ข่าววันนี้

เอสซีจี สานต่อโครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

เอสซีจี ร่วมกับเครือข่ายชุมชน พร้อมภาครัฐ ขยายพื้นที่โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” ใน จ.ลำปาง โดยให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (SCG Circular Way) ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular Economy) เพื่อขยายผลการจัดการดูแลน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ สร้างต้นน้ำที่ดี กลางน้ำที่สมบูรณ์ สู่ปลายน้ำที่ยั่งยืน

คุณชลณัฐ ญาณารณพ รองผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการการพัฒนาอย่างยั่งยืน เอสซีจี เผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ปูนซิเมนต์ไทย หรือ SCG ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้านการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ สู่ปลายน้ำ ภายใต้โครงการ “รักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที” ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน  ควบคู่กับการสร้างเสริมแนวปฏิบัติ SCG Circular way ผ่านการสร้างฝายให้ชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง

สำหรับความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ของโครงการ คุณชลณัฐ บอกว่า ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ขึ้น และชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ที่ดีขึ้น ตั้งแต่พื้นที่ต้นน้ำ ที่ได้ร่วมกับชุมชนสร้างฝายสร้างฝายชะลอการไหลของน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นผืนดิน ลดไฟป่า ซึ่งปัจจุบัน เอสซีจี ได้สร้างฝายชะลอน้ำแล้วกว่า 84,000 ฝาย ฟื้นคืนความสมดุลพื้นที่ป่ากว่า 235,000 ไร่

สำหรับพื้นที่กลางน้ำ มีการสร้างสระพวง ทำชุมชนมีน้ำใช้ทำการเกษตรตลอดทั้งปีกว่า 30,400 ลบ.ม. และระบบแก้มลิงถึง 9 ล้าน ลบ.ม. ช่วยให้พื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 16,750 ไร่

ส่วนพื้นที่ปลายน้ำ ได้สนับสนุนท่อ PE100 และปูนทนน้ำทะเลที่ทนซัลเฟตและคลอไรด์ได้นานกว่าปูนธรรมดา ให้ชุมชนนำไปประกอบเป็นบ้านปลา เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำขนาดเล็ก ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลกว่า 172 ชนิด

นอกจากนี้ การจัดการน้ำ ยังสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีการรวมกลุ่มก่อตั้งวิสาหกิจชุมชน เช่น วิสาหกิจบ้านแป้นใต้ กลุ่มตลาดวีมาร์เก็ต และกรีนมาเก็ตลำปาง สร้างรายได้ให้ชุมชนมากกว่า 60,000 บาทต่อครัวเรือน/ปี

ด้านคุณประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า เดิม จังหวัดลำปางเคยอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรป่าไม้ แต่ด้วยหลายปัจจัย เช่น การบุกรุกหาของป่า การเผาป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงปัญหาไฟป่า ทำให้พื้นที่ลำปางเกิดความ แห้งแล้ง นับเป็นความท้าทายที่สำคัญของภาครัฐเช่นกันที่ต้องเร่งสร้างจิตสำนึกให้คนอยู่กับป่าแบบพึ่งพาอาศัยกันให้ได้มากที่สุด

"Advertiser"

จากความสำเร็จจากการดูแลพื้นที่ต้นน้ำด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำร่วมกับ 55 ชุมชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และที่จะกำลังขยายไปสู่พื้นที่ เมืองมาย อ.แจ้ห่ม และอีก 6 จังหวัด พื้นที่ในหลายจังหวัดในภาคเหนือ เช่น ในจังหวัดแพร่ น่าน ลำพูน และเชียงใหม่ นับเป็นบทเรียนและต้นแบบความร่วมมือที่แสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชน เอสซีจี และภาครัฐ ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น และจุดประกายให้ชุมชนอื่นๆ ที่ประสบปัญหาคล้ายกัน ได้นำแนวคิดนี้ผสานกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ไปปรับใช้แก้ปัญหาเรื่องน้ำในพื้นที่ด้วยตนเองให้ประสบผลสำเร็จ และขยายผลต่อไปจนเกิดการดูแลและจัดการน้ำชุมชน ตลอดจนการพัฒนาอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนได้ต่อไป

 

Related Posts

ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ ธีระชัย เปิดงาน “หม่อนไหมสัญจร ครั้งที่ 3”
คนทากันแดดหน้า แต่ไม่ค่อยทาตัว? 'HER HYNESS' เห็นช่องว่างตลาด ส่งครีมกันแดดผิวกาย เจาะตลาดมูลค่าหลายพันล้าน
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”
แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
รู้จัก 7 สินค้าชุมชนไทย ของดีที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่เบื้องหลัง