AI
ผลวิจัยเผยคนไทยทุกเจนกว่า 90% พลิก “ใช้เหตุผลและ AI” นำอารมณ์กลุ่มเครื่องใช้ในบ้านคิดก่อนซื้อมากสุด แนะแบรนด์ปรับกลยุทธ์ใหม่เด้งรับยุคมองหาความคุ้มค่า กรุงเทพฯ 9 เมษายน 2569 – วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย THAI SMARTSUMER 2026 เมื่อผู้บริโภค ‘ฉลาดขึ้น เกมธุรกิจต้องเปลี่ยน’ ชี้แรงกดดันเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่พุ่งสูง กำลังเร่งให้ผู้บริโภคไทยปรับพฤติกรรมสู่ยุคคิดก่อนซื้ออย่างชัดเจน โดยกว่า 90% ของผู้บริโภคหันมาใช้ข้อมูลและเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือหลักในการตัดสินใจ แซงบทบาทของแพลตฟอร์มดั้งเดิม โดยเฉพาะหมวดเครื่องใช้ในบ้านที่ใช้เวลาตัดสินใจนานที่สุด นอกจากนี้ ผลวิจัยยังชี้ว่า AI กลายเป็นผู้ช่วยตัดสินใจที่มีอิทธิพลในทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ความงาม และแฟชั่น ขณะที่ความน่าเชื่อถือถูกยกเป็นปัจจัยชี้ขาดแทนการสื่อสารจากแบรนด์ ส่งผลให้รีวิวจากผู้ใช้จริงและประสบการณ์ตรง กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค รองศาสตราจารย์ ดร.พัลลภา ปีติสันต์ หัวหน้าสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดเผยว่า การวิจัย THAI SMARTSUMER 202
ท่ามกลางวิกฤตในโลกปัจจุบันที่มีทั้งความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์และกระแสเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เวทีสัมมนา Prachachat Exclusive Forum 2026: The-Long-Game #เกมธุรกิจฆ่าไม่ตาย ในหัวข้อ “โลกป่วน AI เปลี่ยน” จัดโดย ประชาชาติธุรกิจ ได้จับคู่ สองแง่มุมที่อยู่คนละฝากทั้งการเมืองโลก ความขัดแย้งในปัจจุบัน คลุกเคล้ากับเทคโนโลยี AI ซึ่งพัวพันกันใกล้ชิดยิ่งในห้วงเวลาปัจจุบัน การโคจรมาพบกันนี้ มี ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร กูรูด้านภูมิรัฐศาสตร์ ร่วมพูดคุยกับ เรืองโรจน์ พูนผล กูรูด้านเทคโนโลยี ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิสิเนส เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) โดยมี กรุณา บัวคำศรี พิธีกรรายการข่าว ที่คร่ำหวอดกระแสข่าวต่างประเทศมานาน จะเห็นว่าเทคโนโลยีพัฒนาเร็วมาก ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถึง 3 รอบ เช่น การเปิดตัวของ Gemini, Claude และ Open Claw ทำให้สถานะตอนนี้โลก AI กำลังก้าวข้ามจากระดับ 3 เข้าสู่ระดับ 4 ซึ่งคือระดับกึ่งอัตโนมัติ (Semi-autonomous) หรือที่เรียกว่า Agentic workflow “ปัจจุบัน AI เป็นเอเจนต์ ที่สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนา AI ต่อไปได้เอง เช่น การเขียนซอฟต์แ
เคยไหมที่อยากขายของให้ลูกค้าชาวจีน แต่ติดปัญหาเรื่องภาษา ถึงโอกาสทางธุรกิจจะอยู่ตรงหน้า แต่กำแพงภาษาทำให้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่วันนี้ปัญหาเหล่านั้นอาจจะหมด เพราะปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย อย่างแอปพลิเคชัน AI เสียงจีน ตัวช่วยให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ขาย ใช้สื่อสารธุรกิจได้อย่างง่ายดาย อย่างที่ทราบกันดีว่า ตลาดจีน คือตลาดที่มีโอกาสสร้างรายได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทย หรือการค้าขายออนไลน์แบบข้ามประเทศ ศักยภาพการใช้จ่ายของคนจีนค่อนข้างสูง การเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ AI เสียงจีน ตัวช่วยผู้ประกอบการไทย ในอดีต หากจะสื่อสารไปยังลูกค้าชาวจีน อาจจะต้องมีการจ้างล่าม ซึ่งมีค่าตอบแทนที่สูงพอสมควร ดังนั้น บางผู้ประกอบการที่มีต้นทุนจำกัด การเลือกใช้แอป AI เสียงจีน จึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้อย่างดี โดยแอป AI เสียงจีน มีลักษณะพิเศษดังนี้ ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดต่างๆ การมี แอป AI เสียงจีน เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องพูดภาษาจีนได้คล่อง ก็สามารถเชื่อมโยงกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างมี
ทุกครั้งที่พูดถึง AI หลายคนมักตั้งคำถามว่า “งานของเราจะถูกแทนที่หรือไม่” แต่มีอีกหนึ่งคำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่เราคิดเรื่องเงินอยู่หรือไม่ เพราะในขณะที่ AI ถูกพูดถึงในบริบทของการทำงาน เทคโนโลยีเดียวกันกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมทางการเงินของผู้คนในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การวิเคราะห์รายจ่าย การวางแผนออม ไปจนถึงการตัดสินใจเลือกเครื่องมือทางการเงิน ผลสำรวจของ บีบีดีโอ กรุงเทพ พบว่า 73.84% ของคนไทยใช้ AI ในชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุผลหลักคือเพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยกลุ่มที่มีรายได้สูงมีแนวโน้มใช้ AI มากกว่ากลุ่มรายได้ต่ำ สะท้อนว่า AI เริ่มกลายเป็น “เครื่องมือเพิ่มความได้เปรียบ” ในการทำงานและการใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ในยุคที่ข้อมูลทางการเงินอยู่รอบตัว การวางแผนการเงินจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากความรู้ระดับผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาทางการเงินเสมอไป แต่เริ่มจากการใช้ข้อมูลจริงของตัวเอง และเครื่องมือที่ทำให้เรื่องนี้ง่ายขึ้นคือ AI จากการจดรายรับรายจ่าย สู่การอ่าน “พฤติกรรมการเงิน” การวางแผนการเงินแบบดั้งเดิมมักเริ่มจากการจดรายร
ภาพรวมตลาด AI ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเติบโตแบบก้าวกระโดด สถิติระบุว่าในปี 2025-2026 ธุรกิจไทยจะมีการนำ AI มาใช้งานสูงถึง 66.1% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนการใช้งานสูงกว่า 73% ในส่วนของภาครัฐเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเช่นกัน โดยตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ AI ของไทยมีมูลค่าถึง 2.6 ล้านล้านบาท ภายในปี 2030 อย่างไรก็ดีเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้มากขึ้นสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงได้จัดโครงการ “AI Transformation Roadshow” สัญจรไปทั่วประเทศตามหัวเมืองใหญ่ และผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรในแต่ละพื้นที่ ล่าสุดในการสัญจรครั้งที่ 8 ได้ร่วมกับไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมธุรกิจแฟรนไชส์ไว้มากที่สุด จัดงาน AI Transformation Roadshow ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัลศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้และทักษะ (Upskill & Reskill) แก่ผู้ประกอบการ SMEs, เกษตรกร และบุคลากรภาครัฐ ให้เข้าใจถึงความสำคัญของ AI ที่จะช่วยให้ทำธุรกิจได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การประย
ในยุคที่ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น หลายๆ คนได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงง่าย และช่วยลดต้นทุนในการทำงานได้อีกด้วย บริษัทใหญ่ๆ บางแห่งได้มีการนำ AI เข้ามาแทนที่การเขียนโปรแกรม (Coding) ตัวอย่างเช่น ที่ Microsoft และ Google พบว่ามีการนำ AI มาเขียนโค้ดให้กับโปรเจกต์ต่างๆ มากถึง 30% Alexandr Wang (อเล็กซานเดอร์ หวัง) มหาเศรษฐีด้าน AI วัย 28 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Scale AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านการจัดทำข้อมูล (Data Labeling) สำหรับการฝึกฝนปัญญาประดิษฐ์ (AI) เขากล่าวว่า กุญแจสำคัญในการก้าวหน้าคือการเรียนรู้วิธีใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเขาแนะนำให้วัยรุ่นทุกคนเริ่มฝึกฝนการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้ให้คล่องแคล่ว ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ขณะเดียวกัน เครื่องมือช่วยเขียนโค้ดอย่าง Replit และ Cursor สามารถสร้างชุดคำสั่ง (Code) ได้จากการระบุคำสั่งเพียงสั้นๆ ทำให้เกิดเทรนด์ที่เรียกว่า “Vibe-coding” หรือการปล่อยให้ AI เขียนโค้ดตามคำสั่งภาษาอังกฤษทั่วไปได้ง่ายๆ ส่งผลให้คนที่ไม่มีความรู้ด้านเทคนิคเลยก็สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือเว็
ปัจจุบันเรียกได้ว่าการเข้ามาของ AI ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต โดยมีมูลค่าตลาดที่ใหญ่ และมีการแข่งขันที่รุนแรง ล่าสุด Claude AI โมเดลอัจฉริยะที่พัฒนาโดย Anthropic บริษัทสตาร์ทอัพที่น่าจับตามอง โดยได้รับการสนับสนุนจาก Google และ Amazon Claude AI คือ แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัย จริยธรรม และความน่าเชื่อ โดดเด่นด้วยหลักการ Constitutional AI ที่มีความหลากหลายและเป็นทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งการประมวลผลภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถสรุปเอกสารยาวๆ ได้อย่างแม่นยำ หรือสรุปรายงานจาก PDF ได้หลายฉบับ และมีความสามารถในการเขียนโปรแกรมขั้นสูง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์เรียนฟรีมาแนะนำกัน Claude 101 หลักสูตรที่จะพาไปทำความรู้จักว่า Claude คืออะไร ต้องเริ่มสนทนาแบบไหน พร้อมบอกเทคนิคการเขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เมื่อเรียนจบแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตร และต่อยอดไปสู่การใช้งานจริง หัวข้อหลักสูตร 1. แนะนำ Claude – Claude คืออะไร – วิธีเริ่มต้นการสนทนากับ Claude – เทคนิคการทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น – วิธีเขียนคำสั่ง (Prompt)
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เดินหน้ายกระดับการให้บริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตรวจค้นเครื่องหมายการค้า โดยเปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ ได้แก่ “AI Image Search” และ “Trademark Checker” เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ผ่านระบบออนไลน์ สะดวกรวดเร็ว รู้ผลทันใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสให้ได้รับการจดทะเบียนรวดเร็วยิ่งขึ้น นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยวา สถิติคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีเนื่องจากความตื่นตัวของภาคธุรกิจที่ให้ความสําคัญกับการคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากขึ้น ซี่งในปี 2568 ที่ผ่านมา มีการยื่นคําขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย 55,668 คําขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 (51,303 คําขอ) และกรมฯ รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในปี 2568 อยู่ที่ 40,063 เครื่องหมาย เพิ่มขึ้น 36.19% เมื่อเทียบกับปี 2567 (29,418 เครื่องหมาย) ทั้งนี้ สาเหตุสําคัญประการหนึ่งที่ทําให้เครื่อ
การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้อย่างแพร่หลาย โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำๆ แต่ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่ง รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงาน ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ให้เห็นว่า AI มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วน โดยอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่ ทำให้เสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงาน แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น จากผลสำรวจพบว่า ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา พบว่า ความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลง ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2569 กำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการฟื้นตัวตามวัฏจักรปกติ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ การฟื้นตัวที่ไม่สมดุลของเศรษฐกิจสหรัฐ และการปรับทิศทางของการลงทุนโลก ยูโอบีระบุว่า บรรยากาศการลงทุนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา จากผลประกอบการภาคธุรกิจที่ยังแข็งแกร่ง ทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย และการเร่งนำเทคโนโลยีมาใช้ ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อุตสาหกรรมต่างๆ เริ่มนำ AI มาใช้จริงมากขึ้น จากเดิมที่เน้นการทดลอง ทำให้ AI กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อผลิตภาพ การลงทุน และการเติบโตของผลประกอบการ ท่ามกลางการเติบโตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง นายเอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เผยกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า “ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็
