เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม เคยกล่าวถึงเรื่องราวของ “วิทยุ” ไว้ว่า การกระจายเสียงทางวิทยุเพื่อบริการสาธารณะ ถือฤกษ์อย่างเป็นทางการถือเอาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2473 อันเป็นวันฉัตรมงคลในรัชกาลที่ 7 เป็นจุดเริ่มต้นของ “การกระจายเสียง”
แต่พัฒนาการของวิทยุไทยเริ่มต้นมาก่อนหน้านั้นเกือบ 30 ปี เป็นพัฒนาการที่ตามติดวิวัฒนาการของวิทยุโลกแบบทันทีทันใดเช่นเดียวกับการพัฒนาทางด้านอื่นๆ ของสยามในรัชกาลที่ 5
กำเนิดวิทยุตรงกับรัชกาลที่ 5
จุดกำเนิดของวิทยุเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจมส์ คล้าค แมกซ์ เวลล์ (James Clerk Maxwell) ชาวสกอตแลนด์ ค้นพบคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในปี 2407 ต่อมาอีก 22 ปี คือในปี 2429 รูดอล์ฟ ไฮน์ริช เฮิรตซ์ (Rudolph Heinrich Hertz) นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน จึงคิดผลิตเครื่องที่เอาคลื่นไฟฟ้าในอากาศของแมกซ์เวลล์มาใช้ประโยชน์ได้ โดยตั้งชื่อสิ่งที่ค้นพบนี้ว่า Hertzain Waves และต่อมาการเรียกคลื่นวิทยุก็ใช้ชื่อ เฮิรตซ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ค้นพบ
ต่อมาในปี 2438 กูกลิเอลโม มาร์โคนี (Guglielmo Marconi) ชาวอิตาเลียน ได้นำเอาทฤษฎีของเฮิรตซ์มาทดลองถ่ายทอดกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งสัญญาณ เครื่องมือทดลองในเบื้องต้นมีเพียงแบตเตอรี่ ลวดทองแดง แผ่นทองแดง และว่าว โดยมาร์โคนีนั่งเรือจากเกาะอังกฤษไปขึ้นบกที่นิวฟันด์แลนด์ แล้วเอาว่าวที่สายป่านเป็นลวดทองแดงชักขึ้นไปในอากาศ สายลวดทองแดงจึงเปรียบเสมือนสายอากาศนั่นเอง โดยทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับ ซึ่งมาร์โคนีได้คิดค้นไว้แล้ว
ผลสำเร็จในครั้งนั้นมีเพียงเสียงครืด ๆ เท่านั้น แต่นั่นคือเสียงแห่งความสำเร็จ และเป็นเสียงแรกสำหรับชาวโลกจากเครื่องรับวิทยุ
ตลอดเวลามาร์โคนีก็ได้ทำการทดลองด้วยวิธีการต่างๆ ใช้เวลาอยู่ 3 ปี มาร์โคนีก็สร้างสถานีวิทยุกระจายเสียงออกอากาศให้คนได้ฟังเมื่อต้นปี 2441 แม้จะเป็นการออกอากาศได้ในระยะไม่ไกลนัก แต่หนังสือพิมพ์ Daily Express ในลอนดอน ก็ได้ซื้อเครื่องรับส่งของมาร์โคนีเพื่อการทำข่าวไว้ 1 ชุด ต่อจากนั้นมาร์โคนีก็ได้ปรับปรุงเครื่องส่งวิทยุเรื่อยมาจนประสบความสำเร็จในการส่งวิทยุกระจายเสียงข้ามช่องแคบอังกฤษได้ในวันที่ 7 มีนาคม 2442 อีกหนึ่งปีต่อมามาร์โคนีก็เพิ่มประสิทธิภาพให้เครื่องส่งสามารถส่งกระจายเสียงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกได้สำเร็จ
เครื่องรับวิทยุสมัยแรกเป็นวิทยุแร่ ผู้ฟังต้องใช้เครื่องฟังครอบหู เพราะเครื่องรับในขณะนั้นทั้งไม่ชัดเจน และเสียงเบามาก ผู้แก้ปัญหานี้คือ จอห์น แอมโบรส เฟลมมิง (John Ambrose Fleming) ได้นำเอาหลอดไฟฟ้าของโธมัส เอดิสัน มาใช้เป็นหลอดวิทยุแทนแร่ ผลงานชิ้นนี้ประสบความสำเร็จในปี 2447 ทำให้วิทยุกระจายเสียงส่งคลื่นได้ไกล และรับฟังได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลของการมีวิทยุทำให้ในปี 2477 มีการออกประกาศกระทรวงกลาโหม โดยนายพันเอก หลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยกเลิกการยิงปืนเที่ยงเพื่อบอกเวลา
หลังจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2481 สำนักโฆษณาการจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นกรมโฆษณาการในปี 2483
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ใช้วิทยุเป็นเครื่องมือสำคัญในทางการเมือง เพื่อสร้าง “ลัทธิผู้นำ” โดยเฉพาะรายการสนทนาของนายมั่น นายคง ที่เริ่มกระจายเสียงตั้งแต่ปี 2482 เป็นรายการสนทนาด้วยภาษาง่ายๆ สลับด้วยเพลงปลุกใจความยาวประมาณ 30 นาที ออกกระจายเสียงเวลา 19.00 น. ทั้งนี้หัวข้อ และแนวทางรายการส่วนหนึ่งจะมี “ใบสั่ง” มาจากจอมพล ป. โดยตรง เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ข้าราชการกรมโฆษณาการเมื่อได้เห็น “ซองเหลือง” มาถึง นอกจากนี้ จอมพล ป. ยังพูดกระจายเสียงด้วยตนเอง และส่งบทความไปออกอากาศอยู่อย่างต่อเนื่องในสมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
เครื่องรับวิทยุสมัยหลังสงครามเป็นวิทยุเครื่องใหญ่ใช้ถ่านคราวละมากๆ ถึงกับต้องมีกล่องใส่แบตเตอรี่ต่างหากจากตัวเครื่อง เนื่องจากไฟฟ้าเป็นสิ่งจำเป็น และถูกจำกัดการใช้ แต่ยุคหลังสงครามนี่เองที่ทั้งละครวิทยุ และเพลงลูกทุ่งได้ถือกำเนิดในโลกวิทยุอย่างมากมาย ในขณะที่เครื่องส่งวิทยุก็พัฒนาให้ส่งได้ทั้งระบบ A.M. และ F.M. ในปี 2495 ที่กรมโฆษณาการเปลี่ยนชื่อเป็นกรมประชาสัมพันธ์ ขณะนั้นวิทยุกระจายเสียงของประเทศไทยสามารถกระจายเสียงไปได้ทั่วประเทศ โดยมีสถานีวิทยุในระบบ A.M. 51 สถานี ระบบ F.M. 43 สถานี
ยุคก่อน 2500 นี้เองที่ละครวิทยุถือกำเนิดมาเป็นจำนวนมากมายหลายคณะ ประชาชนก็มีอาการ “ติดละคร” กันงอมแงม เช่น ในปี 2497 ละคร “ล่องไพร” บทประพันธ์ของน้อย อินทนนท์ ทำให้ผู้คนต้องเฝ้าติดอยู่กับวิทยุตลอดการออกอากาศ ส่วนคณะละครที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง คือ คณะกันตนา ซึ่งแยกตัวมาจากคณะกันตถาวร โดยประดิษฐ์ กัลย์จาฤก พระเอกละครของคณะกันตถาวร ละครเรื่องแรกที่ออกอากาศ คือ เรื่อง “ระย้า” ของสด กูรมะโรหิต ทางวิทยุเสียงจากทหารเรือ (ส.ท.ร.)
ความรุ่งเรืองของกิจการวิทยุ ทำให้มีการตั้งสถานีวิทยุเพื่อการค้ากันมากขึ้น ทำให้มีการโฆษณาสินค้าอย่างไร้การควบคุม ในปี 2506 อวสานของละครวิทยุก็มาถึง เมื่อมีคำสั่งห้ามโฆษณาทางวิทยุทุกสถานี ยกเว้น สถานีวิทยุ ท.ท.ท. เพียงแห่งเดียว (สถานีวิทยุ ท.ท.ท. ตั้งขึ้นเมื่อ 31 มกราคม 2497 ของบริษัทไทยโทรทัศน์) ทำให้กิจการของคณะละครวิทยุต้องดับวูบลง
จนกระทั่งในปี 2511 จึงอนุญาตให้สถานีวิทยุมีโฆษณาได้ “แต่พอควร” กิจการวิทยุจึงกลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมกับการเติบโตของ “วิทยุทรานซิสเตอร์” และ “มนต์เพลงลูกทุ่ง”
