เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
“จุดเริ่มมาจากการที่ผมไปร้านกาแฟ Specialty Coffee แล้วชอบเมล็ดกาแฟเขามาก ร้านเขาอยู่เชียงใหม่ ส่วนผมอยู่กรุงเทพฯ เลยถามว่าถ้ากลับไปที่บ้านแล้วสั่งซื้อได้ยังไง เขาบอกให้ไปซื้อในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบรนด์หนึ่งได้เลย ผมรู้สึกแปลกใจ ในเมื่อลูกค้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว ทำไมเขาไม่มีหน้าร้านออนไลน์ที่สามารถซื้อได้ โดยที่เขาไม่ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมให้แพลตฟอร์มนั้น ตั้ง 20%” คือ ข้อมูลจาก คุณต้น-ณัฐวุฒิ ชื่นมะนา ผู้ร่วมพัฒนา แอป Shop Online ที่คิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการ SMEs ก่อน คุณต้น แนะนำตัวให้รู้จักกันมากขึ้น ปัจจุบันอายุ 40 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผ่านการทำงานมาแล้วหลายองค์กรชั้นนำ ปัจจุบันมีอาชีพหลักเกี่ยวกับธุรกิจซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ส่วนการทำ แอป Shop Online นี้ มาจากประสบการณ์ตรงดังเกริ่นมาตอนต้น ก่อนนำมาคิดต่อยอดร่วมกับเพื่อนสนิท คือ คุณชนาพัทธ์ สุนทรวงศ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ ซึ่งหารายได้เสริมจากการรับจ้างเขียนเว็บ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย “เรา 2 คน มองเห็นปัญหาที่แทบทุกผู้ประกอบการเจอเหมือนกัน คืออยากขายออนไลน์ แต่ไม่มีเวลาหรือควา
ยาดมหงส์ไทย ไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมดา แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของความสดชื่นและไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในทุกเพศทุกวัย และยังเป็นเสมือน Soft Power ไทย ที่ดังไกลไปทั่วโลก ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของกิจการ “หงส์ไทย” โดยเล่าเรื่องราวความเป็นมาให้ฟังว่า 17 ปี ในการทำธุรกิจ ไม่เคยโฆษณา ไม่เคยจ้างแม้แต่เพจหนึ่ง แม้แต่อินฟลูฯ คนหนึ่ง ข้อความทุกข้อความที่เกิดขึ้นในโลกของออนไลน์ ไม่เคยมีหน้าม้า ไม่เคยไปสั่งการอยู่เบื้องหลังให้เชียร์ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ สิ่งเหล่านี้เขาไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว หงส์ไทย ไม่ได้เติบโตมาแบบที่หลายธุรกิจเป็นกัน ที่จาก ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ร้านส่ง ไปโมเดิร์นเทรด แต่หงส์ไทย เติบโตมาจากพ่อค้า-แม่ค้า ในตลาดผู้สนใจ พนักงานตามโรงงาน ที่ซื้อใช้เอง แล้วผันตัวเองกลายเป็นผู้ขาย เรียกว่าเป็นธุรกิจที่โตมาจากรากหญ้าจริงๆ แต่ถึงแม้จะออกตัวว่าเติบโตจากตลาดล่างสุด ทว่าตัวเลขยอดขายปีล่าสุดของแบรนด์ “หงส์ไทย” ทะยานไปถึง 300 ล้านบาท เป็นสัดส
กลุ่มโรงพยาบาลรามคำแหง หรือ RAM Hospital Group หนึ่งในเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย เติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง ด้วยประสบการณ์กว่า 37 ปี และพันธมิตรโรงพยาบาลกว่า 46 แห่งทั่วประเทศ มุ่งสร้างเครือข่ายเป็นอันดับ 2 ของไทย ที่ให้บริการรักษาพยาบาลมาตรฐานสูงในทุกสาขา ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและความเชี่ยวชาญจากทีมแพทย์เฉพาะทาง เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ผู้ก่อตั้ง ภายใต้วิสัยทัศน์ “ตอบทุกความต้องการ เชี่ยวชาญทุกการดูแล” ให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการแพทย์มาตรฐานสากล คาดการณ์การเติบโต 40% จากปีก่อนหน้า ด้วยแรงหนุนการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโรงพยาบาลพันธมิตร ลุยปรับภาพลักษณ์รองรับความต้องการคนรุ่นใหม่ ที่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสถาบันทางการแพทย์ครบวงจรของภูมิภาค ที่พร้อมดูแลสุขภาพในทุกมิติของชีวิต ไม่ใช่โรงพยาบาลที่เน้นเพียงการรักษาโรค พร้อมร่วมสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ที่ครอบคลุม เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทย ในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์ของภูมิภาค (Medical Hub) ที่ดึงดูดผู้ป่วยจากทั่วโลก นพ.พิชญ สมบูรณสิน ประธานกรรมการบริหารบริษั
แม้คนรุ่นใหม่ทั่วโลกจะมีแนวโน้ม “มีลูกช้าลง” จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ แต่ตลาดเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology : ART) กลับเติบโตสวนกระแสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการรักษาภาวะมีบุตรยากของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 จะขยายตัวแตะ 6.1 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 3.1% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE Fertility Group PCL) หนึ่งในผู้นำการบุกเบิกเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า “เกือบ 20 ปีก่อน ภาวะมีบุตรยากยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย โอกาสประสบความสำเร็จในการรักษามีเพียง 20–30% เท่านั้น เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้คนไทยมีโอกาสได้สัมผัสมาตรฐานการรักษาในระดับสากล โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเ
คุณธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) MarTech สัญชาติไทย กล่าวว่า ปรากฏการณ์ “เจนนี่ ไลฟ์” ที่เป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ตอกย้ำแนวโน้มที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในวงการ Influencer Marketing นั่นคือ Live Commerce ไม่ใช่แค่การขายของผ่านจอมือถือ แต่เป็นสนามแข่งขันเชิงกลยุทธ์ ที่วัดกันด้วย Conversion (อัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ซื้อ), ROI (Return on Investment หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุน) และ Data-Driven Value (มูลค่าที่วัดผลได้จริงจากข้อมูล) ส่งผลให้โมเดลการประเมินมูลค่า KOL ในยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่าน จากการวัดด้วยยอดผู้ติดตาม มาสู่การวัดด้วย ยอดขายต่อบาทที่แบรนด์ลงทุน ซึ่งชี้วัดศักยภาพเชิงธุรกิจได้ชัดเจนกว่าเดิม “โมเดลค่าตัวแบบ Fixed Rate บวก Commission กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ KOL เพราะสร้างแรงจูงใจที่เป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เห็นผลลัพธ์แบบวัดได้จริง สะท้อนให้เห็นภาพ Influencer และ KOL จากความดัง สู่ความคุ้มค่า” ทั้งนี้ Influencer และ KOL ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้แนะนำสินค้า เป็น นักขายมืออาชีพ ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค เลื
นีเวีย เปิดเผยผลการศึกษา NIVEA CONNECT Compass 2025 ชี้ “ความเหงา” ภัยเงียบในโลกยุคใหม่ที่คืบคลานเข้าสู่ชีวิตของผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเทศไทยที่มีระดับความรู้สึกเหงาสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมสานต่อโครงการ NIVEA CONNECT: Together We Fight Social Isolation มุ่งสร้างความตระหนักรู้และร่วมต่อสู้กับปัญหาความเหงาและความรู้สึกโดดเดี่ยวในสังคม สะท้อนจุดยืนของนีเวียที่เป็นมากกว่าแบรนด์สกินแคร์ แต่คือพลังแห่งการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้คน ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย เข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริง นีเวีย ได้เผยผลการวิจัย NIVEA CONNECT COMPASS เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นการศึกษาระดับโลกว่าด้วยความเหงาและการแยกตัวออกจากสังคม งานวิจัยนี้จัดทำขึ้นใน 13 ประเทศ ครอบคลุม 5 ทวีป พบว่าความเหงาเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนนับล้าน และกำลังกลายเป็นวิกฤติที่สร้างผลกระทบลึกซึ้งทั้งต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม (56%) ยอมรับว่ามีความรู้สึกเหงาอย่างน้อยเป็นบางครั้ง 57% ระบุว่ามีช่วงเวลาที่รู้สึ
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และเครือข่ายพันธมิตรร่วมต่อยอดผลงานครีเอเตอร์ไทย โดยเปิดโอกาสให้ SMEs เลือกจับคู่ ‘คาแร็กเตอร์’ ฝีมือคนไทย กับธุรกิจของตนเอง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการในกิจกรรม Digital Content Transformation ภายใต้โครงการ Thai Digital Content Go Global Digital Content Transformation หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโครงการ Thai Digital Content Go Global เตรียมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs จับคู่กับครีเอเตอร์ไทย เจ้าของผลงาน ‘คาแร็กเตอร์’ สุดสร้างสรรค์ ชิงทุนสนับสนุนการพัฒนาชิ้นงานต้นแบบ ทุนละ 150,000 บาท ทั้งหมด 15 ทุน รวมมูลค่ากว่า 2,250,000 บาท โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้พบกับเวิร์กช็อปสุดเข้มข้น และกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ที่มาพร้อมเนื้อหาสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ การทำการตลาด รวมถึงการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทั้งหมดเพื่อเป็นการต่อยอดผลงานของครีเอเตอร์ไทยควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริการของเหล่าผู้ประกอบการ อีกทั้งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดสากล ทั้งนี้ โครงการ
ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้คือยุคแห่งการแข่งขันที่สูงลิ่ว ธุรกิจทุกขนาดต้องหา “ทางรอด” และ “ทางโต” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ที่เป็นคนตัวเล็ก ซึ่งต้องปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว เครื่องมือรับชำระเงินจึงไม่ได้มีไว้เพื่อรับเงินเท่านั้น แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างร้านค้ากับโอกาสในการขายที่ใหญ่ขึ้น เป็นทางเลือกให้ลูกค้าสะดวกสบาย และเป็นทางรอดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับร้านค้า โดยทาง เคทีซี ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นโซลูชันการรับชำระเงินสำหรับธุรกิจร้านค้า (Merchant Payment Solutions) อย่าง KTC Merchant ที่จะมาขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างเท่าเทียม (Financial Inclusion) ตอบโจทย์ร้านค้า SMEs รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code บัตรเครดิตวีซ่า มาสเตอร์การ์ด และ Thai QR พร้อมเพย์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปถึง KTC Merchant ว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านค้า SMEs ที่ไม่เคยรับบัตรเครดิตมาก่อนอย่างไรบ้าง สรุป KTC Merchant โซลูชันที่ขับเคลื่อน SMEs ไทย สู่ยุคไร้เงินสด เคทีซี (KTC) นำโดย นางสาวเนาวรัตน์ กีรติเกษมสุข ผู้บริหา
บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ “BTG” บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย เปิดเกมรุกตลาดอาหารอนาคต เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช (Plant-Based) ภายใต้แบรนด์ Meatly! อย่างต่อเนื่อง ต้อนรับเทศกาลเจปี 2568 ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมอาหารเจรสชาติจัดจ้านและหลากหลายเมนู ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เจนี้ ไม่จำเจ” เป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ มองหาความหลากหลาย ความอร่อย และใส่ใจความยั่งยืน พร้อมเร่งเครื่องขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (Foodservices) อย่างเต็มกำลัง เทศกาลกินเจปีนี้ Meatly! ปฏิวัติวงการอาหารเจด้วยการเปิดตัว 4 เมนูใหม่จากโปรตีนพืชคุณภาพสูง เน้นความจัดจ้านและรสชาติที่คุ้นเคยในสไตล์อาหารไทยและฟิวชัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติและเนื้อสัมผัสเสมือนเนื้อสัตว์จริง สลัดภาพจำอาหารเจแบบดั้งเดิม ได้แก่ นายสมศักดิ์ บุญลาภ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มธุรกิจอาหารประเทศไทย บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Meatly! ได้รับการตอบรับอย่างดีตั้งแต่เปิดตัว โดยปีที่ผ่านมา ยอดขายเติบโตถึง 154% ขณะที่ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 ยอดขายผ่าน Foodservices ยังขยายตัว 30% ตอ
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เชิญชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมแบ่งปันความสุขและสร้างรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับสังคม ผ่านกิจกรรม “เมืองไทย Smile Society 2024 : สร้างบ้านพักเพื่อนักเรียนบ้านไกล” โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกได้บริจาคคะแนนสะสม Smile Point ทุก 1 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 5 บาท เพื่อนำไปสมทบจัดสร้างอาคารบ้านพักนักเรียนให้แก่น้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 2 อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ กิจกรรมการบริจาคคะแนนจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวน 82,313 คะแนน คิดเป็นมูลค่า 411,565 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้สมทบร่วมเพิ่มเติมรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารที่พักนักเรียนดังกล่าว ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร ฝ่ายขาย และจิตอาสาเมืองไทยประกันชีวิต ลงพื้นที่ส่งมอบ อาคารบ้านพักนักเรียนบ้านไกล พร้อมเครื่องนอนครบชุด เพื่อให้นัก
