เส้นทางเศรษฐี
“ข้าวเหนียวมะม่วง” เมนูของหวานไทยๆ ที่หารับประทานได้ทั่วไป แต่จะว่าไป อาจหาเจ้าที่อร่อยจริงๆ ได้ยาก แต่มีอยู่เจ้าหนึ่งที่การันตีความอร่อยและแตกต่าง ด้วยการใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีการทำที่เจ้าของศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมมาอย่างลึกซึ้ง จนกลายเป็นร้านที่เคยเกิดปรากฏการณ์ลูกค้าต่อคิวซื้อมาแล้ว ร้านที่ว่าคือ “อยู่ ดี มี สุข ข้าวเหนียวมะม่วง” ของ คุณเบสท์–ณัฐธนนท์ สิทธิปัญญพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการ Haus Ari3 ซอยอารีย์ บริเวณเดียวกับร้านข้าวผัดอเมริกัน Lucky’s Hungry และมีบูธขายที่ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ เจ้าตัวเล่าว่า กว่าจะประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้ ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาไม่น้อย “ธุรกิจที่บ้านเจอวิกฤตทางการเงิน ผมจึงตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน ทั้งๆ ที่เพิ่งเรียนไปปีเดียว เพื่อไม่ให้เป็นภาระของที่บ้าน” คุณเบสท์ เกริ่น ก่อนย้อนให้ฟังว่า “ครอบครัวเปิดร้านขายหมูในตลาดคลองเตย เรียกว่ามีฐานะปานกลาง แต่พอปี 2554 ทางบ้านประสบวิกฤตทางการเงิน เพราะพ่อกับแม่ทำการค้าแบบไม่มี Know How เลย ประกอบกับก่อนหน้านั้นมีสถานการณ์ทางการเมืองและน้ำท่วมใหญ่ อีกทั้งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยม
หากใครยังพอจำได้ ย้อนไปราว 2 ปีก่อน บนโลกออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ “ยาดมฟีเวอร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อมีโพสต์ภาพของศิลปินคนดังระดับโลก อย่าง “ลิซ่า” กำลังถือยาดมแบรนด์หนึ่งไว้ในมือ และด้วยความ “ทรงอิทธิพล” ใครต่อใครจึงอยากจะใช้สินค้าแบบเธอบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้ยาดมแบรนด์ดังกล่าว ขาย “หมดสต๊อก” เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น “17 ปี ในการทำธุรกิจ ไม่เคยโฆษณา ไม่เคยจ้างแม้แต่เพจหนึ่ง แม้แต่อินฟลูฯ คนหนึ่ง ก็ไม่เคย ข้อความทุกข้อความที่เกิดขึ้นในโลกของออนไลน์ ไม่เคยมีหน้าม้า ไม่เคยไปสั่งการอยู่เบื้องหลังให้เชียร์ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ สิ่งเหล่านี้ผมไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว” คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของกิจการ “หงส์ไทย” แบรนด์ยาดมที่ “ลิซ่า” ใช้จริง ดมจริง ดังเกริ่นไว้ตอนต้น เปิดบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเผยให้ฟัง ธุรกิจ “หงส์ไทย” ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มยาใช้ภายนอกนี้ มีเขาเป็นผู้ปลุกปั้นมาตั้งแต่ 20 ปีก่อนนี้ ตั้งต้นมาด้วยทุนหลักร้อยบาท ใช้กลยุทธ์การค้าแบบ “ดิบ-ดิบ” คือ ไม่มีทั้งทุน ไม่มีทั้งองค์ความรู้ อาศัยเพียงความตั้งใจ หมั่นเก็บข้อมูลจากผู้ใช้จริง ก่อนนำข้อมูลน
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย เมื่อพรรคการเมืองระดับตำนาน อย่าง “ประชาธิปัตย์” ทำการสังคายนาครั้งใหญ่ กระทั่งได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับมานั่งเก้าอี้หัวหน้าอีกครั้ง และมีชื่อของ “จูรี นิ่มแก้ว” อินฟลูฯ สายใต้ชื่อดัง เป็น 1 ใน 8 รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ดูแลด้านสื่อสารองค์กรนั้น ล่าสุด เพจ จูรี นุ่มแก้ว ออกมาโพสต์ เกี่ยวกับแนวทางกำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ โดยทางคุณกรณ์ จาติกวณิช ในฐานะหัวหน้าทีมนโยบายของพรรค มีความสนใจในเรื่องของการทำตลาดออนไลน์ ติ๊กต็อก และวิธีการของ “กระแสเจนนี่” เขาจึงอธิบายไปว่า “โอกาสของชาวบ้านโดยใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสำคัญมาก” เรามีสินค้าที่ชาวบ้านผลิตได้เองในชุมชน ในวิสาหกิจ SMEs ทั้งของกิน ของใช้ที่ดีจำนวนมากมหาศาล แต่เขาแปลงเป็นเงินไม่ได้ หาที่ขายไม่ได้ และทำยอดไม่ได้ รัฐ สามารถส่งเสริมเครื่องมือออนไลน์เป็นตลาดกลางให้ชาวบ้าน หรือรัฐหาช่องทางหาวิธีขายให้ชาวบ้านซึ่งสามารถบรรลุผลได้มากกว่าแค่การทุ่มงบจัดงานเรียกชาวบ้านมา-เชิญคนมาเดิน (ยกตัวอย่างเทศกาลเจนนี่ กับการล้างสต๊อกสินค้าชาวบ้าน ชุมชน SMEs) ถ้าเราไว เราใช้โอกาสนี้ ดึงรายได้กลับเข้า
“มีฤทธิ์ ฟู้ด ฮับ” เป็นร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่ในซอยแจ้งวัฒนะ 14 ถนนแจ้งวัฒนะ มีรูปแบบการบริการทั้งทานได้ที่ร้าน และ Ready to Go ส่วนเมนูประจำนั้นหลากหลาย ทั้ง เครื่องดื่ม อาหารคาว-หวาน มี เชฟนาย-มนัชญา กุลพงษ์วดี เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเธอมีแนวคิดที่ว่า อาหารดีต้อง “มีฤทธิ์” ดีต่อใจและดีต่อกายไม่ต่างกัน “อาหารกระตุ้นภูมิ ไม่ใช่เพียงการเลือกวัตถุดิบที่มีคุณค่าเท่านั้น แต่คือการผสมผสานศาสตร์การปรุงอาหารแบบไทยกับความเข้าใจร่างกายในเชิงโภชนาการและสมดุลธรรมชาติ และถ้าเป็นคนแข็งแรงทั่วไป ไม่คิดว่าจะมีปัญหากับการกินอาหารที่ใช้สมุนไพรมาเป็นส่วนประกอบ แต่ถ้าเริ่มมีปัญหาสุขภาพ หรือว่ากินอะไรกับอาการที่เป็นอยู่ อยากแนะนำไว้เป็นตัวอย่าง เช่น กลุ่มคนที่ต้องทานยาเกี่ยวกับละลายลิ่มเลือด จริงๆ ขิง กับ กระเทียม เป็นสารดีต่อร่างกาย แต่ พืช 2 อย่างนี้ เป็นสมุนไพรที่มีสารทำให้เลือดแข็งตัวช้า ฉะนั้น คนที่มีอาการข้างต้น แนะนำอย่าทาน ขิง กระเทียม เยอะหรือบ่อยเกินไป เพื่อไม่ให้ไปตีกับยาที่ทานเป็นประจำ” “หรืออย่าง เกรปฟรุต ที่กำลังนิยม มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์อยู่เยอะ แต่นักโภชนาการ บอกว่ามีปัญหามากกับคนที่ต้องรับ
ข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ใช้เวลานอกราชการลงพื้นที่ถนนบรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการถนนบรรทัดทอง ตามนโยบาย “พาณิชย์พึ่งได้” เพื่อตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหา รวมถึงข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการร้านอาหารและสตรีตฟู้ดในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สำหรับ ถนนบรรทัดทอง เป็นย่านร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับโดย นิตยสาร Time Out ให้เป็น “ถนนที่เท่ที่สุดในโลก อันดับที่ 14” (World’s Coolest Streets) เมื่อปี 2014 ปัจจุบันมีร้านอาหารทั้งเก่าแก่และรุ่นใหม่กว่า 300 ร้าน สร้างรายได้หมุนเวียนให้เศรษฐกิจหลายพันล้านบาทต่อปี แต่ในระยะหลัง ผู้ประกอบการต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ค่าเช่าพื้นที่ที่สูงขึ้น และกำลังซื้อของคนไทยที่ชะลอตัว นายจตุพร ก
มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเปิดตำราโบราณ ใช้ศาสตร์แห่งอโรมาเทอราปี โดยการนำสมุนไพรหลากชนิดช่วยบรรเทากลิ่นศพ ที่กำลังเป็นปัญหากับทหารและชาวบ้านบริเวณชายแดนหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยเฉพาะที่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ที่เผชิญปัญหารุนแรงที่สุด ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า กลิ่นมีผลต่อระบบประสาทโดยตรงมากกว่ารูป รส หรือเสียง และส่งผลรวดเร็วที่สุด ด้วยกลไกเฉพาะที่เรียกว่า เส้นทางการประมวลผลกลิ่นที่ไม่ผ่านสมองส่วน Thalamus (โดยสมองส่วนนี้จะเป็นตัวแปลงสัญญาณของอายาตนะไปสู่ระบบประสาทส่วนอื่น) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของระบบประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนลิมบิกโดยตรง (Limbic System) จึงมีพลังสูงต่ออารมณ์และความทรงจำ โดยกลิ่นไปมีผลต่อสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความกลัว ส่วนที่เกี่ยวกับความทรงจำ ส่วนที่ควบคุมฮอร์โมน “กลิ่นส่งผลรวดเร็วแบบสะท้อนอารมณ์ทันที เช่น กลิ่นสามารถกระตุ้นอารมณ์ เช่น ความสุข ความเศร้า หรือความกลัวได้ โดยไม่ต้องใช้เหตุผล กลิ่นเชื่อมโยงความทรงจำ ซึ่งเป็นสมองส่วน Hippocampus ที่ประมวลกลิ่น เป็นศูนย์กลางของความทรงจำระยะยาว กลิ
ย้อนไปเมื่อ 26 ปีก่อน หลายคนอาจรู้จักชื่อของ “ปลา-อัจฉรา บุรารักษ์” ศิษย์เก่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาวิชาวารสารศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะของ “ปลา iberry” ผู้ก่อตั้งร้านไอศกรีมโฮมเมดที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร แต่ในวันนี้ชื่อของเธอถูกจดจำในฐานะเจ้าของอาณาจักร iberry GROUP องค์กรด้านอาหารที่มีแบรนด์ร้านอาหารในเครือถึง 16 แบรนด์ และมีร้านอาหารรวมกันกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องพบกับอุปสรรคและความท้าทายมาหลายรูปแบบ แต่ก็ผ่านพ้นมาได้อย่างแข็งแกร่งและสวยงาม คุณปลา ยอมรับว่า ช่วงระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา เจอกับความยากลำบากมาทุกช่วง ตั้งแต่ตอนเริ่มต้นทำร้าน iberry ยุคแรก เป็นความยากในเรื่องของการสร้างตัวตนให้คนรู้จัก เพราะยุคนั้นยังไม่มีโซเชียลมีเดีย จึงต้องอาศัยสื่อดั้งเดิม อย่าง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และการบอกปากต่อปากเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล อีกทั้งตอนนั้นเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ยังไม่มีประสบการณ์ การเริ่มต้นธุรกิจจึงเป็นการลองผิดลองถูก โดยที่ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าจะสวยงามหรือไม่ เมื่อ iberry เป็นที่รู้จักมากขึ้นก็ต้องพบเจอกับความยากในก
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ในงานแฟร์สุขภาพอันดับ 1 ของประเทศ Thailand Healthcare 2025 ภายใต้ธีม ‘A Better Life : สร้างสุขทุกช่วงวัย’ บนเวทีช่วง Food Therapy : “สุกียากี้รสดีเด็ด” การกลับมาอีกครั้งของเมนูสูตรลับของทางร้าน ที่สูญหายไปกว่า 70 ปี โดย “เฮียนพ รสดีเด็ด” หรือ คุณนพ-สิทธิฉันท์ วุฒิพรกุล คุณนพ กล่าวตอนหนึ่งว่า กิจการก๋วยเตี๋ยวรสดีเด็ดรุ่นคุณพ่อของเขา เปิดมาได้ราว 60-70 ปี โดยประสบความสำเร็จจากเมนู อย่าง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ข้าวราดหน้าไก่ ฯลฯ แต่ความเป็นจริงก่อนหน้านั้น คุณพ่อของเขา เคยขายสุกียากี้ มาก่อน มีร้านอยู่ที่ท่าพระจันทร์ “สูตรน้ำจิ้มสุกี้ ที่คุณพ่อทำขายเมื่อ 70 ปีก่อน คุณแม่ผมยังไม่รู้เลย ซึ่งวันนี้ผมจะเอามาเผยให้ฟังแบบไม่กั๊ก ทุกท่านมาอยู่ในที่นี้ถือว่าโชคดีกว่าแม่ผมอีกนะ” คุณนพ กล่าวบนเวที เรียกเสียงครื้นเครงได้เป็นอย่างดี ก่อนจะเผยสูตรน้ำจิ้มในแบบของเจ้าตำรับรสดีเด็ดให้ฟังว่า วัตถุดิบหลักของน้ำจิ้มสุกี้สไตล์แต้จิ๋ว สูตร 70 ปี แบ่งออกเป็น 3 หมวด หมวดหนึ่งของสด พวกพริก กระเทียม หมวดสองคือ ซอส หมวดสามคือ กลิ่น โด
คุณวาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า “LazTravel ไม่เพียงช่วยให้การจองทริปเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า แต่ยังเป็นช่องทางสำคัญในการส่งเสริมและโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวไทย ทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ช่วยเปิดประสบการณ์และถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยสู่สายตานักเดินทาง ผ่านบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรบนแพลตฟอร์มของเรา ซึ่งเข้าถึงฐานผู้ใช้ได้มากขึ้นในระดับภูมิภาค ตอกย้ำประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Thailand as a popular destination in Southeast Asia) ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับ ททท. ในครั้งนี้ยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคุณภาพได้กว้างขึ้น ในฐานะผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในปี 2567 ประเทศไทย ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนกว่า 10.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ขณะที่รายงานจาก Visa ยังชี้ว่า นักท่องเที่ยวจาก สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม
นายอัสซูวรรณ เปาะหะ เลขานุการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า การเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน แต่ในอดีตผู้พิการ โดยเฉพาะผู้พิการทางสายตา ต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากมาย ทั้งเรื่องโอกาส สื่อการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้จริง ทำให้หลายคนต้องเก็บความใฝ่ฝันไว้ในใจ ผู้พิการทางสายตาบางคน อาจเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยต้องล้มเลิกความฝันในการเรียนมหาวิทยาลัย เพราะความยากลำบากในการเข้าถึงหนังสือเรียนอักษรเบรลล์หรือไฟล์เสียง ทำให้ตามไม่ทันเพื่อนร่วมชั้น สุดท้ายก็ตัดสินใจออกจากระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในที่สุด แต่ปัจจุบัน ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ภาพความลำบากเหล่านั้นกำลังเลือนหายไป ด้วยแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว สมาร์ทโฟนกลายเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้นักศึกษาพิการสามารถเข้าถึงเนื้อหาการบรรยาย วิดีโอสอน และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ ระบบทบทวนบทเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยังช่วยให้นักศึกษาสามารถย้อนกลับมาทบทวนเนื้อหาได้อย่างไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพราะคาบเรียนทุกคาบจะบันทึกวิดีโอการสอนให้นักศึกษาทบทวน สำหรับนวัตก
