เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ธุรกิจไก่ทอดในประเทศไทยมีความคึกคักและมีการแข่งขันสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการหรือแบรนด์ต่างๆ หันมาลงเล่นในตลาดไก่ทอดกันมากขึ้น จึงเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมไก่ทอดในประเทศไทยยังคงคึกคัก เป็นเพราะคนไทยรักไก่ทอดหรือเปล่า? หรือมีอะไรมากกว่านั้น จากข้อมูลที่รวบรวมโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ ซีอาร์จี ที่รวบรวมจากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทยและยูโรมอนิเตอร์ พบว่า ตัวเลขประมาณการมูลค่าธุรกิจร้านอาหารทั้งปี 2566 จะอยู่ที่ 4.35 แสนล้านบาท เซกเมนต์หรือประเภทร้านอาหารที่มีสัดส่วนมากที่สุดก็คือ ตลาด Quick Service Restaurant หรือ QSR หากลงรายละเอียดแล้วจะพบว่า ตลาด QSR ประเภทไก่ทอดจะมีสัดส่วนมากที่สุด คือมีมูลค่าประมาณ 26,500 ล้านบาท คิดเป็น 57.8% ของกลุ่ม QSR ด้วยปัจจัยการเติบโตที่สูงขึ้นมาเรื่อยๆ ทำให้เป็นหนึ่งในการตัดสินใจของผู้ประกอบการลงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดนี้ โดยมีแบรนด์ไก่ทอดสัญชาติไทยเกิดขึ้นมามากมาย ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีความแตกต่างกันออกไปเฉพาะตัว เป็นหัวใจสำคัญในการประสบความสำเร็จในตลาดที่มีการแข่งขันสูง โดยวันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเปิด 5
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CP AXTRA ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร–โลตัส” ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้านความยั่งยืน ด้วยการได้รับ ผลการประเมิน MSCI ESG Rating ที่ขยับขึ้นจากระดับ “BBB” สู่ระดับ “A” ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2568 จาก MSCI ESG Research สถาบันประเมินดัชนี ESG ชั้นนำระดับสากล สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การได้รับการจัดอันดับระดับ “A” ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ ซีพี แอ็กซ์ตร้า ในการนำหลัก ESG มาผสานเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตควบคู่การรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น ตลอดจนสร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างยั่งยืน ซีพี แอ็กซ์ตร้า มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG ตั้งเป้าสู่องค์กรที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ผ่านโครงการสำคัญ อาทิ การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ในสาขาแม็คโคร–โลตัส และศูนย์กระจายสินค้า รวมถึงการลดขยะอาหารสู่หลุมฝังกลบให้เป็นศูนย์ผ่านโครงการ “ลดทิ้ง สร้างค่า AXTRA
การเติบโตของ “ส้มแพ็กพร้อมทาน” ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ส้มเซเว่น” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจของตลาดผลไม้ไทย เมื่อโมเดล “คัด–แพ็ก–ส่ง” จากเอสเอ็มอีสามารถขยายตัวบนเครือข่ายเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ ช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกทั้งเหนือและใต้ พร้อมเปิดภาพใหม่ของเอสเอ็มอีที่ใช้มาตรฐานค้าปลีกสมัยใหม่ต่อยอดธุรกิจท้องถิ่นให้เติบโตได้จริง หนึ่งในเอสเอ็มอีที่สามารถพัฒนาโมเดลนี้จนประสบความสำเร็จ คือ “SME ส้มเซเว่นฯ 100 ล้าน” อย่าง “เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม” ที่ร่วมพัฒนากระบวนการผลิตกับเซเว่น อีเลฟเว่น จนทำให้ “ส้มโชกุนเบตง” และ “ส้มสายน้ำผึ้งฝาง” กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมบนเชลฟ์ และสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรอย่างมั่นคง จุดเริ่มต้นโรงแพ็กส้มรายใหญ่ภาคใต้ : เส้นทางเติบโตของเถ้าแก่ส้มตัวจริง เส้นทางธุรกิจของ เกรียงศักดิ์ พิพิธภัณฑ์ หรือ เกรียงศักดิ์ เถ้าแก่ส้ม เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 จากการส่ง วุ้นน้ำมะพร้าว เข้าจำหน่ายในเซเว่น อีเลฟเว่น สาขากิม
เมื่อไหร่ที่แบรนด์ Emily’s (เอมิลี่) ขยับตัว ก็มักเป็นที่จับตามองทุกครั้ง หากย้อนไปครั้งเปิดตัว หมี่ไก่ฉีก ก็ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียลในหลากหลายแง่มุม หนึ่งในนั้นคือราคาที่หลายคนมองว่า Overpriced จากเมนูที่ดูธรรมดา แต่เอมิลี่ก็พิสูจน์ให้เห็น จนกลายเป็นเมนูฮิตที่ผู้บริโภคยอมควักเงินจ่าย อีกทั้งผู้ประกอบการยังหันไปทำขายกันเพียบ แต่คำถามเรื่องราคา Overpriced ก็กลับมาเกิดขึ้นกับเอมิลี่อีกครั้ง เมื่อแบรนด์ได้เปิดตัวเมนูล่าสุด อย่าง “ข้าวเหนียวหมูเค็ม และข้าวเหนียวเนื้อเค็ม” ที่ขายราคาเริ่มต้น 180 บาท และ 250 บาท ซึ่งมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ รวมถึงความคิดเห็นหลากหลายบนโลกโซเชียล เรื่องราวจะเป็นอย่างไร “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” จะเล่าให้ฟัง เมนูใหม่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ คือ Emily’s The Jerky เป็นเนื้อหมูคุโรบูตะและเนื้อวากิวหมักซอสสุดพิเศษกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อม ข้าวเหนียวนุ่ม ที่ปั้นเป็นก้อนพร้อมทาน สะดวกสบายเป็นคำๆ ไม่ต้องจกข้าวเหนียวเองให้เลอะมือ ทางแบรนด์ได้คัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน อย่างหมูคุโรบูตะ เนื้อหมูสายพันธุ์จากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความนุ่ม อร่อย และเนื้อวากิว ที่มาจ
บีดีเอ็มเอส–สมิติเวช เปิดตัว “Radiance MicroPad™” นวัตกรรมเมดิคัลเกรดความงามครั้งแรกของไทย แผ่นแปะเข็มจิ๋ว ที่ผสานการนำพา Visible Light ฟื้นฟูผิว ไม่เจ็บ ไม่มีระยะฟื้นตัวหลังทำ และเห็นผลลัพธ์ได้ในครั้งแรกที่ใช้ ความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจการแพทย์ระดับประเทศ BDMS และทีมแพทย์ด้านผิวหนังจากโรงพยาบาลสมิติเวช ได้นำไปสู่การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเมดิคัลเกรดความงามครั้งแรกของไทย “Radiance MicroPad™” แผ่นแปะเข็มจิ๋วระดับไมครอนที่ผสานเทคโนโลยีการนำ Visible Light ลงสู่ผิวได้โดยตรง พร้อมปฏิวัติวงการดูแลผิวของไทย เพื่อตอบ Pain Points ของผู้เข้ารับทำหัตถการ เช่น ความกลัวเจ็บ อาการหน้าแดงบวมหลังทำ และการต้องหลบแดดหลายวัน นพ.นิธิวัฒน์ กิจศรีอุไร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท กล่าวว่า “ผู้รับบริการด้านผิวหนังมักกังวลเรื่องความเจ็บและเวลาพักฟื้น โรงพยาบาลจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดข้อจำกัดเหล่านี้ แต่ยังคงความแม่นยำและประสิทธิภาพในการรักษา ช่วยให้การดูแลผิวอ่อนโยน ฟื้นตัวเร็ว และเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ไม่ต้องหยุดกิจวัตรประจำวัน เทคโนโลยีนี้ยังเสริมศักยภาพทีมแพทย์ในการดูแลผู้รับบริการได้ครอบคลุ
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย คว้ารางวัลกลุ่ม Sustainability Excellence ในระดับ Highly Commended Sustainability Awards จากงาน SET Awards 2025 ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร โดยได้รับรางวัลทรงเกียรตินี้ตั้งแต่ปีแรกที่ผ่านการคัดเลือกเข้าชิงรางวัล สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและศักยภาพของบริษัทในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าให้สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในงานมอบรางวัล SET Awards 2025 นางสาวถนอมวงศ์ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยรางวัลดังกล่าวมอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100,000 ล้านบาท ที่ให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์กรตามแนวทางความยั่งยืน โดยรางวัลนี้ สะท้อนจากการดำเนินธุรกิจและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนทั้ง 5 ด้านของเบทาโกร อย่างโปร่งใส
“การที่เราได้เมนูปาล์มมา มันเป็นจุดบังเอิญเหมือนกัน” คุณสำรวย แสงตระวัน เจ้าของ “บ่อทองบุรี โฮมสเตย์ แอนด์ รีสอร์ท” แหล่งท่องเที่ยวสไตล์ใหม่ เรียกตัวเองเป็น “เมืองในจินตนาการ” ที่มีทั้งศูนย์การเรียนรู้ ห้องประชุม ที่พัก ร้านอาหาร ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เล่าให้ฟังถึงเมนู “เรียกแขก” ที่ไม่มีใครเหมือน อ่านเรื่องเกี่ยวข้อง : ตามรอยเท้าพ่อ! สร้าง “เมืองในจินตนาการ” ดึงดูดนักท่องเที่ยว หวังปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น ก่อนเล่าต่อ ในพื้นที่รอยต่อป่า 5 จังหวัด มักมีช้าง ออกมาหากินตามไร่สวนของชาวบ้าน และ “ช้าง” นั่นเอง ที่เป็นต้นแบบของการกิน “ยอดปาล์ม” “ถ้าช้างกินได้ คนก็ต้องกินได้ ก่อนที่จะมาทำร้านอาหารในบ่อทองบุรีนี้ ผมกินยอดปาล์มมานานแล้ว เมนูแรกที่ทำคือ ยอดปาล์มผัดไข่ แล้วค่อยๆ พัฒนามาเรื่อยๆ จนได้มา ต้ม ผัด แกงทอด ทำได้หมด” เจ้าของบ่อทองบุรี เล่ายิ้มๆ อย่างไรก็ตาม กว่าที่จะรังสรรค์เมนูจาก “ยอดปาล์ม” ออกมาได้นั้น คุณสำรวย บอก ต้องผ่านการทดลองมาทุกขั้นตอนว่าทำแบบนี้กินได้ไหม ก่อนนำไปให้ทางสถานีวิจัย ทำการวิจัยคุณประโยชน์ของยอดปาล์ม ปรากฏมีข้อมูลชี้ชัด ยอดปาล์ม มีวิตามินเอ สูงมาก
ในช่วงที่โลกธุรกิจกำลังเร่งเครื่องเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายเป็นหัวใจของการทำงานในเกือบทุกอุตสาหกรรม ส่งผลให้ SMEs ไทย ต้องมองหาแนวทางใหม่เพื่อเพิ่มความเร็ว ความแม่นยำ และลดความผิดพลาดในการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน โลกก็ขยับเข้าสู่ “ฮวงจุ้ยยุค 9” (พ.ศ. 2567–2586) ซึ่งเป็นยุคที่พลังงานของสถานที่และจังหวะเวลา มีผลต่อการทำงานและสุขภาพทางอารมณ์มากขึ้นกว่ายุคที่ผ่านมา บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) โดยศูนย์เซเว่น อีเลฟเว่น สนับสนุนเอสเอ็มอี และสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย ได้เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs เชิญวิทยากรจาก 2 วงการ ผนึก 2 องค์ความรู้ ทั้ง AI และฮวงจุ้ยเชิงเหตุผล มาเป็น “คู่แนวคิด” ใหม่ให้ SMEs เตรียมพร้อมสู่ “ปีมะเมีย 2569” คุณอัจฉริยะ ดาโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI เล่าว่า SMEs ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ทุกอย่าง แต่ควรให้ AI รับหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” แก้ปัญหาที่ทำให้เสียเวลาในการทำงานประจำ ตัวอย่างเช่น การใช้ Manus AI ช่วยจัดการเอกสาร ตอบอีเมล ค้นข้อมูล หรือวางตารางงาน ทำให้ผู้ประกอบการมีเวลาไปโฟกัสงานขายและงานสร้างสรรค์มากขึ้น ไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อ
”หนูอยากกลับไปเรียนหนังสือ” เสียงเล็กๆ ที่เปี่ยมด้วยความหวังของเด็กๆ ใน จ.สงขลา หลังเผชิญเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ยังคงก้องอยู่ในใจของใครหลายคน และเพื่อส่งต่อโอกาสครั้งใหม่ให้การเรียนรู้เด็กไทยได้เดินหน้าต่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ขอเชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ “คืนอนาคตเด็กไทย” ระดมทุนช่วยเหลือนักเรียนกว่า 3,500 คน ใน 18 โรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ภายใต้การดูแลของทรู จ.สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักและครอบครัวนักเรียนได้รับผลกระทบในอุทกภัยครั้งนี้ ด้วยการร่วมสมทบทุนบริจาคเพื่อจัดหาอุปกรณ์ไอซีที สื่อการเรียนรู้ ชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการเปิดเรียน เพื่อให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง เล่นกับเพื่อนๆ และเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุข วันนี้ หลายโรงเรียนใน จ.สงขลา ยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน…ร่วมส่งต่อพลังแห่ง “การให้” ได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า โดยเงินบริจาคจะถูกส่งตรงถึงโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีภายใต้การดูแลของทรู ใ
ก่อนแสงแรกจะส่องถึงพื้นถนนของกรุงเทพฯ เสียงไม้กวาดเริ่มก้องสะท้อนในความมืดสลัวของถนนสายต่างๆ เจ้าหน้าที่กวาดถนน หรือ “พี่ไม้กวาด” คือกลุ่มคนที่ทำงานเพื่อให้เมืองสะอาดก่อนที่ใครจะเริ่มต้นวัน แต่ทุกก้าวกวาดของพวกเขาแฝงด้วยความเสี่ยง จากรถที่แล่นเร็ว ผู้ขับขี่ที่ไม่ทันระวัง ไปจนถึงอันตรายในถังขยะที่ไม่มีใครรู้ว่าซ่อนอะไรอยู่ สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขากลับบ้านได้อย่างปลอดภัยคือ “เสื้อกั๊กสะท้อนแสง” ที่สวมไว้ในทุกวัน นายนัฐพร พรายเล็ก พนักงานกวาดถนนเขตธนบุรี ทำงานตั้งแต่บ่ายถึง 3 ทุ่ม และบ่อยครั้งในช่วงเช้ามืดที่อันตรายที่สุด และช่วงหัวค่ำหลัง 6 โมงเย็นไปจนถึง 3 ทุ่มก็เสี่ยงไม่แพ้กัน เพราะแสงเริ่มน้อยลงและรถก็เริ่มหนาแน่นขึ้น เขายอมรับว่า “แค่แสงสะท้อนเล็กๆ บนเสื้อ สามารถช่วยชีวิตได้” ยิ่งในช่วงเย็นที่รถหนาแน่น การมองเห็นชัดตั้งแต่ระยะไกลคือความปลอดภัยที่พนักงานทุกคนรอคอย โดยเฉพาะเสื้อกั๊กสะท้อนแสงรุ่นใหม่ที่ผลิตจากขวด PET รีไซเคิล 11 ขวดต่อ 1 ตัว สีสดกว่ารุ่นเดิมและสะท้อนแสงได้ดี “ช่วงเช้ามืดก็กลัวเหมือนกัน บางทีคนขับรถเมากลับจากสถานบันเทิง ถ้าอยู่บนถนนจะอันตรายมาก ก็จะพยายามเลือกยืนกวาดจุด
