AI
ทุกวันนี้เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย และผู้ประกอบการสามารถใช้ขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาสรุปความน่าสนใจของ Session Talk : Smart China 5.0 เมื่อ AI เปลี่ยนเกมธุรกิจ โดย 2 กูรูตัวจริง คุณทอย-กษิดิศ สตางค์มงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data เจ้าของเพจ DataRockie และ คุณอ้น-ปฤณ จำเริญพานิช Founder & CEO AEIOU Solution Co., Ltd. AI เครื่องมือที่ช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้น AI เป็นเหมือนไมโครเวฟ ที่เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราอุ่นอาหารได้ง่ายขึ้น นึ่งได้ ทอดได้ ย่างได้ แต่ไมโครเวฟถ้าไม่มีสูตรอาหารที่อร่อย หรือไม่มีวัตถุดิบ อาหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้น AI เหมือนเครื่องมือเร่งกระบวนการทำอาหารให้เร็วขึ้นเฉยๆ แต่สุดท้ายย้อนกลับไปคือความเชี่ยวชาญเรานั่นแหละ เรายังต้องเก่งด้านบัญชี ด้านการตลาดเหมือนเดิม “AI จะเก่งแค่ไหนอยู่ที่การป้อนข้อมูลให้กับมัน” สมรภูมิ AI ถ้าใช้ AI ฝั่งอเมริกา เช่น ChatGPT, Gemini เราต้องเข้าใจว่าบริบทต่างๆ ถูกฝึกจากอเมริกา ฉะนั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น Culture ต่างๆ
ซัมซุง เปิดตัวไลน์อัป Smart Monitor รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดยรุ่นเรือธง Smart Monitor M9 (รุ่น M90SF) พร้อมด้วยรุ่น M8 (M80F) และ M7 (M70F) ที่ได้รับการอัปเกรด โดยไฮไลต์สำคัญของ M9 อยู่ที่การนำเทคโนโลยี QD-OLED และฟีเจอร์ AI เข้ามาใช้ เพื่อเสริมศักยภาพของหน้าจอให้ทำงานได้อย่างรู้ใจผู้ใช้มากขึ้น พร้อมมอบการเชื่อมต่อที่ลื่นไหล ทั้งในด้านการทำงานและความบันเทิงอย่างครบครัน ฮุน ชุง รองประธานบริหาร ฝ่ายธุรกิจจอแสดงผล (VD) บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า “ซีรีส์ Smart Monitor ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์วิธีการทำงาน การรับชม และความบันเทิงของผู้คนในปัจจุบัน ด้วยการนำเทคโนโลยี QD-OLED และฟีเจอร์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาใช้ ทำให้หน้าจอ M9 สามารถมอบประสบการณ์บนหน้าจอที่ตอบสนองได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมใช้งานได้หลากหลายภายในจอเดียว” Smart Monitor M9 มอบภาพระดับ OLED พร้อมประสิทธิภาพอัจฉริยะ Smart Monitor M9 นำเทคโนโลยี QD-OLED มาใช้ในไลน์อัป Smart Monitor เป็นครั้งแรก มาพร้อมหน้าจอ QD-OLED ขนาด 32 นิ้ว ความละเอียด 4K มอบความคอนทราสต์ลึก สีสันสดใส และประสบการณ์การรับชมที่ดียิ่งขึ้น ไม่
ในปัจจุบันถือว่า AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของใครหลายคน บางคนอาจจะใช้สำหรับช่วยในการทำงานให้เร็วมากขึ้น หรือให้ AI ช่วยทำรูป ช่วยพากย์เสียงให้ แต่สำหรับเด็กวัย 16 ปี เขาใช้ AI ในการทำคลิปสั้นลง TikTok และสามารถทำเงินได้ประมาณ 10,000 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 324,000 บาท) ด้วยการสร้างวิดีโอ AI ผ่านเครื่องมือสร้างวิดีโอ Veo3 ซึ่งเป็น AI ของ Google ที่ใช้งานง่าย เพียงแค่พิมพ์ข้อความที่ต้องการและให้ AI สร้างวิดีโอให้ นอกจากนี้ การเจาะกลุ่มตลาดที่ต้องการและสร้างคอนเทนต์ที่โดนใจ ก็สามารถช่วยให้ทำเงินได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ซึ่งเขาใช้เวลาไม่ถึงสัปดาห์ในการปั้นช่อง impossibleais ที่ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปในรูปแบบ ASMR เกี่ยวกับการตัดผลไม้แก้ว พร้อมเสียงตัดแบบฟินๆ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก มียอดวิวเกือบ 60 ล้านวิวเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ก็มีหลายคนหันมาใช้ AI ในการทำคลิป สร้างช่องขึ้นมาใหม่ อย่างของไทยเองที่ได้รับความนิยมในช่วงนี้ ได้แก่ หลวงตาบุญจริง ที่มีความสมจริงที่เน้นสอนเรื่องธรรมะ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วันมีผู้ติดตามหลักแสน ยอดวิวรวมกว่า 12 ล้านวิว ซึ่งตอนนี้ TikTok มีโครงการ Creativity Prog
ตอนนี้เทคโนโลยี AI ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยตอนนี้มี Voice Clone แบบพูดภาษาไทยได้แล้ว ด้วย MiniMax AI ซึ่งสามารถโคลนนิ่งเสียงของตัวเองได้อย่างสมจริง เพียงแค่อัปโหลดเสียงของตัวเองให้ AI เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปใช้ได้อีกหลายงาน เหมาะกับครีเอเตอร์สายวิดีโอ, พ่อค้าแม่ค้าที่อยากผลิตคอนเทนต์ขายของแต่ไม่มีเวลาพากย์เสียง, คนที่ไม่กล้าพากย์เสียงเอง หรือคุณครูที่สอนออนไลน์ก็สามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน ขั้นตอนการทำสคริปต์ 1. ขั้นตอนแรกต้องทำการเตรียมสคริปต์สำหรับพูดเสียงต้นฉบับก่อน โดยในที่นี้เราจะให้ ChatGPT ช่วยคิดสคริปต์ในการสร้างประโยคสำหรับการให้ AI โคลนนิ่งเสียง 2. จากนั้นทำการบันทึกเสียงต้นฉบับของเราเพื่อนำไปใช้ วิธีสร้างเสียงจาก AI 1. เข้าเว็บ https://www.minimax.io/audio ทำการ “สมัครสมาชิก” 2. ไปที่ไอคอนขีด 3 ขีด เลือก “Voice Clone” 3. ต่อมาจะใช้ขั้นตอนการทำทั้งหมด 3 ขั้นตอน – Step 1 : อัปโหลดไฟล์เสียงที่มี หรือทำการอัดเสียงสดจากในเว็บ ความยาว 10-60 วินาที จากสคริปต์ที่ให้ ChatGPT คิดไว้ – Step 2 : ทำการตั้งชื่อเสียง – Step 3 : เลือกภาษาต้นฉบับที่ต้อง
วงการไลฟ์สดไทยว่าคึกคักแล้ว ลองมาดูพี่จีนที่ล้ำหน้าไปอีกขั้น เมื่อมีการนำ AI Avatar หรือร่างเสมือนจริงมาไลฟ์ขายของแทนคนจริงๆ และสามารถสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลาย ในเวลากว่า 6 ชั่วโมง การใช้ AI Avatar เริ่มต้นมาจาก Luo Yonghao (ลั่ว หยงเฮ่า) ผู้ก่อตั้งบริษัทสมาร์ทโฟน Smartisan ที่หันมาเป็นนักไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์ม Douyin หรือ TikTok เวอร์ชันจีน เมื่อปี 2020 หลังจากบริษัทประสบปัญหาด้านการเงิน จึงต้องหาทางสร้างรายได้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักไลฟ์ที่โด่งดังในประเทศจีน จากการมีผู้ติดตามบัญชี Be Friends บน Douyin เกือบ 24.7 ล้านคน โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลั่ว หยงเฮ่า ได้ไลฟ์สดร่วมกับคู่หู Xiao Mu (เสี่ยว มู่) ซึ่งแตกต่างจากทุกครั้ง เพราะมีการนำ AI Avatar หรือ จำลองร่างเสมือนจริงของตัวเอง มาไลฟ์ขายของบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Youxuan ของ Baidu ซึ่งร่างเสมือนจริงนี้ สามารถพูดคุยกับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ เป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 55 ล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 250 ล้านบาท โดย Wu Jialu หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Be Friends Holding ของ ลั่ว หยง
ปัจจุบันไม่ต้องมีอุปกรณ์เยอะแยะมากมายก็สามารถสร้างคลิปที่อลังการเสมือนจริงได้ โดยใช้เครื่องมือการสร้างวิดีโอด้วย AI เป็นการสร้างจาก Promt โดยสามารถพิมพ์คำอธิบายอย่างรายละเอียด และให้ AI ทำการประมวลผลวิดีโอจากข้อความที่ได้รับ โดยไม่ต้องมีนักแสดง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาแพงก็สามารถสร้างคลิปตามแบบที่ต้องการได้ นอกจากนี้ Canva AI ยังสามารถให้อวาตาร์บรรยายหรือพูดตามสคริปต์ได้ มีเสียงให้เลือกว่า 300 รายการ และมีภาษาให้เลือกกว่า 40 ภาษา ทำให้สามารถสร้างวิดีโอแบบฉบับสมบูรณ์ได้ไม่กี่นาที โดยไม่ต้องอัดเสียงพูดเอง ซึ่งจะได้ความยาวของวิดีโอทั้งหมด 8 วินาที ตอนนี้สามารถทดลองใช้ได้จำนวน 5 ครั้งต่อเดือน คุณภาพคลิประดับ 1080p เหมาะสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการทำคอนเทนต์ หรือผู้ประกอบการที่อยากใช้ AI เข้ามาช่วยโปรโมตสินค้า เป็นต้น หมายเหตุ : ฟังก์ชัน Canva AI สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ที่สมัคร Canva Pro เท่านั้น และต้องทำการตั้งค่าบัญชีเป็นภาษาอังกฤษก่อน ขั้นตอนการทำ 1. เปิด Canva เพื่อเข้าถึงเครื่องมือสร้างข้อความเป็นวิดีโอด้วย AI 2. คลิก Magic Media เพื่อเริ่มกระบวนการสร้างวิดีโอ AI 3. ใส่คำอธิบายรา
เชื่อไหมครับว่า AI ฉลาดตามระดับ “ราคา” ผมว่าทุกท่านคงรู้อยู่แล้ว และเชื่ออยู่แล้ว ว่า AI ที่เราใช้กันอยู่นั้น จะฉลาดหลักแหลมมากขึ้น “ถ้าเราจ่ายเงิน” ยิ่งจ่ายแพง ยิ่งฉลาด แต่เมื่อเดือนก่อนครับ มีโพสต์หนึ่งที่แชร์กันว่อนโซเชียล เป็นเรื่องของผู้ใช้ AI ChatGPT ท่านหนึ่ง ที่แคปภาพหน้าจอมาแชร์ให้เห็นชัดๆ ว่า “ยกเลิกการใช้” พร้อมเนื้อความที่บรรยายมายาวพอสมควรว่า หลังจากใช้งานแบบเสียเงินมาเกือบ 2 ปี พบว่า มีการปรับราคาแพ็กเกจใหม่ ที่แพงขึ้น แต่ความคุ้มค่า “ลดลง” ทั้งยังมีความจุกจิกในเงื่อนไขการใช้งานบางอย่าง ที่ถูกลิมิตเอาไว้ด้วย บทสรุปคือ “ยกเลิก” ตัดญาติขาดมิตรกันไป แล้วยังแนะนำ Product ของคู่แข่งให้อีกมากมายหลายยี่ห้อ ทั้งแนะนำว่าควรเลือกใช้แบบตัวไหนถนัดอะไร ใช้ทำงานอย่างนั้น แนะนำมาทั้ง Claude, Perplexity, Midjourney, Dall-E3, Gemini ฯลฯ หลังจากย้ายค่าย ย้ายความคิด สิ่งที่ได้คือ ทำงานได้คล่องตัว เร็วขึ้นกว่าเดิม แม้จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งปกติก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว แต่ความสะดวกคล่องตัวในการทำงานเป็นเรื่องสำคัญกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างที่เรารู้ๆ กัน AI จะฉลาดหลักแหลม คิดเก่ง คิดเร็วขึ้น ถ้าเรายอม
สาขาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับแนวคิด ทฤษฎีพื้นฐาน กระบวนการบริหารจัดการและการตัตสินใจเชิงธุรกิจรวมทั้งการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อให้นักศึกษามีความสามารถในเชิงปฏิบัติในการกำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจ พร้อมทั้งสรรค์สร้างความคิดในการออกแบบและพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ประยุกต์การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การจัดการธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการต่างๆ เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในโลกธุรกิจ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนรู้อย่างเข้มข้นในแต่ละชั้นปี ดังนี้ ชั้นปีที่ 1 ผู้เรียนจะทราบถึงหลักการจัดการองค์กรควบคู่ไปกับแนวทางการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้บริบทของเศรษฐศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการวิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ นักศึกษาใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กรและสภาพแวดล้อมทางการประยุกต์ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างองค์กรให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกและภายในที่ส่งผลต่อองค
จัดการประชุมสุดยอด One NTT DATA Summit เปิดเวทีชูพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของ AI และนวัตกรรมดิจิทัล NTT DATA ผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจดิจิทัลและบริการไอที ได้จัดงาน One NTT DATA Summit ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการขับเคลื่อนอนาคตของการทำงาน การบริหารจัดการประสบการณ์ของลูกค้า และการสร้างนวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารระดับสูงและผู้บุกเบิกเทคโนโลยีในองค์กรชั้นนำจากอุตสาหกรรมต่างๆ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างคับคั่ง การประชุมสุดยอดนี้จัดขึ้นเป็นภาษาญี่ปุ่น และได้รับความสนใจจากผู้บริหารหลากหลายภาคส่วนกว่า 200 คน จากธุรกิจชั้นนำในอุตสาหกรรมธนาคาร การผลิต ยานยนต์ โทรคมนาคม และเทคโนโลยีเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) อาทิ ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ไอซิน เอเซีย แปซิฟิค (AISIN Asia Pacific), มิตซูบิชิ (Mitsubishi), ฮอนด้า (Honda), อีซูซุ (Isuzu), โตโยต้า ทูโช (Toyota Tsusho), องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization) และหอการค้าญี่ปุ่น-
หมู Ookbee ชี้ “การเงิน-บัญชี-กฎหมาย” เสี่ยงถูก AI แทนที่เร็วสุด ทักษะเดิมอาจใช้ไม่ได้ หากไม่พัฒนา เสี่ยงตกงานเร็วที่สุด ในงาน AI UTCC 5.0 Empowering Business Through Ai ณ หอประชุมหอการค้าไทย บนเวทีเสวนา หัวข้อ “ก้าวทัน Ai = ก้าวทันอนาคต” โดย คุณหมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท อุ๊คบี (Ookbee) ได้มาแชร์มุมมองเกี่ยวกับเรื่อง AI AI กับกระดุมเม็ดแรก ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจก่อนว่า “การติดกระดุมเม็ดแรกที่ประเทศไทย” และ “สิ่งที่ตลาดยอมรับคืออะไร” AI กลายเป็นกระแสที่มาแรงในทุกวงการ แต่ถ้าหากจะนำมาใช้ สิ่งสำคัญ คือต้องเข้าใจบริบทของประเทศไทยก่อนว่า ขนาดของตลาดในไทยไม่ได้ใหญ่ ฉะนั้นต้องเริ่มจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกก่อน และมาใส่จิ๊กซอว์เพิ่มทีละตัว ว่า AI สามารถเข้าไปเติมเต็มส่วนไหนได้บ้าง ยกตัวอย่าง Brand Innovation เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่มีอยู่ทุกที่ ใครจะเปิดก็ได้ แต่จะมีเพียงไม่กี่แบรนด์ที่ทำยอดขายได้แตะพันล้านบาท หรือคู่แข่งตลาดธุรกิจสุกี้ ชาบู ที่มีผู้เล่นดั้งเดิมอยู่มากมาย อาจจะเรียกว่า Business Model Innovation อย่างก่อนหน้านี้จะมีเทรนด์ในเรื่องของ Cryptocurrenc
