จีน
“ทุนจีนถล่มตลาดไทย! Mixue-Wedrink-TEMU หั่นราคา โค่น SMEs ไทย ในยุคที่หุ้นร่วง เศรษฐกิจดิ่ง การเข้ามาของทุนจีน ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น เพียงแต่ใน พ.ศ. ที่หุ้นร่วง เศรษฐกิจเลว และการถาโถมเพิ่มจำนวนเข้ามาอย่างรวดเร็วของธุรกิจจีน นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่ความย่อยยับของธุรกิจขนาดย่อมในประเทศไทย การเริ่มต้นเปิดตัวในไทย เมื่อ 29 ก.ค. 67 แบบเงียบๆ ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซสัญชาติจีนอย่าง TEMU ผู้ที่เพิ่งเขย่าบัลลังก์ Amazon.com รวมถึงธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอเมริกาให้สั่นสะเทือนมาแล้ว โดยการใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปี ซึ่ง TEMU กำลังจะมาสร้างฝันร้ายให้เอสเอ็มอีไทยจำนวนมาก เพราะ TEMU ได้ชื่อว่า “ขายถูก” จนคนซื้อรู้สึกว่าตัวเองเป็นเศรษฐี ดังสโลแกนของธุรกิจที่บอกว่า “Shop Like a Billionaire” แม้ไทยไม่ใช่ประเทศแรกๆ ที่ TEMU เปิดให้บริการ เพราะมีการเปิดให้บริการไปแล้ว 18 ประเทศทั่วโลก แต่การเข้ามาในช่วงเวลาเช่นนี้ ย่อมสะเทือนไม่น้อย นโยบายธุรกิจที่ชัดเจนของ TEMU คือ การตัดคนกลางออก เพื่อทำให้สินค้ามีราคาต่ำจนผู้บริโภคหวั่นไหว การดีลตรงกับผู้ผลิตเพื่อนำสินค้าไปสู่ผู้ซื้อ ทำให้ส่วนต้องเสียให้คนกลาง กลายเป็นส่วนลดข
ซื้อขนมลดราคา นอนวัดแทนโรงแรม ไลฟ์สไตล์ Gen Z จีน เปลี่ยนไป ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในจีนกำลังเปลี่ยนไป เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภคในอีกหลายปีข้างหน้า “นิกเกอิ” รายงานว่า คนจีน เจเนอเรชัน Z อายุระหว่าง 15-29 ปี ที่มีจำนวน 18.4% ของประชากรทั้งประเทศ 1.4 พันล้านคน ถือเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอย่างมาก แต่ตอนนี้พวกเขาเผชิญความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงอัตราการว่างงานที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนในกลุ่มอายุอื่นๆ แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในจีนเปลี่ยนไป โดยหันมาประหยัดและใช้จ่ายแบบมีเหตุผลมากขึ้น จากเดิมที่คนกลุ่มนี้เติบโตมาในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู “จาง รู่” หญิงสาววัย 24 ปี เป็นตัวอย่างของความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเธอไม่เคยกินข้าวในโรงอาหารที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารราคาย่อมเยาอย่างผัดผักกาดขาวกับหมูสามชั้น ซึ่งเป็นเมนูยอดนิยมของบรรดาผู้สูงวัย แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นลูกค้าประจำของโรงอาหารไปแล้ว เพราะช่วยคุมค่าอาหารไม่ให้เกิน 100 หยวนต่อวัน หรือประมาณ 500 กว่าบาท และคนวัยเดียวกับ “จาง
ชวนรู้จัก 2 แบรนด์ดังสัญชาติเดียวกัน MIXUE VS WEDRINK บุกไทย ผู้ท้าชิงตลาดชานม-ไอศกรีม จากกระแสแฟรนไชส์ชื่อดังจากจีน ที่ได้บุกมาตีตลาดที่ไทย จนทำให้คนต่อคิวซื้อกันอย่างถล่มทลาย อย่างแบรนด์ MIXUE (มี่เสวี่ย) ที่เป็นร้านไอศกรีมสุดฮอต เอาใจสายของหวาน มีราคาไม่แพง เป็นร้านสีแดง และมีเอกลักษณ์คือตุ๊กตาหิมะสุดน่ารัก และล่าสุดได้มีแบรนด์น้องใหม่จากแดนมังกรเข้ามาในไทยเช่นกัน นั่นคือร้าน WEDRINK (วี ดริ้งค์) เป็นร้านน้ำและไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่ราคาถูกและรสชาติดี MIXUE (มี่เสวี่ย) หนี่อ้ายหว่อ หว่ออ้ายหนี่ มี่เสวี่ยปิงเฉิงเถียนมี่มี่~ นี่คือเพลงฮิตติดหูประจำร้าน ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้ฟังระหว่างรอคิวจะต้องร้องตามได้กันหมด และถ้าหากเอ่ยถึงแบรนด์ที่เป็นกระแสอยู่ตอนนี้ก็ต้องยกให้แบรนด์ MIXUE (มี่เสวี่ย) แฟรนไชส์ไอศกรีมและชานมชื่อดังจากจีน ที่เข้ามาตีตลาดธุรกิจอาหารในประเทศไทยและทั่วโลก ตอนนี้มีสาขามากกว่า 36,000 สาขา ซึ่งมีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก MIXUE ก่อตั้งโดย คุณ Zhang Hongchao ในปี 1997 เริ่มต้นจากร้านเล็กๆ ขายน้ำแข็งไสและเครื่องดื่มแบบแผงลอย และต่อมาได้พัฒนาทำเมนูไอศกรีมซอฟต์เสิร์
ผู้ประกอบการไทยไหวไหม เปิดลิสต์ 5 กลุ่มสินค้าจีนทะลักเข้าไทยมากสุด แถมบางรายการมีราคาถูกกว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ยอดขายค้าปลีกปี 2567 เติบโตชะลอตัวลงจากปีก่อน หรืออยู่ที่ราว 3.0% (YoY) มีมูลค่าประมาณ 4.1 ล้านล้านบาท โดยยังคงมีแรงหนุนมาจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประกอบกับผลของราคาสินค้าบางรายการ โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารและของใช้ส่วนตัวที่น่าจะยังปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการสำรวจผู้ประกอบการค้าปลีก พบว่า กว่า 60% ของธุรกิจมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นราคาสินค้าในอีก 3 เดือนข้างหน้า (การสำรวจ Retailer Sentiment Index : RSI เดือนมกราคม 2567 ของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและธนาคารแห่งประเทศไทย) อย่างไรก็ตาม แม้ยอดขายค้าปลีกในไทยเติบโต แต่ผู้ผลิตสินค้าไทยต้องแข่งขันรุนแรงกับสินค้านำเข้า โดยเฉพาะจากจีนที่เข้ามาตีตลาดในไทย ซึ่งในปี 2566 ไทยนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากจีนมูลค่า 469,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% (YoY) หรือมีสัดส่วนราว 41% ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด โดยสินค้าที่จีนเข้ามาตีตลาดส่วนใหญ่มีทั้งกลุ่มที่เป็นของกินและของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า มีสัดส่วนมูลค่าประมาณ 43
สินค้าจีนทะลักเข้าไทย ขาดดุลพุ่ง รัฐเคาะมาตรการช่วยแฟรนไชส์ – SMEs หาทำเลค้าขาย ราคาพิเศษ เปรียบเทียบดุลการค้าระหว่างไทย-จีน ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน ไทยขาดดุลการค้าให้กับจีนอย่างต่อเนื่อง และเมื่อปี 2566 ไทยขาดดุลถึง 1,272,234 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าไทยมีการนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออก และยังมีจำนวนเพิ่มขึ้นจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ ล่าสุดคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs เคาะ 2 มาตรการเร่งด่วน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 สืบเนื่องเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เครือข่ายธุรกิจบิสคลับประเทศไทย รวมถึงผู้แทนภาครัฐและเอกชน ในการแก้ปัญหาสินค้าจีนทะลัก พร้อมได้เคาะ 2 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ระบุ ผลการประชุมเบื้องต้น นอกจากติดตามมาตรการ 9 ด้านที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ เพื่อผลักดันให้ GDP SMEs ในประเทศ ขยับจาก 35.2% เป็น 40% ภายในปี 2570 และคณะอนุกรรมการส่งเสริมและยกระดับ SMEs ยังมีมติเคาะ 2
พี่ใหญ่คึกคัก ค้าขายครึกครื้น รวมภาพบรรยากาศตรุษจีนแดนมังกร 2024 ในภาษาจีนมีคำหนึ่งเรียกว่า “大集”(ต้าจี๋)ซึ่งหมายถึงกิจกรรมขายที่จัดอยู่ในตลาดใหญ่ ถนนคนเดิน หรือ หอนิทรรศการ มีความเป็นมายาวนานพอสมควร มักจะจัดในช่วงเทศกาลต่างๆ เมื่อมี “ต้าจี๋” จัดขึ้น ผู้คนจะพากันเที่ยวเดินตลาด ซื้อของกินของใช้ครบถ้วน นอกจากจะได้ของดีราคาถูกแล้ว ยังได้สัมผัสถึงบรรยากาศอันคึกคักและร่าเริง ชุนยวิ่น :หนทางแสงอบอุ่นสู่บ้านเกิด ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม เป็นต้นมา ช่วง “ชุนยวิ่น” หรือการเดินทางกลับบ้านเพื่อฉลองเทศกาลตรุษจีนเปิดฉากขึ้น ภายในเวลา 40 วัน จะมีผู้คนเดินทางถึง 9,000 ล้านครั้ง สำหรับชาวจีนทุกคน การเดินทางกลับบ้านย่อมจะเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ภายในตู้รถไฟต่างๆ ก็มักจะติดภาพเหนียนฮว่า แขวนสิ่งของต่างๆ เพิ่มบรรยากาศต้อนรับเทศกาลตรุษจีน อีกทั้งยังจัดกิจกรรมต่างๆ ระหว่างเจ้าหน้าที่การรถไฟและผู้โดยสาร เช่น การเขียนตัวอักษร “福” การเขียนกลอนคู่คำอวยพร เป็นต้น เพิ่มบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน ติดภาพ “เหนียนฮว่า” ฉลองตรุษจีน ชาวจีนมักจะพูดกันว่า “ไม่ว่ามีเงินหรือไม่มี ก็ต้องซื้อภาพเหนียนฮว่าฉลองตรุษจีน
พ่อค้าแม่ขายเตรียมรับแรงกระแทก! ทัวร์จีนมาแน่ เฉียดแสนคน ตั้งแต่สัปดาห์แรกปี 67 วันที่ 9 มกราคม 2567 เพจเฟซบุ๊ก กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เผยสถานการณ์การท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1-7 มกราคม 2567 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามา 605,537 คน โดยผลการประเมินเบื้องต้นพบว่า 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ได้แก่ อันดับ 1 จีน 81,854 คน อันดับ 2 มาเลเซีย 64,053 คน อันดับ 3 รัสเซีย 51,467 คน อันดับ 4 เกาหลีใต้ 43,894 คน อันดับ 5 อินเดีย 30,203 คน ซึ่งภาพรวมสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาลดลง 184,106 คน หรือลดลงร้อยละ 23.32 จากสัปดาห์ก่อนหน้า เป็นการลดลงของนักท่องเที่ยวเกือบทุกตลาด เนื่องจากเสร็จสิ้นการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ในสัปดาห์ก่อนหน้า รวมถึงนักท่องเที่ยวตลาดหลักที่ลดลง ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า ร้อยละ 4.93 ในขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย อินเดีย จีน และรัสเซีย ปรับตัวลดลง ร้อยละ 48.15 ร้อยละ 23.79 ร้อยละ 18.96 และร้อยละ 2.70 ตามลำดับ สำหรับสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาต
ฟรีวีซ่า ‘จีน-คาซัคสถาน’ ดันท่องเที่ยว ปี 67 คาดได้เห็นต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 31 ล้านคน ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการวีซ่าฟรี 2 ประเทศ คือ จีนและคาซัคสถาน โดยเฉพาะสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และด้วยข้อจำกัดด้านเส้นทางการบินที่ยังมีอยู่ รวมถึงจังหวะการทำตลาดที่อาจค่อนข้างกระชั้น ทำให้ผลบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะค่อนข้างจำกัด โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปี 2566 นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 3.5-4.0 แสนคนต่อเดือน เทียบกับช่วง 8 เดือนแรกของปีที่เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.8 แสนคนต่อเดือน แต่ผลบวกคงจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2567 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ขณะที่ นักท่องเที่ยวจากคาซัคสถาน แม้ขนาดตลาดมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของจำนวนชาวต่างชาติเที่ยวไทยทั้งหมด แต่เป็นตลาดใหม่และกำลังเติบโต มาตรการดังกล่าวจึงน่าจะช่วยให้ไทยเป็นทางเลือกในการท่องเที่ยวอันดับต้นๆ แต่เนื่องด้วยที่ผ่านมา การฟื้นตัวของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยต่ำกว่าที่ประเมินในช่วงต้นปี 2566 โดยการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวต่า
ธ.ก.ส. เยี่ยมชมงานลูกค้า ADBC แหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของจีน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายเชษฐา แหล่ป้อง ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหาร เยี่ยมชมงานอุตสาหกรรมโรงงานน้ำตาล เมืองฉงจั่ว แหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งเป็นลูกค้าของ Agricultural Development Bank of China (ADBC) โดยโรงงานดังกล่าว มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำตาลและการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ตั้งแต่การปลูก การนำเครื่องจักรกลมาใช้ การควบคุมคุณภาพ การแปรรูปที่ไม่เพียงแต่การผลิตน้ำตาลเท่านั้น แต่ยังมีการนำชานอ้อยไปทำกระดาษ ผลิตไฟฟ้า และปุ๋ยกากน้ำตาลนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ยีสต์ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ณ Sungain Circular Economic Industrial Park สถานที่ตั้ง Jiangzhou District, Chongzuo, Guangxi, China โดยมีผู้จัดการสาขา ADBC : Li Fang, President of Chongzuo Branch ผู้จัดการโรงงานน้ำตาล ZhangXin Product Manager of Guangxi Chongzuo Xianggui Sugar Industry Co., LTD และ ZhouHua, Executive Assistant นำชมและบรรยาย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2566 ที่ผ่
ไส้กรอกแบบไหน กินแล้วปลอดภัย แนะวิธีสังเกตง่ายๆ หลังมีข่าวดัง ลักลอบนำเข้า จากกรณีข่าว ลักลอบนำเข้าไส้กรอกหมูยี่ห้อหนึ่งจากต่างประเทศ โดยสุนัขบีเกิลได้ตรวจพบไส้กรอกหมูจำนวน 100 แท่ง น้ำหนัก 8.5 กิโลกรัม ราคาประมาณ 2,000 บาท ซึ่งมาจากต้นทางท่าอากาศยานนานาชาติเหม่ยหลาน เมืองไหโข่ว ประเทศจีน โดยเจ้าหน้าที่เผยว่าประเทศต้นทางมีโรคระบาด จึงไม่อนุญาตให้นำเข้า เรื่องดังกล่าวสร้างความตกใจและความกังวลให้กับผู้บริโภคไม่น้อย เพราะไส้กรอกดังกล่าวถือเป็นเมนูฮิตประจำร้านหม่าล่าหม้อไฟ แต่ถึงกระนั้นผู้บริโภคสามารถสังเกตผลิตภัณฑ์แปรรูปดังกล่าวนี้ ก่อนเลือกซื้อได้ โดย เพจฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้แนะนำ ไส้กรอกแบบไหน กินแล้วปลอดภัยหายห่วง ไว้ดังนี้ 1. ให้เลือกซื้อไส้กรอกที่มีฉลากแสดงเลขสารบบอาหารในกรอบ เครื่องหมาย อย. มีชื่ออาหาร ชื่อ-ที่ตั้ง ของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิต-หมดอายุ ส่วนประกอบข้อมูลวัตถุเจือปนอาหาร น้ำหนักสุทธิ และซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งน่าเชื่อถือเท่านั้น 2. ไม่เลือกซื้อไส้กรอกที่มีสีสดจัดจนเกินไป 3. ถ้าซื้อไส้กรอกแบบพร้อมทานแต่ไม่รู้ยี่ห้อ อาจขอให้ผู้ขายแสดงห่อบรรจุภัณฑ์ของสินค
