แบงก์งดเปิดบัญชี-สมัครพร้อมเพย์ที่สาขาถึงวันที่ 6 เม.ย. 63 เลี่ยงแพร่ระบาดโควิด-19


บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
กรุงเทพฯ, 4 มิถุนายน 2569 –ในโลกธุรกิจยุคปัจจุบัน การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทุกธุรกิจจำเป็นต้องมี ทว่าการจะขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวหน้าและเติบโตได้อย่างแท้จริงนั้น ลำพังแค่การเปิดหน้าร้านดิจิทัลอาจไม่เพียงพอ แต่ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องอาศัย “ระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซที่มั่นคง” ที่สามารถตอบโจทย์การทำงาน ช่วยทุ่นเวลา ลดอุปสรรคในการบริหารจัดการ และทำหน้าที่เสมือนทีมงานที่ช่วยทุ่นแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนการเริ่มต้นและเติบโตของธุรกิจในทุกขนาด ช้อปปี้ ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมขับเคลื่อนศักยภาพ MSMEs ไทย จึงเดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นด้วยการพัฒนาระบบนิเวศที่พร้อมสนับสนุนการเติบโตของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านนวัตกรรมระบบหลังบ้าน โครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องมือกระตุ้นยอดขาย นำมาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทั่วประเทศ ขยายโอกาสในการสร้างยอดขาย และส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตทางธุรกิจของผู้ขายในระยะยาว เพื่อสะท้อนภาพผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากระบบนิเวศแพลตฟอร์มที่มั่นคง ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐ อย่าง กรมพัฒนาธุรกิ
ว่านหางจระเข้ ปลูกไม่ยาก ลงทุนไร่ละ 2 หมื่น ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน 10 ปี ขายหน่อสดหน่อละ 10-100บาท หัวดีแปรรูปสร้างมูลค่า นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก ส่งขาย กิโลกรัมละ 60 บาท หรือตันละ 6หมื่น เป็นอาชีพสร้างรายได้ดี ว่านหางจระเข้ สมุนไพรชั้นดี สรรพคุณทางยามากมาย ทั้งช่วยรักษาแผล หรือสมานแผล ช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของแผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้ และนอกจากเป็นสมุนไพรรักษาแผลที่ดีแล้ว ปัจจุบันนวัตกรรมที่ก้าวไกล มีผู้คิดค้นวิจัยนำว่านหางจระเข้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย มากมาย ทำให้ปริมาณความต้องการว่านหางจระเข้มีมากขึ้น ส่งผลดีต่อรายได้ของเกษตรกรในประเทศไทยเป็นอย่างดี ซึ่งแหล่งปลูกสำคัญอยู่ทางภาคตะวันตกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การปลูกว่านหางจระเข้ส่งโรงงาน ถือเป็นอาชีพสร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกรแถวนั้นมานานกว่า 30 ปี และปัจจุบันนี้ได้สืบทอดมาถึงรุ่นลูก ตลาดก็ยังสดใสอยู่ คุณธนัชญาน์ มีสวัสดิ์ หรือ คุณจูน อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อนอก อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกษตรกรสาวผู้สืบทอดงานเกษตรกรรมจากครอบครัว เล่าว่า ครอบครัวของตนทำไร่ปลูกว่านห
เปิดสูตร! ข้าวเหนียวมูน-กะทิราดหน้า ทำขาย-กินฟินๆ กับ ผลไม้หน้าร้อน ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ นอกจากเครื่องดื่มคลายร้อนเย็นๆ แล้ว ข้าวเหนียวมูน ที่ทานกับ มะม่วง-ทุเรียน ก็เป็นอีกหนึ่งเมนูยอดฮิต ที่คนนิยมทานกันช่วงซัมเมอร์แบบนี้ ครูตุ๊ก-ขนิษฐา ชัยชาญกุล ใจดีแจกสูตรการทำ ข้าวเหนียวมูน พร้อม น้ำกะทิราดหน้า เอาไว้ทานกับผลไม้หน้าร้อนที่ซื้อมาทานกัน โดยวัตถุดิบและวิธีการทำ ดังนี้ ส่วนผสม – ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเก่า 1 กิโลกรัม – หัวกะทิคั้นข้นๆ 650 กรัม (มูนสีขาว ใช้หัวกะทิ 700 กรัม) – น้ำตาลทรายขาว 400 กรัม – เกลือ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ – สารส้มป่น 1/8 ช้อนชา – น้ำใบเตยแก่ๆ 50 กรัม (ใช้ใบเตย 150 กรัม หั่นฝอย ปั่นละเอียด คั้นเอาแต่น้ำข้นๆ) – น้ำขมิ้นชัน 1 ช้อนโต๊ะ (ผงขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำนิดหน่อย เอาแต่น้ำข้นๆ) – น้ำดอกอัญชัน 50 ถ้วย (ดอกอัญชัน 100 กรัม ขยำน้ำอุ่นนิดหน่อย คั้นเอาแต่น้ำข้น แล้วบีบมะนาว 1 ซีก) – น้ำแคร์รอต 50 กรัม (ปั่นละเอียด 200 กรัม ใส่น้ำนิดหน่อย คั้นเอาแต่น้ำข้นๆ แต่งสีเพิ่มเติม) วิธีทำ 1. นำข้าวมาขัดด้วยสารส้ม แล้วแช่ทิ้งไว้ 10 นาที ล้างให้สะอาดอีก 4-5 ครั้ง ล้างเบาๆ มือ ระวังเมล็
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MK GROUP ในฐานะผู้นำตลาดสุกี้อันดับ 1 ของไทย ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ปรับแนวทางการสร้างแบรนด์ภายใต้แนวคิด Find The Right STP (Segmentation-Target-Positioning) มุ่งเน้นการวิเคราะห์ 3 ส่วน ทั้งเลือกแบ่งตลาด การเข้าใจลูกค้า และการวางตำแหน่งของแบรนด์ พร้อมตั้งเป้าหมายสร้างรายได้เติบโตกว่า 12% เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ในเครือ ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเตรียมเปิด 2 แบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟสไตล์คนไทย คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดปีที่ผ่านมา เราเก็บข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างละเอียด ทำให้เราเข้าใจกลุ่มลูกค้าแต่ละเซกเมนต์มากขึ้น ช่วยให้สามารถออกแบบและวางตำแหน่งแบรนด์ได้ตรงจุด โดนใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาแบรนด์ MK ในโมเดลต่างๆ รวมไปถึงการเปิดแบรนด์น้องใหม่อย่าง โบนัสสุกี้ ต่อยอดสู่กลยุทธ์ STP ของปีนี้ ทำให้ MK GROUP สามารถตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ด้วยโมเดลที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพา
จากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ที่เปิดให้ประชาชนใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยนอกจากใช้สิทธิในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้ว ยังสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีได้อีกด้วย โดยจะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 เงื่อนไขสำหรับประชาน แพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรีที่เข้าร่วม เงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการ วิธีสมัครร้านค้าถุงเงิน การเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วิธีลงทะเบียนร้านค้าในแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี หมายเหตุ : กรณีร้านค้าในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ไม่เห็นแบนเนอร์สมัครใช้งานฟู้ดดีลิเวอรีให้อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรือตรวจสอบ “ประเภทร้านค้า” ในแอปฯ ถุงเงิน โดยกดเมนู ตั้งค่า > ข้อมูลแอปพลิเคชัน (ร้านที่มีสิทธิเห็นแบนเนอร์สมัครฟู้ดดีลิเวอรี จะต้องได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ประเภท อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเท่านั้น) อ้างอิงข้อมูลจาก https://lmwnmerchantcenter.com/thai-chuay-thai-plus-6
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อที่เปราะบาง “อาหาร” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเพื่อการบริโภคในชีวิตประจำวัน แต่กำลังเป็นห่วงโซ่เศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงกำลังซื้อ เอสเอ็มอี ภาคเกษตร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเวทีเสวนา KTC FIT TALK ครั้งที่ 25 “Food Economy: เมื่ออาหารกลายเป็นแรงขับเศรษฐกิจไทย” ระดมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อวิเคราะห์บทบาทของ Food Economy ในการสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากผู้บริโภคสู่ผู้ประกอบการ เกษตรกร และชุมชน นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” กล่าวว่า หมวดร้านอาหารยังคงเป็นหมวดการใช้จ่ายอันดับ 1 ของสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี ยอดใช้จ่ายหมวดร้านอาหารเติบโต 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวนครั้งการใช้จ่ายต่อสมาชิกต่อเดือนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% สะท้อนว่าอาหารยังเป็นส่วนสำคัญของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคไทย แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น “ในมุมของเคทีซี อาหารคือมากกว่ากา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมจัดพิธีมอบเกียรติบัตรและโล่เชิดชูเกียรติ “DBD SHINING Star Award 2026” ให้ผู้ประกอบการที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดัน SME ไทยก้าวสู่ยุค AI-First Commerce สอดรับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทยในโลกการค้ายุคใหม่ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่ากรมฯ เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย ปรับตัวสู่การค้าออนไลน์อย่างมืออาชีพ พร้อมสนับสนุนการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และขยายช่องทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีเว็บไซต์ หรือร้านค้าออนไลน์ของตนเอง เพื่อสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ เพิ่มความน่าเชื่อถือ และเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการใช้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด การสร้างคอนเทนต์ และการเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปัจจุบันเทคโนโลยี AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การโ
เทศบาลนครรังสิต เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมเศรษฐกิจระดับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กองสวัสดิการสังคม ได้ดำเนินการจัด “โครงการส่งเสริมอาชีพประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569” มุ่งเน้นการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพระยะสั้นในหลักสูตรภูมิปัญญาไทยชั้นสูง “การทำขนมไทยชาววัง” ระหว่างวันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคารเทศบาลนครรังสิต เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน สตรี ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ ได้เข้าถึงการเรียนรู้ นำไปต่อยอดประกอบอาชีพเสริมและสร้างรายได้จุนเจือครอบครัวท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน การเปิดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายทรงสิทธิ์ ฐานุกิจอนันท์ รองนายกเทศมนตรีนครรังสิต เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งร่วมพบปะให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม โดยมี จ่าเอกวีรภัทร ผลบูรณ์ รองปลัดเทศบาล รักษาการแทนผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และความเป็นมาของการจัดงาน ซึ่งการอบรมตลอดทั้งสองวันประกอบไปด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในเมนูขนมไทยยอดนิยมและขนมมงคล ได้แก่ ทองหยิบ, ทองหยอด, เม็ดขนุน และลูกชุบ ตั
ทีทีบี เปิดเผยผลการสำรวจ “SME Insight 2026” สะท้อนภาพผู้ประกอบการไทยในปีแห่งความท้าทายว่า ถึงแม้ SME ส่วนใหญ่จะเร่งปรับตัวในหลายด้าน ทั้งด้านดิจิทัล การวางแผนธุรกิจ และใช้ AI แต่ยังไม่สามารถ “ปลดล็อกไปสู่การเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ” ได้ ธนาคารจึงเดินหน้าสู่การเป็น “Growth Navigator” สนับสนุนผู้ประกอบการทั้งด้านเงินทุน เครื่องมือ และองค์ความรู้ นายพีรพงศ์ นิธิไกรวุฒิ ประธานกลุ่มกลยุทธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี กล่าวว่า SMEs เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทย โดยครองสัดส่วนใหญ่สุด 90% และมีการจ้างงานมากถึง 70% หรือกว่า 13.6 ล้านคนของตลาดแรงงานทั้งหมด แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 1 ใน 3 ของ GDP เพราะต้องเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากเศรษฐกิจไทย พบว่า GDP ไทยที่โตเพียง 2-3% และหนี้ครัวเรือนสูงถึง 90% ของ GDP อีกทั้งยังมีการแข่งขันจากต่างชาติ จากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนจนเกิด Over Supply มีสินค้าและบริการมากกว่ากำลังซื้อ รวมทั้งปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์อย่างสงครามและการกีดกันทางการค้า และต้นทุนหลายอย่างสูงขึ้นทั้งพลังงานและโลจิสติกส์ รวมทั้งราคาวัตถุดิบที่ผันผวน ค่าแรงสูงขึ้น และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ผู
