ข่าววันนี้

แบงก์อึ้งคนGenYหนี้ท่วม แชมป์รูดบัตร-ซื้อแหลก ′เครดิตบูโร′ชี้NPLทะลัก

“เครดิตบูโร” เผยสถิติคน “เจนวาย” ก่อหนี้เพิ่มขึ้นทุกวันทั้ง “หนี้บ้าน-รถ-บัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล” แถมเป็นกลุ่มที่มีปัญหา “หนี้เสีย” โตเป็นเงาตามตัว ดันเอ็นพีแอลรายย่อยพุ่งสูง 7.1% แบงก์คุมเข้มไล่ตรวจข้อมูลเครดิตลูกค้าเก่า-ใหม่ถี่ยิบ ทั้งเพิ่มเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเข้มคัดกรองลูกค้า ฟากบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคล เดินหน้าอัดแคมเปญเจาะลูกค้าเจนวาย

“เจนเอ็กซ์-วาย” หนี้โต-เน่าเพิ่ม

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากฐานข้อมูลบัญชีสินเชื่อในระบบของเครดิตบูโรที่มีสมาชิกทั้งสิ้น 93 แห่ง ทั้งสถาบันการเงินที่รับฝากเงิน (แบงก์) และสถาบันการเงินไม่รับฝากเงิน (น็อนแบงก์) ณ สิ้นเดือน ส.ค. มีสินเชื่อทั้งสิ้น 92.50 ล้านบัญชี พบว่ากลุ่มคนเจนวาย อายุ 19-36 ปี (เกิดปี 2523-2540) เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อรายใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล

ในกลุ่มสินเชื่อบ้านแต่ละปีจะมีบัญชีลูกค้าใหม่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 3 แสนบัญชี และครึ่งแรกปีนี้มีลูกค้าใหม่ 1.6 แสนบัญชี ซึ่งพบว่าเป็นการกู้ของลูกค้าเจนวายถึง 50% เพิ่มขึ้นจาก 46% และ 40% จากปี 2558 และปี 2557 ตามลำดับ

ส่วนกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีบัญชีใหม่ 6.3 แสนบัญชี เป็นลูกค้าเจนวาย 43% เพิ่มขึ้นจาก 41% และ 38% ในปี 2558 และปี 2557

ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตมีลูกค้าใหม่ 1 ล้านบัญชี เป็นเจนวาย 53% เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปีที่ผ่านมา และ 47% จากปี 2557

สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วง 6 เดือนแรกมีบัญชีใหม่ 1.26 ล้านบัญชี เป็นสัดส่วนลูกค้าเจนวาย 48% เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีสัดส่วน 46%

“ปัจจุบันคนเจนวาย เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อหน้าใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ โดยในสินเชื่อบ้านเป็นสัดส่วนของลูกค้าเจนวายถึง 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท”

ขณะที่พบว่าหนี้เสียของสินเชื่อบ้านส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มลูกค้าเจนเอ็กซ์ อายุ 37-51 ปี (เกิดปี 2508-2522) เพราะคนวัยนี้มีภาระหนี้หลายทาง ทั้งหนี้บ้าน หนี้บัตรเครดิต หนี้รถ อย่างไรก็ตาม คนเจนวายก็มีหนี้เสียในสินเชื่อบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา

"Advertiser"

นายสุรพลกล่าวว่า คนเจนเอ็กซ์และเจนวาย เป็นกลุ่มที่ต้องจับตาในประเด็นหนี้เสียในทุกประเภทสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่มเจนวายที่ธุรกิจสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลรุกหนักมาก จากข้อมูลของเครดิตบูโรพบว่า ลูกค้ากลุ่มนี้มีหนี้เสียในบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนบัญชีและมูลค่าหนี้เสีย แตกต่างจากกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ อายุ 52-70 ปี (เกิดปี 2489-2507) ที่จำนวนบัญชีและมูลค่าหนี้เสียค่อย ๆ ชะลอตัวแล้ว

“เวลานี้ธุรกิจบัตรเครดิตปรับตัวมุ่งไปทำตลาดอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีเงินเดือนเกิน 50,000 บาท กับกลุ่มขอกู้ครั้งแรก ซึ่งก็คือกลุ่มเจนวาย เพราะคนเจนวายแม้จะไม่มีเงินออม แต่ก็มีรายได้ หนี้ยังน้อย และใช้อุปกรณ์ดิจิทัล บริษัทบัตรเครดิตจึงรุกทำตลาดกลุ่มนี้ผ่านดิจิทัล ซึ่งต้นทุนก็ไม่แพงด้วย” นายสุรพลกล่าว

NPL สินเชื่อรายย่อยปูด 7.1%

สำหรับสถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากฐานข้อมูลบัญชีเครดิตบูโร ณ สิ้นไตรมาส 2/2559 พบว่า อัตราส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรายย่อยทั้งหมดอยู่ที่ 7.1% และมีแนวโน้มพุ่งขึ้น แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เอ็นพีแอลยังสูง ซึ่งสะท้อนว่าลูกหนี้ที่เข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว กลับเข้ามาเป็นหนี้เสียใหม่ได้อีก

ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ระบุว่า หนี้ครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาส 1/2559 อยู่ที่ 11 ล้านล้านบาท ซึ่งฐานข้อมูลของเครดิตบูโรจะมากกว่า ธปท. เนื่องจากมีบัญชีสินเชื่อของแบงก์และน็อนแบงก์ และสิ่งที่เครดิตบูโรพบในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ คือ การขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

เนื่องจาก ธุรกิจน็อนแบงก์รุกตลาดมากโดยจับตลาดลูกค้าเงินเดือนไม่ถึง15,000บาทแม้ อัตราการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบันจะอยู่ที่ไม่เกิน35%จากอดีตที่ ต่ำกว่า20% เพราะสินเชื่อกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง

“สินเชื่อส่วนบุคคลยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะทุกครั้งที่มีการออกโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือช่วงเปิดตัวสมาร์ทโฟนดังรุ่นใหม่ ๆ ขณะที่อัตราการอนุมัติสินเชื่อบัตรเครดิตปัจจุบันอยู่ที่ 50% สินเชื่อรถยนต์ 50% และสินเชื่อบ้านไม่เกิน 40%”

อย่างไรก็ดี นายสุรพลระบุว่า จากการพูดคุยกับสถาบันการเงินพบว่า ผู้กู้ที่มีภาระหนี้ต่อเดือน 40-60% ของรายได้ จะเป็นกลุ่มที่ยากที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อใหม่ เพราะนอกจากแบงก์จะดูที่ความสามารถในการชำระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ไม่เกิน 40% และบางสถาบันการเงินยังดูภาระหนี้รวมต่อรายได้ (DBR : Debt Burden Ratio) และคำนวณจากฐานรายได้สุทธิด้วย

แบงก์ต่างชาติตรวจข้อมูลถี่ยิบ

นาย สุรพลกล่าวว่าสถานการณ์หนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูงส่งผลให้ปัจจุบันสถาบันการ เงินเข้ามาขอใช้ข้อมูลเครดิตบูโรเพื่อวิเคราะห์เครดิตสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี2558มีจำนวนสูงถึง 46.03 ล้านครั้งเพิ่มขึ้นจาก 30 ล้านครั้งในปี 2557 และช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ก็มีมาขอใช้ข้อมูลเพื่อเช็กข้อมูลสินเชื่อถึง 34.20 ล้านครั้งโดยเฉพาะการตรวจข้อมูลสินเชื่อของลูกหนี้เก่า

โดยสถาบันการเงินต้องการดูว่า นับตั้งแต่วันอนุมัติสินเชื่อจนเวลาผ่านไปในแต่ละช่วง ลูกค้ามีหนี้งอกหรือไม่ มีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไร ถ้าไม่ค้างหนี้ที่แบงก์ตัวเองแล้ว ไปค้างหนี้ที่อื่นหรือไม่ ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างนี้ คนมีหนี้ครัวเรือนเยอะ สถาบันการเงินยิ่งเข้ามาตรวจข้อมูลมากขึ้น” นายสุรพลกล่าวและว่า

สถาบันการเงินที่เข้ามาเช็กข้อมูลลูกค้าจะมีพฤติกรรม 3 แบบ คือ ถ้าเป็นแบงก์ต่างประเทศจะเช็กถี่และแยกแยะลูกค้าเป็นกลุ่ม ๆ ตามระยะเวลาค้างชำระหนี้ เช่น ถ้าลูกค้าค้างชำระเกิน 1 เดือน แบงก์ต่างประเทศจะเข้ามาตรวจข้อมูลทุกเดือน ขณะแบงก์ไทยจะตรวจไตรมาสละ 1 ครั้ง แต่ถ้าเป็นแบงก์รัฐแทบจะไม่ตรวจเลย ดังนั้นความเสี่ยงย่อมไปอยู่กับแบงก์รัฐ

แบงก์เข้มอนุมัติสินเชื่อ

นอก จากนี้พบว่าสถาบันการเงินมีเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อเข้มขึ้นมากเช่นในอดีตก่อน อนุมัติสินเชื่อจะคำนวณจากรายได้รวมของผู้กู้ที่รวมค่าโอทีโบนัสรายได้อื่นๆ แต่ปัจจุบันดูที่ฐานเงินเดือนอย่างเดียว และดูที่รายได้สุทธิ (Net Income) คือเงินเดือนที่หักประกันสังคม หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและหักหนี้ก่อนหน้าออกแล้ว ทำให้ตัวเลขรายได้ที่ใช้คำนวนต่ำลง และปัจจุบันแบงก์ยังกำหนดด้วยว่า ถ้าคนคนหนึ่งจะกู้ทุกอย่างกับบริษัทในเครือของสถาบันการเงินเดียวกัน จะกู้ได้ไม่เกิน 6 เท่าของรายได้และต้องมีหนี้ทั้งหมดไม่เกิน 12 เท่าของรายได้ แบงก์จะล็อกไว้ถึง 2 ชั้น

“ตอนนี้สถาบันการเงินคัดกรองสินเชื่อเข้มและถี่มากจริง ๆ โหดมาก สแกนทุกมุมแล้วการที่ดูฐานรายได้สุทธิ เพราะเป็นตัวสะท้อนจากการทำงาน สะท้อนภาพธุรกิจและอุตสาหกรรมที่บุคคลนั้นอยู่ ยิ่งถ้าทำงานในอุตสาหกรรมที่เป็น Sunset ก็ยิ่งตรวจมากขึ้น” นายสุรพลกล่าว

บัตรเครดิตอัดโปรฯจับเจน Y

นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต บมจ.บัตรกรุงไทย หรือเคทีซี กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทหันมาเน้นกลุ่มลูกค้าเจนวายซึ่งเพิ่งเริ่มทำงาน และมีบัตรเครดิตใบแรก ทำให้มีการใช้งานในระยะยาว ซึ่งบริษัทจะเน้นจัดแคมเปญโปรโมชั่นเพื่อให้ตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น แคมเปญส่วนลดในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์ในการอนุมัติบัตรเครดิตก็ขึ้นอยู่กับอาชีพ รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของตัวลูกค้า ในภาพรวมมีอัตราอนุมัติอยู่ที่ 46-47%

“เรื่องเอ็นพีแอลเราควบคุมได้ดี ผ่านการกระจายเซ็กเมนต์ลูกค้าในหลายช่วงวัย เราดูความเสี่ยงลูกค้าหลายอย่างรวมกัน เช่น อาชีพ อายุ และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับตัวลูกค้า ส่วนอาชีพที่อาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจนี้ เราก็เข้าไปดูแลเพิ่มขึ้น เช่น เอสเอ็มอี ผู้ที่มีรายได้จากโอที อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้” นางพิทยากล่าว

ด้านนายซานดีพ บาตระ ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ธนาคารซิตี้แบงก์ กล่าวว่า ธนาคารเน้นขยายฐานลูกค้าทุกเซ็กเมนต์ กลุ่มเจนเอ็กซ์ถือเป็นฐานลูกค้าหลักของธนาคาร โดยธนาคารมีการควบคุมการอนุมัติสินเชื่อผ่านการดูอัตราภาระหนี้สินต่อฐานรายได้

สำหรับ กลุ่มเจนวายเป็นลูกค้าที่น่าสนใจเพราะเป็นกลุ่มที่มีการหาข้อมูลเปรียบเทียบ ข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์มากกว่าเจเนอเรชั่นอื่นๆและเป็นกลุ่มที่มีจับจ่าย หมวดอาหารและซื้อออนไลน์มากส่งผลให้ธนาคารพยายามออกโปรโมชั่นที่ดีที่สุดใน ตลาดเพื่อเข้าถึงฐานลูกค้านี้

“เราคุมความเสี่ยงบัตรเครดิตให้หนี้เสียไม่เกิน2%ด้านบัตรกดเงินสดซิตี้เรดดี้เครดิตมีเอ็นพีแอลอยู่ที่3-4% ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะใช้บัตรกดเงินสดเพื่อซื้อผ่อนสินค้าเท่านั้น ไม่ค่อยมีคนกดเงินสดมาใช้ จึงไม่มีความเสี่ยงมากนัก” นายซานดีพกล่าว

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

Related Posts

ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ ธีระชัย เปิดงาน “หม่อนไหมสัญจร ครั้งที่ 3”
คนทากันแดดหน้า แต่ไม่ค่อยทาตัว? 'HER HYNESS' เห็นช่องว่างตลาด ส่งครีมกันแดดผิวกาย เจาะตลาดมูลค่าหลายพันล้าน
NUTS, YES! อ่านว่า “นัทส์ เยส” แบรนด์นมถั่วน้องใหม่ ชื่อปั่น รู้ไหมทำไมต้องตั้งชื่อกำกวม
Tinder เผย 85% คนโสดไทยรู้สึกเหงา แต่ยังเปิดใจสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ และเชื่อว่าจะได้เจอ “คนที่ใช่”
แบรนด์โยเกิร์ตเกิดใหม่เพียบ “Yoguruto” เลยมองหาตลาดใหม่ เปิดตัว “Nuts, Yes!” (นัทส์เยส) ขยายพอร์ตสู่เครื่องดื่มนมถั่ว
รู้จัก 7 สินค้าชุมชนไทย ของดีที่มีเรื่องราวของผู้คนซ่อนอยู่เบื้องหลัง