AI
โลกอีคอมเมิร์ซในยุคดิจิทัล เปิดโอกาสให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่ผู้ขายต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพึ่งพางบโฆษณาจำนวนมากอาจไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ในทางกลับกันผู้ขายที่กล้าเปิดรับนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด เพื่อให้สินค้ามีโอกาสถูกมองเห็นและปิดการขายได้ในจังหวะที่ ‘ใช่’ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล รายงานล่าสุดจาก Momentum Works ร่วมกับลาซาด้า เผยว่า หากผู้ขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ จะสามารถปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซทั่วภูมิภาคได้สูงถึง 4.5 ล้านล้านบาทต่อปี (หรือราว 131 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ภายในปี 2030 ตัวเลขนี้สะท้อนถึงโอกาสมหาศาลในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฐานะผู้บุกเบิกแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้า เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่ม และได้นำ AI มาเป็นพลังสำคัญที่ช่วยเสริมขีดความสามารถ ให้ผู้ขายไทยแข่งขันและเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง เจาะลึกโอกาสและพฤติกรรมการใช้ AI ของผู้บริโภคและผู้ขายไทย จากรายงาน Digital 2025 นักช้อปไทย ม
ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ AI เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ไมโครซอฟต์ได้ออกมาเผยอาชีพที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาชีพที่ปลอดภัย หากยุคเอไอเข้ามาแทนที่ในอนาคตอันใกล้นี้ นิตยสาร Newsweek ได้เผยแพร่บทความวิจัยของนักวิจัยอาวุโสของไมโครซอฟต์ที่ได้ทำการวิเคราะห์เชิงลึกบันทึกการสนทนาโดยไม่เปิดเผยตัวตนจำนวน 200,000 รายการ ระหว่างผู้ใช้และผู้ช่วย AI ในปี 2024 ซึ่งจัดทำระบบประเมิน “คะแนนความสามารถในการนำ AI ไปใช้ได้” บูรณาการตัวบ่งชี้หลัก เช่น อัตราความสำเร็จของงาน ความครอบคลุมการใช้งาน และข้อเสนอแนะของผู้ใช้ และระบุหมวดหมู่ อาชีพที่ได้รับผลกระทบจาก AI มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 1. ล่ามและนักแปล 2. นักประวัติศาสตร์ 3. พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 4. ฝ่ายขาย 5. นักเขียนและนักประพันธ์ 6. ตัวแทนฝ่ายบริการลูกค้า 7. โปรแกรมเมอร์เครื่องมือ CNC 8. พนักงานรับสายโทรศัพท์ 9. พนักงานขายตั๋วและตัวแทนบริษัทท่องเที่ยว 10. ผู้ประกาศและดีเจวิทยุ ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมากหรือการพึ่งพาอุปกรณ์จำนวนมาก มีโอกาสน้อยที่สุดที่จะได้รับผลกระทบจาก AI 10 อันดับอาชีพ ได้แก่ 1. นักเจาะเลือด 2. ผู้ช่วยพยาบาล 3.
ในยุคที่เทคโนโลยี AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น หลายแบรนด์มีการนำ AI เข้ามาเป็นผู้ช่วยในการทำงาน หรืออย่างในวงการไลฟ์ขายของก็ได้มีการนำ AI มาใช้เช่นกัน โดยล่าสุด SUNSU แบรนด์ไทยชื่อดัง ที่มีขนมยอดฮิตอย่าง เยลลี่ ซันซุ และหมึกกรุบ เจ้าของคือ คุณซารต์-ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์-อรรถกร รัตนารมย์ ที่เขานั้นได้สร้างความฮือฮาครั้งใหม่บนโลกโซเชียล ด้วยการเปิดตัว AI Avatar จำลองตัวตน “ซารต์” มาทำหน้าที่ไลฟ์ขายของแทนคนจริงเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านช่องทางติ๊กต็อก Sunsuofficial ซึ่งการไลฟ์ครั้งนี้เป็นการทดลองครั้งแรก จึงเป็นความท้าทายและอะไรใหม่ๆ ให้กับทางแบรนด์เป็นอย่างมาก รับชมคลิปเต็มของ AI ซารต์ได้ที่ : https://www.instagram.com/reel/DNFNwQmTFU4/?igsh=MWgweDN1cDZwMDd1MA== แม้ว่าหลายคนจะเคยเห็นเทรนด์ AI ไลฟ์ขายของจากที่จีนมากันบ้างแล้ว โดยใช้ AI Avatar จำลองร่างเสมือนจริงที่มาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายอย่างถล่มทลายในเวลา 6 ชั่วโมงเลยทีเดียว เบื้องหลังการสร้าง “AI ซารต์” ในคลิปเบื้องหลังที่คุณซารต์ได้โพสต์บน TikTok ช่อง Sunbeary นั้น
กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อย’ อย่างเป็นทางการ โดยนำเทคโนโลยีอวกาศและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจจับและวิเคราะห์จุดความร้อน หวังต่อยอดสู่ภาคการเกษตรอื่นที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 พร้อมทั้งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมการเกษตรของไทยเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) กล่าวภายในงานว่า ที่ผ่านมา สำนักงานฯ มุ่งดำเนินการตามนโยบาย ‘Mind ใช้หัว และ ใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน’ ของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายณัฐพล รังสิตพล โดยมุ่งให้ภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเติบโตควบคู่กับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เลขาธิการ สอน. เผยอีกด้วยว่า ปีการผลิต 2567/2568 ประเทศไทยมีชาวไร่อ้อยขึ้นทะเบียนจำนวน 430,357 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 11.13 ล้านไร่ ปริมาณอ้อยเข้าหีบ 92.04 ล้านตัน โดยผลิตน้ำตาลเฉลี่ย 109.19 กิโลกรัมต่อตันอ้อย ทำรายได้
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
ซัมซุง เปิดตัวไลน์อัป Smart Monitor รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดยรุ่นเรือธง Smart Monitor M9 (รุ่น M90SF) พร้อมด้วยรุ่น M8 (M80F) และ M7 (M70F) ที่ได้รับการอัปเกรด โดยไฮไลต์สำคัญของ M9 อยู่ที่การนำเทคโนโลยี QD-OLED และฟีเจอร์ AI เข้ามาใช้ เพื่อเสริมศักยภาพของหน้าจอให้ทำงานได้อย่างรู้ใจผู้ใช้มากขึ้น พร้อมมอบการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานและความบันเทิงอย่างครบครัน ฮุน ชุง รองประธานบริหาร ฝ่ายธุรกิจจอแสดงผล (VD) บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ซีรีส์ Smart Monitor ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์วิธีการทำงาน การรับชม และความบันเทิงของผู้คนในปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยี QD-OLED และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ ทำให้หน้าจอ M9 สามารถมอบประสบการณ์บนหน้าจอที่ตอบสนองได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมใช้งานได้หลากหลายภายในจอเดียว” Smart Monitor M9 มอบภาพระดับ OLED พร้อมประสิทธิภาพอัจฉริยะ Smart Monitor M9 นำเทคโนโลยี QD-OLED มาใช้ในไลน์อัป Smart Monitor เป็นครั้งแรก มาพร้อมหน้าจอ QD-OLED ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 4K มอบความคอนทราสต์ลึก สีสันสดใส และประสบการณ์การรับชมที่ดียิ่งขึ้น ไม่
ในปัจจุบันถือว่า AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลายคน บางคนอาจจะใช้สำหรับช่วยในการทำงานให้เร็วมากขึ้น หรือให้ AI ช่วยทำรูป ช่วยพากย์เสียงให้ แต่สำหรับเด็กวัย 16 ปี เขาใช้ AI ในการทำคลิปสั้นลง TikTok และสามารถทำเงินได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 324,000 บาท) ด้วยการสร้างวิดีโอ AI ผ่านเครื่องมือสร้างวิดีโอ Veo3 ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่ใช้งานง่าย เพียงแค่พิมพ์ข้อความที่ต้องการและให้ AI สร้างวิดีโอให้ นอกจากนี้ การเจาะกลุ่มตลาดที่ต้องการและสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ ก็สามารถช่วยให้ทำเงินได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งเขาใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ในการปั้นช่อง impossibleais ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปในรูปแบบ ASMR เกี่ยวกับการตัดผลไม้แก้ว พร้อมเสียงตัดแบบฟินๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก มียอดวิวเกือบ 60 ล้านวิวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ก็มีหลายคนหันมาใช้ AI ในการทำคลิป สร้างช่องขึ้นมาใหม่ อย่างของไทยเองที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ ได้แก่ หลวงตาบุญจริง ที่มีความสมจริงที่เน้นสอนเรื่องธรรมะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันมีผู้ติดตามหลักแสน ยอดวิวรวมกว่า 12 ล้านวิว ซึ่งตอนนี้ TikTok มีโครงการ Creativity Prog
ตอนนี้เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยตอนนี้มี Voice Clone แบบพูดภาษาไทยได้แล้ว ด้วย MiniMax AI ซึ่งสามารถโคลนนิ่งเสียงของตัวเองได้อย่างสมจริง เพียงแค่อัปโหลดเสียงของตัวเองให้ AI เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปใช้ได้อีกหลายงาน เหมาะกับครีเอเตอร์สายวิดีโอ, พ่อค้าแม่ค้าที่อยากผลิตคอนเทนต์ขายของแต่ไม่มีเวลาพากย์เสียง, คนที่ไม่กล้าพากย์เสียงเอง หรือคุณครูที่สอนออนไลน์ก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน ขั้นตอนการทำสคริปต์ 1. ขั้นตอนแรกต้องทำการเตรียมสคริปต์สำหรับพูดเสียงต้นฉบับก่อน โดยในที่นี้เราจะให้ ChatGPT ช่วยคิดสคริปต์ในการสร้างประโยคสำหรับการให้ AI โคลนนิ่งเสียง 2. จากนั้นทำการบันทึกเสียงต้นฉบับของเราเพื่อนำไปใช้ วิธีสร้างเสียงจาก AI 1. เข้าเว็บ https://www.minimax.io/audio ทำการ “สมัครสมาชิก” 2. ไปที่ไอคอนขีด 3 ขีด เลือก “Voice Clone” 3. ต่อมาจะใช้ขั้นตอนการทำทั้งหมด 3 ขั้นตอน – Step 1 : อัปโหลดไฟล์เสียงที่มี หรือทำการอัดเสียงสดจากในเว็บ ความยาว 10-60 วินาที จากสคริปต์ที่ให้ ChatGPT คิดไว้ – Step 2 : ทำการตั้งชื่อเสียง – Step 3 : เลือกภาษาต้นฉบับที่ต้อง
วงการไลฟ์สดไทยว่าคึกคักแล้ว ลองมาดูพี่จีนที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI Avatar หรือร่างเสมือนจริงมาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในเวลากว่า 6 ชั่วโมง การใช้ AI Avatar เริ่มต้นมาจาก Luo Yonghao (ลั่ว หยงเฮ่า) ผู้ก่อตั้งบริษัทสมาร์ทโฟน Smartisan ที่หันมาเป็นนักไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์ม Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีน เมื่อปี 2020 หลังจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน จึงต้องหาทางสร้างรายได้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักไลฟ์ที่โด่งดังในประเทศจีน จากการมีผู้ติดตามบัญชี Be Friends บน Douyin เกือบ 24.7 ล้านคน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลั่ว หยงเฮ่า ได้ไลฟ์สดร่วมกับคู่หู Xiao Mu (เสี่ยว มู่) ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีการนำ AI Avatar หรือ จำลองร่างเสมือนจริงของตัวเอง มาไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Youxuan ของ Baidu ซึ่งร่างเสมือนจริงนี้ สามารถพูดคุยกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 55 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250 ล้านบาท โดย Wu Jialu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Be Friends Holding ของ ลั่ว หยง
ปัจจุบันไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะมากมายก็สามารถสร้างคลิปที่อลังการเสมือนจริงได้ โดยใช้เครื่องมือการสร้างวิดีโอด้วย AI เป็นการสร้างจาก Promt โดยสามารถพิมพ์คำอธิบายอย่างรายละเอียด และให้ AI ทำการประมวลผลวิดีโอจากข้อความที่ได้รับ โดยไม่ต้องมีนักแสดง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงก็สามารถสร้างคลิปตามแบบที่ต้องการได้ นอกจากนี้ Canva AI ยังสามารถให้อวาตาร์บรรยายหรือพูดตามสคริปต์ได้ มีเสียงให้เลือกว่า 300 รายการ และมีภาษาให้เลือกกว่า 40 ภาษา ทำให้สามารถสร้างวิดีโอแบบฉบับสมบูรณ์ได้ไม่กี่นาที โดยไม่ต้องอัดเสียงพูดเอง ซึ่งจะได้ความยาวของวิดีโอทั้งหมด 8 วินาที ตอนนี้สามารถทดลองใช้ได้จำนวน 5 ครั้งต่อเดือน คุณภาพคลิประดับ 1080p เหมาะสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการทำคอนเทนต์ หรือผู้ประกอบการที่อยากใช้ AI เข้ามาช่วยโปรโมตสินค้า เป็นต้น หมายเหตุ : ฟังก์ชัน Canva AI สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ที่สมัคร Canva Pro เท่านั้น และต้องทำการตั้งค่าบัญชีเป็นภาษาอังกฤษก่อน ขั้นตอนการทำ 1. เปิด Canva เพื่อเข้าถึงเครื่องมือสร้างข้อความเป็นวิดีโอด้วย AI 2. คลิก Magic Media เพื่อเริ่มกระบวนการสร้างวิดีโอ AI 3. ใส่คำอธิบายรา
