AI
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังปฏิวัติวงการสื่อสารและการตลาดอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจตลาดท้องถิ่นและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ความสำเร็จ งาน OAC Regional Communications Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ธีม “AI-Powered PR: Transforming Asia’s Communication Future” ได้เปิดเผยความจริงข้อหนึ่งที่อาจทำให้นักการสื่อสารหลายๆ คนต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ นั่นคือ AI กำลังกลายเป็น “ผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด” ที่มีอำนาจในการกำหนดว่าข้อมูลใดจะถูกนำเสนอต่อผู้บริโภค และข้อมูลใดจะถูกละเลย คุณออง ฮ็อก ชวน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมฟเวอริก ประเทศอินโดนีเซีย ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจในวงเสวนาหัวข้อ “Navigating the AI Frontier – A Survey of PR Professionals in Asia towards AI Implementation” ว่า AI ไม่ได้แค่เป็นเครื่องมือเทคโนโลยีอีกตัวหนึ่ง แต่มันกำลังเปลี่ยนแปลงสิ่งพื้นฐานสามประการของมนุษย์ ได้แก่ พฤติกรรม ความเชื่อ และวิธีการค้นหาข้อมูล เมื่อคนถามคำถามกับ AI พวกเขาจะได้รับคำตอบที่ดูเรียบง่าย ชัดเจน และน่าเชื่อถือม
ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI (Artificial Intelligence) ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเวลาไถฟีดในไทม์ไลน์ตอนนี้ คงหนีไม่พ้นคลิปที่ดูเกินจริง เพราะสร้างจาก AI หรือรูปภาพที่มองแล้วดูแปลกตา สิ่งเหล่านี้เริ่มเข้ามาแทรกซึมมากขึ้น จนบางครั้งแทบจะแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนของจริง อันไหน AI แต่การนำ AI มาใช้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง เพราะสามารถช่วยลดต้นทุน และประหยัดเวลาไปได้อย่างมหาศาล ส่วนอีกแง่มุมหนึ่งที่ AI ยังไม่เป็นที่ยอมรับนั่นคือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ที่หลายคนมองว่านี่เป็นการลดทอนคุณค่าของงานศิลป์หรือเปล่า? AI กับงานศิลปะ ล่าสุดกับเรื่องราวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ เมื่อมียูทูบเบอร์ชื่อดัง อย่าง ‘จันเรด’ เจ้าของช่อง RedremasteRed และ FE0000 ได้ออกมาพูดถึงหลายแบรนด์ที่มีการนำ Generative AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ ในซีรีส์ “ของฝากนักก็อป AI” หนึ่งในกรณีศึกษาที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ “เกมการ์ดโอฮาน่า” โดยประเด็นในคลิปได้มีการพูดถึงเรื่องของการนำ AI มาใช้ในผลงาน พร้อมกับตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและราคา โดยจันเรดมองว่าหากใช้ AI เพื่อลดต้นทุนและเวลา แต่ทำไมถึงกลับตั้ง
หลายคนอาจยังไม่เชื่อว่า AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงเกมการท่องเที่ยวได้จริง เพราะในความเชื่อของผู้คนส่วนใหญ่ การท่องเที่ยวคือการมองเห็นและการสัมผัสประสบการณ์ของจริงเท่านั้น แต่ความจริงที่เกิดขึ้นจากเวที OAC Regional Communications Forum 2025 ได้สะท้อนภาพที่ลึกซึ้งของการท่องเที่ยว ผ่านหัวข้อเสวนา “Disruptive Regional Tourism Communication : การสื่อสารการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค” ชี้ชัดว่า AI ไม่ได้แค่มาเสริม แต่กำลังปฏิวัติและล้มกระดานทุกมิติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เมื่อ AI เปลี่ยนทุกอย่าง การเสวนาเริ่มต้นด้วยคำถามสำคัญว่า AI ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการค้นหาและตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอย่างไร และส่งผลกระทบต่อรากฐานของการสื่อสารการท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใด ซึ่ง คุณเมล เค กวน ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอตโตร คอมมิวนิเคชันส์ ประเทศมาเลเซีย ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจว่า พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญในยุคหลังโควิด จากการท่องเที่ยวตามกระแส เพื่อไปเยือนสถานที่สำคัญต่างๆ กลายเป็นการท่อ
เรื่องโดย พลชัย เพชรปลอด เมื่อก่อนจะค้าจะขาย เราบอกว่า “ต้องตามใจลูกค้า” เพราะ “ลูกค้า คือ พระเจ้า” แต่ตอนนี้ คนที่ค้าขายออนไลน์ อาจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ ว่า “AI คือ พระเจ้า” เพราะโอกาสการเข้าถึงลูกค้า มาจากการสนับสนุนของ AI เป็นสำคัญ ตั้งแต่ต้นปีมาจนเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้ว ปีนี้ถือว่าโลกได้เผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญอีกระดับ คือ การที่ AI กลายมาเป็นผู้มีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ซึ่งกระทบทั้งด้านดี และด้านร้าย ให้มนุษยชาติต้องปรับตัวกันอีกมโหฬารแทบทุกด้าน นับตั้งแต่ระบบสื่อสารไร้สายกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา การตลาด การค้าขาย ก็มีหลายธุรกิจ เลือกเอาช่องทางออนไลน์ เป็นช่องทางการขายหลัก แน่นอนว่า “โอกาส” มักมาพร้อม “ความเสี่ยง” ด้วยเสมอ ก่อนหน้าคนค้าขายออนไลน์ ต้องพยายามทำความเข้าใจ “อัลกอรึทึม” หรือวิธีประมวลผลของระบบ เพื่อให้การเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายทำได้ดีขึ้น ซึ่งลักษณะของอัลกอรึทึม เป็นชุดความคิดพื้นฐานในการประมวลผล ที่ชุดคำสั่งเหมือนกัน คำตอบก็เหมือนกัน คนค้าขายสินค้าก็พยายามเอาชนะ ส่วนคนคิดระบบ ก็ต้องการเอาชนะเช่นกัน เพราะค้าขายระบบ ย่อมต้องการเงินจากการใช้งานระบบ การพัฒนาไปสู่ AI ที่ใช้อัลกอรึ
ในยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าเป็นยุคทองของ AI (Artificial Intelligence) หลายๆ คนเริ่มใช้ AI กันมากขึ้น ทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงในการทำงาน วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จึงได้ทำการรวบรวมเครื่องมือ AI มาไว้มากกว่า 40 ตัว ไม่ว่าจะเป็น โมเดลที่ใช้สำหรับการพูดคุย ประมวลผลข้อมูลต่างๆ หรือจะเป็นการสร้างรูปภาพด้วย AI อีกทั้งยังมีโมเดลที่ช่วย Generate เสียงและวิดีโอ ที่เหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ต่างๆ เริ่มที่อย่างแรก LLMS (Large Language Models) เป็นแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ ที่ใช้ประมวลผลข้อมูลต่างๆ และถูกสร้างขึ้นผ่านการจำลองสมองการเรียนรู้ของมนุษย์ และสามารถตอบคำถาม แปลภาษา และคาดเดาศัพท์ได้เอง โดย LLMS ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ – ChatGPT เป็นระบบ AI ในรูปแบบ Chatbot ที่พัฒนาโดยบริษัท OpenAI ให้สามารถตอบคำถามและแก้ปัญหาให้กับผู้ใช้งานได้ทุกข้อสงสัย และใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติคล้ายกับมนุษย์ – Claude AI เป็นโมเดลที่พัฒนาโดย Anthropic ออกแบบให้มีการโต้ตอบแบบธรรมชาติ ปลอดภัย ช่วยในการประมวลข้อมูล และการสร้างเนื้อหาได้ดี – Gemini เป็น AI แบบ Multimodal Transformer ที่พัฒนาโดย Google
เรียกได้ว่าปัจจุบัน AI ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของโลกยุคใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ทำให้ต้องมีการอัปสกิลด้าน AI กันเป็นจำนวนมาก วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีคอร์สออนไลน์เรียนฟรี จากโครงการ “Thai Academy ขับเคลื่อนอนาคต AI ประเทศไทย” จัดทำโดย DCT ร่วมกับ e-LAT และ Microsoft เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป โดยในเนื้อหาประกอบด้วย หลักสูตรด้าน AI ตั้งแต่พื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ Machine Learning, การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (NLP) ไปจนถึง Generative AI รวมถึงเทคนิคการสร้าง Prompt, การใช้งาน AI ในการสร้างเนื้อหา การค้นหา เสริมประสิทธิภาพการทำงานด้วย Microsoft Copilot โดยเน้นที่ AI ที่มีความรับผิดชอบ และวิธีที่ AI เปลี่ยนแปลงโลก พร้อมทั้งส่งเสริมเทคโนโลยี AI ที่สามารถเข้าถึงได้และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน 1. AI Basic : เริ่มต้นเข้าใจ AI แบบง่ายๆ สู่โลกเทคโนโลยีแห่งอนาคต บทเรียนทั้งหมด : 44 บทเรียน สอนโดย : Nutra Chuensai จำนวนชั่วโมงการเรียนรู้ : 3 ชั่วโมง ประเด็นการเรียนรู้ 1. ประวัติโดยย่อของ AI 2. ปัญญาประดิษฐ์คืออะไร 3. เปรียบความฉลาดกับความรู้ 4.
โลกอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ผู้ขายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมากอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ในทางกลับกันผู้ขายที่กล้าเปิดรับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สินค้ามีโอกาสถูกมองเห็นและปิดการขายได้ในจังหวะที่ ‘ใช่’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล รายงานล่าสุดจาก Momentum Works ร่วมกับลาซาด้า เผยว่า หากผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทต่อปี (หรือราว 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม และได้นำ AI มาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ให้ผู้ขายไทยแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เจาะลึกโอกาสและพฤติกรรมการใช้ AI ของผู้บริโภคและผู้ขายไทย จากรายงาน Digital 2025 นักช้อปไทย ม
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ไมโครซอฟต์ได้ออกมาเผยอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาชีพที่ปลอดภัย หากยุคเอไอเข้ามาแทนที่ในอนาคตอันใกล้นี้ นิตยสาร Newsweek ได้เผยแพร่บทความวิจัยของนักวิจัยอาวุโสของไมโครซอฟต์ที่ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกบันทึกการสนทนาโดยไม่เปิดเผยตัวตนจำนวน 200,000 รายการ ระหว่างผู้ใช้และผู้ช่วย AI ในปี 2024 ซึ่งจัดทำระบบประเมิน “คะแนนความสามารถในการนำ AI ไปใช้ได้” บูรณาการตัวบ่งชี้หลัก เช่น อัตราความสำเร็จของงาน ความครอบคลุมการใช้งาน และข้อเสนอแนะของผู้ใช้ และระบุหมวดหมู่ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1. ล่ามและนักแปล 2. นักประวัติศาสตร์ 3. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 4. ฝ่ายขาย 5. นักเขียนและนักประพันธ์ 6. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า 7. โปรแกรมเมอร์เครื่องมือ CNC 8. พนักงานรับสายโทรศัพท์ 9. พนักงานขายตั๋วและตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว 10. ผู้ประกาศและดีเจวิทยุ ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากหรือการพึ่งพาอุปกรณ์จำนวนมาก มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจาก AI 10 อันดับอาชีพ ได้แก่ 1. นักเจาะเลือด 2. ผู้ช่วยพยาบาล 3.
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น หลายแบรนด์มีการนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน หรืออย่างในวงการไลฟ์ขายของก็ได้มีการนำ AI มาใช้เช่นกัน โดยล่าสุด SUNSU แบรนด์ไทยชื่อดัง ที่มีขนมยอดฮิตอย่าง เยลลี่ ซันซุ และหมึกกรุบ เจ้าของคือ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์-อรรถกร รัตนารมย์ ที่เขานั้นได้สร้างความฮือฮาครั้งใหม่บนโลกโซเชียล ด้วยการเปิดตัว AI Avatar จำลองตัวตน “ซารต์” มาทำหน้าที่ไลฟ์ขายของแทนคนจริงเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านช่องทางติ๊กต็อก Sunsuofficial ซึ่งการไลฟ์ครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรก จึงเป็นความท้าทายและอะไรใหม่ๆ ให้กับทางแบรนด์เป็นอย่างมาก รับชมคลิปเต็มของ AI ซารต์ได้ที่ : https://www.instagram.com/reel/DNFNwQmTFU4/?igsh=MWgweDN1cDZwMDd1MA== แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเทรนด์ AI ไลฟ์ขายของจากที่จีนมากันบ้างแล้ว โดยใช้ AI Avatar จำลองร่างเสมือนจริงที่มาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายอย่างถล่มทลายในเวลา 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เบื้องหลังการสร้าง “AI ซารต์” ในคลิปเบื้องหลังที่คุณซารต์ได้โพสต์บน TikTok ช่อง Sunbeary นั้น
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย’ อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีอวกาศและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและวิเคราะห์จุดความร้อน หวังต่อยอดสู่ภาคการเกษตรอื่นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมทั้งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการเกษตรของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวภายในงานว่า ที่ผ่านมา สำนักงานฯ มุ่งดำเนินการตามนโยบาย ‘Mind ใช้หัว และ ใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน’ ของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล โดยมุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เลขาธิการ สอน. เผยอีกด้วยว่า ปีการผลิต 2567/2568 ประเทศไทยมีชาวไร่อ้อยขึ้นทะเบียนจำนวน 430,357 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 11.13 ล้านไร่ ปริมาณอ้อยเข้าหีบ 92.04 ล้านตัน โดยผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 109.19 กิโลกรัมต่อตันอ้อย ทำรายได้
