วิทยาลัยดุสิตธานี
“ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูของหวานไทยๆ ที่หารับประทานได้ทั่วไป แต่จะว่าไป อาจหาเจ้าที่อร่อยจริงๆ ได้ยาก แต่มีอยู่เจ้าหนึ่งที่การันตีความอร่อยและแตกต่าง ด้วยการใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการทำที่เจ้าของศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมาอย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นร้านที่เคยเกิดปรากฏการณ์ลูกค้าต่อคิวซื้อมาแล้ว ร้านที่ว่าคือ “อยู่ ดี มี สุข ข้าวเหนียวมะม่วง” ของ คุณเบสท์–ณัฐธนนท์ สิทธิปัญญพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ Haus Ari3 ซอยอารีย์ บริเวณเดียวกับร้านข้าวผัดอเมริกัน Lucky’s Hungry และมีบูธขายที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เจ้าตัวเล่าว่า กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย “ธุรกิจที่บ้านเจอวิกฤตทางการเงิน ผมจึงตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน ทั้งๆ ที่เพิ่งเรียนไปปีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของที่บ้าน” คุณเบสท์ เกริ่น ก่อนย้อนให้ฟังว่า “ครอบครัวเปิดร้านขายหมูในตลาดคลองเตย เรียกว่ามีฐานะปานกลาง แต่พอปี 2554 ทางบ้านประสบวิกฤตทางการเงิน เพราะพ่อกับแม่ทำการค้าแบบไม่มี Know How เลย ประกอบกับก่อนหน้านั้นมีสถานการณ์ทางการเมืองและน้ำท่วมใหญ่ อีกทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยม
หากเอ่ยถึงชื่อ “โรงแรมดุสิตธานี” เชื่อว่าหลายๆ คนย่อมนึกถึง “การบริการอย่างไทย” และ “ความเป็นไทย” เนื่องจากเป็นโรงแรมระดับสากลแห่งแรกที่มีเจ้าของเป็นคนไทย นั่นคือท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้บุกเบิกโรงแรมแห่งนี้ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเผยแพร่ความเป็นเลิศของความเป็นไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับโลก ความคิดและวิสัยทัศน์นี้ได้ถูกส่งต่อเป็นมรดกทางจิตวิญญาณสู่องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในเครือ Dusit International ดังเช่นวิทยาลัยดุสิตธานีที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 30 ปี โดยสืบสานและต่อยอดคุณค่าด้าน “ความเป็นไทย” ที่โรงแรมดุสิตธานีได้วางไว้ ทั้งการฝึกฝนทักษะการบริการที่ละเมียดละไมและการถ่ายทอดศิลปะการประกอบอาหารที่สะท้อนเอกลักษณ์ไทย เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านเอกลักษ์ไทยดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา วิทยาลัยดุสิตธานีจึงได้จัดงาน “Thai Culture Excellence ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 2 หลังจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากงานครั้งแรกที่จัดขึ้นเมื่อปีก่อน โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าTimeless Flavors of the Thai Regions สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านอาหาร ศิลปะ และองค์ความรู้หลากหลายมิติ
เพราะความรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอในโลกการทำงานจริง การเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ได้ลงมือทำจริง จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญ วันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ขอพาไปทำความรู้จักกับโมเดลการเรียนรู้แบบ Skill-based Learning ของ “วิทยาลัยดุสิตธานี” ที่ยกธุรกิจจริงมาไว้ในรั้ววิทยาลัย ให้นักศึกษาได้ฝึกทักษะการทำงานอย่างมืออาชีพในบรรยากาศไม่ต่างจากสถานประกอบการจริง หากเดินเข้าไปในวิทยาลัยดุสิตาธานี คุณอาจพบกับผู้คนมากหน้าหลายตา ไม่ใช่แค่นักศึกษา หรืออาจารย์ แต่ยังมีบุคคลภายนอกที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการในพื้นที่การเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริง ที่เรียกว่า F&B Concept โดยนักนักศึกษาทั้งหลักสูตรไทยและนานาชาติ ในสาขาศิลปะการประกอบอาหาร ทำหน้าที่เป็นผู้ปรุงอาหาร และนักศึกษาสาขาการจัดการโรงแรม ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ เริ่มต้นกันในโซนแรก D Corner เป็นเหมือนศูนย์อาหารหรือ Food Court ในห้างสรรพาสินค้าที่ยกเคาน์เตอร์จำหน่ายอาหารหลากหลายมารวมไว้ในที่เดียวกัน ทั้งอาหารไทย อาหารเอเชีย และอาหารนานาชาติ ปรุงกันแบบสดใหม่ ด้วยวัตถุดิบคุณภาพและมาตรฐาน ไม่แพ้ศูนย์อาหารใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่ม
เมื่อพูดถึงคำว่า “ข้าวแกง” คราวใด เชื่อว่าหนึ่งในชื่อที่จะผุดขึ้นในหัวก็คือ เชฟจากัวร์-ธีรวีร์ ดิษยะไชยพงษ์ เพราะเขาเคยมีฉายาว่า “ข้าวแกงร้อยล้าน” จนกลายเป็นโลโก้ติดตัว ล่าสุดร้าน “อุทยานข้าวแกง” ของเชฟจากัวร์ที่ตั้งอยู่ในอุทยานเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น คว้ารางวัลชนะเลิศสุดยอดแชมป์ข้าวแกงไทยสู่สากล “Khao Gaeng” Thai Curry Rice Championship 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสมาคมภัตตาคารไทย ยิ่งตอกย้ำความเป็นราชาข้าวแกงของเขามากขึ้นอีก อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : “จากัวร์” เชฟสู้ชีวิต ไม่เคยหยุดขวนขวาย ขึ้นแท่น “แชมป์ข้าวแกงประเทศไทย” “มาเปิดร้านอุทยานข้าวแกงที่ มข. 3 ปีแล้ว เนื่องจากมีพื้นที่ว่างและเพื่อนอาจารย์ชักชวนมา” เขาเกริ่น “เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นอุทยานเกษตรของคณะเกษตรศาสตร์ ที่ส่งเสริมเกี่ยวกับการเกษตรไทย จึงนึกถึงการส่งเสริมข้าวไทยและการอนุรักษ์อาหารไทย ประกอบกับช่วงนั้นคุณแม่เริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาว่า ควรหากิจกรรมที่ใช้สมองให้ท่านทำ จึงเปิดร้านนี้ขึ้นเพื่อที่จะได้ทั้งขายของและให้แม่มีอะไรทำบ้าง ปรากฏว่าแนวคิดของผมตอบโจทย์ของทางคณะ ที่ต้องการ
ผ่านพ้นไปอย่างอิ่มอก อิ่มใจ และอิ่มท้อง อีกทั้งยังอิ่มบุญกับค่ำคืนดินเนอร์เพื่อการกุศล JOURNEY OF FLAVOR : A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER ที่วิทยาลัยดุสิตธานี ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี และ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ จัดขึ้น เมื่อคืนวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ห้องอาหารสแควร์วัน โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้เป็นครั้งแรกของไทยที่ศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี ผู้เป็นเซเลบริตี้เชฟ 12 คน ได้แก่ เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์ เชฟโต้ง-ยุทธจักร แสงศาสตรา เชฟปาร์ค-ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เชฟฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท เชฟกิ๊ก-กมล ชอบดีงาม เชฟบัส-ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เชฟเตย-พชรคุน กัลยาณมิตร เชฟภู-ภูรินท์ พัฒนวิริยะวาณิช เชฟปูน-ภูผา ชุณหรัศมิ์ เชฟบอย-ปิยะชาติ พุทธวงษ์ เชฟแอนนี่-อังคณา เอี่ยมสอาด และเชฟเอ็ม-ศิริพงศ์ ชุติธาดากุล มารวมตัวกันเพื่อรังสรรค์เมนูทั้งคาวและหวานในสไตล์ Modern Thai Twist เสมือนพาแขกผู้มีเกียรติเดินทางไปยังภาคต่างๆ ของไทยผ่านรสชาติอาหารไทยทั้ง 5 ภาค “ค่ำคืนนี้เป็นครั้งแรกที่สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานีได้รวบรวมเชฟผู้เป็น
คุณเมธิณี อนวัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจการเดินทางและบริหารคนขับ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า รถรับจ้างสาธารณะเป็นหนึ่งในบริการที่ช่วยตอบสนองการเดินทางในชีวิตประจำวันและมีส่วนช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศ โดยมาตรฐานของคนขับและคุณภาพการให้บริการถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในฐานะผู้บุกเบิกบริการเรียกรถผ่านแอป แกร็บมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมการเดินทาง ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะของไทยให้ก้าวไปข้างหน้า โดยนอกจากการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของคนขับอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้แกร็บจึงได้จับมือพันธมิตรจัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้และพัฒนาทักษะให้กับคนขับทั้งในด้านบริการ การสื่อสาร และการดูแลยานพาหนะ เพื่อมุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการและช่วยยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับการพัฒนาศักยภาพของคนขับในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ยกระดับมาตรฐาน บริการด้วยหัวใจ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabAcademy ซึ่งริเริ่มมาตั
“การทำผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลต มาจากความอยากอาหารของเด็กอ้วนคนหนึ่งเท่านั้นเองครับ” เชฟกันต์ อรุณประพันธ์ เจ้าของร้าน Lolé เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนหัวเราะร่วน “เพราะวันหนึ่งเคยกินช็อกโกแลตของเวียดนามยี่ห้อ Marou แล้วติดใจมาก แต่หาซื้อในเมืองไทยไม่ได้ เลยบินไปซื้อที่เวียดนามเลย ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ได้เป็นเชฟในปัจจุบัน” เจ้าของเรื่องราว ว่ามาอย่างนั้น สำหรับร้าน Lolé ของเขานั้น เป็นร้านขนมสไตล์ตะวันตก ที่มีความโดดเด่นตรงที่นำช็อกโกแลตมาเป็นวัตถุดิบหลักของขนม นั่นเพราะเชฟกันต์ หรือที่เขาชอบเรียกตัวเองว่า “เชฟหนวด” มีความหลงใหลในช็อกโกแลตเป็นพิเศษมาตั้งแต่เยาว์วัย จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดร้านแห่งนี้ในรูปแบบออนไลน์ มาตั้งแต่ปี 2563 จวบจนปัจจุบัน “เอาจริงๆ ไม่เคยฝันอยากจะเป็นเชฟเลยครับ จุดเริ่มต้นของผมมันเรียบง่ายมาก คือเป็นคนที่ชอบทานขนมอร่อยๆ โดยเฉพาะคุกกี้ช็อกโกแลต แต่ในสมัยก่อนนั้นตัวเลือกในบ้านเรายังมีไม่มากนัก ผมเลยเริ่มลงมือทำเองเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองนี่แหละ ตอนนั้นคิดว่าเป็นเหตุผลที่เล็กมากๆ เลย แอบอายด้วยซ้ำเวลาใครถามถึงเหตุผลในการเป็นเชฟ” “แต่พอโตขึ้นได้เรียนรู้ว
วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าในเครือโรงแรมดุสิตธานี นับเป็นต้นทางในการผลิตผู้เชี่ยวชาญทั้งทางด้านการโรงแรมและการประกอบอาหารเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาหารของไทยมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะพบศิษย์เก่าของวิทยาลัยดุสิตธานีจำนวนมากที่มีชื่อเสียงและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่วงการท่องเที่ยวและอาหารทั้งของไทยและในระดับสากล ด้วยเหตุนี้ สมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานี จึงเกิดแนวคิดริเริ่ม ชักชวนศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงในวงการ ประกอบด้วย 12 เซเลบริตี้เชฟและ 1 ซอมเมอลิเยร์ มารวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยรายได้สุทธิจากการจัดงานครั้งนี้ จะนำไปสมทบทุนเพื่อการศึกษาสำหรับนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี และมอบให้แก่องค์กรสาธารณกุศล ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงาน คือส่งเสริมความมุ่งมั่นในสายงานอุตสาหกรรมการบริการ สร้างสายสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้อง และช่วยแบ่งเบาภาระสังคม สำหรับการรังสรรค์ดินเนอร์สุดพิเศษ ในงาน JOURNEY OF FLAVOR “A TWIST FOR THE BETTER TOGETHER” ครั้งนี้ มาพร้อมกับแนวคิด 5 Regions with a Modern Thai Twist หรือ อาหารไทย 5 ภูมิภาคกับกลิ่นอายร
เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันการศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าในเครือโรงแรมดุสิตธานี เปิดรั้วต้อนรับนักเรียนจำนวนทั้งสิ้น 26 ทีม จาก 22 โรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม DTC Young Chef & Hospitality Challenge 2025 ซึ่งเป็นการแข่งขันประกอบอาหารและทักษะการบริการสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนในเครือข่าย MOU กับวิทยาลัย ภายใต้ธีมงานที่ว่า “ท้าสร้างสรรค์เมนูอารมณ์ดี Dare to boost, Good mood & mind” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิทยาลัยดุสิตธานี จัดการแข่งขันนี้ขึ้น เพราะเมื่อปี 2023 วิทยาลัยดุสิตธานี เคยจัดการแข่งขัน DTC Young Chef Challenge มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มาถึงปีนี้จึงต่อยอดความสำเร็จด้วยการขยายขอบข่ายการแข่งขันจากการแข่งประกอบอาหารเพียงอย่างเดียว ให้ครอบคลุมไปถึงทักษะการบริการในโรงแรมด้วย นั่นคือ การแข่งขันจัดโต๊ะอาหารและการผสมเครื่องดื่ม โดยครั้งนี้ได้แบ่งการแข่งขันเป็น 4 ประเภทใน 2 หมวดหมู่ คือ หมวดศิลปะการประกอบอาหาร ซึ่งประกอบด้วยการแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ อาหารตะวันตกและเบเกอรี่ ส่วนอีกหมวดหมู่นั้นคือ หมวดการจัดการโรงแรม ปร
มูลค่าตลาดอาหารจากแมลงทั่วโลกในปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 1,232.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่ามูลค่าของตลาดจะสูงถึง 7,600.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2576 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย ร้อยละ 19.9 ระหว่างปี 2567-2576 เนื่องจากตลาดเห็นความสำคัญของแมลงที่มีประโยชน์ทางโภชนาการสูง และปัจจุบันมีผู้บริโภคอาหารจากแมลงทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคน ประกอบกับองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) คาดการณ์ว่าประชากรโลก จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 9 พันล้านคน ภายในปี 2593 ทำให้มีความจำเป็นต้องหาแหล่งอาหารเพิ่มขึ้น จึงได้ประกาศให้แมลงเป็นแหล่งอาหารในอนาคตของโลก เนื่องจากให้ประโยชน์ทั้งเรื่องสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ประเด็นเรื่องสุขภาพ แมลง คืออาหารที่มีประโยชน์และมีโภชนาการ หากเปรียบเทียบกับโปรตีนชนิดอื่นในปริมาณ 100 กรัม จิ้งหรีดจะมีปริมาณโปรตีน 70 กรัม ในขณะที่เนื้อไก่ เนื้อวัว และไข่ไก่ จะให้ปริมาณโปรตีน 32 กรัม 21 กรัม และ 13 กรัม ตามลำดับ นอกจากนี้ แมลงหลายชนิดอุดมไปด้วยไขมันดี มีแคลเซียม ธาตุเหล็กและสังกะสีในระดับสูง สำหรับด้านสิ่งแวดล้อม แมลงปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าปศุสัตว์อื่นๆ การเลี้ยงแม
