เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
NTT DATA ผู้นำระดับโลกด้านบริการธุรกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี และ Fortanix® Inc. ผู้นำระดับโลกด้านความปลอดภัยของข้อมูลในยุค AI ประกาศความร่วมมือระดับโลก เพื่อช่วยองค์กรปกป้องข้อมูลสำคัญ รับมือภัยคุกคามจาก AI ที่กำลังเกิดขึ้น และเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายด้านการเข้ารหัสในยุคหลังควอนตัม ภายใต้ข้อตกลงนี้ NTT DATA จะเปิดตัวบริการ Cryptography-as-a-Service ใหม่ ในกลุ่มบริการด้าน Data Security โดยผสานรวมแพลตฟอร์ม Data Security Manager ชั้นนำของ Fortanix เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของ NTT DATA ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับมาตรฐานการปกป้องข้อมูลที่กำลังพัฒนา และความสามารถด้านเทคโนโลยี AI ระดับโลก โซลูชันร่วมนี้ช่วยให้องค์กรรักษาความปลอดภัยของข้อมูลในสภาพแวดล้อม AI, คลาวด์ และไฮบริด พร้อมเตรียมพร้อมสำหรับยุคหลังควอนตัมด้วย ความคล่องตัวทางการเข้ารหัส (Crypto-Agility) — ความสามารถในการระบุและแทนที่การเข้ารหัสที่มีช่องโหว่ด้วยวิธีที่ปลอดภัยจากควอนตัมได้อย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มของ Fortanix ซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Confidential Computing สามารถแยกและเข้ารหัสข้อมูลในระหว่างการประมวลผล ปกป้องข
ใครที่เคยลงสนามวิ่งมาราธอนจะรู้ดีว่า “เส้นชัย” ไม่ได้เกิดขึ้นในวันแข่ง แต่เริ่มต้นจากวินัยการซ้อมทีละก้าวตลอดหลายเดือนก่อนหน้า ที่ไม่ใช่เรื่องของ “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” แต่คือการวางแผนและสร้างวินัยเล็กๆ ทุกวัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายใหญ่ในอนาคต ทุกวันนี้คนไทยจำนวนไม่น้อยยังมองเรื่องการเงินแบบ “วิ่งระยะสั้น” มีรายได้ก็ใช้หมด หรือมุ่งแก้หนี้แบบเดือนชนเดือน โดยลืมวางเส้นทางระยะยาว เหมือนนักวิ่งที่ฝืนสปรินต์ (การวิ่งระยะสั้นด้วยความเร็วสูงสุด) ตั้งแต่กิโลเมตรแรก สุดท้ายหมดแรงก่อนถึงเส้นชัย การเงินก็เช่นกัน มันคือมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งเร็วระยะสั้น “วินัย” สำคัญกว่าความเร็ว การเก็บออมเล็กน้อยทุกเดือน เปรียบเสมือนการซ้อมวิ่งทีละกิโลเมตร ไม่หวือหวาแต่มั่นคง และเมื่อทำต่อเนื่อง ก็สร้าง “ความแข็งแรงทางการเงิน” ที่พาไปถึงเป้าหมายได้จริง นักวิ่งมาราธอนต้องรู้ “เพซ” หรือความเร็วเฉลี่ยต่อกิโลเมตร เพื่อไม่ให้หมดแรงกลางทาง เช่นเดียวกับ “การเงิน” ที่เราต้องรู้ “รายได้–รายจ่าย” ของตัวเองให้ชัด วางเพดานการใช้จ่าย กำหนดสัดส่วนการออม และรู้ขีดจำกัดในการลงทุน และไม่ใช่แค่เรื่องจังหวะเท่านั้น การเตรียมตัว
LINE ประเทศไทย ตอกย้ำการเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสังคมไทย สานต่อความร่วมมือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA มุ่งส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีให้บุคลากรภาครัฐไทยอย่างต่อเนื่อง ในงาน Digital Government Summit 2025 ภายใต้แนวคิด “Leading Thailand to the Top in GovTech” แนะนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดบน LINE อย่าง LINE Bot MCP Server ผสานศักยภาพ LINE Official Account (LINE OA) เชื่อมต่อ AI Agent เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการประชาชนให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ตอบโจทย์ชีวิตยุคดิจิทัล ปัจจุบันหลากหลายหน่วยงานภาครัฐมีการใช้งาน LINE Official Account เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนไทย โดยเฉพาะการเข้ามาของ AI นับเป็นปัจจัยสำคัญทำให้บุคลากรภาครัฐควรต้องเข้าใจและรู้เท่าทันเทคโนโลยี LINE จึงร่วมกับ DGA จัดอบรมให้ความรู้และกิจกรรมเวิร์กช็อปในหัวข้อ “LINE Official Account & AI (MCP Server) for Communication” ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญจาก LINE ประเทศไทย นำโดย ฤทธิชัย วานิชย์หานนท์ หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาธุรกิจหน่วยงานภาครัฐ และ ชนกานต์ ชินชัชวาล LINE Certified Coach มาร่วมถ่ายทอดองค
นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาของโครงการคนละครึ่งพลัสในปีนี้ แกร็บเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยผู้ได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคนทั่วประเทศ ให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันแกร็บ พร้อมกันนี้ เรายังเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหาร ที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการฯ นี้ กว่า 800,000 รายทั่วประเทศ ผ่านแคมเปญพิเศษที่จัดเต็มสิทธิประโยชน์และโปรแกรมส่งเสริมการขายตลอดโครงการมากถึง 9 เด้ง ควบคู่กับการพัฒนาระบบให้ร้านค้าใช้งานได้ง่าย ทั้งการสมัคร การรับออร์เดอร์ ไปจนถึงรายงานการขาย ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสร้างยอดขายให้เติบโตแบบไม่มีสะดุด ทั้งหมดนี้เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารโดยตรง ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายเล็กและรายย่อย ไรเดอร์ รวมไปถึงทุกภาคส่วนในห่วงโซ่ธุรกิจร้านอาหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศตามนโยบาย Quick Big Win ของทางภาครัฐ ภายใต้แคมเปญ “GrabFood X คนละครึ่งพลัส ดันยอดโตสูงสุด 9 เด้ง” แกร็บเตรียมมอ
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรมสุดพิเศษ “เมืองไทยสไมล์ ฟุตบอลคลินิก” กิจกรรมที่จะเป็นส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจ เติมเต็มความฝันให้น้องๆ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและผู้ปกครอง ที่จะก้าวเข้าสู่ฟุตบอลไทย ในบรรยากาศสุดพิเศษที่สุดแห่งความประทับใจ ภายในงานมี ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ และ นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมให้การต้อนรับน้องๆ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับและผู้ปกครอง ที่เข้าร่วมกิจกรรมเมืองไทยสไมล์ ฟุตบอลคลินิก โดยในกิจกรรมดังกล่าว เมืองไทยสไมล์คลับ ได้พาน้องๆ ผู้มีความฝันและความรักในกีฬาฟุตบอล มาเพิ่มทักษะ เลี้ยง ส่ง โหม่ง ยิง แบบจัดเต็ม นำโดย “โค้ชเอ๊กซ์” วสพล แก้วผลึก โค้ชระดับโปรไลเซนส์ ถ่ายทอดความรู้และเทคนิคด้านฟุตบอล พร้อมเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ฝึกฝนความเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ กับนักฟุตบอลอาชีพสโมสรการท่าเรือ ดีกรีทีมชาติไทย ไม่ว่าจะเป็น “ต้น” ธีรศักดิ์ เผยพิมาย “ยิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ “พีม” สิทธา บุญหล้
ในยุคที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ที่เมื่อจำนวนของผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีภาระงานและเวลาที่จำกัด จึงส่งผลให้เกิดช่องว่างในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อแต่ยังขาดคนดูแลเอาใจใส่ ในช่องว่างนี้จึงเป็นโอกาสทางธุรกิจของตลาดสุขภาพ (Health & Wellness) และตลาดบริการสำหรับผู้สูงอายุ (Silver Economy) และในช่องว่างของโอกาสนี้เองที่ คุณแบงค์-ทศวรรษ บุญมา ผู้บริหาร บั้ดดี้โฮมแคร์ (Buddy Homecare) ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 และขึ้นทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้รับการรับรองตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม พ.ศ. 2562 ได้จุดประกายไอเดียธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการและสอดคล้องกับสังคมของผู้สูงอายุ โดยได้ต่อยอดธุรกิจและผุดไอเดียออกมาเป็นบริการ “เช่าลูก” บริการเช่าลูกนี้ มีที่มาอย่างไร ได้รับกระแสตอบรับจากสังคมผู้สูงอายุในไทยมากน้อยแค่ไหน เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้พูดคุยกับคุณแบงค์ ถึงที่มาที่ไป โดยคุณแบงค์ เล่าว่า บั้ดดี้โฮมแคร์ เริ่มต้นจากการเป็นโครงการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านภายใต้มูลน
MI GROUP ชวนเปิดเลนส์ใหม่สู่สองขุมพลังการจับจ่ายของไทย — Early Force (Gen Z) ผู้กำหนดเทรนด์การบริโภค และ Future Force (Gen Horizon) กำลังซื้อตัวจริงที่สร้างสมดุลเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างคู่ขนาน ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามเจเนอเรชันยังคงเป็นกรอบสำคัญของการตลาด โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ก็กำลังกลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มี พลังการจับจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีอิทธิพลสูงต่อเทรนด์การบริโภคยุคใหม่ ทั้งสองเจเนอเรชัน — Gen Z และ Gen Horizon (Pre-Silver Generation) — จึงไม่ใช่แค่ตัวแทนของ 2 ช่วงวัย แต่คือ “สองขุมพลังการจับจ่ายหลัก” ที่ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนิยามวัฒนธรรมการบริโภคไทยยุคใหม่ ซึ่งนักการตลาดที่ต้องการการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่อาจมองข้าม นางสาววรินทร์ ทินประภา Chief Growth Officer บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด หรือ MI Group กล่าวว่า “Gen Z และ Gen Horizon เป็น 2 เจเนอเรชันที่มีทั้งจำนวนประชากรขนาดใหญ่และอิทธิพลทางเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะ ‘พลังการจับจ่าย’ ที่สะท้อนศักยภาพทา
“ปัน ปรันตวัฒน์” เด็กวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล คว้าถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การแข่งขันบรรเลงเดี่ยวแซ็กโซโฟน “Thailand Saxophone Competition 2025” เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันบรรเลงเดี่ยวแซ็กโซโฟน “Thailand Saxophone Competition 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชนะเลิศตกเป็นของ “นายปรันตวัฒน์ มารวิชัย” นักศึกษา วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คว้าถ้วยพระราชทานฯ ไปครอง การแข่งขันบรรเลงเดี่ยวแซ็กโซโฟน “Thailand Saxophone Competition 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รอบชิงชนะเลิศ เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ไอคอนสยาม อาร์ต แอนด์ คัลเจอร์ สเปซ (ICONSIAM Art & Culture Space) ชั้น 8 ไอคอนสยาม (ICONSIAM) กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดโดย บริษัท ฟุสโก กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ ไอคอนสยาม, บริษัท ลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ตรีทิพย์คอมเพล็กซ์ จำกัด, พิพิธภั
“ลงมือทำ สำคัญที่สุด” คือประโยคสั้นๆ ที่สรุปเส้นทางชีวิตของ “แต๊งค์ -พงศกร มหาเปารยะ” อดีตนักแสดงหนุ่ม ที่วันนี้หันมาทอดหมูก้อนส่งดีลิเวอรี ด้วยความเชื่อว่า “ของอร่อย ต้องมีตัวตนของคนทำ” และถ้าใครจำได้ เมื่อไม่นานมานี้ “แต๊งค์” เคยผันตัวเข้าสู่วงการโหราศาสตร์ รับเปิดไพ่ดูหมอ ให้ผู้สนใจ ในฐานะ “หมอดูหนุ่ม หน้าตาดี” มาแล้ว “การเป็นหมอดู ไม่ได้มาจากการเลือก แต่เป็นบทบาทที่โอกาสพาเข้ามา มีคนเข้ามาหาเราแล้วเขาสบายใจ แต่จริงๆ เราไม่มีความสุข” แต๊งค์ เล่าย้อนอย่างนั้น และว่า แม้จะช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่กลับต้องรับฟังทุกข์ รับฟังปัญหามากมาย จนเหมือนพลังชีวิตถูกดูดออกไปเรื่อยๆ “ยืนทอดหมูทั้งวัน ยังไม่เหนื่อยเท่ากับดูดวงให้คนเดียว” เขาบอกจริงจัง และว่า วันนี้ถึงเวลาค่อยๆ ถอยออกจากวงการดูดวง และมองหาความสุขแท้จริงของชีวิต “ถึงเวลาแล้วที่จะทำสิ่งที่อยากทำมานาน” เขาว่า และสิ่งนั้นคือ “ศิลปะ” ที่ผ่านมา แต๊งค์เคยจัดแสดงผลงานศิลปะมาแล้ว และเขามองว่า “การทำอาหาร” ก็เป็นงานศิลปะแบบหนึ่ง รากฐานเริ่มต้นจากเมนูโปรดของคุณย่า “หมูก้อนทอด” เมนูที่เรียนรู้ตั้งแต่เด็ก และหาซื้อจากร้านไหนก็ไม่เคยเจอรสชาติที่ใช่ “
เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย หลังจากออกมาเผยตัวเลขรายได้ จากการผันตัวมาสวมบทบาทเป็น “จูรี” บนโลกออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มสำคัญๆ อย่าง ติ๊กต็อก เฟซบุ๊ก ยูทูบ โดยใช้เวลาเพียง 11 เดือน สามารถผันเงินในอากาศเข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตัวเองได้ถึง 56 ล้านบาท แต่ก่อนที่จะเข้าไปเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคหารายได้ชนิดน่าทึ่ง ของ “จูรี” ขอทำความรู้จักกับตัวตนของเขา ให้มากขึ้นสักหน่อย “เคยไปเป็นผู้ประกาศข่าวอยู่ที่ช่องเวิร์คพอยท์ และเคยรับราชการอยู่ที่สำนักงานศาลปกครอง มาอย่างละ 5 ปี ค่ะ” จูรี เกริ่นบทสนทนา กับ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ด้วยบุคลิกชวนยิ้ม พอถูกถามต่อ ก่อนจะมาถึงวันนี้มีพื้นเพอย่างไรบ้าง ได้คำตอบกลับมายาวเหยียด “จะใช้คำว่าเกิดมาในฐานะที่ยากจนก็ไม่ได้ มันต้องขั้นกว่าของคำว่าจน รากเหง้าบรรพบุรุษ คือ ทำนา ออกเล อยู่ในอำเภอระโนด สงขลา ตั้งแต่รุ่นทวดแล้ว ฐานะจนกันมารุ่นต่อรุ่น จนกันมาด้วยความภาคภูมิใจ คือ จนสะสมกันมายาวนาน พอมาถึงรุ่นเรา มันกำลังจะยัดเยียดสิ่งเหล่านั้นให้กับเราอีก เลยฮึดสู้ว่า เราเลือกเกิดเลือกไม่ได้ แต่เลือกที่จะทำ เลือกจะเป็นอะไรก็ได้ เลยไปตั้งใจเรียนก่อน” ทางบ้านมีกำลังส่งเสียให้มาเรียนต
