปี กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจร้านกาแฟเล็กๆ ที่ชื่อว่า “ปาป้าเชา” ชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ ชีวิตของผู้บริหารที่ต้องทำงานมานานกว่า 30 ปี ดำเนินไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะต้องไปดูแลแม่ ดูแลพี่สาวที่เจ็บป่วย ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจพักบทบาทในองค์กรใหญ่ เพื่อกลับมาดูแลคนที่เขารัก หลังจากที่คุณแม่และพี่สาวจากไปได้สักพัก ระหว่างที่คุณชวลิต หรือ พี่เชา กำลังประกอบธุรกิจเล็กๆ เช่น ขายของและทำอาหารขาย ลูกสาวของพี่เชา ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตใหม่นี้ โดยช่วงเวลาหนึ่งก็คุยกันกับลูกสาว ที่สนใจงานทางด้านเป็นช่างแต่งหน้า เธอได้ลาออกจากงานประจำมาทำงานเป็นช่างแต่งหน้า จากนั้นก็เริ่มคุยกันว่า จะทำอย่างไรกันต่อ ก็เริ่มหาสถานที่เพื่อให้เป็นสตูดิโอใช้ในการแต่งหน้า หลังจากนั้นเธอจึงบอกว่า “พ่อก็ทำร้านกาแฟสิ เราจะได้อยู่ด้
รู้หรือไม่ แบรนด์แป้งพัฟสัญชาติไทย อย่าง ‘เจ้านาง’ มียอดขายสูงถึง 1 ล้านตลับต่อปี เป็นแบรนด์ร้อยล้าน ที่ตั้งเป้าเติบโต 600 ล้านบาท ในปี 2568 เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เริ่มต้นมาจากนักศึกษาวัยเพียง 22 ปี ‘คุณจัง–ธัญญ์ฐิตา ทรัพยศิรินารากุล’ ผู้มีความตั้งใจแน่วแน่ ‘อยากสร้างรายได้เพื่อดูแลคนในครอบครัวให้มีชีวิตที่ดีขึ้น’ เธอจึงเริ่มต้นหารายได้ ทำงานพาร์ตไทม์ เก็บเงินสะสมทีละเล็กละน้อย ก่อนนำเงินก้อนแรกมาต่อยอดทำแบรนด์ ‘เจ้านาง’ แป้งพัฟที่อยากแก้ Pain Point หน้าหยือหน้าหยา ปัญหาเรื่องผิวให้ผู้หญิงไทยและผู้ใช้ทุกคนสวยขึ้นและแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ เงินก้อนแรก ลงทุนปั้นแบรนด์ ซีอีโอแบรนด์เจ้านาง เล่าให้ฟังว่า เธอเก็บเงินได้ก้อนใหญ่ จากการขยันทำงานตั้งแต่เรียน ม.4 ทั้งพาร์ตไทม์หลายต่อหลายงาน ไม่ยอมแม้แต่ซื้อเสื้อผ้าตัวใหม่ใส่ หรือซื้อของที่อยากได้ เพราะอยากเก็บเงินไว้พัฒนาตัวเอง “เรารู้สึกว่า อย่างน้อยๆ ต้องมีเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ พ่อแม่เราเหนื่อยแล้ว ในมุมมองเรา คิดว่าเป็นลูกที่ไม่ดี เวลาอยากได้อะไรแล้วต้องไปขอเงินพ่อแม่” เธอนำเงินเก็บที่สะสมมาเริ่ม
คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม คือ CEO แบรนด์ดัง “หงส์ไทย” ยาดมที่คนดังระดับโลก พกติดตัว เคยย้อนให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ฟังถึง “ทุนชีวิต” แบบเปิดอก “ผมเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมา แบบไม่รู้อะไร รู้อย่างเดียวที่เห็นมาตลอดคือ เห็นพ่อแม่ลำบาก พ่อต้องออกไปขับรถหาเงินทุกวัน ป่วยถึงหยุด ขับรถมาแต่ละวัน ตกเย็นมาก็กินเหล้า แล้วเวลาหยุดของเขา คือเวลาที่ป่วย แม่ไม่ได้ทำงาน เลี้ยงลูก 6 คน” คุณเก่ง เริ่มบทสนทนาอย่างนั้น ก่อนเล่าต่อ มีอยู่ช่วงหนึ่ง ระหว่าง ป.4-ป.5 มันทำให้ช่วงสำคัญของเราตรงนี้ เริ่มลึกซึ้งกับความลำบากของครอบครัว เริ่มรู้สึกว่าถ้าเราจะออกมาช่วยเขาทำงานจะดีไหม เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ให้เขาเหนื่อยน้อยลง สบายมากขึ้น ตอนนั้นไม่รู้หรอก ว่าจะผ่านมาอีก 20 ปี จะมาเป็นหงส์ไทย ตอนนั้นรู้แค่ว่าอยากช่วยพ่อแม่” ครั้นเมื่อเขาจบชั้น ป.6 จึงขอออกจากโรงเรียน ก่อนมาทำงานรับจ้าง สารพัดอาชีพ “ทำตั้งแต่เด็กหยิบอิเล็กทอรนิกส์ พวกไอซี พวกอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เสร็จแล้วก็มาเป็นโรงพิมพ์ ขับเวสป้าส่งเอกสาร แล้วไปทำภาพนิ่ง เป็นพนักงานหาอุปกรณ์ จัดซื้อ วิ่งหากระดุม หาผ้า หาอุปกรณ์ต่างๆ เ
รับทรัพย์ 18 ล้านบาทต่อปี! ชายวัย 32 ทำอาชีพเสริมเกี่ยวกับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ สร้างรายได้ปังๆ ด้วย 5 ข้อนี้ Marcus Gram ชายหนุ่มวัย 32 ปี ที่เคยทำงานประจำเป็นผู้จัดการและมีรายได้ทั่วไป แต่เขาคิดว่าต้องหาอะไรทำเพื่อสร้างเงินให้กับตัวเองได้มากกว่างานประจำ ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เขาอยู่กับคุณแม่ที่เมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ก ทำงานเป็นผู้จัดการ รายได้ชั่วโมงละ 17 ดอลลาร์ หรือประมาณ 600 บาทต่อชั่วโมง แต่เมื่อปี 2018 ก็มีเพื่อนคนหนึ่งได้จุดประกายไฟในตัวเขา ทำให้อยากย้ายไปที่ฟิลาเดลเฟียเพื่อเริ่มธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ Marcus Gram ใช้เงินเก็บ 10,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.6 แสนบาท ซื้อตู้ขนม ตู้เครื่องดื่ม เครื่องรูดบัตรเครดิต 2 เครื่อง ในปีแรก ธุรกิจนี้เป็นเพียงงานเสริมที่สร้างรายได้เพียง 5,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 2 แสนบาท ในปี 2021 มียอดขาย 300,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท และในปี 2022 เขามียอดขายแตะ 500,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 18 ล้านบาท ในปัจจุบัน เขามีตู้จำหน่ายสินค้ากระจายอยู่ 6 รัฐด้วยกัน จากการทำธุรกิจนี้ Marcus Gram ได้ประสบการณ์ต่างๆ มากมาย และได้บทเรียนสำคัญเกี่ยวกับ
จากเสียงคลื่นและกลิ่นคาวทะเลในวัยเยาว์ สู่รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์บนโต๊ะอาหาร ชีวิตคลุกคลีกับ “ปู” ตั้งแต่ยังไม่ลืมตา โอบล้อมด้วยเรื่องราวของ “วัตถุดิบ” จากท้องทะเลอันอุดมในอดีต คือรสชาติที่บริสุทธิ์ ดั่งผืนป่าโกงกางที่น้ำยังใส แร่ธาตุยังเต็มเปี่ยม เมื่อวันเวลาผันผ่าน แหล่งวัตถุดิบเปลี่ยนไป แต่หัวใจของการปรุงยังคงแน่วแน่ การเดินทางตามหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด แม้ต้องโบยบินข้ามทวีป สู่พม่า ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ เวียดนาม หรือแม้กระทั่งมาดากัสการ์ ทุกการเดินทาง ทุกหยาดเหงื่อ คือการบ่มเพาะความเข้าใจในวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง ดุจงานฝีมือที่ต้องใช้เวลาและความใส่ใจ เฮียจก-สมชาย ตั้งสินพูลชัย หรือที่รู้จักกันในวงการร้านอาหารว่า “จกโต๊ะเดียว” ตัวจริงเรื่องวัตถุดิบ ผู้ที่เดินทางไปทั่วสารทิศเพื่อเฟ้นหาวัตถุดิบชั้นเลิศ กับเรื่องราวที่เคยล้มเหลวมาไม่รู้ต่อกี่ครั้ง จากเด็กเก็บออร์เดอร์ สู่จกโต๊ะเดียว ตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก ทางครอบครัวก็ประกอบอาชีพเกี่ยวกับอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ที่ทางบ้านจะถูกขนานนามว่าเป็นเอเยนต์ใหญ่ที่ขายปูในหลายๆ จังหวัด เท่าที่เขาเองจำความได้ เมื่อตอนอายุได้ 14-1
พลิกชีวิตจากติดลบ! สาวโคราช เปิดร้านผลไม้ สร้างรายได้ 7 หลักต่อเดือน จนได้บ้าน ได้รถ หลายคนมองว่า อาชีพที่มั่นคงที่สุด อาจจะเป็นข้าราชการ หรือทำงานตามบริษัท แต่อีกหลายต่อหลายคนมองว่า อาชีพค้าขายนี่แหละ ที่สร้างเม็ดเงินให้เขาเพื่อเลี้ยงชีพ ได้มากกว่าอาชีพเหล่านั้นได้ ใครจะคิดว่า เป็นแม่ค้าขายผลไม้ จะสามารถซื้อบ้าน ซื้อรถได้ แต่จะบอกว่า ทุกอาชีพถ้าเราขยันและอดทน ที่สำคัญ ต้องรู้จักใช้เงิน คุณก็สามารถประสบความสำเร็จได้เช่นกัน เรื่องราวของสาวโคราชที่เราพูดถึง คือ คุณปาหนัน-ธนันพร ลาภเจริญ เจ้าของร้านผลไม้สดเกรดพรีเมี่ยม by ปาหนัน ในวัย 48 ปี ที่ได้พูดคุยพร้อมเล่าเรื่องราวของชีวิต กว่าจะมีทุกวันนี้ได้ ต้องอดทนและมีความหวังอยู่เสมอ คุณปาหนัน เล่าว่า ตนได้เลิกกับสามีเก่า ในช่วงนั้นเรียกได้ว่า ชีวิตยิ่งกว่าติดลบ ต้องหาทางทำมาหากิน ไปไหนมาไหนด้วยรถเก๋งคู่ใจเพียง 1 คัน และเช่าบ้านอยู่เพื่อจะได้มีที่หลับที่นอน ไม่นานเธอก็เริ่มอาชีพแม่ค้าขายพิซซ่าตามตลาดนัด ย้อนไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ในช่วงที่ตระเวนขายของตามตลาดนัด ก็ได้ไปเจอกับเพื่อนแม่ค้าร้านข้างๆ เขาขายสับปะรดภูแล ก็เลยเป็นที่มาของการนำสับปะรดภูแ
