สตรีตฟู้ด
จากธุรกิจทัวร์สู่ร้านเบอร์เกอร์สตรีตฟู้ด! ค้นหาชีวิตใหม่ในวัยเกษียณ “Daddy Holmes Burger” เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส รายได้สูงสุดวันละ 8,000 บาท “ความแน่นอน คือ ความไม่แน่นอน” หากพูดถึงสภาพเศรษฐกิจไทยในเมื่อก่อน ดีกว่านี้มาก ดีเสียจนไม่คิดว่าจะมีวันที่หลายธุรกิจต่างต้องทยอยปิดตัวลง หรือต้องไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เฉกเช่นเดียวกันกับสองสามีภรรยาคู่นี้ คุณวิวัฒน์ นราพัฒน์ อายุ 68 ปี และคุณลัดดา นราพัฒน์ อายุ 65 ปี อดีตเจ้าของกิจการทัวร์ที่เคยรุ่งเรืองจนติดอันดับทัวร์ยอดนิยม 1 ใน 5 ของหาดใหญ่ ต้องจำยอมต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แล้วกลับมาค้นหาตัวตนใหม่ในวัน 60 บวก คุณลัดดา เล่าว่า ทั้งคู่ทำทัวร์อยู่ที่หาดใหญ่มาเป็นเวลา 33 ปี แล้วมาเลิกทำตอนที่โควิดเข้ามา เพราะโควิดนี่แหละ คือจุดเปลี่ยนของชีวิตเลย เมื่อประเทศปิด นักท่องเที่ยวไม่มี การเคลื่อนไหวทางการเงินพูดได้สั้นๆ ว่า มันจบโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังมองไม่ออกเลยว่าประเทศจะเปิดเมื่อไหร่ และพอเปิดแล้วนักท่องเที่ยวจะเข้ามาเหมือนเดิมหรือไม่ จากปัญหาต่างๆ จึงทำให้คิดกันว่า จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว อยู่เฉยๆ กันมา 2 ปีแล้ว เลยตัดสินใจหาทำของกินขาย ช่วงแรกไม่คิดว่
ถ้าจะหาร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่อร่อยๆ ได้กลิ่นควันจากเตาถ่าน มีอยู่ร้านหนึ่งแถวห้าแยกพลับพลาไชย เจ้านี้เขาเป็นร้านเด็ดในตำนานที่ขายมานานร่วม 70 ปี และตำนานความอร่อยที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะกล่าวถึงนี้ คือ แอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เจ้าของรางวัลมิชลิน 6 ปีซ้อน คุณแอน-พรหมพร โอภาสจรัสเรือง ทายาทรุ่น 3 ได้เล่าเรื่องราวของการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในอดีต ปรับโฉมสตรีตฟู้ดบ้านๆ ให้กลายเป็นหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาด ตำนาน 70 ปี สูตรลับ “เตาถ่านไม้โกงกาง” ตำนานความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่เจ้านี้ เดินทางผ่านกาลเวลามานานกว่า 7 ทศวรรษ เริ่มต้นจากรสมือของ “อาม่า” ผู้บุกเบิก ส่งต่อมายังรุ่นคุณพ่อ จนถึงทายาทรุ่นที่ 3 อย่าง คุณแอน แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็กที่ต้องรับไม้ต่อพร้อมความคาดหวังมหาศาล แต่คุณแอนก็นำพาธุรกิจผ่านพ้นวิกฤตด้วยเลือดนักสู้ ตอนเด็กๆ เธอได้มีโอกาสไปยืนดูคุณพ่อทำอยู่บ่อยครั้ง จนโตมาเลยบอกกับครอบครัวว่า “แอนอยากทำบ้าง” เลยใช้วิธีการครูพักลักจำ ว่าก๋วยเตี๋ยวชนิดนี้ทำอย่างไร พ่อของเธอก็ถ่ายทอดวิชา สอนแบบจับมือทำในทุกๆ วัน เมื่อก่อนมีลูกค้าติดใจเยอะมากๆ แต่ไม่มีชื่อร้านอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้
คนเวียดนามกินจุบกินจิบ และมีของให้กินเล่นทั้งวัน ของว่างอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมในไซ่ง่อน หรือนครโฮจิมินห์ ก็คือ “บั๊นจร้างโจร่น” (Bánh tráng trộn) คือ ยำใบเมี่ยงญวน ใบเมี่ยงญวนนั้นหมายถึง แผ่นแป้งที่เราใช้ห่อเปาะเปี๊ยะญวนนั่นเอง ซึ่งทำจากแป้งข้าวเจ้าเป็นแผ่นกลมแล้วเอาไปตากแดดจนแห้งเก็บได้เป็นเวลานาน เราคงนึกไม่ออกว่าแผ่นแป้งนี้จะนำไปยำได้อย่างไร แต่ชาวเวียดนามเขามีความคิดสร้างสรรค์มากค่ะ แม่ค้าที่ขาย “บั๊นจร้างโจร่น” มักจะหาบขายอยู่แถวสวนสาธารณะ หรือหน้าโรงเรียน แม้แต่แถวๆ หน้าอาคารสำนักงานสมัยใหม่ คนที่ไปพักผ่อนในสวนก็มักซื้อติดมือไปนั่งกินเล่น หลังเลิกเรียนเด็กนักเรียนก็ชอบซื้อกินรองท้องแก้หิว เช่นเดียวกับสาวออฟฟิศทั้งหลาย เพื่อนร่วมงานของฉันก็เช่นกัน พอสักบ่าย 3 ก็จะแวบหายไปแล้วโผล่มาด้วยถุงยำ 3-4 ถุง ตามแต่จำนวนคนฝากซื้อ บั๊นจร้างโจร่น จะใส่มาในถุงพลาสติกรัดหนังยาง มีไม้เสียบลูกชิ้นให้คู่หนึ่งเอาไว้คีบแทนตะเกียบ เวลาจะกินก็เขย่าๆ ขยำๆ ถึงให้เครื่องเข้ากันแล้วคีบใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย นับเป็นของกินเล่นที่อร่อยและมีคุณค่าครบถ้วน เขาจะเอาใบเมี่ยงแห้งๆ นี้มาตัดเป็นเส้นๆ เอาต้นหอมซอยม
ย้อนไปเกือบปี เส้นทางเศรษฐีได้มีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องราวของ เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เจ้าของร้าน สุกี้พรศิริ ถึงจุดเริ่มต้นและการตัดสินใจเปิดร้านสุกี้ ทั้งๆ ที่ตนเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิงร่วมกับเพื่อนๆ ที่ชื่อว่า Flat Marble แล้วเปลี่ยนหรือพลิกแนวทางของตัวเอง จะเรียกว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ จากไฟน์ไดนิงมาเป็นสตรีตฟู้ด ซึ่งเชฟอั้มได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้เราฟังในครั้งนั้น สามารถอ่านเต็มๆ ได้จากบทความนี้ อยากขายซอส แต่สุกี้ดันปัง” สุกี้พรศิริ ไวรัลโซเชียล เปิด 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่ขายได้ 300 กว่าจาน แต่การกลับมาสัมภาษณ์เชฟอั้มในครั้งนี้ ได้นั่งฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งกับเส้นทางของเธอ ที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในซอยอารีย์ จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างน่าสนใจภายใน 1 ปี สิ่งที่ทำให้เราประทับใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเชฟ ความลับที่ต้อง “คิดถึง” เชฟอั้มเปิดบทสนทนาด้วยสิ่งที่เขาเรียกว่า “ความลับ” ของผลิตภัณฑ์ นั่นก็คือความตั้งใจที่จะทำสุกี้ที่เมื่อลูกค้าได้ลองกินแล้ว ต้องรู้สึก “อยากกินอีก” เธอบอกกับเราว่า วันที่กลุ่มเพื่อนประมาณ 7 คนมาลองกินวันแรก หลังจากพวกเข
ย้อนไปเกือบปี เส้นทางเศรษฐีได้มีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องราวของ เชฟอั้ม-พีชญา สุขวิบูลย์ เจ้าของร้าน สุกี้พรศิริ ถึงจุดเริ่มต้นและการตัดสินใจเปิดร้านสุกี้ ทั้งๆ ที่ตนเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิงร่วมกับเพื่อนๆ ที่ชื่อว่า Flat Marble แล้วเปลี่ยนหรือพลิกแนวทางของตัวเอง จะเรียกว่า พลิกหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ จากไฟน์ไดนิงมาเป็นสตรีตฟู้ด แต่การกลับมาสัมภาษณ์เชฟอั้มในครั้งนี้ ได้นั่งฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งกับเส้นทางของเธอ ที่เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ในซอยอารีย์ จนกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างน่าสนใจภายใน 1 ปี สิ่งที่ทำให้เราประทับใจไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังของเชฟ อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ : “สุกี้พรศิริ” จาก Fine Dining สู่ สตรีตฟู้ดไวรัล ด้วยดีลิเวอรี เปิดระบบวันแรก ทะลุพันออร์เดอร์ เก็บดาต้าขยายสาขาใหม่โซนบางนา
การบินไทยเล่าถึงโปรเจ็กต์ ‘Good Taste for a Good Cause เบื้องหลังรสชาติไทยที่บินไกลทั่วโลก’ ที่นำอาหารไทยจากถนนสู่ท้องฟ้า จนกลายเป็นรสชาติระดับโลก ด้วยความตั้งใจที่จะนำอาหารไทยออกไปสู่ชาวโลกและต้องทำเพื่อสังคม ในงาน Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ณ มิวเซียมสยาม ระหว่างวันที่ 3–5 ตุลาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00–21.00 น. เทศกาลอาหาร Food Carnival “อร่อยเอาเรื่อง” จัดโดย เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ และสื่อเครือมติชน ร่วมกับ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด, บริษัท กานเวลา ช๊อคโกแลต จำกัด, บริษัท สยามรอยัล อินเตอร์เนชั่นแนล ในนามของแบรนด์ทิพย์สมัย, กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, บริษัท เนสเล่ย์ (ไทย) จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), กรมทรัพย์สินทางปัญญา, แกร็บ ประเทศไทย, มติชน, ข่าวสด, สำนักพิมพ์มติชน และพาร์ตเนอร์ เพจแถวบ้าน ในเครือปันโปร, เพจชอบกิน ในเครือ ShobShop Media, เพจ Starvingtime เรื่องกินเรื่องใหญ่, Torpenguin, EventPass, รายการเรื่องเล่าเช้านี้ และอีกมากมาย อีกหนึ่งเทศกาลอาหาร “ดีที่สุ
เมกาบางนา ตอกย้ำแลนด์มาร์กสายกิน จัดใหญ่งาน “EAT STREET FOOD FESTIVAL 2025 VOL.2” เสิร์ฟสตรีตฟู้ดอร่อยเกินต้านจาก 60 ร้านดัง วันที่ 19 ก.ค. – 3 ส.ค. 68 ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ขอชวนสายกินมาร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยระดับตำนานกับงาน “EAT STREET FOOD FESTIVAL 2025 VOL.2” เทศกาลรวมร้านอาหารสตรีตฟู้ด ที่กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น 1 โซนธนาคาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา พบกับเมนูอาหารคาวหวานหลากหลายจากกว่า 60 ร้านดัง พลาดไม่ได้กับร้านไฮไลต์สุดปังที่ยกทัพเมนูเด็ดมาเสิร์ฟแบบจัดเต็มในที่เดียว เติมความสุขกันได้ทั้งครอบครัวที่เมกาบางนา จุดหมายปลายทางของคนรักอาหารตัวจริง ด้วยเมนูอร่อยจากร้านสตรีตฟู้ดอร่อยเกินต้าน จาก 60 ร้านดัง ที่คัดสรรมาให้แบบจัดเต็มในที่เดียว ในงาน “EAT STREET FOOD FESTIVAL 2025 VOL.2” ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2568 ณ ชั้น 1 โซนธนาคาร ศูนย์การค้าเ
ร้านอาหารริมทาง เปิดขายกันข้างถนน ที่หลายคนใช้ศัพท์เท่ๆ เรียกรวมว่า “สตรีตฟู้ด” ดูเหมือนจะเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทย นักท่องเที่ยวทั่วโลก ต่างใฝ่ฝันมาลิ้มลองกันสักครั้ง แต่เบื้องหลังความเอร็ดอร่อยอันหลากหลาย ตามทำเลสำคัญในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรของไทย ดูยังมีปัญหาในด้านการจัดการ หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็น การตั้งร้านรุกล้ำพื้นที่จราจร การจัดการกับเศษขยะไม่เป็นที่เป็นทาง และการทิ้งสิ่งปฏิกูลจากการทำอาหารลงท่อระบายน้ำ “การจัดการไขมันของร้านสตรีตฟู้ด พบว่า พวกเขามีการจัดการขยะ แยกเศษอาหารก็จริง แต่ถ้าให้ดีกว่านั้น ต้องแยกน้ำมันด้วย เพราะว่ามีกฎหมายระบุชัดมีโทษปรับถึง 5 หมื่น ถ้าการเทน้ำเสียเทลงท่อไม่มีการกรองไขมันออกก่อน เลยคิดว่าถ้าทำตัวที่เป็นตัวกรองไขมันออกก่อนแล้วสามารถไปใช้ได้กับรถเข็นของพวกเขา น่าจะดี” คือ คำอธิบายจุดเริ่มแนวคิดการออกแบบ “ตัวโดนเท” อุปกรณ์ดักไขมันสำหรับร้านอาหารริมทาง ซึ่งสถาปนิกหนุ่มอย่าง คุณชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์ พยายามใช้วิชาชีพของเขาเข้ามาช่วยแก้ปัญหา นอกจากนั้นแล้วยังเผยให้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ทราบด้วยว่า เขากำลังช่วยพัฒนา “ตัวโดนเท” ผลงานออกแบบขอ
จากร้านกะเพราเผ็ดมาร์ค สู่ ร้าน ‘เทพผัดไทย’ ร้านน้องใหม่ในเครือ Aroi Mark ที่ร่วมทำกับ ‘ร้านคั่วกลิ้ง ผักสด’ ไม่ใช่ผัดไทยสูตรโบราณ ไม่ใช่ผัดไทยออริจินอล แต่เป็น ‘ผัดไทยไฮบริด’ โดย ‘คุณเทพ-พงศ์เทพ อนุรัตน์’ หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน บอกว่า พวกเขาใช้เวลาพัฒนาสูตรนานเกือบปี ตั้งแต่การตระเวนชิม การคัดสรรวัตถุดิบ อย่าง เส้น เต้าหู้ กุ้งแห้ง หรือ พริก ที่เป็นกิมมิกของเมนูนี้ เพราะมีความเผ็ดให้เลือกถึง 4 ระดับ หอมกลิ่นสโมก โปะไข่ไก่ดาวเยิ้มๆ แบบไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดจากความตั้งใจ อยากทำเมนูที่ถูกลืม เมนูที่คนไม่ค่อยนึกถึง ให้กลับมาอยู่ในใจคนไทยอีกครั้ง
“สนใจเรื่องเมือง เพราะตอนเรียนสถาปัตย์ มีวิชาเกี่ยวกับการพัฒนาเมือง รู้สึกชอบเป็นพิเศษ แต่พอเข้าโหมดชีวิตจริง รู้สึกว่าสถาปัตย์ไม่ได้ทำเพื่อสังคมเลย เราใช้วิชาไปทำบ้านให้คนมีเงินกันมากกว่า ผมว่ามันย้อนแย้งอยู่เหมือนกัน” คุณชัช-ชัชวาล สุวรรณสวัสดิ์ สถาปนิกหนุ่มในวัยสามสิบกว่า เริ่มบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น เจ้าของเรื่องราวครั้งนี้ พื้นเพเป็นคนกรุงเทพฯ ดีกรีปริญญาตรี จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ประกอบอาชีพสถาปนิกเป็นงานหลัก ชอบงานขีดเขียน เคยออกพ็อกเก็ตบุ๊กของตัวเองมาแล้ว 2 เล่ม ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจรับออกแบบ ใช้ชื่อว่า Everyday Architect & Design Studio “เป็นสถาปนิกที่ชอบเขียนหนังสือเรื่องสังคม เรื่องคนจนเมือง ช่วงที่ออกจากงานประจำ ได้ไปทำงานชุมชน แนวสถาปนิกชุมชนลงพื้นที่คล้ายๆ เอ็นจีโอ แต่ไม่เข้มข้นขนาดนั้น โดยจะมีโจทย์สำรวจไปตามพื้นที่ต่างๆ แล้วคิดหาวิธีออกแบบเพื่อแก้ปัญหา สุดท้ายมีหนังสือตีพิมพ์ออกมา 2 เล่ม เล่มแรก ชื่อ อาคิเต็ก-เจอ และ สถาปัตยกรรม คณะเรี่ยราด” คุณชัช ย้อนประวัติให้ฟัง กระทั่งช่วงทำธุรกิจของตัวเอง เขาเริ่มนำงานเขียนที่สนใจเกี่
