เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ใครจะเชื่อว่า “งานบ้าน” ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นงานพื้นฐานธรรมดา จะกลายเป็นธุรกิจใหม่ที่มีคิวจองยาวข้ามปี และพาให้หญิงสาวคนหนึ่งเติบโตมีรายได้มั่นคง เปลี่ยนชีวิตตัวเองและเปลี่ยนชีวิตลูกค้านับพันราย โอกาสนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะพาไปพูดคุยกับ คุณอิม–อิมยาดา เรือนภู่ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “แมวบิน” ธุรกิจจัดระเบียบบ้านระดับพรีเมียม ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “นักจัดระเบียบบ้านเจ้าแรกของเมืองไทย” ในคอลัมน์ #YoungEntrepreneur “เติบโตมาในครอบครัวผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้คุ้นชินกับอาคาร บ้าน ห้อง และความเป็นระเบียบตั้งแต่เด็ก และความที่เป็นครอบครัวใหญ่ หลายชีวิต หลานสาวเยอะ และหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่สุดของคนจนในยุคนั้น คือ การสอนงานบ้าน ทุกวันจึงต้องทำงานบ้านเป็นวินัย ฝังเป็นเลือดเนื้อไปแล้ว” คุณอิม เกริ่นบทสนทนา ก่อนเล่าต่อ เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย เธอเลือกเรียน คณะการโรงแรม ม.รังสิต เพราะหลงใหลสถาปัตยกรรม ความเนี้ยบ ความเรียบร้อยของพื้นที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว หลังเรียนจบ ทำงานในวงการอสังหาริมทรัพย์จนถึงช่วงโควิด ที่ทุกอย่างสั่นคลอน ทั้งงาน การเงิน และอนาคต “ตอนนั้นคิดว่า ต้องมีอาชีพเสริม ทำอะไรก็ได้ที่เป็นต
เมื่อไม่นานมานี้ จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ของคนรุ่นใหม่ ชิงรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” ปรากฎผลงาน “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” ของวิทยาลัยการอาชีพอัมพวา จ.สมุทรสงคราม “เข้าตา” กรรมการมากที่สุด สำหรับทีมนักประดิษฐ์ผลงานครั้งนี้ ประกอบด้วย นายธีระเมท หับเผย นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ นายอาทิวราห์ สลีสองสม นักเรียน ปวช.2 ช่างยนต์ น.ส.พิมลรัตน์ ทับทิม นักเรียน ปวช.2 คอมพ์ มี น.ส.อรรธิกา อยู่เอี่ยม ครูสาขาตัวถังและสีรถยนต์ เป็นครูที่ปรึกษา สำหรับหลักการและเหตุผลของสิ่งประดิษฐ์เจ้าของรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมอาชีวศึกษา” นั้น เริ่มต้นจากที่ว่า ปัจจุบันมีการใช้วิธีการกำจัด “ปลาหมอคางดำ” หลายรูปแบบ เช่น การจับด้วยแห การใช้ไฟฟ้าชอร์ต หรือการใช้สารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำอื่นๆ ดังนั้น จึงมีแนวคิดในการพัฒนา “ทุ่นไล่ปลาหมอคางดำด้วยคลื่นเสียงและคลื่นกระทบ” เพื่อเป็นนวัตกรรมเชิงอนุรักษ์ ที่สามารถขับไล่ปลาหมอคางดำ ออกจากพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อน้ำ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น โครงการนี้มีความสำคัญในการช่วยลดปัญหาการรุกรานของปลาหมอคางดำ โดยใช้เทคโนโลยี
บ่มเพาะนวัตกรไทยสร้างสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน ทรู คอร์ปอเรชั่น เทคคอมปานีไทย ร่วมกับ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ประกาศผลผู้ชนะระดับประชาชนทั่วไปและสตาร์ทอัพจากเวที Final Pitching Day ของโครงการ “True CyberSafe x TrueMoney Hackathon Thailand 2025” พัฒนาโซลูชันรับมือภัยไซเบอร์ที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมต่อยอดสู่การผลักดันสตาร์ทอัพไทยให้ก้าวเข้าสู่ตลาด Crime Tech ที่กำลังเติบโตสูง โดยได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดประสบการณ์และชื่นชมผลงานนวัตกรรมจากพลังความคิดสร้างสรรค์นวัตกรไทยได้ที่เฟซบุ๊ก True Lab ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบในฐานะเทคคอมปานีของไทยที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนแนวทางความยั่งยืน ควบคู่ไปกับความร่วมมือทุกภาคส
หากพูดถึงอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี หลายคนอาจนึกไม่ออกว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ แต่ชายคนหนึ่งกลับมองเห็นอนาคต บนพื้นที่ที่ใครๆ ก็ว่า “ไม่เจริญ” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” คือเกษตรกรบ้านๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ แต่คิดการใหญ่กว่าที่ใครจะคาดถึง ชีวิตเขาผูกพันกับงานไร่นามาตั้งแต่เด็ก ปลูกอ้อย ปลูกมัน ปลูกยางพารา ทำสวนปาล์มนับร้อยไร่ เพราะเป็น “ลูกชาวสวน” อย่างแท้จริง กระทั่งมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต คือช่วงที่ได้มีโอกาสไปร่วมงานพระบรมศพรัชกาลที่ 9 และมีโอกาสสนับสนุนอาหาร เช่น มันเทศ ขนุน สับปะรด ให้ประชาชนที่มากราบถวายบังคม และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่เพียงทำให้เขา “ให้” มากขึ้น แต่ยังขยายหัวใจให้ “คิดเพื่อส่วนรวม” มากขึ้นด้วย “ผมมีโอกาส เข้าไปชมนิทรรศการของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภาพที่พระองค์เสด็จฯ ไปในทุกพื้นที่ที่ไม่เจริญ ทำให้กลับมาตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วบ้านเกิดของเรา จะทำอะไรให้ดีขึ้นได้บ้าง” คุณสำรวย บอกเสียงเรียบ และคำถามนั้นนำไปสู่คำตอบใหญ่ “เราจะพัฒนาอำเภอบ่อทอง ให้คนทั้งประเทศรู้จัก” เขาจึงวางแผนสร้าง “บ่อทองบุรี” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ และเป็นเมื
จากกรณีข่าวการจับกุม นานา ไรบีนา และการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน สิ่งหนึ่งในของกลางที่ยึดได้และได้รับความสนใจอย่างมาก คือ Ledger Nano X ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคย หรือไม่รู้จัก เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปทำความรู้จักกับอุปกรณ์สำคัญชิ้นนี้ว่าคืออะไร มีบทบาทอย่างไรในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล Ledger Nano X คืออะไร หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า แล้ว Ledger Nano X คืออะไร อธิบายง่ายๆ ว่า สิ่งนี้คือ ตู้เซฟดิจิทัลแบบพกพา หรือเรียกว่า ฮาร์ดแวร์วอลเล็ต (Hardware Wallet) ที่ผลิตโดยบริษัท Ledger ประเทศฝรั่งเศส ขึ้นชื่อเรื่องระบบความปลอดภัยระดับสูงสุดในวงการคริปโทฯ ลักษณะเครื่องมีความคล้ายคลึงกับแฟลชไดรฟ์ การทำงานของ Ledger Nano X ถูกออกแบบมาเพื่อจัดเก็บ Private Key (กุญแจส่วนตัว) ซึ่งเป็นรหัสลับสำคัญที่ใช้ในการเข้าถึงและทำธุรกรรมกับสินทรัพย์ดิจิทัลของคุณ โดยเก็บไว้ใน ชิป Secure Element ที่มีความปลอดภัยสูงระดับ CC EAL5+ ชนิดเดียวกับที่ใช้ในบัตรเครดิตหรือพาสปอร์ต เนื่องจาก Private Key ถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับ
ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การค้าแข่งขันสูง และสิ่งแวดล้อมปรวนแปรจนคนไทยต้องใส่หน้ากากทุกวัน เรื่อง “สิ่งแวดล้อม” อาจเคยเป็นเรื่องไกลตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี แต่บนเวที “TGO Forum & TCNN Conference 2025” คุณโกสินทร์ พึงโสภณ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประกาศชัดว่า ถึงเวลาแล้วที่ SMEs ไทย ต้องมอง Green Finance เป็น “เรื่องด่วน” ไม่ใช่ “เรื่องเลือกทำ” คุณโกสินทร์ เริ่มต้นแบบตรงไปตรงมาว่า สิ่งแรกที่ SMEs คิดถึงไม่ใช่ต้นไม้หรือคาร์บอนเครดิต แต่คือ “อยู่รอดได้อย่างไรในวันนี้” อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวกว่าที่คิดมาก ทั้งฝุ่นควัน อากาศร้อนจัด และเหตุการณ์น้ำท่วม ที่กำลังเกิดบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ สิ่งเหล่านี้กระทบบัญชีรายรับ-รายจ่ายโดยตรง ทั้งค่ารักษาพนักงาน หรือความเสี่ยงธุรกิจชะงักงันจากภัยพิบัติ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสภาคการเงิน กล่าวต่อว่า SMEs หลายรายอาจยังคิด “สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องรอง” ขอแค่ทำธุรกิจไปได้ก่อน แต่ในความเป็นจริง ปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังกลายเป็น “ต้นทุนแฝง” ที่ SMEs มองไม่เห็น ทั้งค่าแรงงานที่ป่วยบ่อย ความเสียหายจากน้ำท่วม และความร้
เมื่อเวลา 09.00-16.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน รัชดา อาคารซีดับเบิลยู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย หรือ TCNN ร่วมกันจัดงานใหญ่แห่งปี “TGO Forum & TCNN Conference 2025 : ขับเคลื่อน Net Zero ไทย ด้วยพลังองค์กรผู้นำ” เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงมิติเชิงนโยบาย การปฏิบัติ และนวัตกรรมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีสัมมนา การเสวนาแลกเปลี่ยน และนิทรรศการแสดงนวัตกรรม ชูเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน Net Zero Emissions สำหรับเวทีหลัก เริ่มด้วยการปาฐกถา และกล่าวเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มาเป็นองค์ปาฐก พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ โดยมี คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กล่าวต้อนรับ โดย คุณรัฐกร กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ออกมาเ
ศูนย์การค้าเมกาบางนา แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดแห่งกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก พร้อมเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตให้ทุกๆ วันมีความสุขมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด YOUR EVERYDAY MEETING PLACE ชวนเหล่าสายชิมมาเปิดโลกความอร่อยแบบจัดเต็มในงาน “THAI TOWN” ที่รวบรวมเมนูเด็ดยอดฮิตจากร้านอร่อยหลากสไตล์มาไว้ให้ครบในที่เดียว ทั้งเมนูของคาว ของหวาน อาหารทานเล่น เบเกอรี่ ไปจนถึงเมนูสไตล์พรีเมียมที่หาทานได้ยาก งานนี้รวบรวมความหลากหลายของรสชาติให้เลือกชิมกันแบบไม่ซ้ำ เดินสนุกและอิ่มเพลินตลอดงาน โดยงาน “THAI TOWN” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ – 8 ธันวาคม 2568 ณ ชั้น 1 โซนธนาคาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา พลาดไม่ได้! กับ 13 ร้านดัง ที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติ วัตถุดิบคุณภาพ และเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น มาเสิร์ฟให้ได้ชิมในงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นเมนูปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ของดีประจำจังหวัด อาหารใต้รสจัด เบเกอรี่สุดฮิต หรือขนมของฝาก เปิดประสบการณ์ลิ้มลองความอร่อยที่หลากหลาย ครบ จบ ในงานเดียว ได้แก่ เติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขส่งท้ายปีกับความอร่อยจากร้านยอดนิยมหลากหลายสไตล์ ที่เมกาบางนาตั้งใจคัดสรรมาให้ทุกคนได้ชิมแบบครบจบในที่เดียวในงาน “THAI
ศาสตราจารย์กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สภานโยบาย) ครั้งที่ 3/2568 เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะรองประธาน พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ในฐานะเลขานุการสภานโยบาย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยที่ประชุมสภานโยบายฯ ได้มีมติในนโยบายที่สำคัญเพื่อขับเคลื่อนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ การประชุมครั้งนี้ ได้มีมติและข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญหลายประการ ครอบคลุมตั้งแต่การบริหารจัดการอุทกภัย การพัฒนากำลังคน การยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ไปจนถึงมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยช่วงต้นของการประชุม ศาสตราจารย์กิตติคุณบวรศักดิ์ ไ
สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้แม้ระดับน้ำจะลดลงมาแล้ว แต่ความกังวลของประชาชนยังคงทวีมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ตามมาคือความเสียหายและภาระหนี้สิน การบรรเทาและฟื้นฟูความเสียหาย จึงเป็นเสมือนหนทางที่จะช่วยพลิกฟื้นทั้งกำลังใจและเศรษฐกิจในพื้นที่ หน่วยงานทั้งภาครัฐและสถาบันการเงิน ต่างต้องเร่งออกมาตรการเยียวยาให้ครอบคลุมทั้งด้านการดำรงชีวิต การค้า และหนี้สิน จากผลสำรวจของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ได้มีการดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชน ทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ เพื่อศึกษาความรู้สึก ความต้องการ และมุมมองของประชาชน ต่อเหตุการณ์มหาอุทกภัยภาคใต้ โดยได้สำรวจจากกลุ่มตัวอย่างทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,142 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 29–30 พฤศจิกายน 2568 พบว่า “ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.8 เห็นว่าเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้เป็น “เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ” ขณะที่ ร้อยละ 24.2 มองว่า “ไม่ใช่เหตุสุดวิสัย” และยังสามารถป้องกันหรือบรรเทาได้หากมีระบบ” 5 อันดับความต้องการเร่งด่วน ให้ช่วยเหลือ ประชาชนทุกจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อสอบถามถึงความต้องการของประชาชน พบ 5 อันดับแรกของข้อมูลสะท้อนภาวะวิกฤตของประช
