แจกสูตร
แจกสูตร ทีรามิสุ ขนมหวานอิตาลี คู่ร้านกาแฟ ทำง่าย ไม่ง้อเตาอบ ทีรามิสุ (Tiramisu) เป็นขนมอิตาลี มีประวัติยาวนาน บางตำนานบอกมีมาตั้งแต่สมัยเรเนสซองซ์ เกิดที่เมืองเซียน่า แคว้นทัสคานี เป็นที่ถกเถียงกันถึงที่มา คงเพราะความอร่อยเลยแย่งกันเป็นเจ้าของตำนาน ตอนหลัง บางตำราบอกว่าทีรามิสุเกิดในปี 1960 อาจเพราะเริ่มมีการบันทึกที่ชัดเจนและเริ่มมีการสื่อสารที่แพร่หลายนั่นเอง ทีรามิสุ แปลว่า Pick me up (พาฉันไปที), Lift me up (ดึงฉันหน่อย) ทานแล้วกระปรี้กระเปร่า คงเนื่องมาจากกาเฟอีน ไข่ และน้ำตาล ที่ให้พลังงานในขนม แถมยังใส่เหล้ากาแฟคาลัวร์ อีก ยิ่งอร่อย สูตรนี้ทำได้ 2 พิมพ์ พิมพ์ 6×6 นิ้ว 1 พิมพ์ และถ้วยเล็ก 1 พิมพ์ ซึ่งเลดี้ ฟิงเกอร์ วิปครีม และมาสคาโปน ยังเหลือพอทำได้อีกสูตรค่ะ ส่วนผสมกาแฟ (1) น้ำ 150 มิลลิลิตร ผงกาแฟ 3 ช้อนชา เหล้ากาแฟคาลัวร์ 6 ช้อนชา ส่วนผสมมาสคาโปน (2) ชีสมาสคาโปน ยี่ห้อ Tatua ถุงสีชมพู 50 กรัม ไข่แดง 1 ฟอง น้ำตาลทราย 30 กรัม วิปครีมเย็นจัด 75 มิลลิลิตร เหล้า
ไม่ใช่เครปตามสั่ง แต่อร่อยเหมือนกัน! แจกสูตร เครปเย็น แป้งนุ่ม ละมุนลิ้น ทำขายไม่ยาก กระแส เครปตามสั่ง ใน TikTok กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมากเลยทีเดียวในโลกโซเชียล จากคอนเทนต์ดังกล่าว มีผู้เข้าชมจำนวนมาก และยังมีลูกค้านำเสนอเมนูอาหารตามสั่งต่อเนื่อง ซึ่งทางร้านก็หยิบมาทำต่อเนื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ตำปูปลาร้า คะน้าหมูกรอบ เป็นต้น แต่จะให้มาทำแบบนี้ขาย ก็ดูจะเฉพาะกลุ่มเกินไป คุณเบิร์ด-สงวนศักดิ์ ราภิยะ เจ้าของร้าน Deer Bunny ได้แจกสูตรการทำ เครปเย็น แป้งนุ่มละมุนลิ้น ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้ทำขายกัน โดยในสูตรคุณเบิร์ดได้ใช้มะม่วงในการทำ แต่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นผลไม้สดตามต้องการได้เลย อดีตนักเทคนิคการแพทย์ ลาออกทำ เบเกอรี่ เปิดคอร์ส-แจกสูตร ช่วยคนสร้างอาชีพ แป้งเครปวานิลลา (สูตรแป้งนุ่มละมุน) – ไข่ไก่ 400 กรัม ( เบอร์ 1 = 7 ฟอง) – น้ำตาลทราย 100 กรัม – วิปปิ้งครีม 150 กรัม – น้ำเปล่า 200 กรัม – นมสดรสจืด 350 กรัม – น้ำมันพืช 80 กรัม – กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา – เกลือป่น 1/4 ช้อนชา – ผงฟู 1/ 2 ช้อนชา – แป้งเค้ก 200 กรัม (ร่อนแล้ว
เปลี่ยน พริก วัตถุดิบทำครัวธรรมดาๆ ให้กลายเป็น พริกทอด สร้างรายได้ ทำไม่ยากอย่างที่คิด หากพูดถึง พริก หลายคนคงนึกถึงรสชาติความเผ็ดร้อนที่เพิ่มความอร่อยให้กับอาหารได้หลากหลายเมนู ซึ่งพริก ก็สามารถนำมาแปรรูปโดยการ ทอด ให้กลายเป็นขนมขบเคี้ยว สร้างอาชีพได้เช่นกัน โดย อภัยภูเบศร ได้เผยวิธีการทำ พริกทอด เพื่อให้ประชาชนได้นำไปแปรรูปสร้างอาชีพได้ ดังนี้ ส่วนประกอบ 1. พริกแห้ง 2. น้ำมัน 3. แป้งทอดกรอบ 4. ผงปรุงรส 5. งา วิธีทำ – ผ่าเอาไส้และเมล็ดพริกออก นำไปต้มน้ำเดือด – ล้างเอาความเผ็ดออกไปอย่างน้อย 2 น้ำ ยกขึ้นผึ่งลมให้พอหมาด – นำพริกไปผสมแป้งทอดกรอบกับผงปรุงรส งา (น้ำแป้งทอดควรผสมให้เหลว แล้วคลุกให้เคลือบพริกทั่วทั้งด้านในและด้านนอก) – ตั้งน้ำมันให้ร้อน นำพริกลงไปทอด – คนให้สุกทั่วๆ แล้วตักขึ้นจากกระทะซับน้ำมัน ** ควรซับน้ำมันให้แห้งที่สุด ผึ่งไว้ให้พริกหายร้อน แล้วเก็บใส่ภาชนะปิดสนิท เพื่อรักษาความกรอบ เผยแพร่เมื่อ วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ.2565
มาทอดหมูกัน! แจกสูตร หมูทอดเจียงฮาย ทำกินทำขาย ได้เงินเข้ากระเป๋า มาทอดหมูกัน! แจกสูตร หมูทอดเจียงฮาย เมนูนี้ทำกินเองว่าอร่อยแล้ว ทำขายยังได้เงินเข้ากระเป๋า โดยสูตรนี้มีแค่ 3 ขั้นตอนเท่านั้น มาเริ่มกันเลย ส่วนผสม หมูสามชั้น หรือ หมูสะโพกหั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ 1 กิโลกรัม ผงฟู 1 ช้อนชา ซอสถั่วเหลือง 50 กรัม ซีอิ๊วดำ 30 กรัม (สีตามชอบ) กระเทียมสับ 100 กรัม รากผักชีสับ 2 ราก ผงปรุงรส 20 กรัม น้ำตาลปี๊บ 200 กรัม พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ แป้งทอดกรอบ 150 กรัม น้ำเย็นจัด นิดหน่อย วิธีทำ 1. แล่หมูสามชั้นให้เป็นชิ้นบางๆ แล้วหมักหมูสามชั้นหั่นเป็นชิ้นๆ หมักกับซอสถั่วเหลือง กระเทียมสับ รากผักชีสับ ผงปรุงรส น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 3 ชั่วโมง-1 คืน 2. ผสมแป้งทอดกรอบกับน้ำเย็นจัด (ให้มีลักษณะบางกว่านมข้นหวานแต่ไม่ใส) จากนั้นนำหมูสามชั้นที่หมักไว้เทลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน 3. ใส่เนื้อหมูที่หมักไว้ลงทอดในน้ำมัน ใช้ไฟปานกลางจนสุกเหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสที่ 25 สิงห
กล้วยหนึบ หวานธรรมชาติ ทำไม่ยาก แจกสูตร ให้แล้ว ทำขายได้เลย นึกถึง กล้วย ถ้าไม่กินผลสด สามารถนำไปแปรรูปเป็นเมนูต่างๆ ได้ เช่น กล้วยฉาบ กล้วยเชื่อม กล้วยบวชชี กล้วยทอด ข้าวต้มมัด และอีกหลายอย่าง ถ้าใครเป็นสายรักสุขภาพ ไม่ชอบของมัน ของทอด หรือกะทิ ลองมาทำ “กล้วยหนึบ” สูตรนี้ได้จาก คุณใหม่-สายธาร เจริญคลัง เจ้าของร้านกล้วยหนึบที่ขายดีมากๆ เริ่มแรก เลือกกล้วย ให้เลือกกล้วยที่สุกจนสีเหลืองทั้งลูก ทั้งก้าน ลูกห้ามติดเขียว ลองใช้มือปริผลกล้วยจะออกโดยง่ายแบบไม่ต้องออกแรงมาก แต่อย่าให้สุกจนงอม เพราะอบแล้วจะหวานเกิน แถมแข็งด้วย เพราะน้ำตาลเยอะ ที่สำคัญ ห้ามบ่มกล้วยด้วยแก๊ส ส่วนการอบ ใช้ตู้อบลมร้อน ราคาเริ่มที่ 3,000-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวนชั้น และยี่ห้อ วิธีทำ 1. นำกล้วยที่สุกพอดีมาปอกเปลือก ผ่า 4 ชิ้น ชิ้นเท่าๆ กัน 2. ล้างกล้วย โดยให้แช่ไว้ในน้ำสะอาด แช่น้ำเกลือ หรือแช่น้ำมะนาว แต่ไม่ต้องแช่นาน เดี๋ยวกล้วยหัก 3. นำกล้วยขึ้นจากน้ำมาวางบนตะแกรง ให้ชิ้นห่างกันพอดีๆ ห้ามวางชิดเกินไป 4. ถ้าจะโรยงา นำงาไปคั่วก่อนแล้วโรยก่อนเข้าตู้อบ ไม่ต้องใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้งเพิ่ม เพราะความหวา
แจกสูตร ทำกิน ทำขาย ได้ทั้งนั้น ข้าวผัดหมูฟิวชั่น หลีกหนีความจำเจ เริ่มต้นจากการ หมักหมู ไก่ ก่อนอื่นหัดสไลซ์เนื้อก่อน อาหารจะขาดทุนหรือน่ากินไม่น่ากินก็ตรงนี้ เนื้อสัตว์ต้องตัดให้เป็นแท่งกว้างประมาณ 2 นิ้ว หนาประมาณ 1 นิ้ว ยาวตามใจ เวลาสไลซ์ต้องวางมีดประมาณ 50 องศา สไลซ์เนื้อให้เป็นแผ่นบาง อย่าหนา หั่นขวางลาย คนกินจะเคี้ยวง่าย หมูถ้วยหนึ่งก็ใส่ซอสสัก 1-2 ช้อนโต๊ะพอแล้ว โรยเบกกิ้งโซดาประมาณ ½ ช้อนชา หมักไว้นอกตู้เย็น 30 นาที หรือเข้าตู้เย็นอยู่ได้เป็นวัน หมักเช้าใช้ได้ทั้งวัน เนื้อที่หมักกินแล้วสู้ฟันอร่อยกว่าไม่ได้หมักครับ ทั้งเนื้อหมู วัว ไก่ อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : อยากเปิด ร้านอาหารตามสั่ง แต่ไม่ค่อยเก่ง อย่างแรกที่ต้องหัด คือ ซอสผัด เมื่อหมูหมักไว้แล้ว ข้าวหุงโดยใช้ข้าวหอมมะลิเก่าสัดส่วน ข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1½ ถ้วย แต่ไม่ต้องเต็มครึ่งถ้วยดี ข้าวหุงแบบนี้ออกมานุ่มแต่เป็นเม็ด ส่วนหน้าของข้าวออกมาแข็งหน่อย เราปาดมาไว้ทำข้าวผัด ส่วนที่เหลือเสิร์ฟเป็นข้าวสวย วิธีนี้สำหรับการหุงข้าวหม้อใหญ่ แต่ถ้าลูกค้าไม่เยอะ แนะนำหุงหม้อเล็กแยกข้าวสวย ข้าวผัด โดยข้าวผัดใช้ข้าว 1 ถ้วย น้ำ 1¼ ถ้วย การผัดข้าว
แจกสูตร เปาะเปี๊ยะสดขาหมู ดัดแปลงจากโบราณเล็กน้อย อร่อยไม่แพ้กัน นานมาแล้ว ผมไปกินเปาะเปี๊ยะสดที่เยาวราช เป็นรถเข็นมีตู้กระจก คนขายใส่หมวกจีน กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ข้างท้ายรถมีเตาถ่านตั้งหม้อนึ่งหรือเมื่อก่อนคนไทยเรียก “ลังถึง” ปัจจุบันยังหลงเหลือเรียกกันอยู่บ้างว่า “ซึ้ง” ทั้ง 2 คำมีที่มาจากภาษาจีน “ลัง” มาจากคำว่า “ลั้ง” แปลว่าภาชนะไม้ไผ่ ส่วน “ถึง” มาจาก “ถึ่ง” แปลว่าทำให้ร้อน ส่วน “ซึ้ง” ไม่ได้ไปทำซึ้งจ้องตาใคร แต่มาจากคำว่า “เล่งซึ้ง” แปลว่า หม้อนึ่ง นั่นแหละ ในลังถึงนั้น แยกชามเป็นส่วนๆ มี กุนเชียงหั่นเป็นเส้น ถั่วงอกนึ่ง เต้าหู้ขาวต้มพะโล้ ส่วนในตู้กระจกมีแผ่นแป้งเปาะเปี๊ยะบางๆ คลุมผ้าไว้กันแข็ง แตงกวาหั่นยาว ต้นหอม พริกชี้ฟ้าเขียว ไข่เจียวหั่นฝอย และ “หมูตั้ง” คนคิดชื่อนี้เป็นการให้ชื่อที่ง่ายและเห็นภาพชัดเจน เพราะหมูตั้ง คือ การเอาพวกเศษหัวหมู หูหมูพะโล้ มาสับรวมกันแล้วอัดใส่พิมพ์เป็นก้อนสี่เหลี่ยม พอเย็นตัวก็จะแข็งด้วยเจลาตินที่มีอยู่ในหัวหมู แล้วค่อยตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมตั้งได้ สมแล้วที่ชื่อหมูตั้ง จิ้มกับน้ำส้มเป็นกับข้าวต้ม หรือเป็นกับแกล้มก็ได้ ภาษาจีนเรียก ตือเถ่าจั่ง
สายเนื้อต้องลอง! แจกสูตร ข้าวผัดเนื้อเค็ม อร่อยง่ายๆ ในจานเดียว บางครั้งเรามีอาหารที่รับประทานไม่หมดจากมื้อก่อน สามารถนำมาทำเป็นอาหารจานใหม่ได้ ไม่เสียเปล่า ยุคนี้ต้องประหยัดค่ะ ส่วนผสม ข้าวสวย กระเทียมสับ พริกขี้หนูทุบ ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ไข่ไก่ พริกชี้ฟ้าซอย คะน้าอ่อน แคร์รอต พริกไทย เนื้อเค็ม วิธีทำ 1. ข้าวสวยหุงซุยให้ร่วน ใส่ตู้เย็น ปิดฝาข้ามคืน 2. หั่นมันเนื้อแยกจากเนื้อเค็มเป็นชิ้นพอคำ 3. เจียวมันเนื้อเค็มให้น้ำมันออก และมันเริ่มแห้ง แล้วพักไว้ 4. เอาเนื้อเค็มลงไปทอดในน้ำมันมันเนื้อให้สุก พักไว้ 5. ในน้ำมันเดิมเจียวกระเทียมและไข่ไก่ให้สุก 6. เติมแคร์รอตและคะน้า ผัดให้สุก 7. ใส่ข้าว เติมซีอิ๊วขาว และน้ำมันหอย ผัดให้เข้ากัน 8. เติมเนื้อเค็ม พริกชี้ฟ้าซอย พริกขี้หนู พริกไทยป่น 9. ผัดให้เข้ากัน ชิมรสแล้วจัดใส่จาน ความอร่อยของจานนี้อยู่ที่น้ำมันเจียวเนื้อค่ะ จะเคลือบข้าวให้มันและมีรสชาติอร่อยขึ้น ใครจะดัดแปลงทำเป็นข้าวผัดมันเนื้อย่างก็ได้ โดยผัดข้าวกับมันเนื้อ ปรุงรส หมักเนื้อแล้วย่าง หั่นเฉียงๆ ทำแจ่ว ทานคู่กันก็อร่อยอีกแบบค่ะ
สาลี่กรอบ ขนมไทยหากินยาก กลิ่นหอมละมุน ทำไม่ยาก แถมทำขายสบาย สาลี่กรอบ ที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ ไม่ใช่ผลไม้แต่อย่างใด แต่เป็น ขนมไทยชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมละมุน ส่วนผสมคล้ายขนมกุฎีจีน แตกต่างกันตรงที่สาลี่กรอบจะมีส่วนผสมของมะพร้าวอบกรอบ ซึ่งนับเป็นขนมที่หาทานยากแล้วในปัจจุบัน ครูนิด-คุณนิสาภ์รัชฏ์ เหล่าก้อนคำ ได้นำสูตรการทำ ขนมสาลี่กรอบ นี้มาฝาก โดยวัตถุดิบและวิธีทำ ดังนี้ สูตรสาลี่กรอบ 1. แป้งตราบัวแดง 100 กรัม 2. น้ำตาล 180 กรัม 3. ไข่ไก่เบอร์ 2 3 ฟอง 4. วานิลลา 2 ช้อนชา 5. ผงฟู 1 ช้อนชา 6. เกลือ 1/4 ช้อนชา 7. มะพร้าวขูดขาว 150 กรัม วิธีทำ – ร่อนแป้งกับผงฟูพักไว้ – ตอกไข่ใส่ชามผสม – ใส่เกลือ วานิลลา ใช้เครื่องตีไข่สปีดกลางตีไข่พอให้เป็นฟองหยาบ ค่อยๆ ใส่น้ำตาลจนหมด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 2 นาที – จากนั้นใช้สปีดเร็วสุด ตีส่วนผสมทั้งหมดต่อจับเวลา 5 นาที ค่อยๆ ใส่แป้งตะล่อมแป้งกับไข่ให้เข้ากัน ใส่มะพร้าวค่อยตะล่อมจนส่วนผสมเข้ากันดี อบด้วยไฟ 160 องศา 15-20 นาที – ระดับของไฟและระยะเวลาในการอบขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละบ้านให้สังเกต – หน้าขนมจะเป็นสีน้ำตาลส
แจกสูตร ผัดถั่วแขกเต้าซี่ เค็มๆ เผ็ดนิดๆ อร่อยมาก ช่วงนี้ข้าวของแพง ทำอาหารรับประทานง่ายๆ วัตถุดิบมีในบ้าน หมูสับ พริก กระเทียม ซื้อถั่วแขกเพิ่ม ถ้ามีเต้าซี่ติดครัวอยู่ก็ทำได้เลยค่ะ มาดูส่วนผสมกันค่ะ ส่วนผสม ถั่วแขก 200 กรัม กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ หมูสับ 100 กรัม พริกขี้หนู 1 ช้อนโต๊ะ เต้าซี่ 1 ช้อนโต๊ะ พริกจินดา 2 เม็ด ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น น้ำมันพืช วิธีทำ 1. ล้างถั่วแขก ตัดหัว ตัดท้าย ตัดกลางเป็นท่อน แช่น้ำไว้สักครู่ สะเด็ดน้ำ พักไว้ 2. นำเต้าซี่ล้างน้ำเล็กน้อย ล้างความเค็มออก สะเด็ดน้ำ พักไว้ 3. โขลกกระเทียม พริกขี้หนู เต้าซี่นิดหน่อยให้เข้ากัน พักไว้ 4. ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน นำกระเทียมที่โขลกแล้วลงผัดเร็วๆ ระวังไหม้ ใส่หมูสับลงไปผัดให้เข้ากัน พักไว้ 5. ในกระทะอีกใบ ใส่น้ำมันให้เยอะ น้ำมันร้อนเอาถั่วแขกลงไปผัดให้สุก นำขึ้น หรือถ้าจะนำไปลวกแทนผัดได้ค่ะ 6. นำถั่วแขกที่สุกแล้ว ลงไปผัดกับหมู เต้าซี่ ใส่พริกจินดาลงไป ปรุงรสด้วยซอสน้ำมันหอย ชิมรส โรยพริกไทย 7. ตักใส่จานเสิร์ฟ ถ้าไม่อยากทานมัน นำถั
