ชาบู
ท่ามกลางการเติบโตและความหลากหลายของตลาดชาบูในปัจจุบัน บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าต่อยอดพอร์ตแบรนด์ด้วยการเปิดตัว “Cyu Shabu” Concept ใหม่ โดย คุณฐิตานันท์ ทวีผล ผู้ช่วยผู้อำนวยการแบรนด์ Specialty ร่วมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางแบรนด์ พร้อมตอกย้ำจุดยืนของ Cyu Shabu ในฐานะ “Specialty Shabu” ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด จาก Red Ocean สู่การสร้าง “New Space” ในตลาดชาบู เซ็นกรุ๊ป มองว่าตลาดชาบูในปัจจุบันอยู่ในภาวะ Red Ocean ที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้นผ่านโปรโมชันและความคุ้มค่าเชิงราคา ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Urban Lifestyle กลับให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” มากขึ้น “เราไม่ได้มองว่าชาบูต้องแข่งขันกันที่ราคาเท่านั้น แต่เชื่อว่ายังมีพื้นที่สำหรับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและประสบการณ์อย่างแท้จริง” คุณฐิตานันท์ กล่าว Cyu Shabu จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้าง “New Space” ในตลาด ด้วยการนำเสนอรูปแบบ Specialty Shabu ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งในด้านคุณภาพ การออกแบบประสบการณ์ และการวางตำแหน่งแบรนด์ 3 ความแตกต่างหลัก ที่ทำให้ Cyu S
“ถ้าสามารถเป็นต้นน้ำของห่วงโซ่อาหาร เช่น วัตถุดิบได้ ก็น่าจะควบคุมคุณภาพ และความปลอดภัยได้” คือแนวคิดของ คุณไบร์ท-สิตราวัชร์ พนาวิวัฒนาการ ผู้คลุกคลีอยู่ในธุรกิจอาหารมาตั้งแต่ร้านข้าวต้มกุ๊ย ก่อนต่อยอดสู่การเปิดร้านชาบู “GROOT hotpot” ที่มีฟาร์มผักอินทรีย์เป็นของตัวเอง โดยร่วมกันทำธุรกิจนี้กับพี่สาว คุณแพน–ธิดาญา พนาวิวัฒนาการ ซึ่งเปิดให้บริการมากว่า 4 ปี แม้ต้องเริ่มต้นเรียนรู้สกิลการปลูกผักจากศูนย์ แต่ก็ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผักที่ปลูกเองกับผักที่ซื้อ ทั้งในเรื่องคุณภาพและเทกเจอร์ จึงเป็นเหตุผลให้เลือก “ชาบู” เป็นเมนูหลัก เพราะสามารถดึงรสชาติและความสดของผักออกมาได้ดีที่สุด ในคอลัมน์ Young Entrepreneur เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปพูดคุยกับเจ้าของร้าน GROOT hotpot ถึงเส้นทางการเติบโตจากต้นน้ำสู่จานอาหาร จากข้าวต้มกุ๊ยสู่ชาบู ก้าวแรกในธุรกิจอาหารของคุณไบร์ท เริ่มต้นจากครอบครัวมีพื้นที่แถวจรัญฯ 40 ซึ่งมี Key advantage หรือข้อได้เปรียบในด้าน Traffic มีที่จอดรถ และกลุ่มลูกค้า เขาจึงเปิดร้านข้าวต้มกุ๊ย เป็นธุรกิจแรก “เราไม่ได้ดูว่าเราอยากทำอะไร แต่ดูว่าทำเลที่มีอยู่จะต่อย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2568 “ตลาดสุกี้” คือหนึ่งในสนามธุรกิจที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาชิงเค้กก้อนใหญ่ และแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่ครองตลาดอยู่แล้ว ซึ่งแบรนด์ที่ลงสนามท้าชนในตลาดนี้ มีทั้ง MK, สุกี้ตี๋น้อย และลัคกี้ สุกี้ ต่างสลับกันปล่อยหมัดเด็ด แข่งกันด้วยโปรโมชัน สู้กันด้วยราคา รวมทั้งออกเมนูที่หลากหลาย เพื่อหวังครองใจผู้บริโภคไทยที่ชื่นชอบการกินบุฟเฟต์ ใน SMEs Survivor “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไม่พลาดที่จะหยิบยกเรื่องราวของแบรนด์ดังกล่าวขึ้นมาเล่า ก่อนปิดฉากปี 2568 “MK Restaurants” ตำนาน 39 ปี เริ่มกันที่แบรนด์ในตำนาน “MK Restaurants” ชื่อนี้คนไทยคุ้นหูกันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเปิดมายาวนาน 39 ปี แต่ความเป็นตำนานไม่ได้ช่วยให้แบรนด์คงความนิยมได้ตลอด เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น MK Restaurants “ปรับตัว” ครั้งใหญ่ จากอะลาคาร์ต สู่ “บุฟเฟต์” โมเดลที่เปลี่ยนเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Value for Money ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่า และประสบการณ์การรับประทานที่หลากหลาย เราจึงได้เห็นบุฟเฟต์ “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” และ “MK Premium Buffet 49
ก่อนจบปี 2568 “สงครามสุกี้” ยังเดือดทะลุหม้อ เมื่อแบรนด์หม้อไฟยักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง Haidilao (ไหตี่เลา) กระโดดลงหม้อมาลุยสงครามนี้อีกหนึ่งแบรนด์ ด้วยการเปิดตัว HI Dee Shabu (ไหตี่ชาบู) ในไทย โดยปักหมุดเซ็นทรัล พระราม 3 เป็นที่แรกของโลกในคอนเซ็ปต์ชาบู ในรูปแบบการขายแบบอะลาคาร์ต กับบุฟเฟต์บาร์ โดยมีราคาชุดหมู เริ่มต้น 199 บาท ชุดเนื้อเริ่มต้น 349 บาท ที่สามารถสั่งเป็นชุดเปิด และบวกบาร์บุฟเฟต์เพิ่มราคา 69 บาท จากการเปิดตัวในครั้งนี้ สร้างกระแสบนโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก เพราะไหตี่เลาเป็นแบรนด์ดังที่คนไทยรู้จักกันดี ประกอบกับสงครามสุกี้กำลังเดือด ยิ่งทำให้ตลาดนี้เป็นที่น่าจับตามอง หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ แบรนด์ใหญ่ของไทยก็ปล่อยหมัดเด็ดกันแบบไม่มีใครยอมใคร เริ่มกันที่ MK Restaurants ในเครือ MK GROUP แบรนด์ในตำนานที่อยู่คู่คนไทยมานาน 39 ปี เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน ความนิยมของแบรนด์เริ่มจางลง จากอะลาคาร์ต แบรนด์จึงปรับโมเดลใหม่เป็น “บุฟเฟต์” เพื่อตอบรับเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการทานบุฟเฟต์ ซึ่งมีทั้ง “MK คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ที่ต่อแคมเปญมาเรื่อยๆ และ “MK Premium Buff
จาก 1 โต๊ะ สู่ 18 โต๊ะ “อาม่งหม่าล่า” ทำอย่างไรให้ยอดขายโต 35% ในช่วงที่ตลาดหม่าล่าซบเซา? จากความหลงใหลในรสชาติหม่าล่าต้นตำรับ สู่ร้านอาหารที่ครองใจคนไทย “อาม่งหม่าล่า” ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหาร แต่เป็นเรื่องราวการเดินทางของ คุณทอฝัน บัวคอม อายุ 35 ปี เจ้าของร้าน อาม่งหม่าล่า หญิงสาวที่บินลัดฟ้าสู่ประเทศจีน เพื่อตามหารสชาติที่ใช่ และนำมันกลับมาสร้างสรรค์เป็นหม่าล่าสไตล์โฮมเมดที่ทุกคนต้องหลงรัก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตในจีน ทำให้เธอได้เรียนรู้เคล็ดลับการกินหม่าล่าแบบต้นตำรับ และนำมาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย จนเกิดเป็น ‘อาม่งหม่าล่า’ ร้านอาหารที่เสิร์ฟความอร่อยแบบไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นน้ำซุปที่เข้มข้น วัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี หรือบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ อาม่งหม่าล่า กลายเป็นร้านหม่าล่าในดวงใจของใครหลายๆ คน บทความนี้จะพาคุณไปสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จ ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจ ไปจนถึงเคล็ดลับความอร่อยที่คุณอาจไม่เคยรู้ จนถึงขั้นที่จะอยากมาลองด้วยตัวเอง สักครั้ง ออกจากงานประจำ ทำอาม่งหม่าล่า ก่อนหน้านี้เป็นพนักงานประจำ ทำมาหลายอาชี
แม็คโคร เผยเทรนด์อาหารมาแรง สำหรับผู้ประกอบการ รับการท่องเที่ยวคึกคัก พร้อมชูแหล่งรวมวัตถุดิบอาหารสดจากทั่วโลก ในราคาเอื้อมถึง วัฒนธรรมด้านอาหารเป็น Soft Power ที่สร้างกระแส ทำให้ผู้บริโภคอยากลิ้มลอง และเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญในการผลักดันธุรกิจร้านอาหารให้เกิดการปรับตัว แม็คโคร แหล่งรวมวัตถุดิบอาหารสดเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค เผยเทรนด์อาหารอย่าง ชาบู หมูกระทะ และสตรีตฟู้ด ยังคงมาแรงไม่แผ่ว จากยอดการซื้อสินค้าประเภทกลุ่มเนื้อสัตว์ ผัก กลุ่มอาหารทะเลประกอบเมนูดังกล่าว ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องภาพรวมธุรกิจร้านอาหารไทยปี 2566 และเทรนด์การกินที่น่าจับตาของ LINE MAN Wongnai ที่ให้ข้อมูลว่า ร้านอาหารจีน และร้านสุกี้ ชาบู เปิดใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รับการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก ทำให้ทิศทางธุรกิจอาหารและร้านอาหารมีแนวโน้มสดใส เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว แม็คโครในฐานะคู่คิดธุรกิจร้านอาหาร มุ่งมั่นตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการ ด้วยการเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหารสดคุณภาพจากทั่วโลก พร้อมสนับสนุนสินค้าจากเกษตรกรไทย โดยสินค้ากลุ่มเนื้อสัตว์ทุกประเภทได้รับการรับรองมาตรฐานปศุสัตว์ OK นอกจากน
ไอเดียจากจีน แต่ฮิตที่ไทย! “สุกี้จินดา” ร้านอาหารของอดีตมัคคุเทศก์ ที่ตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบ ราคาเริ่มต้นไม้ละ 5 บาท สร้างรายได้เดือนละ 6 หลัก อยากทานน้ำซุปหม่าล่า สูตรจีนแท้ๆ ไม่ต้องบินไกลถึงประเทศจีน เพราะมีเสิร์ฟที่ไทยมานานกว่า 3 ปี ในร้าน “สุกี้จินดา” ที่เริ่มต้นโดย คุณดา-นพรดา วาวีเจริญสิน อดีตมัคคุเทศก์นำเที่ยว เจอวิกฤตโควิดเล่นงานจนกรุ๊ปทัวร์หาย ต้องเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยร้านสุกี้หม่าล่าสายพานร่วมกับพี่น้อง โดยนำชื่อพี่สาวมาตั้งชื่อร้าน เพราะในภาษาจีน คำว่า จิน แปลว่า ทอง เสน่ห์ของร้านสุกี้จินดาที่ทำให้ลูกค้าแวะมากินไม่ขาดสาย และยอมต่อคิวยาว นอกจากน้ำซุปตำรับจีนแท้ๆ มีให้เลือกสั่งถึง 7 รสชาติแล้ว ยังมีเมนูให้เลือกทานมากถึง 50 รายการ ในราคาสบายกระเป๋า เริ่มต้นไม้ละ 5 บาท อีกทั้งน้ำจิ้มกับน้ำซุปก็เติมได้ไม่อั้น กินแค่ไหนจ่ายแค่นั้น ย้อนไปเมื่อ 7 ปีก่อน คุณดาเคยทำงานเป็นมัคคุเทศก์นำนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย ทว่าเกิดโควิดระบาด ส่งผลให้กรุ๊ปทัวร์หาย ทำให้เธอต้องหันหลังกลับต่างจังหวัดและคิดหาอาชีพใหม่ โดยนึกได้ว่า เคยเห็นร้านสุกี้หม่าล่าสายพานที่ประเทศจีน ซึ่งร้า
จบนิติฯ มาขายชาบูในสวน ชูคอนเซ็ปต์เก็บผักสดจากแปลง มาลงหม้อ ฟรีๆ เมื่อพูดถึงร้านชาบู หลายคนคงเคยชินกับการนั่งทานให้ห้าง ตากแอร์เย็นฉ่ำ นั่งทานในร้านสแตนด์อโลน เหงื่อตกสไตล์โอเพ่นแอร์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอพามาเปลี่ยนบรรยากาศ นั่งทานชาบูในสวนกันดูบ้าง บนถนนประชาอุทิศ 14 มีร้านอาหารแนวครอบครัว ชื่อว่า “บ้านสวน อบอวลรัก” สวนผักผลไม้ 4 ไร่ ที่เปิดให้ลูกค้ามาเก็บเห็ด เด็ดผักสดๆ จากแปลง ลงหม้อชาบูฟรีๆ จะเด็ดเยอะ เก็บน้อยแค่ไหน เจ้าของร้านไม่มีบ่น จุดเริ่มต้น บ้านสวน อบอวลรัก บ้านสวน อบอวลรัก เริ่มต้นมาจาก คุณนพ-นพพร นิตย์ยั่งยืน วัย 35 ปี ชายหนุ่มจากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังเรียนจบคณะนิติศาสตร์ ได้กลับมาสร้างธุรกิจส่วนตัว เปิดสนาม BB GUN ในสวนของบ้าน จากนั้น ขยับขยายเปิดฟาร์มเห็ดร่วมด้วย เพราะมองว่าควรมีกระเป๋าเงิน 2 ใบ หากธุรกิจแรกรายได้ไม่ดี ยังมีรายได้จากเห็ดมาช่วยอีกทาง คุณนพ ศึกษาการเพาะเห็ด จากคนไม่รู้จนรู้ลึก ไปๆ มาๆ เพาะเห็ดได้มากถึง 2 แสนก้อน เพียงพอต่อการเสิร์ฟเห็ดให้ร้านอาหารญี่ปุ่น 5 สาขา ในห้างดัง นับเป็นจุดเริ่มต้นให้ทำฟาร์มเห็ดจริงจัง จากเห็ดเกือบ 10 ชนิด คุณนพ
ศึกชาบูขวัญใจมหาชน เพนกวิน อีท ชาบู VS สุกี้ตี๋น้อย เพนกวิน อีท ชาบู สุกี้ตี๋น้อย ประวัติ ผู้บริหารคือ คุณต้น–ธนพันธ์ และ คุณต่อ–ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ร้านชาบูเล็กๆ ถือกำเนิดขึ้นโดยสองพี่น้องที่ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยความจำเป็น จึงตัดสินใจทำธุรกิจร้านอาหาร เพราะไม่ได้มีเงินทุนเยอะ ตลาดชาบูระดับกลางยังมีช่องว่าง จึงเลือกเข้ามาทำธุรกิจชาบู ผู้บริหารคือ คุณเฟิร์น–นัทธมน พิศาลกิจวนิช ที่บ้านมีธุรกิจสวนอาหาร เห็นปัญหาในการขยายธุรกิจ อีกทั้งรู้สึกว่า อีกไม่กี่ปีก็จะอายุ 30 จึงอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยต้องทำอะไรที่ควบคุมคุณภาพ รสชาติได้ง่าย และขยายสาขาไม่ยาก การทำร้านสุกี้/ชาบู จึงตอบโจทย์ จุดเด่น โลโก้ สไตล์ร้าน รวมถึงชื่อแบรนด์ มีการนำเอาชื่อสัตว์มาตั้ง สีเหลือง สีธีมร้าน ปัจจุบันมี 5 สาขา นั่งทานที่ร้าน บุฟเฟ่ต์ชาบู ซูชิ ซีฟู้ด และเนื้อวากิว มักเปิดในห้าง หรือคอมมูนิตี้มอลล์ บริการเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะ เวลาเปิด-ปิด ตามเวลาทำการของห้าง โลโก้ สไตล์ร้าน รวมถึงชื่อแบรนด์ มีการใช้คำง่ายๆ ติดปากคนมาตั้ง สีแดง สีธีมร้าน ปัจจุบันมี 32 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล บุฟ
“เทกแอ๊กชั่นเร็ว-ขอโทษอย่างจริงใจ” วิธีบริหารงานสไตล์ เพนกวิน อีท ชาบู จากกรณีข่าวร้านดัง เพนกวิน อีท ชาบู ประกาศปิดร้านทุกสาขา 1 วัน หลังลูกค้าพบเนื้อหมูผิดปกติ (อ่านข่าวก่อนหน้า คลิก) ต้องยอมรับเลยว่า คุณต่อ–ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน เพนกวิน อีท ชาบู มีการ เทกแอ๊กชั่น หรือ ตอบสนองแก้ไขปัญหาต่อกรณีผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ พาไปย้อนดูจุดเริ่มต้นของร้าน เพนกวิน อีท ชาบู ที่กว่าจะมีวันนี้ได้ บอกเลยว่าผ่านมาหนักเอาการอยู่เหมือนกัน ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน มีร้านชาบูเล็กๆ ถือกำเนิดขึ้นโดยสองพี่น้อง คุณต้น-คุณต่อ ที่ทั้งคู่ต้องลุกขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วยความจำเป็น โดยได้ตัดสินใจทำธุรกิจร้านอาหาร เพราะไม่ได้มีเงินทุนเยอะ อีกทั้งเมื่อลองทำรีเสิร์ชดูแล้ว ตลาดชาบูระดับกลางยังมีช่องว่าง ผู้เล่นในตลาดยังทำอะไรเดิมๆ ทั้งคู่คิดว่าต้องสร้างความต่างให้ตัวเอง ทั้งโลโก้ สไตล์ร้าน หรือชื่อแบรนด์ จึงนำเอาชื่อสัตว์มาตั้ง เพราะแค่ได้ยินครั้งเดียวคนก็จำได้แล้ว ร้านอาหารหนึ่งร้าน ต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำอยู่ที่ 3-5 ล้านบาท แต่ทั้งคู่ สามารถเปิดร้านสาขาแรกที่สะพานควายด้วยเ
