เส้นทางเศรษฐีออนไลน์
ถ้าวันนี้คนตัดสินใจระดับสูง ต้องลงมาจับแก้ว ชงชา และเผชิญหน้ากับลูกค้าที่ต่อคิวยาวเหยียดด้วยตัวเองจะเป็นอย่างไร? และแน่นอนว่าเมื่อ คุณไผ่-กชณิชา ฐิติชนาโชติ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Nose Tea ตัดสินใจนำทีมบริหารและ Head ทุกฝ่ายลงจากออฟฟิศไปสวมผ้ากันเปื้อน ยืนขายชาหน้าร้านแบบเต็มตัว 1 วันเต็ม ซึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปที่เป็นกระแสไวรัลทันที โดยระบุข้อความว่า “พี่ลองให้ทีมบริหารกับ Head ทุกฝ่ายมาทำงานหน้าร้านโนสทีแบบจริงจังเลย เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้ปัญหาและจะได้แก้ไขพัฒนาแบรนด์ให้เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน อะไรใหม่ ๆ ของโนสทีมาก” ในช่วงต้นคลิป แสดงออกให้เห็นเลยว่า หน้าร้านมีแต่ความวุ่นวายและปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น ซึ่งในฐานะผู้บริหารหลายๆ ท่าน ก็อาจจะไม่เคยรับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แต่หากผู้อ่านลองย้อนดูคลิปดีๆ เราอาจจะเห็นถึงกลยุทธ์หรือแนวทางการทำธุรกิจอะไรบางอย่างจากการที่พาผู้บริหารมาลงพื้นที่ โดยเนื้อหาในคลิปช่วงหนึ่ง เหล่าผู้บริหารได้กล่าวว่า เมื่อระยะห่างลดลงวิสัยทัศน์จะชัดเจนขึ้น เหตุผลที่ทำไมถึงเอาผู้บริหารและเมเนเจอร์ลงมาทำงานหน้าร้าน คุณไผ่กล่าวในคลิปว่า วันนี้ที่ให้มาไม่ได้ต้องการ
ในเดือนเมษายนปี 2025 Anne Marie Carroll (แอน มารี แคร์โรลล์) หญิงสาววัย 29 ปีจากเดนเวอร์ ตัดสินใจควักเงินประมาณ 23,000 บาท ($680) ซื้อกล้องวิดีโอ (Camcorder) แบบย้อนยุคจาก Amazon และจ่ายเงินอีกประมาณ 10,000 บาท ($290) เพื่อสร้างเว็บไซต์บน Squarespace โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ภายในเวลาไม่ถึงปี เงินลงทุนก้อนนี้จะงอกเงยกลายเป็นยอดขายกว่า 1.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 60 ล้านบาท จุดเริ่มต้นจากความขัดใจในงานแต่งตัวเอง ไอเดียธุรกิจที่ชื่อว่า “Wedding Weekender” เกิดขึ้นหลังจากที่ แอน มารี แคร์โรลล์ แต่งงานในปี 2024 เธอพบว่าค่าจ้างช่างภาพวิดีโอแต่งงานนั้นแพงมหาศาล เฉลี่ยในอเมริกาอยู่ที่ 1.4 แสนบาทขึ้นไป จนเธอต้องยอมจ้างนักศึกษามาถ่ายให้แทน เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนๆ รอบตัวเริ่มตัดงบวิดีโอทิ้งเพื่อไปทุ่มกับภาพนิ่งอย่างเดียว เพราะสู้ราคาไม่ไหว ในขณะเดียวกัน เธอเห็นเทรนด์ Y2K กลับมาฮิตในหมู่เพื่อนๆ ที่เริ่มพกกล้องดิจิทัลเก่าๆ หรือกล้องใช้แล้วทิ้งไปตามงานปาร์ตี้เพื่อเก็บภาพที่ดูเรียลและมีเสน่ห์แบบย้อนยุค เธอจึงเกิดปิ๊งไอเดีย ทำไมไม่ลองให้เช่ากล้องวิดีโอแบบยุค 90 ให้บ่าวสาวไปถือถ่ายกันเอง พลังของ TikTok แล
ในวันที่ชีวิตเหมือนไร้หนทาง หลายคนอาจจะยอมแพ้ แต่สำหรับ คุณดรุณี วัฒน์นครบัญชา หรือ “คุณอ้อย” เจ้าของสวนพสุธารา เธอเลือกที่จะลุกขึ้นสู้และใช้ธรรมชาติเป็นยาเพื่อเยียวยาตัวเอง จากผู้ป่วยที่ต้องทนทุกข์กับโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) เธอพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส สร้างอาณาจักรธุรกิจเลมอน ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมาย จุดเริ่มต้นจากความเจ็บป่วย สู่การค้นพบ “พสุธารา” เมื่อ 20 ปีก่อน คุณอ้อยต้องเผชิญหน้ากับโรค SLE ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เธอเลือกที่จะไม่ใช้สเตียรอยด์ แต่หันมาศึกษาศาสตร์การแพทย์ทางเลือกที่เน้นการใช้ชีวิตและอาหารที่ “สด” และ “บริสุทธิ์” จากธรรมชาติ ทำให้เธอได้ค้นพบว่า แม้ในประเทศไทยจะหามะนาวหรือผักสดจากต้นได้ง่าย แต่สิ่งที่หาได้ยากกลับเป็น “เลมอน” ที่ปราศจากการเคลือบแวกซ์และสารเคมี เพราะเลมอนที่นำเข้าจะต้องผ่านการเดินทางหลายวัน นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอตัดสินใจปลูกเลมอนด้วยตัวเอง ในปี พ.ศ. 2558 คุณอ้อยเริ่มต้นปลูกเลมอนเพียง 1-2 ต้นในสวนเล็กๆ ของเธอโดยไม่ได้หวังผลผลิต แต่เพื่อต้องการเลมอนที่สดใหม่และปลอดภัยสำหรั
ในย่านที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อย่าง “ทรงวาด” หรือที่คนยุคก่อนเรียกว่า “ถนนอบเชย” (Cinnamon Road) กลิ่นหอมของสมุนไพรที่คุ้นเคยกำลังถูกตีความใหม่ผ่านเครื่องดื่มที่เราทุกคนรู้จักดีอย่าง “โคล่า” แต่สำหรับ “คุณเพียงพลอย–รุจิยาทร โชคสิริวรรณ อายุ 35 ปี” เจ้าของร้าน oh! vacola หรือ โอ้วา โคล่า เรื่องราวของคราฟต์โคล่าของเธอ ไม่ใช่แค่น้ำอัดลมในอุตสาหกรรมทั่วไป แต่มันคือการเดินทางย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดของโคล่าเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้วที่มองว่าการดื่มโคล่าเป็นเสมือนการดื่มน้ำสมุนไพร จากแล็บในร้านอะโวคาโด สู่การเฉิดฉายในฐานะ Cola Specialty คุณพลอยคลุกคลีอยู่ในวงการคาเฟ่มานานกว่า 13 ปี โดยเริ่มจากการทำร้าน Oh! Vacoda (โอ้วา คาโด) ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่ขาย Avocado Specialty แห่งแรกๆ ในไทย ด้วยความที่เธอเป็นคนชอบทดลองทำให้เธอเปลี่ยนร้านให้กลายเป็น “แล็บ” เพื่อต้มเครื่องดื่มต่างๆ ทั้งรูทเบียร์ เหล้าบ๊วย และโคล่า จนกระทั่งสูตรโคล่าที่เธอซุ่มพัฒนาและเทสกับลูกค้ามานานถึง 4-5 ปี พอสูตรเริ่มนิ่งและได้รับฟีดแบ็กที่ดี เธอจึงตัดสินใจแยกมันออกมาเป็นร้าน Specialty Cola เต็มตัวที่ย่านทรงวาดเมื่อไม่กี่เดือนที
ในขณะที่เด็กวัยเดียวกันอาจจะกำลังนั่งเล่นเกมหรือดูการ์ตูน แต่ แมดเดน ฟอร์เรสต์ (Madden Forrest) เด็กชายวัย 12 ปี Young Entrepreneur กลับใช้เวลาหลังเลิกเรียนสร้างอาณาจักรธุรกิจร่วมกับพ่อของเขา จนสามารถทำรายได้ถล่มทลายถึง 4,000 ดอลลาร์ ราว 1.4 แสนบาท ในเวลาเพียงแค่วันเดียว และปัจจุบันธุรกิจนี้กำลังสร้างเม็ดเงินเกือบ 2 ล้านบาทต่อเดือน อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้การเปิดซองการ์ดสะสมธรรมดาๆ กลายเป็นกลยุทธ์ทำเงินที่คนทั้ง TikTok ต้องจับตามอง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปเจาะลึกเรื่องราวของ “Bull Island Breaks” พ่อลูกคู่หูที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้ามีวินัยและความชอบที่มากพอ คำว่า “รวยตั้งแต่เด็ก” ก็ไม่ใช่แค่ความฝัน จุดเริ่มต้นที่ลองผิดลองถูก ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคมปี 2024 จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่ได้มาจากแผนธุรกิจที่ซับซ้อน แต่มาจากความสนุกล้วนๆ แมดเดนและคุณพ่อ สตีเวน (Steven) เริ่มต้นจากการสะสมการ์ดโปเกมอนและขยับมาสู่การ์ดอเมริกันฟุตบอล จนกระทั่งแมดเดนไปเห็นเหล่าครีเอเตอร์ใน TikTok ไลฟ์สดแกะกล่องการ์ด หรือ Card Breaking เขาจึงหันไปถามพ่อว่า เราลองทำแบบนี้บ้างได้ไหม? ในช่วงแรก ทั้งคู่ยอมรับว่า
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่เว้นแม้แต่ในมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ที่วันนี้พฤติกรรมการกินดื่มของชาวมะกันกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ “ความคุ้มค่า” กลายเป็นโจทย์หลัก แต่ “ความอยากกินของดี” ยังคงอยู่ สิ่งนี้จึงเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างแดนที่จะต้องปรับตัวให้ทันเกม เพื่อเปลี่ยนวิกฤตค่าครองชีพให้กลายเป็นโอกาสในการชิงส่วนแบ่งการตลาด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจพฤติกรรมการบริโภคอาหารของชาวมะกันในปี 2026 พบว่า การบริโภคนอกบ้านลดลง จากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพ แต่ยังคงบริโภคนอกบ้านอยู่ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ ประสบการณ์ แนะร้านอาหารไทยนำข้อมูลใช้วางแผนการตลาด ชูคุณภาพ ความคุ้มค่า สั่งซื้อ และใช้บริการสะดวก นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสร
เชฟแมน-สราวุธ เนียนวิฑูรย์ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตาจากเวทีการแข่งขันทำอาหารระดับประเทศอย่าง Iron Chef Thailand หรือ The Next Iron Chef แต่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ เรื่องราวชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และการตัดสินใจครั้งสำคัญหลายครั้ง เชฟแมน เป็นลูกชายคนกลางในครอบครัวพี่น้องชายล้วน ปัจจุบันอายุ 45 ปี ธุรกิจครอบครัวเคยเปิดร้านเล็กๆ ขายอาหารเหนือ อยู่ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ก่อนโยกย้ายพากันไปอาศัยภาคอีสาน ทำธุรกิจโรงปลาทูนึ่ง เขาจึงเติบโตและเรียนหนังสือที่ขอนแก่น ก่อนเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ในคณะเศรษฐศาสตร์ ที่กรุงเทพฯ หลังสำเร็จการศึกษา เขาอยากมีสกิลด้านภาษาอังกฤษเพิ่ม จึงขอที่บ้านให้ส่งไปเรียนต่อที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เบื้องต้นคิดว่าจะใช้เวลาเพียง 8 เดือน แต่สุดท้ายกลับใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกนานกว่า 7 ปี ที่นั่นเขาทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารไทย เริ่มจากการล้างจาน เตรียมวัตถุดิบ ไปจนถึงของทอด เมนูว่างต่างๆ ซึ่งกลายเป็นการเปิดโลกใหม่ ว่า “งานครัว คือ ความมีชีวิตชีวา” จากนั้นเมื่อออสเตรเลีย เปิดรับ Working and Travel Visa รุ่นแรก เขาได้รับโอกาสทำงานและเก็บเงิน พร้อ
“ถ้าเราเล่าว่าสินค้าดีอย่างไรอาจไม่รอด เพราะในจีนไม่มีอะไรที่เขาผลิตไม่ได้ แต่ถ้าเราเล่าผ่านเรื่องราวของประเทศและผูกโยงเข้ากับถิ่นกำเนิดให้ได้ นั่นคือจุดที่เขาจะยอมควักเงินจ่ายให้เรา” ในแวดวงโฆษณาชื่อของ คุณโอห์ม-ดิศรา อุดมเดช Founder และ CEO ของ Yell Advertising เอเจนซีโฆษณาอิสระสัญชาติไทยที่เติบโตสู่ระดับ Network ในต่างประเทศ เป็นที่ยอมรับในเรื่องชั้นเชิงกลยุทธ์ ในเวิร์กช็อป “T-Brand to China 2.0” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุมอาคารข่าวสด คุณโอห์มได้มาร่วมแชร์มุมมองในหัวข้อ “Creative Branding & AI Strategy ปั้นแบรนด์ไทยให้ ‘ชนะใจ’ ลูกค้าจีน ด้วยครีเอทีฟและ AI” เพื่อติดอาวุธให้ SMEs ไทยบุกตลาดแดนมังกรได้อย่างยั่งยืน มองมุมกลับ จีนไม่ใช่แค่ “ผู้ขาย” แต่คือ “ผู้ซื้อ” รายใหญ่ จากข้อมูลเมื่อประมาณกลางปี 2568 ตัวเลขส่งออกของไทยอยู่ในระดับที่สูง เราเป็นคู่ค้ากับจีน และเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งของออกไปมากที่สุด เวลาเรามองถึคงปีะเทศจีน เราอาจจะนึกถึงของที่มีราคาถูก ที่เราไปซื้อมาขายหรือของที่เขาเอาเข้ามาขายในไทย แล้วทำให้การแข่งขันในฐานะ SMEs มันยากเหลือเกิน แ
หากจะพูดถึงพริกในครัวไทย หลายคนอาจมองว่าเป็นแค่เครื่องปรุงพื้นฐาน ในงาน “Thai Culture Excellence ความเป็นเลิศวัฒนธรรมไทย” ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หนึ่งในเวทีเสวนาสำคัญ อย่าง “ตามรอยรสพริก จากหนังสือ ในรอยรสพริก” โดย อาจารย์ต้น-อนุสรณ์ ติปยานนท์ Food Activist และนักเขียนผู้เขียนหนังสือ “ในรอยรสพริก” ได้ร่างถึงการเดินทางที่สะท้อนเรื่องราวของ “พริก” ในวัฒนธรรมอาหารจากทั่วทุกมุมโลกมาบรรจบกันที่สำรับไทย จากเชฟลอนดอน สู่การตามหา “หัวใจ” ของวัตถุดิบ จุดเริ่มต้นของหนังสือเล่มนี้ย้อนกลับไปในช่วงปี 1999-2003 ขณะที่อาจารย์ต้นใช้ชีวิตเป็นเชฟที่ลอนดอน ในยุคที่ “Fusion Food” กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด อาจารย์ต้นเล่าถึงประสบการณ์ในร้านอาหารชื่อดังอย่าง Tsunami ว่ายุคนั้นคือการหยิบจับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์มาผสมกันอย่างอิสระ การทำอาหารอย่าง Fusion Food มีคำนิยามง่ายๆ ว่า “เอาอาหารพื้นถิ่นมาผสมกับวัตถุดิบข้ามสายพันธุ์” เช่น การใช้ “วาซาบิ” มาแทนพริกเพื่อสร้างเลเยอร์ความเผ็ดที่แปลกใหม่ แต่สิ่งที่อาจารย์ต้นได้รับกลับมาไม่ใช่แค่สูตรอาหาร แต่วิธีคิดเรื่อง Terroir (แตรัว) จากเชฟชาวญี่ปุ่น “อาหารไม่ใ
ในงาน ข่าวสด ก้าวเข้าสู่ปีที่ 36 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก นับเป็นการรวมตัวของบุคลากรจากหลากหลายวงการ ทั้งในส่วนของรัฐบาล ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน อาทิ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม นายภูธรรม เวชยชัย อดีต รมว.มหาดไทย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.แรงงาน และเหล่าศิลปินจากค่ายดัง ร่วมแสดงความยินดีกับก้าวแห่งความสำเร็จอีกหนึ่งปีของข่าวสด ด้วยแนวคิด Beyond News, More Creativity หนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน และเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก ต้องยกให้กับ Bons Frères หรือ บง แฟร์ แบรนด์ฝรั่งเศสสัญชาติไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มคราฟต์ ที่ได้รังสรรค์เครื่องดื่มสุดพิเศษเฉพาะงานนี้และยกมาเสิร์ฟให้ชิมกันในงาน โดยนำเสนอเครื่องดื่ม ‘R36’ เหล้ารัมไร้แอลกอฮอล์ นับว่าเป็นการสร้างประสบการณ์การดื่มแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์เทรนด์ “ดื่มไม่เมา” ทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่เกิดคำถามในใจว่า ทำไมความสนุ
