ทำไรรวย
เชียงราย เหงามาก ผปก.ครวญ หักกำไร 32 เปอร์เซ็นต์ให้แอพ ยังดีกว่าของเหลือ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะนี้มีรายงานข่าว มีตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สืบเนื่องจากมีการลักลอบข้ามพรมแดนเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ ที่มีเขตแดนติดกับประเทศเมียนมา นั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.นี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปยังผู้ประกอบการร้านอาหารตามสั่ง ตลาดเย็น ในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ท่านหนึ่ง ได้ความว่า แม้เวลานี้ ตัวเมืองอำเภอแม่สาย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม แต่ภาพรวมในพื้นที่มีความหวาดกลัวกันอยู่พอสมควร ตกเย็นก็เงียบแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ออกมาหาอะไรทานนอกบ้าน ราวหนึ่งทุ่มครึ่งตลาดแทบวาย ทั้งที่ไม่กี่วันก่อน ยังพอได้ขายนานกว่านี้ ผู้ประกอบการท่านเดิม เผยต่อ เขาจึงต้องหาทางออก ด้วยการสมัครเป็นคู่ค้ากับแอพส่งอาหารแบรนด์หนึ่ง ภายใต้เงื่อนไข แบ่งกำไรขั้นต้น หรือ จีพี ให้กับทางแอพดังกล่าว 32 เปอร์เซ็นต์ “ตั้งราคาขาย ข้าวกล่องละ 50-60 บาท โดนหัก 32 เปอร์เซ็นต์แล้ว ตกขายกล่องละ 30 บาท ก็พออยู่ได้ ดีกว่าของเหลือ เพราะตอนนี้ คนแม่สายส่วนใหญ่ไม่ออกจาก
ลุงเป้ง เกษตรกรระดับชาติ “ได้ดีทุกวันนี้ เพราะเชื่อในหลวง เดินตามรอยพอเพียง” เศรษฐกิจพอเพียง แม้จะเป็นวลีฮิตที่หลายคนนิยมกล่าว ทว่าน้อยคนไม่ได้ลงมือทำ แต่สำหรับ คุณเชาวรัตน์ อ่ำโพธิ์ หรือ คุณลุงเป้ง เกษตรกรตามแนวพระราชดำริ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2552 และประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ แกะ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี อดีตผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ เขาได้ผันตัวมาเป็นเกษตรกร พร้อมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างแท้จริง ปัจจุบันไม่ต้องไปคอยแก่งแย่งชิงดีในสังคมทำงาน มีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ยั่งยืน มีความสุขทุกวันอยู่ในผืนแผ่นดินไทย สำหรับประวัติคุณลุงเป้ง ครั้งหนึ่ง เขาคือผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ต้องคอยไปประมูลงานราชการ เพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้ที่ดี กระทั่งปี 2536 ตัดสินใจเป็นเกษตรกร เพราะต้องการหนีชีวิตที่ต้องคอยเอาแต่แย่งชิงคนอื่น มาใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ อยู่กับต้นไม้สีเขียว มีรายได้ยั่งยืนโดยไม่ต้องฝืนใจทำ จึงเป็นที่มาของชื่อไร่ว่า “คุณสุขฟาร์ม”
ม้งภูทับเบิก ปลูกกะหล่ำปลี เจอแต่เคมี หันทำผักอินทรีย์ ได้ความรู้จากพระองค์ท่าน พื้นที่ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เดิมเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นบรรพบุรุษ ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ก่อนที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่บนภูทับเบิกแห่งนี้ กลายเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ปลูกผักเมืองหนาวแทน อย่าง การปลูกกะหล่ำปลี เป็นต้น ซึ่งปลูกมากบนพื้นที่ดอยของภูทับเบิก ด้วยสภาพอากาศที่เหมาะสม โดยผู้ปลูกส่วนใหญ่เป็นชาวม้ง คุณอาเซ็ง แซ่ลี ผู้อาวุโสชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หมู่บ้านภูทับเบิก ม.14 เล่าว่า ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นพ่อแม่ปลูกฝิ่นกันมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่การปลูกฝิ่นไม่ได้ช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข หรือหายจากความยากจนที่มีอยู่ได้เลย เพราะพอฝิ่นขายไม่ได้ ชาวบ้านก็เอามาสูบ สูบเสร็จก็ไม่สามารถทำงานอะไรได้อีก เป็นวังวนซ้ำไปซ้ำมา ไม่จบสิ้น แต่พอพื้นที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ส่งเสริมให้ชาวม้งหันมาปลูกผักอย่างกะหล่ำปลีที่ชอบอากาศเย็นบนดอยนั้น ชาวบ้านที่นี่ก็ปลูก แต่สิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนของตนคือ การใช้สารเคมี ชาวม้งที่นี่ปลูกกะหล่ำปลีกันแต่ก็ต้องใช้สารเคมีฉีดพ่นอย่างมาก เป็นเห
อดีตนักข่าวสาว เบนเข็มขาย “เกี๊ยวซ่าหลายหน้า” ผลตอบรับดี สร้างรายได้วันละ 6 พัน! หากพูดถึง เกี๊ยวซ่า หลายคนคงนึกถึงตัวเกี๊ยวสีขาวห่อด้วยไส้หมู จับจีบสวยๆ แล้วนำไปทอด ทานคู่กับจิ๊กโฉ่หรือซอสต่างๆ เป็นอาหารทานเล่นที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ไม่เหมือนกับเกี๊ยวซ่าของ คุณน้อย – วิชุดา อ่อนศิลา วัย 38 ปี เจ้าของแฟรนไชส์ เกี๊ยวซ่าคุณแม่ สาขา 2 อยุธยา ซึ่งมีความต่างตรงที่ “สดใหม่ และ มีหลายหน้าให้เลือกทาน” โดยเธอให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงที่มาที่ไปในการมาขายเกี๊ยวซ่าหลายหน้านี้ว่า ก่อนจะหันมายึดอาชีพค้าขาย เธอเคยทำงานเป็นผู้สื่อข่าวภูมิภาค ที่บริษัทแห่งหนึ่งมาก่อน เมื่อคุณพ่อป่วย จึงต้องเดินทางไป-กลับ เพื่อดูแลพ่อที่อยุธยาบ่อยๆ ประกอบกับเปิดเฟซบุ๊กแล้วเจอโพสต์ของเกี๊ยวซ่าคุณแม่ ก็เกิดอยากทำเป็นอาชีพเสริมจากงานประจำ จึงได้ทักไปขอสูตรจากสาขาแม่ “ตอนนั้นก็ทักไปขอซื้อสูตรเกี๊ยวซ่าเขา กะว่าจะทำเป็นอาชีพเสริม ก็มีการคุยกับทางเจ้าของที่เป็นต้นตำรับ เราเลยถือเป็นแฟรนไชส์เกี๊ยวซ่าคุณแม่เจ้าแรกของเขา มีการเซ็นสัญญา 3 ปี ค่ามัดจำแบรนด์อะไรต่างๆ ก็หลักหมื่นบาทค่ะ ก็ฝึกทอดเอง ลองผิดลอง
ทุกคนสามารถดำรงตน ตามรอยพอเพียงได้ ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว ทุกคนสามารถดำรงตนตามรอยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กันได้ทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ เจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยว เพราะตลอดชีวิตผ่านมาของเขา นับตั้งแต่เรียนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก อำเภอเมือง จังหวัดตาก ก่อนที่จะกลับบ้านเกิด เพื่อมาบวชเรียนที่วัดโตนดหลวง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เขาดำรงตนในเพศสมณะที่น่าเคารพ ศึกษาธรรมะอย่างเข้าใจ กระทั่งไปอ่านหนังสือ “ตัวกูของกู” ของท่านพุทธทาสภิกขุ จึงทำให้เขาคิดอยากจะไปสวนโมกขพลาราม ที่อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อสนทนาธรรมกับท่านพุทธทาสภิกขุสักครั้ง ก่อนที่จะลาสิกขามาช่วยเหลือครอบครัวในการทำธุรกิจรับซื้ออาหารทะเลที่บ้าน เขายอมรับว่าการสนทนาธรรมครั้งนั้น ทำให้เขาเข้าใจตัวเองมากขึ้น โดยเฉพาะหลักธรรมที่ว่ามนุษย์ย่อมมีด้านดี และด้านเลว มีด้านมืด และด้านสว่าง มีประสบความสำเร็จ และล้มเหลว เราจะเลือกอย่างไหน อยู่ที่ตัวเราเองทั้งสิ้น เพราะทุกข์ก็อยู่ที่ตัวเรา สุขก็อยู่ที่ตัวเรา ดังนั้น เมื่อเขานำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาประยุกต
ขับเคลื่อน กัญชา เป็นพืชเศรษฐกิจ ประชาชนต้องมีส่วนร่วม ทั้งปลูก ผลิต จำหน่าย เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ โดย ดร.ภก.อนันต์ชัย อัศวเมฆิน ประธานคณะกรรมการฯ ได้เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า การประชุมในครั้งแรกนี้เป็นการรายงานผลการดำเนินงาน ปัญหา และอุปสรรคของการดำเนินงานกัญชาทางการแพทย์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอแผนงานที่จะดำเนินการต่อไปในปี 2564 โดยคณะกรรมการจากทุกหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข มีความเห็นตรงกันใน 4 ประเด็นหลักที่ต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนกัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ (1) การปรับข้อกำหนดและกฎหมายให้เอื้อต่อการใช้กัญชาเพื่อยกระดับเศรษฐกิจ (2) การพัฒนาระบบการศึกษาวิจัยเพื่อใช้สนับสนุนผลิตภัณฑ์กัญชาและการบริการที่เกี่ยวข้อง (3) การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังสาธารณชนและผู้ร่วมปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน และ (4) การปรับโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวง ให้เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน วิสาหกิจชุมชน และประชาชน ดร.ภก.อนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการดำเนิ
ลงทุนสี่พัน พ่อค้าโอด หมดล็อตนี้ไม่ขายแล้ว เหตุ เป็ดเหลืองเต็มบ้าน เต็มเมือง เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจการชุมนุมบริเวณ ห้าแยกลาดพร้าว คุณทอง อายุ 65 ปี หนึ่งในคนที่นำของมาขายในการชุมนุม เผยว่า ตอนแรกขายพวงกุญแจให้เด็กนักเรียน พอมีม็อบเลยเปลี่ยนมาขายเป็ด ไปรับของมาจาก เยาวราช กับ สำเพ็ง แต่เดี๋ยวนี้หายากแล้ว เพราะคนขายเยอะ โดยตนลงทุนไป 3-4 พันบาท คุณทอง เผยต่อว่า มาถึงห้าแยกลาดพร้าวตั้งแต่บ่ายสอง ครั้งที่แล้วไปตั้งขายกลางม็อบขายดี ส่วนมากคนช่วยซื้อเพราะสงสาร “ตามไปขายทุกม็อบ เพราะขายดีกว่าไปตามตลาดนัด แต่ถ้าขายเป็ดหมดล็อตนี้ จะเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นแล้ว เพราะตอนนี้เป็ดเหลืองมีเต็มบ้าน เต็มเมือง” คุณทอง กล่าว
เจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาท “จะขายราคานี้ตลอดไป…จนกว่าชีวิตจะหาไม่” เมื่อไม่กี่วันก่อน ได้อ่านข่าวเกี่ยวกับร้านอาหารตามสั่งราคาถูกร้านหนึ่ง เปิดขายอยู่ที่จังหวัดราชบุรี วันนี้มีโอกาสมาเยือนเมืองโอ่งมังกรทั้งที จึงไม่ลังเลที่จะไปลองทานอาหารตามสั่งราคาถูกนั้นดู ร้านเจ๊อ๋อย ลุงหมึก อาหารตามสั่ง 10 บาททุกอย่าง เปิดมาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบันก็เกือบ 30 ปี มี “ป้าอ๋อย” คุณอ้อย ทับทิม อายุ 62 ปี และ “ลุงหมึก” คุณวันชัย คุณเจริญ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของร้าน ลักษณะของร้านเป็นร้านอาหารตามสั่งขนาดเล็ก แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนครัวสำหรับทำอาหาร มีผู้หญิง 2 คน กำลังยืนทำอาหารกันอยู่ และ โซนสำหรับให้ลูกค้านั่งทานอาหารที่มีลูกค้านั่งรออยู่ประปราย รวมถึงมีลูกค้าเดินมาสั่งอาหารเพื่อกลับไปทานที่บ้านกันด้วย ลูกค้าที่มาสั่งอาหารที่ร้าน มีตั้งแต่เด็กๆ วัยรุ่น ไปจนถึงผู้ใหญ่ ซึ่งน่าจะเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนั้น เมื่อคนยังไม่เยอะมาก เราจึงได้เข้าไปชวนลุงหมึกคุยสักเล็กน้อย ลุงหมึก เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนทำงานก่อสร้าง ขี่สามล้อ รับจ้างตักส้วม ทำมาแทบทุกอย่าง จึงเข้าใจถึงความยากจน พ่อ
แม่สาย ยอดขายตกตั้งแต่ปิดด่าน เจอสองสาวโควิด ซ้ำอีก คนค้าขาย ได้แต่ทำใจ คุณตีตี้-ฐิติภัทร ง่วนหอม เจ้าของกิจการ ข้าวมันไก่รามัญ ที่เปิดร้านฟู้ดทรักขายข้าวมันไก่ ใกล้กับย่านการค้าใกล้ด่านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ให้สัมภาษณ์กรณีข่าวพบสองสาวไทยลักลอบข้ามแดนมาจากประเทศเมียนมา ผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ก่อนมาแวะพักที่อำเภอแม่สาย กระทั่งตรวจพบเป็นผู้ป่วยโควิด นั้นว่า เวลานี้ คนแม่สายรู้สึกตื่นกลัวบ้าง แต่ไม่ถึงกับตระหนก หลายคนใช้ชีวิตตามปกติ แต่กลับมาป้องกันตัวด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง กันมากขึ้น ส่วนบรรยากาศการค้าขายนั้น คุณตีตี้ บอก ได้รับผลกระทบมาตั้งแต่รัฐบาลประกาศปิดพรมแดนระหว่างประเทศ เพื่อป้องการการแพร่ระบาดของโควิด มาหลายเดือนแล้ว ส่งผลให้ค้าขายซบเซา หลายร้านต้องปิดตัว ส่วนคนที่พอค้าขายได้เพราะอาศัยลูกค้าประจำ จากเคยมีรายได้ ขายวันละสามสี่พัน ก็หายไปเกินครึ่งเลยทีเดียว “การปิดด่าน มีผลกระทบอย่างมาก คนเมียนมา จากที่เคยข้ามมาหาของกิน ตอนนี้ไม่มีเลย ร้านค้าจากเคยปิดสี่ห้าทุ่ม ตอนนี้สองทุ่มกว่าเงียบหมดแล้ว แม่สายเป็นมาแบบนี้ก่อนจะเกิดเรื่องสองสาวโควิดนี้อีก ก็ได้แต่ทำใจ ประ
ต้องยกนิ้วให้ จากวัตถุดิบบ้านๆ มาเป็น ขนมกล้วยเวียดนาม ราดกะทิหอมหวาน ในบรรดาขนมใส่กะทิต่างๆ นั้น ฉันขอยกนิ้วให้กับชาวเวียดนาม ด้วยความคิดสร้างสรรค์เสกขนมสารพัดชนิดจากวัตถุดิบบ้านๆ ธรรมดาๆ มาเป็นขนมอร่อยๆ และหอมหวานกะทิ ฉันได้ของฝากเป็นกล้วยน้ำว้าอินทรีย์จากบ้านทุ่งเทิง จ.เลย ก็เลยนำมาแปรรูปเป็นของหวานที่ทำไม่ยากนัก วันนี้ฉันจะทำขนมกล้วยนึ่งราดกะทิ ที่มีชื่อว่า บั๊นจ๋วยฮับเนื้อกก๊กเหยื่อ Bánh Chuối hấp nước Cốt Dừa ถ้าเรียกสั้นๆ ก็เรียกว่า บั๊นจ๋วยฮับ Bánh Chuối hấp แปลว่า ขนมกล้วยนึ่ง ส่วนผสมจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ตัวขนมกล้วย ได้แก่ กล้วย 10-12 ผล แล้วแต่ว่าจะผลเล็กหรือใหญ่ แป้งมันสำปะหลัง 350 กรัม แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม น้ำตาลทราย 100 กรัม ฉันใช้น้ำตาลทรายแดง น้ำ 380 มิลลิลิตร วานิลลา และสีผสมอาหารสีเหลือง บางสูตรจะใส่แต่แป้งมันสำปะหลังอย่างเดียว ขนมจะใสและเหนียวหนึบ ก็แล้วแต่ความชอบค่ะ อีกส่วนคือ น้ำกะทิ ฉันว่าขนมจะอร่อยถ้าราดกะทิชุ่มๆ ใส่ไปเลยค่ะ หัวกะทิ 1 กิโลกรัม ถ้าชอบกะทิมากๆ หรือถ้าเอาแบบปกติ ½ กิโลกรัมก็พอ น้ำตาลทรายขาว 2 ช้อนโต๊ะ เกลือ ½ ช้อนโต๊ะ สาคูเม็ดเล็ก 10 กร
