ร้านอาหาร
นศ. ปี 4 แบ่งเบาภาระพ่อแม่ เปิดร้านยำออนไลน์ ส่งดีลิเวอรี่ หาค่าขนมระหว่างเรียน เพราะอยากหารายได้ระหว่างเรียน ทำให้ น้องจิ้ว-ธนัชพร รัตนชมภู วัย 22 ปี นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดร้านยำออนไลน์ ธุรกิจเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดตัวได้เพียง 2 เดือน เป็นของตัวเอง นักศึกษาสาวปี 4 เล่าให้ฟังว่า อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองมานานแล้ว เพราะอยากมีรายได้ระหว่างเรียน เป็นค่าขนมเล็กๆ ที่หาได้ด้วยตัวเอง เธอเลือกเปิดร้านยำ เพราะกำลังเป็นเทรนด์ของกินที่กำลังมาแรงมากๆ ในตอนนี้ อีกทั้งยังมีฝีมือการยำรสเลิศ ที่ได้รับการยืนยันจากเพื่อนๆ แล้วว่า อร่อย ทำให้เธอตัดสินใจเปิดร้านยำออนไลน์ “ยำลูกอีดอก” ซึ่งชื่อนี้มาจาก บุคลิกของเธอที่เป็นคนแรงๆ อีกทั้งชื่อนี้ยังสะท้อนถึงความร้อนแรงของยำ “ถ้าเปิดหน้าร้าน ต้องใช้เงินทุนสูงในการเช่าพื้นที่ เลยอยากลองทดลองตลาดด้วยการขายออนไลน์ ที่สำคัญ ยังเรียนอยู่กลัวว่าเปิดหน้าร้านแล้วจะไม่มีเวลา และขายออนไลน์ก็มีข้อดีเหมือนกัน คือ สะดวกกับลูกค้าในการสั่งออร์เดอร์ ไม่ต้องเสียค่าเช่าหน้าร้าน ช่วยเซฟเงินไปได้มาก” น้องจิ้ว บอกถึงเหตุผลของการเปิดร้านยำออนไลน์ เมื่อ
ตอบโจทย์ชีวิตเร่งรีบ “บ๊ะจ่าง แด๊ดดี้ส์ โฮม” ใส่ถ้วย กินง่าย ไม่เลอะมือ พูดถึง “บ๊ะจ่าง” ชื่อนี้สำหรับคนรุ่นใหม่คงจะไม่คุ้นหูกันมากนัก แต่สำหรับคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน ถือว่า บ๊ะจ่าง เป็นอาหารครบรส คาวก็ได้ หวานก็ดี ทำจากข้าวเหนียวนำมาผัดน้ำมัน มีไส้หมูเค็มหรือหมูพะโล้ กุนเชียง ไข่เค็มเฉพาะไข่แดง กุ้งแห้ง เห็ดหอม เป็นต้น ห่อด้วยใบไผ่แล้วนึ่งให้สุก แต่สมัยใหม่นี้ ขั้นตอนการทำพลิกแพลงไปเล็กน้อย จากห่อด้วยใบไผ่ ได้เปลี่ยนมาใส่ถ้วย ทานง่ายขึ้น ที่สำคัญ ไม่เลอะมือ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีทีเดียว “บ๊ะจ่าง แด๊ดดี้ส์ โฮม – Daddy’s Home” ชื่อแบรนด์แสนน่ารักที่ลูกสาว วัย 30 บอกว่ารสชาติความอร่อยมาจากรสมือคุณพ่อคุณแม่ของเธอ คุณพราว-ภูริตา วงศ์พานิช ซีเนียร์สาวด้านกราฟิกดีไซน์ วัย 30 ปี เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวของเธอชอบทำอาหาร โดยเฉพาะคุณพ่อ ได้รับคำชมไม่ขาดปากจากเพื่อนๆ ญาติๆ ที่แวะเวียนมาชิมฝีมืออยู่บ่อยๆ หนึ่งในเมนูที่ชอบทำมากที่สุดคือ บ๊ะจ่าง ทำทานกันเองง่ายๆ ด้วยการใช้หม้อหุงข้าวโดยไม่ห่อใบไผ่ “เราชินกับสูตรไม่ห่อใบไผ่ของพ่อ หลายคนชิมก็บอกว่าอร่อย ชอบที่ไม่มีกลิ่นใบ
30 ร้านเชฟชุมชนทั่วไทยพร้อมเสิร์ฟ ชวนนักท่องเที่ยวสายกินสัมผัสอาหารถิ่นรสเด็ด ร่วมทริปไปกับ “Local Chef Journey” จากความสำเร็จของโครงการเชฟชุมชนเพื่อท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนในปี 2561 โดยความร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือจีซี ซึ่งได้ร่วมกันตอกย้ำนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ที่มุ่งส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารให้กับประเทศไทย ขณะนี้ 30 ร้านเชฟชุมชนในทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เชียงแสนไปจนถึงเบตงได้จัดตั้งสำเร็จแล้วโดยพลังจากชุมชน การฝึกอบรมของเหล่าเซเลบริตี้เชฟจิตอาสา และองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ที่ได้ร่วมเป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำระบบการพัฒนาชุมชนอย่างใกล้ชิด บริษัท เทสท์อิงค์ เอเชีย จำกัด และ โรงเรียนการอาหารไทย เอ็มเอสซี ในฐานะผู้บริหารงานโครงการ ซึ่งนอกจากชุมชนเหล่านี้จะได้องค์ความรู้ในการประกอบอาหารไทยและธุรกิจร้านอาหารในชุมชนแล้ว ยังได้เครือข่ายชุมชนจากทุกภาคทั่วประเทศไทยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และ
เห็นแล้วต้องร้อง หูยยย… ที่สุดของ หมูกรอบ ไข่ดองน้ำปลา ยั่วสะกดจิต ตามด้วยเนื้อโคขุน ชุ่มฉ่ำ ทำน้ำลายสอ ใครยังไม่โดน ควรโดน! Baan Progressive Thai Cuisine ร้านอาหารไทยเล็กๆ ริมถนน ใกล้กับ BTS ราชเทวี ในซอยพญานาค ที่นั่งไม่เกิน 20 เก้าอี้ แถมครัวขนาดเล็กกะทัดรัดนี้ ดูเป็นบ้านอันแสนอบอุ่นขัดกับปริมาณลูกค้าที่มารอต่อคิวกันซะเหลือเกิน “ใส่ใจกับวัตถุดิบ สำคัญสุด ต้องให้เกียรติวัตถุดิบ” คะณานน คนดี หรือ เบนซ์ เชฟเจ้าของร้านกล่าวไว้อย่างหนักแน่น ร้านเล็กๆ นี้สร้างขึ้นจากความครีเอทของ คะณานน คนดี(เบนซ์) และ ณัฐรัตน์ แซ่ลิ้ม(เบลล์) เชฟ 2 คน ที่รักในหมูกรอบและอยากเห็นคนกินมีความสุข คะณานน เล่าว่า “เบลล์เป็นเชฟของหวานจากกอร์ดอง เบลอ ส่วนผมป็นเชฟของคาว ผมเรียนอยู่ที่นอร์เวย์ 10 ปี ทำงานเป็นเชฟอยู่ประมาณ 3-4 ปี แล้วถึงตัดสินใจมาเรียนอาหารไทยที่ประเทศไทย เพราะส่วนตัวอยากเรียนอาหารที่เป็นต้นกำเนิดของเรา ก็เลยมาเจอกับเบลล์ คิดว่าสองคนมาเปิดร้านอาหารก็น่าจะโอเค” “เราอยากให้อาหารเป็นแนวที่ทันสมัยขึ้น เลยตั้งชื่อร้านว่า บ้าน โปรเกรสซีฟ ไทย คูซีน (Baan Progressive Thai Cuisine) เพราะอยากให้ชื่อร้านมันสื่อ
5 เทคนิค จับเทรนด์อาหารสู่การใช้งานจริง เพื่อผู้ประกอบการร้านอาหาร ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ เปิด 5 เทคนิคสุดสร้างสรรค์ที่ผู้ประกอบการจะนำเอาเทรนด์ไปต่อยอดกับร้านอาหารของตนเอง ได้ง่ายๆ 1) นำ “ชาม” มาเป็นส่วนประกอบของเมนูอาหาร จากเทรนด์ Food Bowl ที่เกิดจากกระแส #Bowl ในโซเชียลมีเดีย สู่การอธิบายเชิงจิตวิทยาถึงการรับประทานอาหารใน “ชาม” โดยนักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด Charles Spence กล่าวว่า “ความมหัศจรรย์ขณะที่ผู้คนโอบอุ้มภาชนะชามที่มีน้ำหนักในมือ สมองจะจินตนาการไปถึงความอร่อยล่วงหน้าแล้ว ประสาทสัมผัสจะทำงานเต็มที่ ประกอบกับกลิ่นหอมจากเครื่องปรุงที่ส่งกลิ่นเข้มข้น เสริมให้ต่อมรับรู้ทำงาน ทำให้เกิดเป็นความอร่อยล้ำกว่าเดิม” จะเห็นได้ว่านอกจากเมนูอาหารในชามที่เราคุ้นเคยอย่าง ก๋วยเตี๋ยว สุกี้ หรือราเมนแล้ว ยังจะได้เห็นเมนูข้าวหน้าต่างๆ หรือ สลัด แปลงร่างมาอยู่ในชามกันมากขึ้น สําหรับร้านอาหารสามารถประยุกต์เมนูชามอาหาร เริ่มจากการเปลี่ยนเมนูบางอย่างมาอยู่บนภาชนะดังกล่าว เลือกเอาเมนูที่จะอร่อยยิ่งขึ้นถ้าคลุกเคล้าให้เข้ากัน เช่น สลัดต่างๆ หรืออาหารรสชาติกลางๆ เพื่อให้ส่วนโค้งเว้าของช
‘อู๋ ธนากร’ ฉลองเปิดร้านใหม่ ‘เกียวโต โยชิโนะ’ ‘อ้อม-วิว-ตู่-บุ๋ม’ ร่วมยินดี ชิมเมนูเลิศรสต้นตำรับ ‘อู๋ ธนากร’ ฉลองเปิดร้านใหม่ ‘เกียวโต โยชิโนะ’ ‘อ้อม-วิว-ตู่-บุ๋ม’ ร่วมยินดี ชิมเมนูเลิศรสต้นตำรับ – ย้ายร้านใหม่ใหญ่กว่าเดิม สำหรับร้านอาหาร “Kyoto Yoshino” (เกียวโต โยชิโนะ) ของนักแสดงหล่อเข้ม ‘อู๋’ ธนากร โปษยานนท์ และผองเพื่อน ที่เนรมิตโฉมใหม่เป็นสไตล์บ้านญี่ปุ่น โดยถือฤกษ์ดีย้ายร้านมาที่โครงการสวนดอกลำเจียก วงเวียนพระราม 5 ย่านราชพฤกษ์ ให้แฟนๆ สัมผัสกลิ่นอายเมืองเกียวโต และได้ลิ้มรสชาติอาหารสูตรต้นตำรับสไตล์โอโคโนมิ ยากิ อู๋โชว์ปลายจวัก หลังย้ายบ้านใหม่มาพักใหญ่ หนุ่มอู๋ถือฤกษ์ดีในช่วงเย็นย่ำสัปดาห์ก่อน ชวนพี่น้องผองเพื่อน อาทิ อ้อม พิยดา, วิว วรรณรท, ตู่ ภพธร, บุ๋ม ตรีรัก พร้อมเพื่อนสนิทอีกคับคั่ง มาร่วมฉลองเปิดร้านกันแบบอบอุ่น งานนี้อู๋ทำหน้าที่เจ้าบ้านออกมาต้อนรับขับสู้ พร้อมปรุงเมนูเด็ดเสิร์ฟด้วยตัวเอง เรียกว่าเป็นปาร์ตี้เปิดร้านสุดฮาเฮ แต่อบอวลไปด้วยอุ่นไอของมิตรภาพ เสิร์ฟเองอีกด้วย ปลาตาเดียวย่างเกลือ แค่ก้าวเท้าเข้าร้านก็ได้กลิ่นหอมของ Okonomi Yaki (โอโคโนมิ ยากิ) หรือ พิซซ่าญี
“ข้าวมันไก่ชากังราว” เกาะสมุย ขายยาวนานกว่า 18 ปี ข้าวหอมนุ่ม-ไก่เต็มคำ-น้ำจิ้มเด็ด : คอลัมน์ จานเด็ด 77 จังหวัด ข้าวมันไก่ชากังราว เกาะสมุย – ร้านข้าวมันไก่ชากังราว เกาะสมุย เนื้อไก่แน่น ข้าวนุ่ม ที่เด็ดที่น้ำจิ้ม ขายยาวนานกว่า 18 ปี เริ่มจากรถเข็นจนกลายเป็นร้านดังบนเกาะสมุย ลูกค้าติดใจทั้งไทยและเทศ ธนภัทร ชีระจินต์ ผู้สื่อข่าว ข่าวสด จ.สุราษฎร์ธานี จะพาไปที่ร้านเพื่อพูดคุยสูตรลับกับ นายวิรัช ธรรมสอน อายุ 52 ปี เจ้าของร้าน นายวิรัช เล่าว่า เดิมเป็นชาวกำแพงเพชร แต่เดิมทำข้าวมันไก่ขายอยู่ก่อน และได้ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่อำเภอเกาะสมุย เมื่อ 18 ปีก่อน โดยคำแนะนำของเพื่อนที่มาทำธุรกิจบนเกาะสมุย เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมาก จากนั้นจึงเริ่มทำข้าวมันไก่ขาย เริ่มแรกร้านเป็นรถเข็นขายอยู่ริมถนน ที่ตำบลมะเร็ต (หาดละไม) ช่วงนั้นเริ่มมีลูกค้าประจำ และลูกค้าใหม่ๆ ก่อนบอกกันปากต่อปาก จนปัจจุบันได้ขยายร้านเป็นร้านที่มีความสะดวกกับลูกค้าได้นั่งทานกันได้ สำหรับข้าวมันไก่ของที่ร้านนั้น จะใช้ข้าวหอมมะลิ หุงด้วยสูตรของทางร้าน ทำให้มีความนุ่มหอมเวลาทาน ส่วนไก่ต้มจะใช้เป
เต็มถึงปี 64! “เรือนจรุง” ร้านอาหารไทยสุดแนว แหวกยุคออนไลน์ รับจองคิวทางจดหมายเท่านั้น ธุรกิจอาหารในประเทศไทย นับว่าเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ดูได้จากการที่มีร้านใหม่ๆ เปิดขึ้นมามากมาย ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงตามต่างจังหวัดก็เช่นกัน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้ไปเจอโพสต์ปิดจองคิวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีชื่อว่า “เรือนจรุง” ที่น่าสนใจคือ ทางเพจโพสต์ว่า ปิดรับจองคิวกินข้าวปี 2563 เป็นที่เรียบร้อย นอกจากคิวจะเต็มไปถึงปีหน้าแล้ว ความแปลกไม่เหมือนใครอยู่ที่การจองคิว โดยการ “เขียนจดหมาย” ที่มีทั้งจากในและต่างประเทศ เขียนเข้ามาจองคิวกันอย่างล้นหลาม แต่ก็ไม่ใช่ว่า เขียนส่งมาไว เท่ากับได้คิวเข้าทานอาหารในร้านนะ เพราะ “ลุงเหมียว” เจ้าของร้านสุดติสต์ เขาจะคัดเลือกคิวทานอาหาร จากจดหมายที่เขียนมาได้ถูกใจเขาที่สุด และจะเขียนตอบและส่งจดหมายไปแจ้งให้ทราบทุกคนที่เขียนเข้ามาจองคิวด้วย หากใครสนใจอยากทาน สามารถเข้าไปสอบถามได้ที่เพจ เรือนจรุง Ayutthaya real chillin house
ข้าวมันไก่ 10 บาท จัดเต็มข้าวนุ่ม-ไก่แน่น-น้ำจิ้มรสเด็ด แถมซุปไม่อั้น พร้อมสีสันบริการสุดประทับใจ “อำนวย เชาว์เฟื่องกิจ” หรือ โกนวย คุณลุงใจดีวัย 73 ปี ผู้ริเริ่มตำนานข้าวมันไก่ 10 บาท ในตรอกเล็กๆ ตรงข้ามโรงพยาบาลเลิดสิน ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร โกนวยขายข้าวมันไก่ราคาสวนกระแสเศรษฐกิจแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 32 ปีแล้ว และยืนยันว่าจะไม่ปรับราคาขึ้น ไปจนตาย “ผมเริ่มต้นขายตั้งแต่สมัยนู้น 10 บาท มันก็โอเค ประกาศขายราคานี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมไม่อยากผิดคำพูด ก็เลยขายมันราคานี้มาตลอด ความจริง 10 บาท นี่ขายยังไงก็กำไรแน่นอน ดีกว่าขายจานละ 30-40 อีก” ลูกค้าประจำของร้านโกนวยมักจะมาสั่งปริมาณเยอะๆ แค่จานเดียวจบ แต่ลูกค้าใหม่ที่อยากมาลองกินส่วนใหญ่จะสั่งจานละ 10 บาท 2-3 จานขึ้นไป โกนวยแอบกระซิบบอกว่า ความจริงสั่งแบบ 10 บาท หลายๆ จานจะได้ไก่เยอะกว่านะ (หัวเราะ) “ตอนนี้ที่ขายอยู่จะมี 10 บาท 20 บาท 30 บาท ใหญ่สุดเลย 40 บาท ลูกค้าประจำที่มาจะขอสั่งแบบ 50 บาทก็มี ซึ่งราคานี้มันไม่มีในเมนู ต้องเป็นลูกค้าที่รู้จักร้านแล้วเคยมาถึงจะสั่งราคานี้” ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์โกนวยจะตื่นตอน 5 ทุ่มครึ่ง เตรียมหุงข้าวพร้อมน้ำซ
ขายได้แค่วันละจาน! แม่ค้าขนมจีนในโรงเรียนทุกข์หนัก ตั้งกระทู้ปรึกษา ชาวเน็ตแนะ เปลี่ยนเมนูด่วน เป็นเรื่องทุกข์ใจของคนทำมาค้าขาย โดยเฉพาะร้านอาหาร ที่แม่ค้าตั้งใจคัดสรรวัตถุดิบ ปรุงรสด้วยความละเมียดละไม แต่ไหงพอถึงวันเปิดร้านกลับขายไม่ได้เสียอย่างนั้น อย่างแม่ค้าสาวรายนี้ทุกข์ใจถึงขั้นตั้งกระทู้พันทิปขอคำปรึกษา ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมาเธอเปิดร้านขายขนมจีนในโรงอาหารของโรงเรียนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 2,000 คน ซึ่งทางโรงเรียนแบ่งเวลาในการให้เด็กมาพักกลางวันแต่ระดับๆ ไล่กันไป โดยอาหารที่แม่ค้าสาวรายนี้ขาย คือ ขนมจีนน้ำยา มีเท้าไก่ มีเนื้อบ้าง เลือดบ้าง ซึ่งเธอมั่นใจว่าฝีมืออร่อย เน้นความสะอาด ถูกต้องตามหลักสุขอนามัย ขายราคาเท่ากันทุกร้านคือ 20 บาท เธออธิบายต่อว่า ในโรงเรียนมีร้านเดิมเจ้าเก่าที่ขายมาก่อนแล้ว คือ ร้านก๋วยเตี๋ยว 4 ร้าน ขนมจีน 1 ร้าน (ร้านตนเป็นร้านใหม่เพิ่งเริ่มขายเมื่อวันที่ 16 พค ที่ผ่านมา รวมเป็น 2 ร้าน) ข้าวราดแกง 2 ร้านน้ำ 1 ร้าน และร้านขนมจิปาถะ 1 ร้าน หลังเปิดร้านขาย แม่ค้าสาวพบปัญหา เปิดเทอมวันแรก เธอเตรียมเส้นขนมจีนไป 10 กิโล พอขายได้บ้าง
