เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
แรงบันดาลใจจากความรักและความห่วงใยของแม่ จุดประกายสร้างธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิกสำหรับเด็กๆ ในแบรนด์ “Apple Monkey” มุ่งเน้นความปลอดภัยและถูกต้องตามหลักโภชนาการ แต่ไม่ทิ้งความอร่อยถูกปาก ส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกน้อย และสมาชิกทุกคนของครอบครัว จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ดังกล่าว ต่อยอดสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมี SME D Bank ธนาคารเพื่อเอสเอ็มอีไทย เคียงข้างสนับสนุนเงินทุนและเป็นที่ปรึกษา เสริมศักยภาพให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและเดินหน้าสู่ความยั่งยืน “คุณอัญชลี เทวะอักษร” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาหารสุขภาพดี จำกัด เจ้าของแบรนด์ “Apple Monkey” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจว่า ความสำเร็จในวันนี้ ล้วนเกิดจาก “หัวใจของความเป็นแม่” ย้อนกลับไป 17 ปีก่อน หลังจากลูกชายตัวน้อยรับสารอาหารจากน้ำนมแม่ครบ 6 เดือน และเริ่มเข้าสู่วัยหัดกินอาหาร เธอมองหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำเร็จรูปในท้องตลาด แต่กลับพบว่า ลูกมีอาการแพ้อาหารและผื่นขึ้นตามตัว แม้จะเปลี่ยนยี่ห้อหรือสูตรอาหารก็ไม่ดีขึ้น ความห่วงใยของคนเป็นแม่ กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอทุ่มเทศึกษาและลงมือทำอาหาร
คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ชวนเหล่าแฟนคลับต้อนรับเทศกาลปีใหม่ พร้อมร่วมสัมผัสความหอมอร่อยครั้งแรกในไทยของมัทฉะจากดินแดนต้นกำเนิด ในคอลเล็กชัน Try On! Matcha Doughnuts 2 แบบ 2 สไตล์ ให้เลือกฟินกันอย่างเต็มที่ เริ่มที่ มัทฉะ พรีเมียม คลาสสิค (Premium Classic Matcha) โดนัทออริจินอล เกลซ เคลือบด้วยช็อกโกแลตมัทฉะ สอดไส้ครีมมัทฉะรสกลมกล่อม โรยผงมัทฉะด้านบนเพิ่มความหอมดับเบิ้ลในทุกคำ และ โตเกียว มัทฉะ ถั่วแดง (Tokyo Matcha Red Bean) โดนัทออริจินอล เกลซ เคลือบมัทฉะหอมเข้ม ประดับด้วยถั่วแดงเนื้อละมุน โรยดัสติงชูการ์ให้กลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบต้นตำรับ กลายเป็นคู่หูเลิศรสที่คงความหอมกรุ่นของมัทฉะกับความหวานละมุนและเนื้อสัมผัสของถั่วแดงไว้ในคำเดียว มอบช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีให้พิเศษยิ่งขึ้นกับ “Krispy Kreme Try On! Matcha Doughnuts” ในราคาเพียง ชิ้นละ 35 บาท หรือจะเลือกซื้อแบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (มัทฉะ โดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซต ในราคาเพียง 315 บาท (มัทฉะ โดนัท 4 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 2 ชิ้น และออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น) ตั้งแต่ 15 ธันวาคม 2568 – 18 มก
ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการทหารกับกัมพูชา ส่งผลให้มีผู้อพยพหลบหนีจากพื้นที่การสู้รบเข้ามาในศูนย์อพยพจำนวนมากกว่า 100,000 คน วิกฤตด้านสุขภาพจิตของผู้ประสบภัยสงครามกำลังทวีความรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน บริษัททองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง ได้เร่งส่งมอบเครื่องมือเทคโนโลยี Virtual Reality (VR) สำหรับการบำบัดและฟื้นฟูสุขภาพจิต “NeuroSight” ให้กับทีมเยียวยาจิตใจ MCATT (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team) โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ เพื่อช่วยดูแลผู้ที่ประสบความเครียด บาดแผลทางใจ และวิตกกังวลจากสถานการณ์สงคราม แพทย์หญิงธีรธร ทองก้อนใหญ่ กรรมการบริษัท ทองก้อนใหญ่ โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า “สถานการณ์ความขัดแย้งทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาในขณะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียทางกายภาพ แต่ยังทิ้งบาดแผลทางจิตใจที่ลึกซึ้งแก่ประชาชนที่ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่สงคราม ผู้อพยพกว่า 100,000 คนที่หลั่งไหลเข้ามาในศูนย์อพยพล้วนประสบกับความบอบช้ำทางจิตใจ บางคนเห็นความรุนแรง สูญเสียคนที่รัก หรือถูกคุกคามต่อชีวิต สภาวะเหล่านี้นำไปสู่ความเครียดเฉียบพลัน (Acute S
ไทเชฟ (ThyChef) ผู้นำด้านผงโรยอาหารและผงชงเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่รับเทศกาลปีใหม่กับ “ผงปรุงรสข้าวโพดหวาน” รสชาติที่ 39 เพื่อตอบโจทย์น้องๆ ที่อยากลองชิมผงปรุงรสไทเชฟ แต่เนื่องจากรสชาติทั่วไปที่จัดจ้าน เผ็ดร้อน จึงออกผงปรุงรสสูตรใหม่โดยมีจุดเด่นที่ความเข้มข้น หอม หวาน เอาใจเด็กๆ โดยเฉพาะ วิธีใช้งานง่ายแค่คลุก หรือโรยในอาหารที่ปรุงสุกแล้วก็อร่อยได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด ป๊อปคอร์น เฟรนช์ฟรายด์ หรือมันฝรั่งทอด ก็เปลี่ยนให้เป็นเมนูทานเล่นรสชาติใหม่ ที่ทั้งหอมมันและกลมกล่อม แบบฟีลเหมือนยกไร่ข้าวโพดมาไว้ในบ้าน ถูกใจทั้งเด็กๆ และคุณแม่สายกิน สายทำเองที่บ้าน ไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าที่อยากเพิ่มลูกเล่น และเสน่ห์ให้เมนูอาหาร สร้างความแตกต่าง และโอกาสทำกำไรในช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยไอเดียง่ายๆ ไม่ซ้ำใคร แต่ขายได้จริงในสไตล์ไทเชฟ นอกจากนี้ ไทเชฟยังมีผงโรยอีกหลากหลายรสชาติให้เลือกสรร อาทิ รสบาร์บีคิว, ปาปริก้า, ชีส, ต้มยำ และวิงก์แซ่บ ฯลฯ สำหรับผู้ที่สนใจผงปรุงรสข้าวโพดหวานในขนาด 200 กรัม และขนาดใหญ่ 450 กรัม สามารถหาซื้อได้ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อทางออนไล
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรร้านอาหารที่แข็งแกร่งอย่าง MAGURO Group ผู้นำธุรกิจกลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น–เอเชีย ระดับ Premium Mass เปิดตัวแคมเปญฉลองครบรอบ 10 ปี “KTC x MAGURO Group 10th Anniversary” ตอกย้ำถึงคุณภาพของอาหารระดับพรีเมียมในราคาที่คุ้มค่า และหลากหลาย มุ่งเป้าขยายฐานลูกค้าในหมวด Dining ของเคทีซี ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่เน้น “คุณค่าและประสบการณ์” นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ MAGURO Group ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มาจากการยืนหยัดบนปรัชญา “Give More” การทำให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่เหนือความคาดหวังเสมอ รวมถึงการเปิดตัว “Give More+ Club” ระบบสมาชิกลูกค้า ที่สามารถใช้ได้กับทุกแบรนด์ร้านอาหารภายในเครือ ซึ่งความร่วมมือกับเคทีซีในครั้งนี้ช่วยต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ด้วยแคมเปญมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกทุกแบรนด์ในเครือของเรา ช่วยให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่อร่อย คุ้มค่า และเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น ตั้งแต่แบรนด์หลักอย่าง M
LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญส่งท้ายปี “Sally’s Adventure” เติมสีสันให้แท็บ LINE Wallet ด้วยการพาคาแร็กเตอร์สุดเลิฟ “Sally” จาก LINE FRIENDS มาร่วมผจญภัยผ่านมินิเกมสุดคิวต์เป็นครั้งแรก ต่อยอดกระแส Play Economy ที่มาแรงทั่วโลก เปลี่ยนการใช้งานแท็บ Wallet ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุกในทุกวันกับไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ครบจบทุกเรื่อง มอบ WOW! Moment ต่อเนื่องตลอด 10 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-25 ธันวาคม 2568 เท่านั้น ครั้งแรกของการใช้ Sally พาผู้ใช้ผจญภัยบนแท็บ Wallet คาแร็กเตอร์ LINE FRIENDS เป็นที่รักของผู้ใช้ทั่วโลกมาตั้งแต่ยุค LINE STICKERS ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างน่ารักจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในชีวิตประจำวัน และถูกพัฒนาต่อยอดสู่บริการและสินค้าหลากหลายรูปแบบ จนสร้างความผูกพันกับคนไทยอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะ “Sally” เจ้าลูกเจี๊ยบสีเหลืองไซซ์จิ๋วแต่ใจใหญ่ บัดดี้ของบราวน์ ที่กลายเป็นไอคอนขวัญใจใครหลายคน ด้วยความสดใสและบุคลิกที่เข้าถึงง่าย ทำให้เกิด Emotional Connection กับคนไทยมายาวนาน การปรากฏตัวของ Sally ในแคมเปญนี้จะมารับบทเป็นไกด์นำทาง พาผู้ใช้ร่วมทำภารกิจผ่านมินิเกมสุดคิวต์บนแท็บ LI
บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เดินเกมรุกครั้งสำคัญสู่ตลาดโลจิสติกส์พัสดุขนาดใหญ่ (Bulk Product) เปิดตัวบริการใหม่ “KEX Bulky” บริการจัดส่งพัสดุขนาดใหญ่พร้อมติดตั้งถึงที่แบบครบวงจร เพื่อตอบรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ออกกำลังกาย และสินค้าไลฟ์สไตล์ ซึ่งขยายตัวต่อเนื่องจากแรงหนุนของอีคอมเมิร์ซ การฟื้นตัวของกำลังซื้อ และการเข้ามาลงทุนของผู้ประกอบการต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน ในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากการซื้อของชิ้นเล็กสู่การสั่งซื้อสินค้าขนาดใหญ่ทางออนไลน์มากขึ้น ตั้งแต่ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ฟิตเนส ส่งผลให้ “ตลาดพัสดุขนาดใหญ่” กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่เติบโตเร็วที่สุดของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อย่างไรก็ดี แม้ดีมานด์จะพุ่งสูง แต่ผู้ประกอบการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำยังต้องเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งปัญหามาตรฐานการขนส่งที่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ เครือข่ายที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ ความเสียหายระหว่างขนย้าย และการต้องแยกใช้ผู้ให้บริการหลายรายระหว่างขน
ในยุคที่วิถีชีวิตคนไทยต่างมีไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบทำให้อาหารพร้อมรับประทานเป็นที่นิยมมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มนิยมบริโภคเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่ในใจคนไทยยังคงโปรดปรานรสชาติเมนูอาหารในบ้านที่คุ้นเคยอยู่เสมอ ซีพีแรม ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน จึงตอบโจทย์ความต้องการนี้ด้วยเมนูยอดฮิตที่แทบทุกคนต้องเคยลิ้มลองกันมาแล้ว นั่นก็คือ “ข้าวกะเพราถาดสีแดง ใน 7-Eleven” ที่ยังคงความอร่อยจัดจ้าน หอมกลิ่นใบกะเพรา พร้อมรสเผ็ดซ่า อันเป็นเอกลักษณ์ของซีพีแรม ซึ่งวันนี้เราจะมาไขความลับความอร่อยของข้าวกะเพราซีพีแรม พร้อมเจาะลึกแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เป็นมากกว่าการสร้างสรรค์รสชาติ แต่คือความมั่นคง-ความยั่งยืนทางอาหารที่แท้จริง ปัจจุบัน เมนูข้าวกะเพราของซีพีแรม มีกำลังการผลิตรวม 5.6 ล้านถาดต่อวัน และใช้ใบกะเพราสดวันละมากกว่า 1.36 ตัน (เฉพาะใบ) โดยเมนูกะเพรายอดนิยม 3 อันดับแรกคือ ข้าวกะเพราไก่คั่ว ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และข้าวกะเพราหมู ซีพีแรม ให้ความสำคัญกับใบกะเพราอย่างมากซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลัก เพราะเป็นวัตถุดิบหลักที่เป็นกุญแจสำคัญต่อรสชาติ แต่ถึงแม้กะเพราจะเป็นพืชที่ปลูกง่าย
บทความโดย : ดร.ยศพิชา คชาชีวะ กูรูวงการอาหาร “อยากได้สูตรน้ำคลุกหมี่อร่อยๆ ค่ะ เอาไปทำขายค่ะ” บ่อยครั้งที่บรรดา FC ของแม่บ้านทันสมัยถามเข้ามาทางออนไลน์ ซึ่งผมมีไว้ทั้ง Facebook Line Instagram E-mail TikTok และเว็บไซต์แม่บ้านทันสมัย บางอย่างก็ทำมาเกิน 10 ปีแล้ว โดยเฉพาะเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามประมาณ 3 หมื่นกว่าคน นับว่ามากพอควรสำหรับเพจที่ไม่ได้ใช้เงินโฆษณามากมายอะไร แต่แล้ววันดีคืนดี หลังจากที่ผมรอดปากเหยี่ยวปากกามาได้เป็นสิบปี เฟซบุ๊กแม่บ้านทันสมัยโดนแฮกไปเรียบร้อย แถมคนแฮกยังส่งเมสเสจมาเยาะเย้ยว่า “ตอนนี้ไอซื้อเพจยูแล้วนะ” คงทำนองว่าถ้าอยากได้คืนให้จ่ายเงินซื้อกลับ นอกจากเพจเฟซบุ๊กที่โดนแฮกไปแล้ว แสบกว่านั้นคือเจ้าคนแฮกคงเอารูปโป๊ไปใส่ ทางเฟซบุ๊กส่งคำขาดมาว่าเพจนี้ทำผิดจริยธรรมจึงระงับใช้บัญชีของผม รวมไปถึงเพจลูกอื่นๆ อินสตาแกรม ทุกหน้า ชื่อผมเข้าไปทำอะไรไม่ได้เลย แต่ตัวหน้ายังอยู่ สุดท้ายผมเลยเปิดเพจส่วนตัวใหม่ และแม่บ้านทันสมัยใหม่ ช่วยกันติดตามหน่อยครับ https://www.facebook.com/Modernwoman.cooking.school/ เพจแม่บ้านทันสมัยเก่าตอนนี้กลายเป็นเพจคนเลี้ยงปลาวาฬอนุรักษ์สัตว์ไปซะแล้ว เพราะฉะน
“ไม่มีข้อแม้ในการเริ่มต้น” คำพูดแสนธรรมดาที่อาจจะดึงชีวิตของคนกำลังหมดไฟให้มีแรงฮึดขึ้นสู้ได้อีกครั้ง เรื่องราวแสนอบอุ่นที่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ นำมาเล่าในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของ New Chapter แม้จะผ่านมรสุมชีวิตมามากสักเพียงใด แต่เขาก็เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ตกงาน แต่ไม่ ตกใจ ลุงเจี๊ยบ-บรรยเวกษก์ ประยูรเวช อายุ 54 ปี เจ้าของร้าน “ลุงเจี๊ยบเบอร์เกอร์” และเป็นเจ้าของเรื่องราวในวันนี้ เขาเล่าให้เราฟังว่า ก่อนหน้าที่จะมาเป็นพ่อค้าขายเบอร์เกอร์ ทำอาชีพเป็นเซลส์ขายรถมาก่อน อยู่ในวงการสินเชื่อ ไฟแนนซ์ แต่ในท้ายที่สุด ชีวิตต้องมาพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อปี พ.ศ. 2540 ในขณะนั้นประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตฟองสบู่แตก คำว่า “ตกงาน” ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วเป็นแน่ ถึงแม้จะตกงานเขาก็ไม่ได้ “ตกใจ” เพราะได้เตรียมความพร้อมไว้อยู่แล้วว่าจะทำอะไรต่อไป หลังจากตกงาน จึงตระเวนเปิดท้ายขายของไปเรื่อยๆ จนมาเข้าวงการเบเกอรี่กับภรรยา เริ่มทำขนมปัง ทำโดนัทขาย ประจวบเหมาะกับมีโอกาสได้เข้าไปขายของในโรงเรียนประจำจังหวัด ขายอยู่ที่โรงเรียนได้สิบกว่าปี มาจนถึงช่วงโควิด-19 เรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในช
