เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันอาจจะกำลังนั่งเล่นเกมหรือดูการ์ตูน แต่ แมดเดน ฟอร์เรสต์ (Madden Forrest) เด็กชายวัย 12 ปี Young Entrepreneur กลับใช้เวลาหลังเลิกเรียนสร้างอาณาจักรธุรกิจร่วมกับพ่อของเขา จนสามารถทำรายได้ถล่มทลายถึง 4,000 ดอลลาร์ ราว 1.4 แสนบาท ในเวลาเพียงแค่วันเดียว และปัจจุบันธุรกิจนี้กำลังสร้างเม็ดเงินเกือบ 2 ล้านบาทต่อเดือน อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้การเปิดซองการ์ดสะสมธรรมดาๆ กลายเป็นกลยุทธ์ทำเงินที่คนทั้ง TikTok ต้องจับตามอง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของ “Bull Island Breaks” พ่อลูกคู่หูที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้ามีวินัยและความชอบที่มากพอ คำว่า “รวยตั้งแต่เด็ก” ก็ไม่ใช่แค่ความฝัน จุดเริ่มต้นที่ลองผิดลองถูก ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคมปี 2024 จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจที่ซับซ้อน แต่มาจากความสนุกล้วนๆ แมดเดนและคุณพ่อ สตีเวน (Steven) เริ่มต้นจากการสะสมการ์ดโปเกมอนและขยับมาสู่การ์ดอเมริกันฟุตบอล จนกระทั่งแมดเดนไปเห็นเหล่าครีเอเตอร์ใน TikTok ไลฟ์สดแกะกล่องการ์ด หรือ Card Breaking เขาจึงหันไปถามพ่อว่า เราลองทำแบบนี้บ้างได้ไหม? ในช่วงแรก ทั้งคู่ยอมรับว่า
ในวัย 70 กว่าๆ ขณะที่ใครหลายคนกำลังนั่งหมดไฟ หรือพักผ่อนแบบปล่อยให้เวลาผ่านไปในแต่ละวัน แต่สำหรับ New Chapter อย่าง คุณลุงเคที (แทน เคียน ทัต) KT (Tan Kian Tat) ในวัย 77 และ คุณป้าย่าจู (Yazhu) วัย 73 ที่มอบเวลาวัยเกษียณให้กับร้านไอศกรีมเล็กๆ ที่ชื่อ Freshio Gelato ที่เป็นเสมือนเครื่องมือพิสูจน์ว่าไฟในการทำงานของคนเราไม่มีวันมอดดับตามอายุ จาก “ราชาเครย์ฟิช” สู่ชีวิตที่ว่างจนหายใจไม่ออก ย้อนกลับไปในยุคทอง คุณลุงเคที เขาเป็นนักธุรกิจระดับพรีเมียมในประเทศจีน ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “ราชาเครย์ฟิช” ผู้กุมบังเหียนโรงงาน 8 แห่ง ส่งออกกุ้งแช่แข็งมูลค่านับพันล้านบาทไปทั่วโลก ส่วนคุณป้าย่าจู ก็ไม่ใช่แม่บ้านธรรมดา เธอคือนักบริหารร้านกาแฟฝีมือดีในเซี่ยงไฮ้ที่มีสาขากระจายไปทั่วเมือง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้อง “เกษียณ” จริงๆ ทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตสงบๆ ที่แคนาดา แต่ทว่าความเงียบเหงาหลังเกษียณนี้เองที่เป็นเสมือนศัตรูของพวกเขา “ผมเป็นพวกบ้างาน ชีวิตที่แคนาดาคือการขับรถไปนั่นมานี่อย่างไร้จุดหมาย มันว่างเกินไป และมันเป็นการใช้เงินไปวันๆ โดยไม่มีอะไรตอบแทนกลับมา” คุณลุงเล่าถึงความอึดอัดในใจ เปลี่ยนหยาดน้ำตาเป็นพล
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่เว้นแม้แต่ในมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่วันนี้พฤติกรรมการกินดื่มของชาวมะกันกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ “ความคุ้มค่า” กลายเป็นโจทย์หลัก แต่ “ความอยากกินของดี” ยังคงอยู่ สิ่งนี้จึงเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างแดนที่จะต้องปรับตัวให้ทันเกม เพื่อเปลี่ยนวิกฤตค่าครองชีพให้กลายเป็นโอกาสในการชิงส่วนแบ่งการตลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวมะกันในปี 2026 พบว่า การบริโภคนอกบ้านลดลง จากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ แต่ยังคงบริโภคนอกบ้านอยู่ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ ประสบการณ์ แนะร้านอาหารไทยนำข้อมูลใช้วางแผนการตลาด ชูคุณภาพ ความคุ้มค่า สั่งซื้อ และใช้บริการสะดวก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสร
เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาจากเวทีการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศอย่าง Iron Chef Thailand หรือ The Next Iron Chef แต่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ เรื่องราวชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายครั้ง เชฟแมน เป็นลูกชายคนกลางในครอบครัวพี่น้องชายล้วน ปัจจุบันอายุ 45 ปี ธุรกิจครอบครัวเคยเปิดร้านเล็กๆ ขายอาหารเหนือ อยู่ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก่อนโยกย้ายพากันไปอาศัยภาคอีสาน ทำธุรกิจโรงปลาทูนึ่ง เขาจึงเติบโตและเรียนหนังสือที่ขอนแก่น ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กรุงเทพฯ หลังสำเร็จการศึกษา เขาอยากมีสกิลด้านภาษาอังกฤษเพิ่ม จึงขอที่บ้านให้ส่งไปเรียนต่อที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 8 เดือน แต่สุดท้ายกลับใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานกว่า 7 ปี ที่นั่นเขาทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารไทย เริ่มจากการล้างจาน เตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงของทอด เมนูว่างต่างๆ ซึ่งกลายเป็นการเปิดโลกใหม่ ว่า “งานครัว คือ ความมีชีวิตชีวา” จากนั้นเมื่อออสเตรเลีย เปิดรับ Working and Travel Visa รุ่นแรก เขาได้รับโอกาสทำงานและเก็บเงิน พร้อ
“ถ้าเราเล่าว่าสินค้าดีอย่างไรอาจไม่รอด เพราะในจีนไม่มีอะไรที่เขาผลิตไม่ได้ แต่ถ้าเราเล่าผ่านเรื่องราวของประเทศและผูกโยงเข้ากับถิ่นกำเนิดให้ได้ นั่นคือจุดที่เขาจะยอมควักเงินจ่ายให้เรา” ในแวดวงโฆษณาชื่อของ คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder และ CEO ของ Yell Advertising เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทยที่เติบโตสู่ระดับ Network ในต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับในเรื่องชั้นเชิงกลยุทธ์ ในเวิร์กช็อป “T-Brand to China 2.0” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมอาคารข่าวสด คุณโอห์มได้มาร่วมแชร์มุมมองในหัวข้อ “Creative Branding & AI Strategy ปั้นแบรนด์ไทยให้ ‘ชนะใจ’ ลูกค้าจีน ด้วยครีเอทีฟและ AI” เพื่อติดอาวุธให้ SMEs ไทยบุกตลาดแดนมังกรได้อย่างยั่งยืน มองมุมกลับ จีนไม่ใช่แค่ “ผู้ขาย” แต่คือ “ผู้ซื้อ” รายใหญ่ จากข้อมูลเมื่อประมาณกลางปี 2568 ตัวเลขส่งออกของไทยอยู่ในระดับที่สูง เราเป็นคู่ค้ากับจีน และเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งของออกไปมากที่สุด เวลาเรามองถึคงปีะเทศจีน เราอาจจะนึกถึงของที่มีราคาถูก ที่เราไปซื้อมาขายหรือของที่เขาเอาเข้ามาขายในไทย แล้วทำให้การแข่งขันในฐานะ SMEs มันยากเหลือเกิน แ
หากจะพูดถึงพริกในครัวไทย หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่เครื่องปรุงพื้นฐาน ในงาน “Thai Culture Excellence ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หนึ่งในเวทีเสวนาสำคัญ อย่าง “ตามรอยรสพริก จากหนังสือ ในรอยรสพริก” โดย อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ Food Activist และนักเขียนผู้เขียนหนังสือ “ในรอยรสพริก” ได้ร่างถึงการเดินทางที่สะท้อนเรื่องราวของ “พริก” ในวัฒนธรรมอาหารจากทั่วทุกมุมโลกมาบรรจบกันที่สำรับไทย จากเชฟลอนดอน สู่การตามหา “หัวใจ” ของวัตถุดิบ จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ย้อนกลับไปในช่วงปี 1999-2003 ขณะที่อาจารย์ต้นใช้ชีวิตเป็นเชฟที่ลอนดอน ในยุคที่ “Fusion Food” กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด อาจารย์ต้นเล่าถึงประสบการณ์ในร้านอาหารชื่อดังอย่าง Tsunami ว่ายุคนั้นคือการหยิบจับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์มาผสมกันอย่างอิสระ การทำอาหารอย่าง Fusion Food มีคำนิยามง่ายๆ ว่า “เอาอาหารพื้นถิ่นมาผสมกับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์” เช่น การใช้ “วาซาบิ” มาแทนพริกเพื่อสร้างเลเยอร์ความเผ็ดที่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่อาจารย์ต้นได้รับกลับมาไม่ใช่แค่สูตรอาหาร แต่วิธีคิดเรื่อง Terroir (แตรัว) จากเชฟชาวญี่ปุ่น “อาหารไม่ใ
ในงาน ข่าวสด ก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก นับเป็นการรวมตัวของบุคลากรจากหลากหลายวงการ ทั้งในส่วนของรัฐบาล ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน อาทิ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายภูธรรม เวชยชัย อดีต รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน และเหล่าศิลปินจากค่ายดัง ร่วมแสดงความยินดีกับก้าวแห่งความสำเร็จอีกหนึ่งปีของข่าวสด ด้วยแนวคิด Beyond News, More Creativity หนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน และเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ต้องยกให้กับ Bons Frères หรือ บง แฟร์ แบรนด์ฝรั่งเศสสัญชาติไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มคราฟต์ ที่ได้รังสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษเฉพาะงานนี้และยกมาเสิร์ฟให้ชิมกันในงาน โดยนำเสนอเครื่องดื่ม ‘R36’ เหล้ารัมไร้แอลกอฮอล์ นับว่าเป็นการสร้างประสบการณ์การดื่มแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์เทรนด์ “ดื่มไม่เมา” ทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่เกิดคำถามในใจว่า ทำไมความสนุ
หากพูดถึง ย่านจูเชียต (Joo Chiat) มักจะนึกถึงคาเฟ่ ร้านอาหารที่ทันสมัย และเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปเตอร์ แต่ว่าจะมีบ้านหลังหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก บ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนเติมเบอลิง (Tembeling Road) โดยเปิดเป็นร้าน Kopikhoo ร้านกาแฟแบบซื้อกลับบ้านขายผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ถ้าเดินผ่านมาอาจจะมองข้ามร้านนี้ไปได้ง่ายๆ แต่พอหยุดดู จะสังเกตเห็นได้ว่า ในร้านมีบาริสต้าวัย 73 ปี ยืนชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า เธอชื่อว่า พอลิน คู (Paulin Khoo) เริ่มต้นร้านกาแฟเล็กๆ ในตอนอายุ 73 ปี พอลิน คู อาศัยอยู่กับนิโคลัส ลูกชายของเธอและครอบครัว ในบ้าน 2 ชั้น เมื่อถามว่าทำไมพวกเขาถึงตัดสินใจเริ่มกิจการนี้ ลูกชายเขากล่าวว่า เขาต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำที่เติมเต็มความสุขในช่วงเกษียณ พอลิน คู เกษียณอายุในปี 2005 หลังจากการทำงานเป็นครูสอนเด็กเล็กมาเป็นเวลานาน เธอได้ใช้เวลาหลายปีหลังจากนั้นในการดูแลหลานทั้ง 5 คนของเธอ เมื่อหลานๆ โตขึ้น นิโคลัสจึงเกิดความคิดให้แม่ของเขาเปิดร้าน Kopikhoo โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคาเฟ่อื่นๆ ในย่านนั้น นิโคลัส กล่าวว่า “เราคิดว่า การเริ่มร้าน Kopikhoo เป็นวิธี
ในโลกปัจจุบันนี้ GEN Z เริ่มเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญในด้านของการเป็นผู้บริโภคมากขึ้น ด้วยความสำคัญอย่างนั้นเอง ผู้ประกอบการ แบรนด์ หรือนักการตลาด ต่างต้องมีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ให้ทันเพื่อสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ ในงาน “GEN Z TOP BRAND 2026 : สุดยอดแบรนด์ครองใจ GEN Z” เมื่อวันที่ 8 เมษายน จัดโดย BrandBuffet.in.th สื่อด้านธุรกิจและการตลาด ร่วมกับ INTAGE Thailand บริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ และ Wisesight ผู้เชี่ยวชาญด้าน Social Listening ภายในงานได้มีการประกาศรางวัล 10 แบรนด์ที่เป็น TOP BRAND ในใจคน GEN Z ซึ่งแบ่งเป็น 10 หมวดสินค้า นอกจากนี้ยังมีเวทีสรุปภาพรวมอินไซต์เจาะลึกพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ และมีการแนะนำกลยุทธืสำหรับนักการตลาดในการปรับตัวเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน โดยมี ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเทจ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wisesight และคุณพราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช กรรมการบริหารแบรนด์ชาตรามือ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้ ถอดรหัส “ชาตรามือ” แบรนด์คนไทยที่ครองใจ GEN Z อย่างที่บอกว่า G
เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม เคยกล่าวถึงเรื่องราวของ “วิทยุ” ไว้ว่า การกระจายเสียงทางวิทยุเพื่อบริการสาธารณะ ถือฤกษ์อย่างเป็นทางการถือเอาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 อันเป็นวันฉัตรมงคลในรัชกาลที่ 7 เป็นจุดเริ่มต้นของ “การกระจายเสียง” แต่พัฒนาการของวิทยุไทยเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเกือบ 30 ปี เป็นพัฒนาการที่ตามติดวิวัฒนาการของวิทยุโลกแบบทันทีทันใดเช่นเดียวกับการพัฒนาทางด้านอื่นๆ ของสยามในรัชกาลที่ 5 กำเนิดวิทยุตรงกับรัชกาลที่ 5 จุดกำเนิดของวิทยุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจมส์ คล้าค แมกซ์ เวลล์ (James Clerk Maxwell) ชาวสกอตแลนด์ ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปี 2407 ต่อมาอีก 22 ปี คือในปี 2429 รูดอล์ฟ ไฮน์ริช เฮิรตซ์ (Rudolph Heinrich Hertz) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน จึงคิดผลิตเครื่องที่เอาคลื่นไฟฟ้าในอากาศของแมกซ์เวลล์มาใช้ประโยชน์ได้ โดยตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบนี้ว่า Hertzain Waves และต่อมาการเรียกคลื่นวิทยุก็ใช้ชื่อ เฮิรตซ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ ต่อมาในปี 2438 กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi) ชาวอิตาเลียน ได้นำเอาทฤษฎีของเฮิรตซ์มาทดลองถ่ายทอดกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งสัญญาณ เครื่องมือทดลองในเบื้องต้นมีเพียงแบตเ
